...ระหว่างเรา... [13] Sunshine through my window I
posted on 16 Nov 2007 22:40 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
นอกหน้าต่างสีขาว… ความมืดมิดปกคุลมไปทั่ว
สายลมหน้าร้อนพัดกิ่งไม้ไหว
ฉันหลับตาฟังเสียงที่อยู่อีกฟากฝั่งของกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ
แม้กลิ่นหอมของไอแดดจืดจางลงไปแล้วก็ตาม แต่ความร้อนอบอ้าวก็ยังคงโอบล้อมอยู่รอบตัว
ฉันลืมตาขึ้นอีกครั้ง
นอกหน้าต่าง… แสงสีทองอ่อนๆ กระพริบวิบวับ ประกายเล็กๆ น่ารักของพวกมันทำให้เข้าใจผิดว่าตัวเองอาจกำลังหน้ามืดตาลายอยู่ก็เป็นได้
ชีวิตของฉัน… ก็เหมือนกับแสงหิ่งห้อยเหล่านั้น
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
ได้โปรดเถอะ… พระผู้เป็นเจ้า… ก่อนที่แสงชีวิตของลูกจะดับลง
ขอให้ลูกได้รู้จักความรู้สึกอันสว่างสดใสและอบอุ่น ดุจแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าในหน้าร้อนนั้นด้วยเถิด…
ตืออออออ ตือออออ
โทรศัพท์มือถือที่อยู่บนเก้าอี้ไม่ไกลจากลู่วิ่งที่ผมกำลังใช้งานอยู่สั่นทำลายความเงียบของห้อง
…ของมาโกะอีกล่ะสิ พักนี้ถี่จริงนะ
ผมทำเป็นไม่สนใจ แล้ววิ่งต่อไปซักพัก
ตืออออออ ตือออออ
มาอีกแล้ว… ไม่เห็นต้องตื้อขนาดนี้ก็ได้ เดี๋ยวเจ้ามาโกะมันก็โทรกลับเองแหละ
มาคิดดูแล้ว พักนี้มาโกโตะคุยโทรศัพท์บ่อยมาก
เดิมทีคนขี้เหงาอย่างหมอนั่นชอบคุยโทรศัพท์อ้อนสาวๆ อยู่แล้ว แต่พักนี้มันทั้งถี่ ทั้งยาวจนผิดปกติ
หรือจะมีกิ๊กใหม่?
สงสัยคงจะสวยน่าดู ไม่งั้นมาโกะคงไม่คุยนู่นคุยนี่จนเสียเวลาทำการทำงานในช่วงนี้หรอก หนำซ้ำ... ช่วงนี้ยังไม่ยอมปล่อยให้โทรศัพท์ห่างกายเลยแม้วินาที ขนาดตอนซ้อมเต้นก็ยังเหน็บไว้ในกระเป๋า แถมตั้งสั่นตลอดอีกต่างหาก
ที่อยู่บนเก้าอี้ในตอนนี้ คงเป็นเพราะหมอนั่นทำหล่นไว้ก่อนลุกออกไปล่ะมั้ง
ตืออออออ ตือออออ
เอาอีกแล้ว… ถ้าไม่รับก็คงไม่ยอมเลิกสินะ
ถ้าเป็นผมเจอแบบนี้คงรำคาญน่าดู
เจ้ามาโกะกำลังอัดเสียงเพลงเดี่ยวอยู่ด้วยสิ ขืนไม่รับผมคงต้องทนฟังเสียงโทรศัพท์สั่นแบบนี้ไปตลอดจนกว่าแบตเตอรี่จะหมดแหงๆ
ชักอยากรู้ซะแล้วสิ… สาวที่ไหนกันนะทำให้มาโกะจอมเจ้าชู้หลงหัวปักหัวปำขนาดยอมรับโทรศัพท์คุยโดยไม่ดูเวล่ำเวลา
ผมหยุดลู่วิ่ง แล้วชะลอฝีเท้า หันซ้ายแลขวา
ตืออออออ ตือออออ
มาโกโตะออกไปตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ป่านนี้คงอยู่ในห้องอัดเรียบร้อยแล้วล่ะมั้ง
ผมเดินไปยังเก้าอี้แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
"เซโกะ…?"
