หมาป่าใจง่ายกับกระต่ายน้อยหมวกแพง
posted on 13 Nov 2009 00:58 by i-am-hima in fan-fiction
[Golf-Mike fan-fiction]
* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมาป่าหน้าตาดีตัวหนึ่งซัดเซพเนจรอยู่ทั่วป่าเนเวอร์แลนด์ เจ้าหมาป่าวนเวียนอยู่ที่นี่มาหลายสัปดาห์แล้ว เพียงเพื่อสะสางความแค้นและทำภารกิจให้เสร็จสิ้น
สาเหตุที่มันต้องอยู่ที่นี่มีอยู่ว่า...
ก่อนหน้านั้นไม่นาน ณ โรงเรียนกวดวิชาการไล่ล่าแห่งหุบเขาหมาป่าซึ่งผลิตหมาป่าศักยภาพสูงออกสู่เทือกเขาแองเจโล
“หลีสาว หาวในห้อง ท่องสายพันธุ์เหยื่อไม่ได้ อะไรกันไมค์ ไหนเจ้าเขียนในใบสมัครว่าความใฝ่ฝันคืออยากสืบทอดความภูมิใจของตระกูลตัวเองไม่ใช่รึ แล้วดูผลการเรียนของเจ้าสิ”
คนที่บ่นจนเขาหูชาก่อนมาที่นี่คือครูใหญ่ที่โรงเรียน หมาป่าสูงวัยดูน่าเกรงขามตัวนั้นส่งสายตาคมกริบใส่ พลางให้แบบทดสอบพิเศษเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของหมาป่าว่าเขาควรจบหลักสูตรหรือไม่
“หมาป่าถ้าไร้วินัยก็ต้องมีความสามารถจึงจะอยู่รอดอย่างสันโดษได้ ภารกิจของเจ้าคือล่ากระต่ายน้อยหมวกแพงด้วยความรู้พื้นฐานที่เรียนจากที่นี่”
พื้นฐานการล่าเหยื่อนั้นไม่ยาก จำสูตรให้ขึ้นใจได้ดังนี้...
ตะปบ จับกด ฉีกทึ้ง และสุดท้ายคือเขมือบตามสัญชาตญาณ
เป็นเหตุให้หมาป่าคุณชายอย่างไมค์ ต้องระหกระเหินเดินทางมายังเนเวอร์แลนด์ เพื่อล่ากระต่ายน้อยหมวกแพง ว่ากันว่าหมวกแพงของกระต่ายไม่ใช่สิ่งของที่หากันได้ง่ายๆ หลังจากกินเหยื่ออันโอชะ เขาต้องเอาหมวกของกระต่ายกลับโรงเรียนเพื่อเป็นหลักฐานความสำเร็จของภารกิจนี้
ป่าเนเวอร์แลนด์เป็นแหล่งที่สามารถตามหากระต่ายน้อยหมวกแพงได้ง่ายที่สุด เพราะพวกกระต่ายต้องเดินทางจากป่าเกิดของมันไปศึกษาวิชามูนวอล์กเกอร์โดยผ่านป่าแห่งนี้
“กระต่ายน้อยหมวกแพงเป็นกระต่ายที่จับยากสุดๆ น้อยตัวนักที่จะได้ชิมเนื้อนิ่มๆ ของกระต่ายพวกนี้ แต่หมาป่าที่เคยได้ลิ้มลองมาต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นสุดยอดของเนื้อกระต่าย”
หนึ่งในข้อมูลอันน้อยนิดที่เขาจำได้จากการบอกเล่าของหมาป่ารุ่นพี่
