...ระหว่างเรา... [15] สูญเสีย
posted on 16 Nov 2007 22:42 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
ผมเดินเข้าบ้านอย่างเหม่อลอย
บ้านเงียบกริบ
จริงสิ... มายุมิบอกว่าเย็นนี้จะไปงานวันเกิดเพื่อน ส่วนมาโมรุ... คงออกไปข้างนอกยังไม่กลับ
ผมเดินเข้าห้องตัวเอง เปิดไฟ แล้วถึงกับสะดุ้ง เมื่อมองกระจกแล้วเห็นใครคนหนึ่งยืนกอดอกพิงกำแพงข้างๆ ประตูอยู่ด้านหลัง
"ไปเดทกับสาวมาเป็นไงบ้างล่ะ"
เสียงทุ้มถามเชิงเสียดสี
"ก็ดี"
ผมตอบห้วนๆ รู้สึกเหนื่อยหน่ายจนไม่ทันได้สนใจอาการแปลกๆ ของมาโมรุ ขี้เกียจแม้แต่จะถามว่าเข้ามาในห้องของผมทำไม
มาโมรุเข้ามาโอบผมจากทางด้านหลัง ผมขืนตัวออกอย่างรำคาญใจ
อย่ามาอ้อนแบบนี้ได้มั้ย... ไอ้น้องบ้า ฉันไม่อยากรู้สึกแปลกๆ กับนายตอนนี้
ทว่ายิ่งขัดขืนอ้อมแขนร้อนๆ ของมาโมรุก็ยิ่งรัดแน่นขึ้น
"อะไรของนาย ฉันรำคาญ ปล่อย"
ผมเริ่มดิ้นแรงขึ้น มาโมรุกดริมฝีปากลงบนหัวไหล่ แล้วเรื่อยมายังซอกคอ ผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว... หมอนี่จะเล่นอะไร?
"อย่า... มาโมรุ... ฉันเหนื่อย อยากพัก"
ผมยังคงพยายามแกะมือของเขาออก ทั้งๆ ที่อ่อนแรงไปตั้งแต่ถูกสัมผัสด้วยริมฝีปากแล้ว
"เหนื่อย... หรือว่ารังเกียจ..."
เสียงกระซิบที่ข้างหูสั่นเล็กน้อย ผมพยายามเดาว่าเขากำลังโกรธจัดหรือสะอื้นอยู่กันแน่
เมื่อหันหน้ากลับไปมองก็พบว่าเขากำลังจ้องผมด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย เหมือนเจอเรื่องสะเทือนใจมา
"เป็นอะไรของนาย"
ผมถามเสียงเครียด
"หึ... ฉันอยากจะถามนายมากกว่าว่านายเป็นอะไร"
เขาจับจ้องเข้ามาในดวงตาของผมราวกับว่าพยายามอ่านใจ แม้จะงงกับคำถามของเขา แต่ผมกลับทำได้แค่เบือนหน้าหลบสายตาคู่นั้น
บ้าที่สุด... พักนี้ผมอุตส่าห์คิดถึงเด็กคนนี้ได้น้อยลงแล้วแท้ๆ แต่หมอนี่กลับพยายามดึงผมให้จมดิ่งสู่ความรู้สึกเดิมๆ อีกครั้ง
หัวใจผมเต้นไม่เป็นส่ำ พยายามหนีออกจากอ้อมกอดเพื่อไม่ให้เขาจับอาการแปลกๆ ของผมได้
"พอทีเถอะ มาโมรุ ฉันบอกนายแล้วไงว่าฉันเหนื่อย... ปล่อยได้แล้ว"
ทว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เมื่อผมดิ้นมากเข้า มาโมรุก็จับผมหันหน้ามา แล้วประกบริมฝีปากอย่างรุนแรง
"อื้อ... อือ..."
ผมยังคงต้านทานต่อไป แต่ร่างสูงของน้องชายกลับดันผมถอยไปด้านหลังจนสะดุดและล้มลงบนเตียงด้วยกันทั้งคู่
ถึงกระนั้น เขาก็ยังรุกรานผมไม่เลิก
ไม่ได้... ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ผมคงใจอ่อนให้กับเขาแน่ๆ
ผมตั้งสติ หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ไม่ต่อต้าน แต่ก็ไม่ตอบสนอง
ผมปล่อยให้เขาดูดดื่มกับริมฝีปากของผมจนพอใจ และเมื่อเขารู้สึกตัวเมื่อไหร่ เขาก็คงจะหยุดเอง
และก็เป็นดังคาด... เขาถอนริมฝีปากออก แล้วมองหน้าผม
มาโมรุกำลังร้องไห้...