กะแล้วเชียว ผู้หญิงจริงๆ ด้วย ลองเป็นแบบนี้ กิ๊กใหม่ไม่ผิดแน่
อ่ะโด่เอ๊ย… เห็นไม่ข้องเกี่ยวกับผู้หญิงมาตั้งนาน นึกว่าจะแน่ ที่ไหนได้… คนเจ้าชู้มันก็คือคนเจ้าชู้อยู่วันยังค่ำนั่นแหละครับ ขาดผู้หญิงไม่ได้ นี่คงลงแดงสิท่า ถึงได้ทำตัวติดหนึบโทรหากันตลอดเวลาเหมือนคนขาดความอบอุ่น
ผมกดรับโทรศัพท์
"มาโกะ…"
เสียงหวานๆ ลอดผ่านหูโทรศัพท์มา
เอ๊ะ…? มาโกะ?
"ฮัลโหล… เอ่อ คือว่าตอนนี้มาโกโตะไม่อยู่นะครับ ดูเหมือนเขาจะลื…"
ยังไม่ทันพูดจบ ก็มีมือมาฉวยโทรศัพท์จากด้านหลัง
"ฮัลโหล… ว่าไงจ๊ะเซโกะจัง… อ๋อ เมื่อกี้น้องชายรับน่ะ"
เจ้าของโทรศัพท์นั่นเอง หนอย… พอคว้าโทรศัพท์ได้ก็คุยจ้อเชียวนะ แถมมองค้อนผมอีก
ที่รับเพราะมันรำคาญหรอกเฟ่ย…
ว่าแต่… นายถึงกับแจ้นมาระหว่างอัดเสียงเพียงเพราะลืมโทรศัพท์งั้นเรอะ!?
มาโกโตะเดินคุยจ๊ะจ๋าออกไปจากห้องออกกำลังกายโดยไม่สนใจผมแม้แต่น้อย
แปลก… ถึงจะแปลกไม่มากแต่มันก็แปลก…
แล้วเมื่อกี้อะไรกัน? เสียงผู้หญิงเรียกมาโกโตะห้วนๆ ว่ามาโกะ?
ฮึ่ม… ชื่อนี้ฉันเรียกได้คนเดียวเฟ่ย ขนาดมายุมิและทุกคนในครอบครัวยังต้องเรียกว่ามาโกะจัง (จริงๆ แล้วมีแต่ผมคนเดียวในบ้านที่ไม่ยอมเรียกว่า “มาโกะจัง”)
ทำไมมาโกะถึงได้ยอมให้ผู้หญิงเรียกตัวเองแบบนั้น
โอ๊ยยยยย ไม่สบอารมณ์เลย!!!
ตั้งแต่มีเรื่องอาริสะเมื่อเดือนก่อน มาโกโตะกับผมก็ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋แทบจะตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะสวีทกันหวานแหววหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะป้องกันไม่ให้มีข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงออกมาอีก จนกว่าข่าวกับอาริสะจะซาลงไปนั่นแหละ
กระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อนที่หมอนั่นเริ่มติดคุยโทรศัพท์งอมแงม
ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าหมอนั่นไปจีบสาวตอนไหน เพราะพวกเราไปกลับออฟฟิศและบ้านด้วยกันตลอด ช่วงนี้ก็ปิดเทอมหน้าร้อนด้วย ทั้งผมและเขาก็ไม่มีเรียน…
แต่เอ๊ะ… จะว่าไปมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหน…
วันนั้นจู่ๆ เขาก็ขอตัวแยกกลับ บอกว่าไปธุระนิดหน่อย
พอดึกๆ มาถึงบ้านก็เอาแต่ขังตัวเงียบอยู่ในห้อง
ผมแอบไปเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงสะอื้นเหมือนคนร้องไห้ไม่หยุด ไม่กล้าเปิดประตูเข้าไป
แต่พอเขาออกมาอีกทีก็บอกว่าอาบน้ำอยู่ แม้จะดูซูบโทรมไปเพราะงานหนัก แต่เขาก็ยังดูสดใส ไม่มีท่าทางเหมือนคนเพิ่งร้องไห้หนักๆ อย่างที่ผมได้ยิน บางทีตอนนั้นเขาอาจกำลังดูหนังอยู่ก็ได้
เรื่องนั้นติดไว้ก่อน… แต่หลังจากนั้นสิ
เขาเริ่มโทรศัพท์เป็นบ้าเป็นหลัง ผมสังเกตจากวิธีการพูดของเขา ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงคนเดียวกัน แต่พอผมแซวเขากลับทำหน้าเครียด ผิดกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขามักจะยักคิ้วไม่ก็ทำหน้าภูมิอกภูมิใจเวลาที่คนรอบข้างพูดถึง
หรือว่า… เขาจะโดนขู่แบบตอนเรระซังอีก?