ลักษณะพิเศษของกระต่ายหมวกแพงคือหมวกแก๊ปฮิปฮอปสีแดงติดเพชรแพงหูฉี่ นอกจากนี้ยังถือตะกร้าที่ภายในบรรจุวัตถุปริศนาสำหรับนำไปบูชาเทพเจ้าเท้าไฟ
ไมค์ยังไม่เคยเห็นกระต่ายดังกล่าวเลยสักครั้ง อย่าว่าแต่กระต่ายพันธุ์หายากอย่างนั้นเลย แม้แต่กระต่ายป่าทั่วไปเขาก็ยังไม่เคยล่า นั่นเป็นเพราะความเป็นคุณชายเทวดาแห่งตระกูลขุนนางของหมาป่า ทำให้ไมค์ไม่มีความจำเป็นต้องล่าสัตว์เอง เพียงแค่กระดิกนิ้ว สารพัดสเต็กที่มีในเทือกเขาแห่งนี้ก็ถูกประเคนวางอยู่ตรงหน้า แต่เขาเข้าโรงเรียนกวดวิชาหมาป่า เพียงเพราะต้องการปริญญาเพื่อเป็นที่ยอมรับในตระกูลต่อไปในภายภาคหน้าเท่านั้น
“Bounce! เข้ามาทักกันหน่อยสิครับ ไม่ต้องเขินเลยไม่เอานะ...” เสียงร้องเพลงสดใสแว่วมาจากที่ไม่ไกล
หมาป่าไมค์รีบกระโจนหลบหลังพุ่มไม้ ซุ่มดูเจ้าของเสียงที่กำลังจะมาถึง
“Don’t be shy, baby. I’m a nice guy. I just wanna know you. Can we talk for a while…”
ร่างเล็กๆ ที่กำลังมุ่งหน้ามาไม่ผิดแน่... กระต่ายน้อยหมวกแพง!
ตัวเล็กๆ หูยาวๆ ขนสีขาวปลอดฟูฟ่องนุ่มนิ่ม ที่สำคัญ... หมวกแก๊ปทรงฮิปฮอปสีแดงติดเพชรบลิงค์ๆ ดูราคาแพง แถมถือตะกร้าคลุมด้วยผ้าสีดำสนิทดูเป็นปริศนาแบบนั้น
ตะปบ จับกด ฉีกทึ้ง และเขมือบตามสัญชาตญาณ... ไมค์ทวนความรู้ที่เรียนมาอยู่ในใจ ก่อนจะพุ่งออกไปขวางทางเจ้ากระต่ายที่มีชะตากรรมหน้าสงสารนั้น
“ย้าก!”
“แว้ก!”
เพียงเสี้ยววินาที เจ้ากระต่ายขาวก็ขดกายอยู่ใต้อุ้งเท้าของหมาป่า
“อย่าทำอะไรผมเลยนะ ฮือๆๆ” กระต่ายน้อยตัวสั่นระริก ฟูมฟายอย่างไร้สติ
“พูดแบบนี้ ฉันลำบากใจแย่สิ เพราะฉันต้องล่ากระต่ายน้อยหมวกแพง ไม่อย่างนั้นฉันก็เรียนไม่จบ”
เจ้ากระต่ายโงหัวขึ้นมา ทำตาโตบ๊องแบ๊ว
“คุณว่าอะไรนะ? ล่ากระต่ายน้อยหมวกแพงเหรอ? งั้นคุณก็จับผิดตัวแล้วล่ะ ผมไม่ใช่กระต่าย”
“อย่ามาโกหกหน่อยเลย หน้าสั้นๆ ตัวเล็กๆ หูยาวๆ หางกลมๆ แบบนี้ ไม่ใช่กระต่ายแล้วตัวอะไร”
ขณะอีกฝ่ายตั้งคำถาม เจ้ากระต่ายก็ดิ้นสุดแรงเกิดจนหลุดจากอุ้งเท้าใหญ่ๆ ทว่าไมค์ตะปบหางเล็กๆ ไว้ได้ทันท่วงที ร่างเล็กจึงทำเสียงโกรธเกรี้ยวตอบกลับไปว่า “หนอย เจ้ากระต่าย ทำไมผมต้องโดนหนังหน้ากระต่ายอย่างคุณหาว่าเป็นกระต่ายด้วยนะ ผมเป็นหมาป่าต่างหาก”
ได้ยินดังนั้นไมค์ถึงับอึ้ง...