หยดน้ำจากดวงตาคู่สวยของเขาค่อยๆ ร่วงลงบนแก้มของผม
บ้าชะมัด... ฉันเป็นคนถูกกระทำนะฟ่ย แล้วนายจะร้องไห้ทำไม
"มาโกะ... ฉันรักนายนะ... ฉันรักนาย..."
เสียงทุ้มของมาโมรุดังวนเวียนอยู่ข้างหู แต่ผมกลับได้ยินมันก้องกังวานอยู่ภายในใจ
ผมหลับตาแน่น ข่มความรู้สึกส่วนลึกที่ผมจัดการผนึกมันไว้อย่างดี
"ได้โปรด... อย่าทำแบบนี้... มาโมรุ... นายเข้าใจทุกอย่างดีแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ฉันเข้าใจทุกอย่างดี... ฉันพร้อมที่จะเข้าใจนายเสมอ... แต่นายต่างหาก... นายพยายามที่จะหนีจากฉันไป นายรังเกียจน้องชายอย่างฉันใช่มั้ย"
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ผมรู้ดีว่านี่เป็นผลจากการหลบหน้าเขาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่... ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะเป็นขนาดนี้
"มาโมรุ..."
ผมยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้เขา
"เลิกสงสารฉันซักที!!!"
ผมสะดุ้ง ชักมือกลับ มาโมรุคว้าข้อมือผมกดลงบนที่นอน
"แล้วก็อย่ามาปลอบฉันเหมือนเด็กๆ ด้วย ฉันไม่ใช่เด็กอีกแล้ว!! เลิกยัดเยียดความเป็นเด็กให้กับฉันซะที"
จู่ๆ ความกลัวก็แล่นเข้ามาในหัวของผม ผมเผลอขยับถอยจากร่างสูงที่คร่อมอยู่ด้านบน
"นะ... นายเป็นบ้าอะไรของนาย"
"ใช่... ฉันมันบ้ามาตลอดเลยล่ะ มาโกะ... ฉันคิดว่าการเป็นน้องจะทำให้ฉันได้อยู่กับนายตลอดไป... แต่สุดท้าย พอนายรู้ว่าฉันคิดยังไงกับนาย นายก็ไปจากฉันอยู่ดี"
"นายพูดอะไร... ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย ฉันก็แค่"
"พอที มาโกะ... ฉันไม่อยากฟัง ฉันจะไม่ฟังนายอีกต่อไปแล้ว..."
ผมนิ่งอึ้ง ในหัวพยายามคิดวิธีพูดที่พอจะทำให้หมอนี่เย็นลงบ้าง... แต่สมองผมตอนนี้มันล้าเหลือเกิน...
ดวงตาของมาโมรุที่กำลังมองเข้ามาในตาของผมเหมือนจะเค้นหาความในใจออกมาให้ทะลุปรุโปร่งนั้น จะมองเห็นการต่อสู้มากมายภายในตัวผมบ้างรึเปล่า...
"อ๊ะ..."
ริมฝีปากที่ผมโหยหามานาน ก้มลงมาสัมผัสที่ซอกคออย่างนุ่มนวล แล้วค่อยๆ ทวีความหนักหน่วง ผมได้แต่ส่งเสียงคัดค้านต่อการกระทำของเขาอย่างแผ่วเบา แต่สำหรับผมนั่นเป็นเสียงคัดค้านความรู้สึกภายในของตัวเองมากกว่า
ไม่ได้... มาโกโตะ... เราต้องเข้มแข็งไว้ อีกฝ่ายคือน้องชายแท้ๆ ของตัวเองเชียวนะ
ผมพยายามนึกถึงสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ
ทว่า... สัมผัสของมาโมรุ... มันเร่าร้อน ผิดกับทุกครั้งที่ผ่านมา
"อย่า..."