ไม่น่าจะใช่… ทำไมไม่รู้ ผมรู้สึกว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป…
แสงแดดนอกหน้าต่าง… เจิดจ้าจนแสบตาไปหมด
ฉันอยากให้แสงแดดในวันนี้สาดส่องเข้ามาในหัวใจของฉันเหลือเกิน
เมื่อเช้าโชคดี เปิดไพ่ได้พระอาทิตย์
เขากำลังมาแล้วสินะ… แสงแดดของฉัน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านหลัง บานประตูเปิดออกโดยที่ฉันไม่ได้หันกลับไป
"เซโกะจ๊ะ… เพื่อนมาเยี่ยมแน่ะ"
ฉันนั่งห้อยขาอยู่ที่เตียง เหม่อมองผ่านกรอบสี่เหลี่ยมสีขาว
ใครกันนะ… ที่มาเยี่ยมฉันในวันนี้
ฉันสะกดความตื่นเต้นเป็นพิเศษไว้ ไม่ยอมหันไปมอง
"ฉันรักเธอ"
ฉันเอ่ยขึ้นเหมือนพูดกับต้นไม้ใบหญ้านอกหน้าต่าง
"ขอบใจนะ"
เสียงอีกฝายทำให้ฉันสะดุ้ง ฉันคุ้นเคยกับเสียงนั้นดี เพียงแต่มันทุ้มนุ่มกว่าแต่ก่อนเล็กน้อย
"มาโกโตะ"
ฉันหันไปมองเพื่อนเก่าด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าคนที่มีชื่อเสียงและทำงานหนักอย่างเขาจะมีเวลามาเยี่ยมฉันถึงโรงพยาบาล
"ไม่ได้เจอกันนานนะ… เซโกะ มาถึงก็บอกรักกันแบบนี้ เล่นเอาฉันทำตัวไม่ถูกเลย"
เขายิ้มอย่างอ่อนโยน ในมือถือกิ่งซากุระที่มีดอกสีชมพูอ่อนๆ ผลิบาน
ฉันมองดอกไม้กลีบบอบบางบนกิ่งก้านสีน้ำตาลที่ดูอ่อนช้อยอย่างประหลาดใจ
นี่มันฤดูร้อนแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไม…?