“ฉัน? กระต่าย?... นาย? หมาป่า?”
“ใช่ คุณเป็นกระต่าย ผมเป็นหมาป่า” กระต่ายน้อยทวนคำตอบอย่างหนักแน่น
ไมค์กระพริบตาปริบๆ ...เจ้านี่จะมาไม้ไหน
“ปล่อยผมได้แล้ว ผมต้องรีบเอาของไปบูชาเทพเจ้า” พูดจบก็ใช้เท้าหน้าตีเผียะที่อุ้งเท้าบนหางอันจิ๋วของตน
หมาป่าหนุ่มเผลอกระตุกเท้าข้างที่โดนตีขึ้นมาเลีย... กระต่ายมีกรงเล็บด้วยเหรอเนี่ย ถึงจะไม่ใหญ่แต่ก็เจ็บน่าดู
ก่อนที่ร่างเล็กๆ สีขาวจะวิ่งหนีไป หมาป่าไมค์รีบท้วงขึ้นมาว่า “ถ้านายเป็นหมาป่า ทำไมถึงมีหูยาว”
กระต่ายขาวหันขวับกลับมาอย่างมีน้ำโห ก่อนยืดอกวางโตแล้วทำหูลู่ลงมาเลียอย่างชื่นชม
“ถามอะไรเชยๆ คุณนี่ไม่อินเทรนด์เลย เดี๋ยวนี้หมาป่าเขานิยมไว้หูยาวๆ จะได้ฟังเสียงเหยื่อได้ถนัดๆ ไหน ดูของคุณซิ” พลางยื่นหน้าเข้าไปมองหูหมาป่าของไมค์ “อี๋... เชยค่อดๆ คิดยังไง มีหูสั้นแบบนั้น อยู่เผ่าไหนเนี่ย ไม่แนวเลย”
ไมค์เสียเซ้วไปนิดหน่อย แต่ในใจแย้งว่า ไม่ได้คิดยังไงเฟ้ย หูสั้นเป็นกรรมพันธุ์ จะให้ยาวยังไงล่ะ
“ระ... เหรอ แล้ว... เขี้ยวล่ะ ใช่แล้ว เขี้ยว นายไม่เห็นมีเขี้ยวเลย มีแต่ฟันหน้าใหญ่ๆ”
คราวนี้ดิ้นไม่หลุดแน่ ดูซิจะเถียงยังไง
“หยาบคายที่สุด! ฟันหน้าของผมนี่แหละ เขี้ยวที่มีพิษสงร้ายสุดๆ เขี้ยวแหลมๆ อย่างคุณต่างหากที่น่าสงสัย หมาป่าอะไรมีเขี้ยวสองข้างแบบนั้น”
โห... ดูมันแถ ได้โล่จริงๆ
“งั้นหางล่ะ ถ้านายเป็นกระต่าย ทำไมถึงมีหางสั้นกุด”
“คุณบ้ารึเปล่า หมาป่าที่ไหนหางยาวกันล่ะ โดนกับดักของนายพรานก็ดิ้นไม่หลุดกันพอดี หมาป่าที่ดีต้องมีหางสั้นกุดแบบนี้แหละ เคลื่อนไหวคล่อง” พูดจบก็ตบสะโพกตัวเองดังป้าบอย่างภูมิอกภูมิใจ
อืม... ที่มันพูดมาก็มีเหตุผลแฮะ
“เอาล่ะ ทีนี้ผมไปได้รึยัง กำลังรีบ วันนี้ถือว่าคุณยังโชคดีนะ ถ้ามาเจอวันที่ผมกำลังหิวล่ะก็ คุณไม่รอดแน่ เจ้ากระต่ายน้อย...”