ผมร้องครางเมื่อฝ่ามือของเขาสอดเข้ามาใต้เสื้อ ปลายนิ้วของเขาควานหายอดอก แล้วเค้นคลึงอย่างยั่วเย้า
ผมได้แต่กัดฟัน คุมสติตัวเองไม่ให้หลุดลอยไปกับความปรารถนาที่เริ่มคุกรุ่นภายในร่างกาย หวังว่าความผิดชอบชั่วดีของเขาจะกลับคืนมาอีกในไม่ช้าเช่นทุกที
มาโมรุระดมจูบไปทั่วใบหน้า แล้วมาหยุดลงที่ริมฝีปาก เขาแทรกลิ้นผ่านเข้ามา แล้วโลมเลียสำรวจภายในอย่างใจเย็น
ไม่... นั่นไม่ใช่อาการใจเย็นของเขา... แต่เขารู้ดีว่าเมื่อค่อยๆ ทำแบบนี้แล้วผมจะรู้สึกดีและยอมเปิดใจให้เขาต่างหาก
"อือ..."
น้ำตาเจ้ากรรมเอ่อขึ้นมา แล้วค่อยๆ ไหลออกทางหางตา ...ผมจะทัดทานความรู้สึกนี้ไปได้อีกนานซักแค่ไหนกันนะ...
มาโมรุถอนริมฝีปากออก ทว่ายังรู้สึกถึงลมหายใจออกที่หอบถี่ขึ้นที่ปลายจมูกของผม
"มาโกะ... เป็นของฉันเถอะนะ..."
ผมเบิกตาโพลง เหมือนคำพูดมันขึ้นมาจุกอยู่ที่อก
"อย่า... อย่านะ มาโมรุ... นายจะทำอะไรฉัน"
ผมกระถดถอยให้พ้นจากการสัมผัสของเขา แต่ร่างกายกลับไม่ค่อยยอมทำตามที่สมองสั่งการเอาเสียเลย
มาโมรุเปลี่ยนมากระซิบที่ข้างหู
"ได้โปรดเถอะนะมาโกะ... ฉันยอมทิ้งความเป็นน้องชาย... ฉันจะยอมสูญเสียทุกอย่าง นายจะเห็นฉันเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่นายยอมเป็นของฉันตลอดไปเท่านั้น"
"ไม่... มาโมรุ... นายตั้งสติหน่อยสิ นายก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้... อย่าทำแบบนี้ มาโมรุ อย่า..."
ผมครางทั้งที่ไม่อาจห้ามเขาได้เลย เรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ทว่ามาโมรุเหมือนไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว เขาจูบทั่วใบหน้าของผม ก่อนที่จะแนบปิดริมฝีปากที่ยังคงร้องปรามเขาไม่หยุด
ถ้าผมไม่เข้มแข็งในตอนนี้ คงไม่มีอะไรหยุดยั้งเขาไว้ได้อีกแล้ว
มาโมรุใช้หน้าแข้งกดต้นขาที่เริ่มดิ้นของผมไว้ข้างหนึ่ง แล้วเลื่อนมือลงไปปลดเข็มขัด ผมได้แต่จับข้อมือของเขาไว้ แล้วพยายามดึงออกสุดชีวิต แต่ปลายลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดกันอยู่ภายในช่องปากของผม ทำให้ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะหายใจ
เพียงไม่กี่นาที กางเกงก็ถูกเปลื้องออกไป
ความอับอายต่อการถูกกระทำเช่นนี้เข้ามาจู่โจมในทันที
ผมออกแรงขัดขืนมากขึ้น แต่สุดท้ายเรี่ยวแรงที่รวบรวมขึ้นมาได้อีกครั้งต้องอ่อนยวบเมื่อเจอสัมผัสร้อนๆ ของฝ่ามือที่หว่างขา
"อา... มาโมรุ... อย่า..."
มาโมรุถอนริมฝีปากแล้วจ้องหน้าผม เขาเลียรอบปากเหมือนเพิ่งกินอาหารรสเยี่ยมเข้าไป แล้วยิ้มที่มุมปาก
มาโมรุในตอนนี้ไม่มีความปรานีให้ผมอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ว่าผมจะร้องไห้ น้ำตาไหลเป็นทางสักเท่าไหร่ก็ตาม
ผมสะดุ้งเฮือก เมื่อปลายนิ้วของเขาเล้าโลมอยู่ที่ต้นขา
"อย่ากลัวไปเลยน่า... พี่ชาย... รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าฉันจะทำอะไร ฉันไม่ฆ่าพี่หรอกน่า..."