"อ้อ… เนี่ยเหรอ คือฉันไม่รู้ว่าปีนี้เธอได้ออกไปดูซากุระรึยัง ก็เลยสั่งซื้อมาเป็นพิเศษ ฤดูใบไม้ผลิจะได้อยู่กับเธอไปนานๆ ไง"
เด็กหนุ่มรูปร่างหน้าตาสง่าง่ามเสียบกิ่งซากุระลงในแจกันแก้วทรงสูงที่หัวเตียง แจกันนั่นไม่มีดอกไม้มาซักสองสามวันแล้ว
"เอ่อ... ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้... อย่าไปใส่ใจเลยนะ ฉันแค่อยากลองพูดดูเท่านั้นแหละ"
"หือ… ว้า… งั้นเหรอ เสียดายจัง"
แต่น้ำเสียงไม่ได้เสียดายเหมือนคำพูดเลยซักนิด
ฉันจึงสวนกลับไประคนหมั่นไส้เล็กน้อย
"นายคงไม่เคยโดนผู้หญิงปฏิเสธสินะ"
เขานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ เตียง
"ก็เพิ่งมีเธอนี่แหละที่ปฏิเสธฉัน"
"อย่ามาทำเป็นพูดหน่อยเลย ต่อให้ฉันไม่ปฏิเสธนายก็ไม่เอาอยู่ดี"
"งั้นเธอมาบอกรักสุดหล่ออย่างฉันทำไมล่ะ"
หมอนั่นถามเสียงล้อเลียน
"ฉันไม่ได้บอกนายซักหน่อย แค่บอกคนที่มาเยี่ยมฉันในวันนี้ต่างหาก"
"มันก็เหมือนกันนั่นแหละน่า"
"ไม่เหมือน… แค่บังเอิญคนคนนั้นคือนายเท่านั้นเอง ฉันไม่รู้ซักหน่อยว่านายจะมาเยี่ยมฉันวันนี้"
จริงๆ แล้วฉันไม่เคยบอกเขาด้วยซ้ำว่าตัวเองป่วย ฉันเดาเอาว่าน้องชายตัวดีคงเอาไปบอกอีกแล้ว เจ้าเด็กนั่นเที่ยวเอาอาการป่วยของคนอื่นไปประจาน ทำให้ตลอดสองสัปดาห์มานี่มีเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานแวะเวียนมาแทบไม่ขาดสาย
แต่ก็ไปว่าเขาไม่ได้… หมอนั่นทำไปเพราะรักฉัน เขาเห็นฉันซึมเศร้า จึงอยากให้ฉันกลับมามีชีวิตชีวาด้วยการโทรไปบอกข่าวให้เพื่อนๆ มาเยี่ยม
"เหรอ…"
มาโกโตะเอื้อมมือมาแตะหน้าผากฉัน
"ตัวก็ไม่ร้อน ไม่ยักรู้แฮะว่าโรคของเธอมีผลข้างเคียงทำให้เพี้ยนด้วย"
หนอย… หมอนี่… ตลกไม่ดูเวล่ำเวลา
"จะบ้าเรอะ? ใครเพี้ยน ฉันจะพูดอะไรกับใครมันก็เรื่องของฉัน"
มาโกโตะเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยประถม เราสนิทกันมากเพราะนอกจากจะอยู่ห้องเดียวกันกลุ่มเดียวกันมาตลอดแล้ว หมอนี่ยังบอกว่าฉันเป็นได้ทั้งเพื่อนผู้หญิงและเพื่อนผู้ชาย คงเพราะฉันสนิทกับน้องชายตัวเองกระมัง นิสัยเลยออกลิงทะโมน
เราเพิ่งจะมาแยกย้ายกันตอนขึ้นม.ปลาย เพราะเลือกเรียนคนละสาย
เมื่อก่อนมาโกโตะกับฉันไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด มาโกโตะมีสาวๆ มารุมล้อมอยู่เป็นประจำ สาวๆ หลายคนเข้ามาสนิทกับฉันเพราะหวังจะได้คบกับมาโกโตะ แต่ไม่มีใครอิจฉาฉันหรอกนะ ทุกคนรู้ดีว่ามาโกโตะจะไม่มีทางมาคิดกับฉันเกินกว่าเพื่อนเด็ดขาด เพราะฉันไม่ใช่คนสวย ไม่มีเสน่ห์ แถมยังห้าวอีกต่างหาก
นั่นมันก็เรื่องตอนเด็ก… ปัจจุบันน่ะเหรอ ฉันกลายเป็นคนอ่อนแอ