ไมค์ชักงง กระพริบตาปริบๆ
กระต่ายน้อย? หมายความว่าเขาเข้าใจผิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นหมาป่างั้นรึ
แต่แล้ว
“เดี๋ยวก่อน... เพื่อให้แน่ใจ ขอดูของในตะกร้านั่นหน่อยได้มั้ย กระต่ายชอบกินแครอท ถ้านายพกติดตัวมาด้วยล่ะก็ แสดงว่านายนั่นแหละเป็นกระต่าย”
เจ้ากระต่ายถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
“คุณนี่ ตื้อไม่เลิกเลยจริงๆ เอ้า ให้ดูก็ได้ ผมไม่กินหรอกนะ แครอทอะไรนั่น ไม่เห็นอร่อยตรงไหนเลย อาหารของพวกกระต่ายเนี่ย”
“งั้นนายกินอะไร”
“เลือดช้าง”
ไมค์ถึงกับตาเบิกโพลง ตั้งแต่เขาเกิดมายังไม่เคยกินผลิตภัณฑ์ใดๆ จากสัตว์ป่าตัวใหญ่ขนาดนั้น
กระต่ายขาวล้วงบางอย่างออกมาจากตะกร้า มันคือวัตถุปริศนาลูกกลมๆ สีแดงสด
“ช้างตัวใหญ่เกินไป เวลาล้มทีกินทั้งฝูงก็ไม่หมด เราจึงมีนวัตกรรมในการถนอมเลือดช้างให้มีไว้กินตลอดทั้งปี คือเจ้านี่ไงล่ะ” พูดจบก็กัดกร้วมหนึ่งคำ น้ำสีแดงฉานชุ่มฉ่ำเลอะรอบริมฝีปากดูน่าขนพองสยองเกล้าอย่างบอกไม่ถูก
ไมค์กลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ
น่ากลัว... น่ากลัวจริงๆ ไม่เคยพบไม่เคยเห็นหมาป่าดุร้ายขนาดกินช้างได้แบบนี้มาก่อน
“เอ้า นายจะลองซักลูกมั้ยล่ะ อร่อยนะ” พลางยื่นลูกสีแดงให้ลูกหนึ่ง
หมาป่าหนุ่มรับมาอย่างลังเล ก่อนฝังเขี้ยวลงไปในลูกสีแดงนั่น
“แหวะ ถุยๆๆ” แล้วก็พ่นน้ำกลิ่นคาวๆ ออกจากปากทันควัน “ไม่เห็นอร่อยเลย”
“แหงล่ะ เลือดช้างไม่ใช่อาหารของกระต่ายนี่” เจ้าหูยาวสีขาวลอยหน้าลอยตาพูด
หลังจากเขมือบผลสีแดงสดนั้นจนเกลี้ยง ก็เช็ดปาก เลียเท้าหน้าอย่างเอร็ดอร่อย แล้วเตรียมจะลาจากไป
“นายเป็นหมาป่าจริงๆ เหรอ?”
ไมค์รู้สึกเชื่อเกือบสนิทใจ
“คุณจะพิสูจน์อะไรอีกคุณกระต่าย เดี๋ยวผมอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา จะมาหาว่าผมใจร้ายไม่ได้นะ” กระต่ายน้อยกางกรงเล็บเล็กๆ ขู่ฟ่อ
สรุปว่าเขาเป็นกระต่ายจริงๆ เหรอเนี่ย ไมค์สับสนจนถึงขีดสุด
“เอ่อ... นายชื่ออะไร”
“กอล์ฟ ถามทำไม”
“คือว่า ฉันต้องล่ากระต่ายน้อยหมวกแพงกลับหุบเขาหมาป่าน่ะ ไม่งั้นจะเรียนไม่จบ”
“กระต่ายน้อยหมวกแพงเหรอ” กอล์ฟเบิกตาโพลงอย่างประหลาดใจ ก่อนหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “คุณมาผิดที่แล้วล่ะ กระต่ายหมวกแพงอะไร แถวนี้ไม่มีหรอก แต่ถ้าคุณอยากเจอซักตัวล่ะก็... ตามผมมาสิ”
แล้วหมาป่าไมค์กับกระต่ายกอล์ฟก็ออกเดินทางไปด้วยกัน
“กอล์ฟ เผ่าของนายสอนการไล่ล่ายังไงเหรอ” ไมค์เริ่มชวนคุย
“เป็นกระต่ายแท้ๆ ถามไปทำไม”
“ก็จะได้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กันไง ฉันก็อยากรู้วัฒนธรรมของเผ่าอื่นบ้าง”
“อืม... ไม่ยากหรอกนะ จำหลักๆ ไว้ก็ใช้ได้ตลอดทั้งชาติ ตะปบ จับกด ฉีกทึ้ง แล้วก็...”