เสียงเย็นชาของมาโมรุ ปลุกความกลัวขึ้นมาจากทุกขุมขน ณ ตอนนี้... สิ่งที่ผมสนใจไม่ใช่ความเป็นพี่เป็นน้อง หรือแม้แต่ความรู้สึกของทุกคนในครอบครัวอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือความกลัวที่แล่นเข้ามาจากจิตใต้สำนึกของตัวเอง
คนที่อยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้... ไม่ใช่น้องชายผมคนเดิมอีกต่อไป... เขากลายเป็นอีกคนที่ผมไม่รู้จักไปแล้ว
อีกคนที่ผมไม่รู้จัก... อีกคนที่ส่วนลึกในใจของผมอยากจะสัมผัสเขา อีกคนซึ่งแฝงตัวอยู่ภายใต้ใบหน้าอันงดงามของมาโมรุโดยที่เขาไม่เคยเผยออกมาให้เห็น
แม้จะเจ็บใจตัวเอง... แต่นี่แหละ มาโมรุที่ผมหลงใหล มาโมรุที่ท้าทายความกระหายใคร่รู้ของผม
ผมใจเต้นระทึก บ้าที่สุด... ทำไมผมต้องชื่นชมน้องชายตัวเองในสภาพหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้นะ
ดวงตาคู่สวยของมาโมรุจ้องลงมายังผม ราวกับพยายามทะลวงกำแพงแห่งความรู้สึกที่ซ่อนอยู่หลังม่านตาอีกฝ่าย ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อที่กำลังถูกงูสะกดจิต
ห้องทั้งห้องเงียบกริบ ไม่มีเสียงใดๆ
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างฝืดคอ คราวนี้ถ้าผมไม่ขัดขืนอย่างสุดชีวิตล่ะก็ เห็นทีคงไม่รอด
ทว่าทันทีที่ผมขยับตัวเพื่อยันตัวเองให้ลุกขึ้น มาโมรุก็เข้าตะปบที่ไหล่ทั้งสองข้าง แล้วกดผมให้จมลงบนที่นอน
"ปล่อยนะ... มาโมรุ อย่าทำแบบนี้"
ผมขืนตัวให้ลุกขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่เป็นผล เมื่อมาโมรุโถมร่างกายเข้าทาบทับ แล้วแทรกเบียดตัวเข้ามาที่ระหว่างขา
ผมหน้าร้อนฉ่า เมื่อรู้สึกถึงร่างกายที่ใหญ่โตขึ้นของอีกฝ่าย
"ไม่นะ... มาโมรุ... ไม่"
ผมตะโกนออกมาสุดเสียง ทว่าดูเหมือนจะโดนเสียงโครมครามของหัวใจกลบจนไม่ได้ยินแม้แต่คำพูดของตัวเอง
"ฉันรักนายนะ มาโกะ... ฉันรักนาย"
มาโมรุกระซิบวนเวียนอยู่ข้างหู มือค่อยๆ เลื่อนลงมายังสะโพก แล้วยกขึ้นไปพาดบนหน้าขาของเขา
รักเหรอ... นายรักฉันแล้วทำร้ายกันแบบนี้น่ะเหรอ?
ผมเกร็งขาขืนตัวเต็มที่ มือและแขนที่เป็นอิสระทั้งผลักทั้งดันเขาออกจากตัว
คำบอกรักยังคงพร่ำอยู่ที่ข้างหู ในขณะที่ผมส่ายศีรษะทั้งน้ำตา
ไม่นะ... มาโมรุ... ถ้าขืนนายยังฝืนทำต่อจากนี้ล่ะก็... ฉันต้องตายแน่ๆ นายได้ฆ่าฉันจริงแน่ๆ
มาโมรุซุกไซ้ที่คอ แล้วเรื่อยลงไปยังแผ่นอก
เขาจูบไปทั่วราวกับกำลังครอบครองทุกพื้นที่ในร่างกายของผมอย่างที่เขาเคยพูดไว้จริงๆ
และในไม่กี่วินาทีต่อมา ความกลัวที่ผมรอคอยก็เกิดขึ้น เมื่อร่างกายของมาโมรุเบียดแทรกเข้ามาภายใน
"อ๊า..."