มันกะทันหันจนฉันเองก็รับแทบไม่ทัน…
ฉันเพิ่งมาพบว่าตัวเองมีความผิดปกติที่หัวใจ หมอสั่งให้ฉันเลิกเล่นกีฬาหนักๆ ที่ฉันชอบเล่นเป็นประจำหมดทุกชนิด ฉันอาการแย่มากถึงขั้นต้องออกจากโรงเรียน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชีวิตของฉันก็วนเวียนอยู่แค่บ้านกับโรงพยาบาล
"เอ้า ไหนๆ ก็มาแล้ว ฉันจะดูไพ่ให้นายแล้วกัน"
ฉันหยิบสำรับไพ่ทาโรต์ในลิ้นชักตรงหัวเตียงขึ้นมา แล้วหยิบโต๊ะเล็กที่ใช้วางอาหารมาตั้งบนเตียง
มาโกโตะหยิบไพ่เสร็จ ฉันก็เริ่มการทำนาย
"ใบแรก The Magician ฉันดูให้นายทีไร ตำแหน่งแรกมักจะออกใบนี้ทุกที ให้ตายเถอะ พ่อมนุษย์มหัศจรรย์… นายเป็นคนมีความสามารถนะ ทำอะไรก็สำเร็จไปหมดทุกอย่าง เป็นพวกชอบริเริ่มสิ่งใหม่ๆ มีไอเดียอยู่เสมอ… พอแล้วล่ะ เดี๋ยวลอย"
"แค่นี้เองไม่ลอยหรอก ฉันรู้ว่าเธอพูดความจริง"
กล่าวถึงด้านดีเข้าหน่อยล่ะ… เอาใหญ่เชียว ฉันทำตาเขียวใส่
ฉันอธิบายหน้าไพ่ทีละใบให้เขาฟัง แล้วจึงเน้นเรื่องที่รู้สึกว่าโดดเด่น
"The Moon ใบนี้… นายกำลังมีเรื่องกลุ้มๆ อะไรซ่อนไว้ในใจอยู่คนเดียวสินะ แต่ถึงไพ่ไม่ออก นายก็เป็นงี้เรื่อยอ่ะ คิดถึงแต่จิตใจคนอื่น คอยโทษแต่ตัวเอง แต่ทีเวลาเอาแต่ใจล่ะก็ มีแต่เรื่องไร้สาระ"
"จ้า… จ้า… ขอบใจที่เตือนนะ วันหลังฉันจะเอาแต่ใจเรื่องมีสาระบ้าง"
หมอนั่นทำเสียงทะเล้น
"แล้วก็… ระวังการสูญเสียของรักหรือมีเรื่องแตกหักไว้ล่ะ The Tower ดันมาขึ้นตรงตำแหน่งของอนาคตพอดี"
"อืม… แล้ว The Lover ที่อยู่ตรงอดีตล่ะ บอกตรงๆ ช่วงนี้ฉันไม่มีแฟนเลยนะ"
เขาแย้ง
"ไม่เห็นจำเป็นต้องเกี่ยวกับแฟนนี่ เธอเป็นดารา มีไพ่ใบนี้แหละดีแล้ว แสดงถึงเมตตามหานิยม แล้วที่จริงตำแหน่งนี้ก็ไม่จำเป็นต้องหมายถึงอดีตเสมอไป อาจเป็นคนใกล้ชิดที่มีศักดิ์ต่ำกว่าหรือคนในปกครองก็ได้"
อุ้ย… สีหน้าเจื่อนเล็กน้อยแฮะ หรือฉันพูดอะไรผิดไป?
"โดยรวมออกมาแต่ไพ่ดีๆ ทั้งนั้นแหละ ไม่ค่อยมีอะไรน่ากังวล เว้นแต่ยอมรับการสูญเสียไว้ล่วงหน้า ฉันก็แค่หวังว่ามันคงไม่มีอะไรใหญ่โต อย่างมากคงของหาย เพราะทั้งหล่อทั้งดังอย่างนายคงไม่ล้มละลายง่ายๆ หรอก จริงมั้ย ห้าเหรียญก็ไม่ออก… แถมใบสุดท้ายยังเป็น The Sun อีก ไม่ว่าทำอะไร ถ้านายตั้งใจไว้แล้ว ทุกอย่างจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน"
มาโกโตะตั้งใจฟังอย่างเงียบเชียบ ดวงตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ไพ่ใบที่สอง… The Hanged Man เพราะนั่นคือตำแหน่งของสภาพแวดล้อม สถานการณ์รอบตัว รวมถึงเพื่อนฝูง
"นี่… ถามจริงเถอะ ทำไมเธอถึงได้พูดแบบนั้น"
จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมา
"พูดอะไร?"