“เขมือบตามสัญชาตญาณ” ไมค์ต่อตอนจบให้
กอล์ฟทำหน้าประหลาดใจ ก่อนโพล่งออกมาว่า “เป็นกระต่ายแท้ๆ รู้ได้ไง”
ไมค์รู้สึกรำคาญคำว่า “กระต่าย” ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คำก็กระต่าย สองคำก็กระต่าย จนตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นกระต่ายจริงๆ ไปแล้ว
“ก็ฉันเป็นหมาป่านี่”
“ให้ตายเถอะ คุณมันดื้อชะมัด หมาป่าอะไรสารรูปแบบนี้ ดูหูสิ แหลมเปี้ยวยังกะลูกแมว หน้าก็ยาวๆ หางก็... เชอะ สวยไม่ถึงครึ่งของหางผม ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าหมาป่าอีกเรอะ”
ตอนแรกหมาป่าหนุ่มคิดว่าคำพูดเหล่านี้เป็นแค่บทสนทนาเพื่อเอาตัวรอดของกระต่ายจอมเจ้าเล่ห์ แต่พอมาถึงตอนนี้ เขาชักจะลังเลระหว่าง... เจ้ากระต่ายนี่เพี้ยนคิดว่าตัวเองเป็นหมาป่าจริงๆ ไม่ก็บางทีเขานั่นแหละอาจเข้าใจอะไรผิด
เพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยออกนอกสังคมหมาป่าเลยซักครั้ง
ป่าเริ่มทึบลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นสัญญาณว่า ใกล้พ้นเขตเนเวอร์แลนด์แล้ว
จู่ๆ เจ้ากระต่ายน้อยก็พูดขึ้นมา
“ทำไงดี เจ้ากระต่าย... ผมเริ่มหิวแล้ว”
ไมค์หน้าซีดขึ้นมาทันใด จู่ๆ ก็รู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ หันกลับมาดูหิวกระหายและโหดเหี้ยมเย็นชา ประหนึ่ง... นักฆ่าภายใต้ใบหน้ากระต่าย
“ละ เลือดช้างไง นายมีอยู่เต็มตะกร้าไม่ใช่เหรอ”
“ไม่ได้หรอก เลือดช้างพวกนี้ผมต้องเอาไปบูชาเทพเจ้าเท้าไฟ ขืนกินอีกแค่ลูกเดียว ต้องถูกทำโทษแน่ๆ”
“งะ งั้นทำไงดีล่ะ”
“หึๆๆ”
ร่างเล็กๆ สีขาวย่างสามขุมเข้าหาหมาป่าหนุ่ม ก่อนกางกรงเล็บเล็กๆ แล้วกระโจนเข้าใส่ร่างที่ใหญ่โตกว่าอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด
ตะปบ!
ไมค์ถึงกับเสียหลักล้มตึง เมื่อถูกแรงผลักที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
จับกด!
เท้าหน้าเล็กๆ ยันไหล่เหยื่อซึ่งไม่ทันตั้งสติเพื่อขัดขืนอยู่ข้างใต้
ฉีกทึ้ง!