บ้าชิบ... นาย... ไม่ได้เตรียมอะไรให้ฉันเลย นายจะฆ่าฉันรึยังไง
ผมรู้สึกรวดร้าวทั้งตัว มือที่ผลักที่ขืนหมดสิ้นเรี่ยวแรง ผมได้แต่กำแขนเสื้อของอีกฝ่ายแน่น เหงื่อผุดพรายขึ้นมาทั่วใบหน้า
มาโมรุส่งเสียงเบาๆ ขณะออกแรงขยับร่างกายเพื่อให้เคลื่อนเข้าสู่ช่องทางได้อย่างถนัด
ผมร้องครวญครางอย่างเจ็บปวดระคนอึดอัด
มาโมรุ… ได้โปรด... ออกไปก่อน
มาโมรุไหวสะโพกเข้าออกช้าๆ ทว่ายิ่งทำก็ยิ่งเจ็บด้วยกันทั้งคู่ ร่างกายผมไม่อาจรับมือกับผู้รุกรานที่กำยำและแข็งแกร่งนั้นได้ จึงได้แต่เกร็งไปทั้งขาอย่างขัดขืน
"มาโกะ... อย่าเกร็งสิ"
เด็กบ้า... มาสั่งฉันได้ยังไง เพราะนายนั่นแหละ เพราะนายคนเดียว
"เจ็บ... มาโมรุ... พอเถอะนะ... ฉันเจ็บเหลือเกิน..."
ผมปล่อยโฮออกมาโดยไม่อายอีกต่อไปแล้ว ผม... จะตายมั้ยนี่
มาโมรุยังคงฝืนขยับต่อ ร่างกายผมเหมือนถูกบดขยี้จนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี ทางเดียวที่ทำได้คือสูดหายใจลึกๆ แล้วพยายามลดการต่อต้านลง
ซักพักความเจ็บปวดเริ่มเบาบาง แรงเสียดสีจากภายในทำให้ในท้องรู้สึกวาบหวามอย่างบอกไม่ถูก
"อ๊ะ... ฮะ... อึก"
ผมโอบยึดรอบคอร่างสูงตรงหน้าเพื่อประคองร่างกายไม่ให้ไหลไปตามแรงกระแทก ไอร้อนจากตัวเขาให้ความรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก ผมได้แต่กัดฟัน รับความรู้สึกเสียวซ่านแปลกๆ ที่ถาโถมเข้ามาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความรู้สึกนี้... มันจะไปจบที่ไหนกันนะ
มาโมรุขยับกายเร็วยิ่งขึ้น ทว่าอ่อนโยนลงกว่าในช่วงแรก
"อือ... อือ..."
ผมเผลอส่งเสียงครางที่น่าเกลียดออกมา มาโมรุยิ้มอย่างพอใจ แล้วจุมพิตปลอบประโลมอย่างอ่อนหวาน
ในหัวของผมตอนนี้ขาวโพลนไปหมด อยากขัดขืน แต่ไม่อาจต่อต้านอะไรได้ ผมกลัวความเจ็บปวดเมื่อครู่เหลือเกิน... สิ่งที่รู้สึกดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ ยอมให้น้องชายสุดที่รักฝังร่างกายลึกเข้ามาเรื่อยๆ ภายในตัวผม
"มาโกะ... รัก... รักที่สุด"
เสียงกระซิบแผ่วดังวนเวียนอยู่แถวใบหน้า ผมได้แต่ปรือตามองรอยยิ้มของอีกฝ่าย
ให้ตายเถอะ... ทำไมหมอนี่มันถึงยังงดงามเจิดจ้าแม้แต่ในเวลาแบบนี้นะ
มาโมรุอ้อยอิ่งฝังกายอยู่เนิ่นนาน ผมรู้สึกอึดอัดกับการเป็นหนึ่งเดียวแบบนี้ สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายขยับสะโพกตัวเองบ้าง
ได้โปรดเถอะ... รีบๆ ทำให้มันจบเสียที ฉันจะขาดใจอยู่แล้ว
"อ๊ะ... ขอโทษนะพี่ชาย..."
เขาครางเสียงกระเส่า
บ้าเอ๊ย... โดนนายข่มขืนแล้วยังต้องมาบริการให้จนจบอีกเรอะ เจ้าเด็กอ่อนหัด
"อ๊า..."