"ก็บอกรักไง"
ฉันถอนหายใจ… เรื่องนั้นเองเหรอ ยังข้องใจอยู่อีก
"ฉันบอกแล้วไงว่าอยากลองพูดดูเฉยๆ"
"แล้วทำไมถึงอยากพูดล่ะ"
เฮ้อ… หมอนี่ คิดว่าหน้าอย่างฉันโรแมนติกกับเขาไม่เป็นรึไงนะ แต่ก็ช่างเถอะ ในเมื่อหน้าตาฉันมันไม่ให้กับเรื่องโรแมนซ์ซักเท่าไหร่
"คือว่าอย่างงี้… ฉันไม่เคยมีความรักมาก่อนไง แถมตัวเองยังมาเป็นแบบนี้ ต้องอยู่แต่ในบ้านไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีก มันก็ต้องมีอาการเพ้อเจ้อกันบ้างล่ะน่า"
ฉันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงที่สุด
จะบอกได้ไงล่ะ ว่าฉันอยากลองมีความรักดูซักครั้ง… ก่อนการผ่าตัดซึ่งมีความหวังเพียงริบหรี่อีกสองอาทิตย์ข้างหน้า…
"งั้น… ก็มีซะสิ"
ฉันเงยหน้ามองตาอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ
"เราจะเป็นแฟนกัน… จนกว่าเธอจะเข้าผ่าตัด"
หมับ
"โอ๊ยยยยยย… เจ็บนะ ยัยซาดิสต์"
ฉันเผลอหยิกหลังมือของมาโกโตะอย่างแรง
"แสดงว่าฉันไม่ได้ฝันอยู่สินะ"
"ยัยโหด… อยากรู้ว่าฝันแล้วมาลองกับคนอื่นเนี่ยนะ?"
"ถ้าลองกับตัวเองก็เจ็บฟรีน่ะสิ"
ฉันโต้กลับเสียงกวนๆ
"หนอย… เธอนี่ ไม่เปลี่ยนไปเลยจริงๆ"
มาโกโตะหัวเราะ
นั่นสินะ… ได้เจอกับหมอนี่แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นคนเก่า
"ว่าแต่ว่า… เอาไงล่ะ ตกลงมั้ย ฉันเองก็อยากลองคบสาวแปลกอย่างเธอดูเหมือนกัน"
"จะบ้าเหรอ นายเป็นเพื่อนฉันนะ แล้วฉันจะคบลงได้ยังไงเล่า"
"เธอบอกเองนี่นา ว่าอยากลองมีความรัก"
"ฉันบอกนายตอนไหนมิทราบ"
"เรื่องนั้นช่างเถอะน่า แต่ตาเธอมันฟ้องเห็นๆ ว่าสิ่งที่เธอต้องการที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เพื่อน… แต่เป็นแฟนต่างหาก"
ฉันรีบหลบตาเพราะหมอนี่พูดแทงใจดำสุดๆ
เห็นฉันแบบนี้ แต่ฉันก็เป็นเด็กผู้หญิงคนนึงนะ
มาโกโตะพูดถูก… ตอนนี้ฉันต้องการความรักจากใครซักคนมาก ฉันอยากรู้จักช่วงเวลาอันแสนสดใสของวัยหนุ่มสาว… ก่อนที่ลมหายใจของฉันจะหมดลง
พ่อแม่คงเล่าอาการของฉันให้มาโกโตะฟังหมดแล้วล่ะสิ
มาโกโตะเป็นคนขี้สงสาร เขาคงสงสารฉันจึงยื่นข้อเสนอแบบนี้มาให้
"แต่นายเป็นเพื่อนฉันนี่นา… จะคบกันแบบนั้นได้เหรอ"
เขาเอื้อมมือมาเขกหัวฉันเบาๆ