เสียงสิ่งอำพรางร่างกายฉีกขาดอย่างรุนแรงและดุดัน
สุดท้ายก็...
หมาป่าหนุ่มหลับตาปี๋... แย่แล้ว เราจะถูกเจ้าเปี๊ยกกินเหรอเนี่ย
ผ่านไปไม่กี่นาที
ดวงตาคมค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
บริเวณนั้นเงียบสนิท ไม่มีวี่แววของสัตว์ใดๆ แม้แต่กระต่ายสวมหมวกตัวเมื่อกี้
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง สำรวจร่างกายตัวเอง
แง่ะ... ล้อนจ้อน ปราศจากเสื้อผ้าอาภรณ์ทั้งปวง
“เลือดช้างพวกนี้ผมต้องเอาไปบูชาเทพเจ้าเท้าไฟ”
ให้ตายเถอะ! เสร็จมันจนได้ เทพเจ้าเท้าไฟอะไรนั่น มีแต่เผ่าพันธุ์กระต่ายเท่านั้นที่นับถือ
ทำไมตอนนั้นถึงไม่เอะใจบ้างนะ
และก็หนีไปเรียบร้อย...
จะว่าไปสัญชาตญาณของกระต่ายคือการหนี เอาตัวรอดได้ถูกวิธีที่เรียนมาแป๊ะ
ที่สำคัญ เขาไม่อาจกลับฝูงทั้งสภาพเปลือยเปล่าแบบนี้ได้ ...ถูกกระต่ายจับกดแล้วเปลื้องผ้า มันน่าอับอายนัก คิดแล้วก็นึกเสียดาย ถ้าเขาตั้งใจเรียนในคาบกระต่ายศึกษาคงไม่เสียท่าเจ้าตัวเล็กอย่างตอนนี้
ดีล่ะ จากนี้ไปเขาจะตามล่ากระต่ายน้อยหมวกแพงตัวนั้น
“กอล์ฟสินะ หึๆๆ”
จากวันนั้นมาถึงวันนี้ เขาก็ตระเวนไปทั่วเขตเนเวอร์แลนด์เพื่อตามหากระต่ายน้อยหมวกแพงที่ชื่อกอล์ฟ หากเจอตัวอีกทีล่ะก็ จะแก้แค้นให้สาสม ตะปบ จับกด ฉีกทึ้ง และเขมือบตามสัญชาตญาณ
“Get down, get down, get down, do you wanna wanna wanna…” เสียงคุ้นหูลอยใกล้เข้ามา
ใช่แล้ว เขาจำเสียงนี้ได้ดี... ไม่มีวันลืมตลอดชีวิต
ร่างเล็กๆ สีขาวกระโดดโลดเต้นใกล้เข้ามา ไมค์ในชุดสุดเท่ซึ่งออกแบบเองกับมือหลังจากเจ้ากระต่ายพาหลงป่าวันนั้น ยืนพิงต้นไม้ขวางทางอยู่ข้างหน้า
กอล์ฟถึงกับชะงัก เมื่อเห็นคู่ปรับเก่า
“อ๊ะ นั่นเจ้ากระต่ายนี่นา”
หนอย... ยังจะมีหน้ามาเรียกว่ากระต่ายอีกเรอะ ไมค์ของขึ้นทันใด
เจ้ากระต่ายสัมผัสได้ไว รีบหันหลังเผ่น ทว่ายังไวไม่เท่าอุ้งเท้าหน้าของหมาป่าตัวใหญ่
ตะปบ!
จับกด!
ฉีกทึ้ง!
และ...