ของเหลวอุ่นอาบทั่วภายในร่างกายของผม
มาโมรุคลายคิ้วที่ขมวดเมื่อครู่ จุมพิตเบาๆ บนเม็ดเหงื่อที่หน้าผากและไรผม ก่อนถอนร่างกายออกไป แล้วทิ้งตัวนอนทับผมราวกับตัวเองเป็นผ้าห่ม
ผมหายใจหอบถี่เป็นจังหวะเดียวกันกับเจ้าตัวดีที่อยู่ด้านบน ปล่อยมือจากรอบคอเขาแล้วกางแผ่ข้างตัวอย่างเหนื่อยอ่อน
เมื่อกี้มันอะไรกัน...
ให้ตายเถอะ... มันเกิดขึ้นจนได้
ผมช็อคอย่างบอกไม่ถูก ทว่า ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น สติของผมก็ดับวูบลงเพราะความอ่อนล้า
เสียงเรียกเข้าดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ
ผมดันร่างสูงที่นอนทับร่างกายผมหลับไม่รู้เรื่องออกไป แล้วเอื้อมมือป่ายแปะไปทั่วเพื่อควานหาต้นตอของเสียง
โทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงที่ถูกเหวี่ยงลงบนพื้นข้างเตียง
ผมยื่นมือลงไปหยิบทั้งที่ตัวยังนอนอยู่
"ฮัลโหล..."
เสียงอ่อนโยนที่ดังมาจากอีกฟากหนึ่งของโทรศัพท์ทำให้ตาสว่างขึ้นมา
"แม่..."
ผมหันไปมองอีกคนหนึ่งที่อยู่บนเตียง เขาตื่นแล้ว... และกำลังนอนตะแคงหรี่ตามองมาที่ผม
"ทำอะไรอยู่ แม่โทรเข้าตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่ยอมรับสายเลย"
ผมพลิกตัวหันหลังให้น้องชายตัวดี แล้วทำท่าจะลุกจากเตียง แต่ก็โดนรั้งไว้ด้วยอ้อมแขนที่เอื้อมมาคว้าตัวไว้ก่อน
"ขอโทษครับแม่ นอนเพลินเลยไม่ได้ยิน"
"หลับแต่หัววันเลยเหรอลูก ไม่สบายรึเปล่า"
"เปล่าครับ... แค่เหนื่อย... อ๊ะ..."
มาโมรุกดริมฝีปากลงที่ซอกคอ ทำเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"เป็นอะไรรึเปล่า มาโกะจัง... เสียงเมื่อกี้"
ผมเบี่ยงตัวหนีการจู่โจมของมาโมรุ ทว่า มือเขายังคงลูบไล้อยู่แถวหน้าอก
"ปะ... เปล่าครับ แม่มีอะไรรึเปล่า"
ผมแกะมือซุกซนของน้องชายออก เขาจึงแย่งโทรศัพท์จากมือผมไปขณะที่แม่ยังพูดอยู่
"ฮัลโหล... แม่จ๋า..."
มาโมรุทำเสียงออดอ้อน พลางคว้าข้อมือผมซึ่งกำลังจะแย่งของคืน
"อ้าว มาโมะจัง อยู่ด้วยกันหรอกเหรอ เป็นไงบ้างลูก"
"สบายดี แฮปปี้สุดๆ"
หนอย... ทำเป็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หมั่นไส้นัก
ผมกำลังจะลุกขึ้น ปล่อยให้น้องชายคุยกับแม่ไป ทว่ามาโมรุรีบพลิกตัวผมให้นอนหงาย แล้วขึ้นมานอนคร่อม
"เฮ่ย... ออกไปนะ!"