"ยัยบื้อเอ๊ย… คบกันมาตั้งนานยังไม่รู้อีกว่าฉันน่ะ นักรักระดับเซียน"
"หลงตัวเองซะไม่มี…"
"เอาน่า… สาวๆ ทั่วประเทศอยากเป็นแฟนฉันใจจะขาด คิดดูสิ เธอเจ๋งขนาดไหนที่มีคนอย่างฉันมาขอคบเป็นแฟนน่ะ"
ทั้งที่ชินกับคำพูดกวนประสาทแบบนี้ แต่ฉันก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา ถ้าแม่มาเห็นฉันหัวเราะแบบนี้คงได้ไล่ดาราดังออกจากห้องผู้ป่วย โทษฐานเป็นต้นเหตุให้ฉันเสี่ยงต่ออาการกำเริบเป็นแน่
ให้มันได้อย่างนี้สิ… มาโกโตะเอ๊ย
"เอ้า มัวแต่ขำอยู่ได้ คำตอบล่ะ?"
ฉันเบาเสียงหัวเราะ สูดหายใจลึกๆ ครั้งหนึ่งแล้วพูดว่า
"งั้นก็รบกวนนายด้วยแล้วกันนะ"
มาโกโตะได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วแล้วเบ้ปากอย่างขัดใจ
"ไม่ใช่นาย… แต่ต้องเป็น…"
เขาใช้ความคิดสามวินาที
"มาโกะ… ไหน เรียกว่ามาโกะซิ"
ฉันอ้าปากหวอ
"ทำไมถึงเป็นมาโกะล่ะ?"
คำนี้มันคุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินบ่อยๆ ยังไงพิกล
"เป็นคำที่ฉันยอมให้คนที่ฉันรักเรียกเท่านั้น เอ้า แล้วเธอล่ะ อยากให้คนรักเรียกเธอว่าอะไร"
ฉันนิ่งคิด… นึกไม่ออกแฮะ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดเรื่องยุ่งยากอะไรแบบนี้เลย
"ไม่รู้สิ คงแค่เซโกะเฉยๆ ล่ะมั้ง ขอแค่อีกฝ่ายเรียกเราด้วยความรักก็พอแล้ว"
"โอเค แบบนี้ใช้ได้มั้ย… เซโกะจัง"
มาโกโตะลองเรียกชื่อฉันโดยใส่ความรู้สึกเข้าไป
โอยยยย… หัวใจเกือบหยุดเต้น เพื่อนก็เพื่อนเถอะ สาบานได้เลยว่าใครลองถูกหมอนี่เรียกชื่อด้วยน้ำเสียงอบอุ่นแบบนั้น ต้องเคลิ้มทุกราย
แม้แต่ฉันเอง… นี่ถ้าน้ำหนักไม่ขึ้นเพราะอยู่แต่ในบ้านล่ะก็ ป่านนี้คงลอยตุ๊บป่องไปถึงเพดานแล้ว
หมอนี่คิดจะฆาตกรรมคนป่วยรึไงนะ
ฉันหลบตาด้วยความเขิน
"แบบนี้สิ ค่อยดูเห็นผู้หญิงขึ้นมาหน่อย ตกลงตามนี้นะ เซโกะจัง…"
มาโกโตะขยิบตาข้างหนึ่ง
"แล้วพรุ่งนี้ฉันจะโทรมา"
เขากลับบ้านไปแล้ว… แต่ฉันยังคงนั่งงงอยู่ที่เก่า
จะดีแน่เหรอ… ถ้าให้หมอนี่มาเป็นแฟนคนแรกและคนสุดท้ายของฉัน
จะว่าไปก็คงดีเหมือนกันนะ… ไหนๆ ก็เป็นชายหนุ่มของสาวๆ อยู่แล้วนี่นา ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:17:29 by ★ひまじん★