ทันทีที่กำลังจะดำเนินขั้นตอนสุดท้าย เจ้ากระต่ายก็เงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาวิงวอนสุดชีวิต
“อย่าทำอะไรผมเลยนะ”
ไมค์มองร่างเปลือยเปล่าอันขาวเนียนของกระต่ายน้อยภายใต้กรงเล็บของตน เขาจะปล่อยให้หมอนี่อับอายเหมือนที่เขาเจอก่อนหน้านี้ดีไหม
“งั้นถามหน่อย ตอนนั้นนายจงใจหลอกฉันทำไม ทั้งที่นายมีช่องว่างหนีได้ตั้งหลายครั้ง แต่นายกลับยืนยันว่าเป็นหมาป่า แล้วทำบ้าๆ กับฉัน”
กระต่ายกอล์ฟทำหน้าฉงน ตากลมโตเบิกโพลงอย่างบ้องแบ๊ว
“หลอก? เปล่านะ ก็ผมเป็นหมาป่าจริงๆ”
“ยังจะมายอกย้อนอีก หลักฐานเห็นกันอยู่ทนโท่ หูยาวๆ แบบนี้”
เขี้ยวแหลมขบเบาๆ ที่โคนหูกระต่าย ทำเอากอล์ฟถึงกับสะดุ้งเฮือกหลับตาปี๋
“หางสั้นๆ แบบนี้”
ปลายนิ้วเย้าแหย่กระจุกหางด้านหลัง
กระต่ายขาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างฝืดคอ
“ไหนจะ... ผิวกายขาวเนียนนุ่มนิ่ม”
ปลายจมูกซึ่งไวต่อกลิ่นสูดดมไปทั่วร่างที่สั่นเทา พลางไล้เบาๆ จนร่างข้างใต้ขนลุกซู่
“ผมเป็นหมาป่า”
ร่างเล็กกว่ายังคงยืนยัน
“งั้นคงต้องพิสูจน์ขั้นสุดท้าย... ฉันจะเขมือบนายให้ดู”
เจ้าหมาป่าจู่โจมอย่างไม่สนใจการทักท้วงอีกต่อไป
ในที่สุด เขาก็จะได้จบหลักสูตรนักล่าเสียที หลังจากจัดการกับเจ้านี่ตามสัญชาตญาณ
ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา
“ฮือๆๆ หมดกัน ความภาคภูมิใจของฉัน” เสียงครวญครางดังแผ่วอยู่ใต้ร่มแนวไม้
“ไม่เอาน่า เจ้ากระต่าย ไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ซักหน่อย”
ร่างเล็กๆ สีขาวนอนเอกเขนกอยู่ข้างๆ หมาป่าตัวใหญ่ที่คู้ตัวสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสาร
“ตะปบ จับกด ฉีกทึ้ง เขมือบตามสัญชาตญาณอะไรนั่น ทำไมกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ”
“เพราะผมเสน่ห์แรงจนอดใจไม่ไหวน่ะสิ เบบี๋”
หมาป่าไมค์กุมขมับ แล้วแบบนี้เขาจะมีหน้ากลับหุบเขาหมาป่าได้ยังไง ทำไมสัญชาตญาณหมาป่าในตัวเขาถึงผิดเพี้ยนขนาดนี้
“ที่สำคัญ... ฝ่ายที่อยากร้องไห้คือผมต่างหาก” เจ้ากระต่ายพล่ามต่อด้วยเสียงระคนเจ็บใจ “ผมต้องล่ากระต่ายให้สำเร็จให้ได้ ไม่งั้นไม่มีหน้ากลับไปที่โรงเรียนกวดวิชาเด็ดขาด แต่ไม่นึกเลยว่า จะล้มเหลวถึงสองครั้ง แถมครั้งที่สองโดนกระต่ายอย่างคุณกินอีกต่างหาก เฮ้อ แบบว่าเซ็ง”
“เซ็งบ้าอะไรกัน นั่นมันคำพูดฉันต่างหาก นายมันกระต่ายประเทศไหน พูดอยู่ได้ว่าตัวเองเป็นหมาป่า”
“คุณนั่นแหละกระต่าย”
“นายต่างหากล่ะ แหกตาส่องหน้าตัวเองกับลำธารบ้าง”
“คุณนั่นแหละ”
“นายนั่นแหละ”
“คุณนั่นแหละ”
“นายนั่นแหละ”
“คุณนั่นแหละ”
ทั้งคู่หอบแฮ่กหลังจากเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้ทั้งคู่ได้สติ
“เอ่อ... ฉันว่าเราใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยดีกว่ามั้ย ขืนอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป ฉันอาจจะ...”