ผมทำเสียงดุ อีกฝ่ายจึงทาบนิ้วชี้บนริมฝีปาก แล้วชี้มาที่โทรศัพท์
ผมสะบัดหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิด ปล่อยให้มาโมรุคุยกับแม่ต่อไป ต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ ทุเรศที่สุด
มาโมรุโถมตัวลงมา แล้วเท้าคางลงบนหมอนข้างศีรษะของผม พลางคุยโทรศัพท์โดยไม่สนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง
หนอย... เจ้าเด็กเอาแต่ใจ ตัวเองจะโทรศัพท์ทำไมต้องเดือดร้อนคนอื่นด้วย
ขณะคุยกับแม่ มือข้างที่เท้าคางก็เปลี่ยนมาวุ่นวายบนหัวผม ดวงตาของเขาก้มลงมองหน้าผมเป็นประกาย
ซักพักก็ยื่นโทรศัพท์ให้
"เอ้า แม่จะคุยกับนายแน่ะ"
ผมรับโทรศัพท์มาคุยทั้งยังนอนอยู่ในท่านั้น
"มาโกะจัง... กินข้าวรึยังลูก"
แม่ถามอย่างเป็นห่วง เมื่อครู่มาโมรุดันบอกแม่ไปว่าผมกลับมาก็หลับเป็นตาย
หนอย... เพราะใครกันเล่า เป็นเพราะใคร!!?
"ก็กำลังจะหาอะไรกินอยู่น่ะครับ ไม่ต้องห่วง"
ผมพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด
เจ้ามาโมรุเริ่มรุกรานที่ใบหูและแก้มของผมอีกครั้ง
อา... อยากจะครางออกมาให้สุดเสียง ทำไมร่างกายผมจึงไวต่อสัมผัสของหมอนี่เหลือเกินนะ
"เมื่อกี้แม่บอกมาโมะจังไปแล้วล่ะว่าเดือนหน้าพ่อกับแม่จะกลับไปเยี่ยม อยากได้อะไรรึเปล่า"
ผมเบือนหน้าหลบการหยอกเย้าที่ไม่เข้าท่าของร่างสูงเบื้องบน
"อืม... ก็นิดหน่อยครับ เดี๋ยวผมจะส่งเมลไปให้ดูแล้วกัน"
ผมสะกดอารมณ์ที่กำลังถูกเด็กซนเริ่มปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
"งั้นไปหาอะไรกินให้อิ่มท้องเถอะ อย่าลืมกินวิตามินด้วยล่ะ แล้วก็ดูแลน้องดีๆ นะลูก"
ผมตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินประโยคสุดท้าย... ในหัวมันขาวโพลนไปหมด
"ไม่ต้องห่วงนะครับแม่ ผมจะดูแลมาโกะอย่างดี"
มาโมรุยื่นหน้าลงมาพูดแทรกลงไปในโทรศัพท์
"จ้า... เราก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยล่ะ มาโมะจัง"
แม่วางสายไปแล้ว...
มาโมรุดึงโทรศัพท์ออกจากหูของผม ประทับจูบที่ริมฝีปากอย่างดูดดื่ม แต่แล้วก็ต้องหยุดเมื่อผมเริ่มสะอื้น
"มาโกะ..."
เขาเช็ดน้ำตาที่ไหลเป็นทางจากหางตาของผม
บ้าชะมัด... นี่ผมทำอะไรลงไป...
ผมมองหน้าน้องชายอย่างเหม่อลอย ในใจเต็มไปด้วยความสับสนจนคิดอะไรไม่ออก
"ฮึก... ฮึก... ฮึก..."
ผมสะอื้นฮักออกมาโดยไม่อายคนตรงหน้าอีกต่อไป
"มาโกะ"
เจ้าตัวดีหน้าสลดลงไปทันที เขาก้มลงกอดผมไว้แน่น ราวกับจะไม่ยอมปล่อยให้ผมไปไหนทั้งนั้น
"ฉันขอโทษ... มาโกะ... ฉันขอโทษ... นายจะโกรธจะเกลียดฉันก็ได้ ฉันยอม แต่อย่าทิ้งฉันไปนะ"
ไอ้เด็กบ้า... ทีตอนทำไม่คิด ถ้าฉันโกรธ ฉันเกลียดนายได้ ฉันคงไม่มาร้องไห้โฮอย่างน่าสมเพชแบบนี้หรอกเฟ่ย
มาโมรุยังคงเรียกชื่อผมอย่างอ่อนโยนไม่หยุด เขาเองก็คงกำลังร้องไห้อยู่ด้วยเช่นกัน แต่ผมไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้ว วินาทีนี้ผมอยากปลดปล่อยความสับสนต่างๆ ออกมาทางน้ำตาให้หมดสิ้นไปจากหัวใจ
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:19:20 by ★ひまじん★