กระต่ายน้อยหน้าแดงขึ้นมาทันที
“ก็ดีเหมือนกัน ผมก็ไม่อยากโดนกระต่ายเขมือบอีกรอบตอนนี้”
ขณะที่ทั้งคู่แต่งกายกันอย่างเงียบกริบ กระต่ายกอล์ฟก็ค่อยๆ หันกลับมาทำลายความเงียบฉี่
“เอ่อ... คือว่า... ไหนๆ เราทั้งคู่ก็ไม่มีหน้ากลับเผ่าตัวเองแล้ว... มาอยู่ที่ทุ่งเลือดช้างด้วยกันกับผมมั้ย”
ไมค์ทำตาโตด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเจ้ากระต่ายจะเป็นฝ่ายชวน
“ทุ่งของผมกว้างใหญ่มากเลยนะ แต่ผมอยู่ตัวเดียวมานานหลายปีแล้ว เพราะหมาป่าเพื่อนบ้านพากันเสียสติคิดว่าตัวเองเป็นกระต่าย แล้วย้ายไปปลูกแครอทกินเป็นอาหารกันหมด ตั้งแต่นั้นผมก็เลยโดดเดี่ยว...”
“ฉันขอปฏิเสธ” ไมค์ตัดบทห้วนๆ เขารู้สึกว่าเจ้ากระต่ายตรงหน้าดูวิปริตผิดกระต่ายอย่างบอกไม่ถูก
“ทำไมล่ะ” กระต่ายน้อยถามเสียงเศร้า
“ฉันไม่กินเลือดช้างของนายน่ะสิ” ตอนนี้ไมค์เพิ่งเข้าใจแล้วว่า ไอ้ผลสีแดงปริศนานั่นคือมะเขือเทศนี่เอง
“งั้นคุณกินอะไรล่ะ แครอทเหรอ ก็ได้นะ ผมยอมให้ปลูก แต่ห้ามบังคับผมกินเด็ดขาด”
“เปล่า ฉันกินสเต็ก”
กระต่ายขาวกระพริบตาปริบๆ อยู่สามครั้ง ก่อนทำหน้าถึงบางอ้อ
“อย่างงี้นี่เอง... ที่แท้คุณก็เป็นแมวสินะ มิน่าล่ะ มีหูแหลมเปี๊ยวเหมือนแมวเลย โธ่ งั้นไม่ต้องห่วงหรอก ลำธารในทุ่งของผมมีปลาอุดมสมบูรณ์มาก คุณไม่อดตายหรอก”
ไมค์ลูบคางชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง
ปลางั้นเหรอ... จะว่าไปก็พอถูไถนะ ตอนเด็กๆ เขาจับปลาเก่งจะตาย... อย่างน้อยก็ชำนาญกว่าจับกระต่าย
ในที่สุด หมาป่าหนุ่มก็พยักหน้าตกลง กระต่ายกอล์ฟกระโดดไปรอบๆ ตัวไมค์อย่างลิงโลด ก่อนจูงมืออีกฝ่ายไปยังทางกลับบ้าน
ไมค์เดินตามอย่างว่าง่ายระคนงงงวย ทั้งที่เหตุการณ์เมื่อกี้เขาเป็นฝ่ายขย้ำคอเจ้ากระต่าย แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นฝ่ายโดนจับเสียเองอย่างบอกไม่ถูก
แล้วหมาป่าใจง่ายกับกระต่ายน้อยหมวกแพงก็ครองรักกันอย่างมีความสุขนับแต่นั้นเป็นต้นมา
จบดีกว่าค่ะ ^^
edit @ 13 Nov 2009 01:20:28 by ★ひまじん★