...ระหว่างเรา... [16] อ่อนแอ

posted on 16 Nov 2007 22:43 by i-am-hima  in fiction

  * คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                ผมบิดผ้าขนหนูที่ชุบน้ำแล้วพับสองทบ ก่อนจะจับแขนของอีกฝ่ายขึ้นมาเช็ดอย่างเบามือ
                บ้าที่สุด...
                ทำไมผมต้องมานั่งพยาบาลคนที่ทำให้ผมเจ็บระบมไปทั้งตัวเมื่อคืนนี้ด้วยนะ ที่สำคัญ คนจับไข้น่าจะเป็นผมมากกว่ามิใช่หรือ
                "มาโกะ... มาโกะ... อย่าทิ้งฉันไปนะ"
                "เออ... รู้แล้ว ฉันอยู่ตรงนี้แหละ นอนเงียบๆ ได้มั้ย"
                ผมเอ่ยอย่างรำคาญ
                ไอ้เด็กบ้า เวลาป่วยอ้อนเอาอ้อนเอายังกับเด็กเล็กๆ ไม่รู้จักอาย ไหนว่าไม่เด็กแล้วไง?
                "มาโกะ..."
                "อะไรอีก..."
                "นอนด้วยกันหน่อยสิ... ฉันเหงา"
                ผมเดือดปุดขึ้นมา แต่พอหันไปสบสายตาเว้าวอนของมาโมรุแล้วก็ใจอ่อนขึ้นมานิดหน่อย
                "เดี๋ยวคืนนี้ฉันให้มายุมิมานอนกับนายแทนแล้วกัน"
                ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เช็ดตัวหมอนั่นต่อ
                "ใจร้าย... ไม่สงสารน้องชายตาดำๆ ของนายมั่งเหรอ"
                ผมหันไปค้อนควับอย่างเหลืออด
                "มีน้องชายที่ไหนเขาทำกับพี่ชายอย่างเมื่อคืน หา?"
                มาโมรุหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย จะว่าไปก็น่าสงสารจริงๆ นั่นแหละ เฮ้อ... ทำไมผมถึงเกลียดหมอนี่ไม่ลงซักที
                "นาย... ยังเจ็บอยู่รึเปล่า"
                ผมถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินคำถาม
                ฮึ่ม... ก็เพราะใครกันเล่า วันนี้ฉันถึงกับไม่มีแรงเดิน นี่ถ้าไม่ติดว่านายนอนป่วยล่ะก็ ฉันไม่มีทางฝืนสังขารมาทำนู่นทำนี่ให้หรอกนะ
                ท่าทีเย็นชาของผมคงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
                ผมหย่อนผ้าขนหนูลงในกาละมังใส่น้ำ แล้วถือเดินออกไปนอกห้อง
                "มาโกะ... จะไปไหน นายบอกว่าจะอยู่กับฉันไง..."
                "เออ... นอนไปเหอะน่า เลิกงอแงซะที ฉันแค่จะอุ่นข้าวให้นาย พอใจรึยัง"
                ผมตะโกนกลับไปอย่างระอา

                สุดท้าย... ผมก็ไม่มีเวลามากลุ้มใจเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อยู่ดี
                ตอนเช้าผมลืมตาตื่นก็พบว่ามาโมรุมีไข้ สงสัยเป็นเพราะถอดเสื้อนอนทั้งคืน... สมน้ำหน้า
                เจ้าเด็กนั่นก็เหลือเกิน... ดันมาไข้ขึ้นตอนนอนห้องคนอื่น จะแบกกลับห้องตัวเองก็ไม่ไหวเพราะผมเองก็ร่างกายบอบช้ำไปหมดเหมือนกัน เลยต้องปล่อยให้เขายึดเตียงยึดห้อง แล้วพยาบาลกันไป

                ผมนี่มันน่าจะได้รับรางวัลพี่ชายดีเด่นแห่งชาติจริงๆ ให้ตายเหอะ

                จริงสิ... วันนี้ยังไม่มีเสียงโทรศัพท์จากเซโกะเลย เพราะอะไรกันนะ?
                ผมล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบมือถือออกมาดู
                ไม่มีจริงๆ ด้วย...
                ว่าแล้วผมก็จัดแจงโทรออก
                "ฮัลโหล..."
                เสียงเคนตะรับสาย
                "อ้าว เคนตะ ทำไมโทรศัพท์เซโกะอยู่ที่นาย?"
                ผมถามอย่างแปลกใจ หรือว่าเซโกะหลับอยู่?
                "เปล่าครับ คือว่าตอนนี้เซโกะอยู่ห้องไอซียู เมื่อเช้าหัวใจล้มเหลว"
                ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว... ไม่จริงใช่มั้ย...
                "แต่ว่าตอนนี้หมอช่วยไว้แล้ว รอดูอาการกันต่อไปครับ อาจต้องเลื่อนการผ่าตัดให้เร็วขึ้น"
                เสียงเคนตะฟังดูสงบ ผิดกับอารมณ์ของผมที่เริ่มกระวนกระวายใจ
                ผมมองไปยังประตูห้องของตัวเอง... แย่จริง มาโมรุดันป่วยอยู่ที่นี่ ผมควรจะเลือกทางไหนดี
                "มาโกโตะซัง... คือว่า... เซโกะจังฝากจดหมายเอาไว้ ช่วยมารับหน่อยได้มั้ยครับ"
                "เอ่อ... ได้สิ งั้นเดี๋ยวฉันจะไปโรงพยาบาลนะ ยังไงนายช่วยบอกความคืบหน้าฉันทีแล้วกัน"
                "ครับ... ขอบคุณครับ... มาโกโตะซัง"

                ผมตักข้าวต้มที่ทำเองอย่างทุลักทุเลใส่ถ้วย แล้วยกเข้าไปให้เจ้าตัวแสบที่นอนแบ่บในห้อง
                "มาโมรุ... เดี๋ยวนายกินนี่เสร็จแล้วนอนพักผ่อนซะ"
                ผมวางถาดข้าวไว้บนโต๊ะที่หัวเตียง
                "นายจะไปไหนอ่ะ... ไหนบอกฉันว่าจะไม่ทิ้งฉันไปไงล่ะ"
                มาโมรุทำเสียงงอนๆ
                ผมเลยทำตาเขียวพร้อมกับแผ่รังสีอำมหิตใส่
                "จะบอกให้นะ นายไม่มีสิทธิมาเรียกร้องอะไรตอนนี้ จำได้รึเปล่าว่าเมื่อคืนนายทำอะไรไว้กับฉัน ฉันยังไม่ได้จัดการเฉ่งนายเลย"
                มาโมรุหน้าจ๋อยลง เฮ้อ... ให้ตายเถอะ นี่ผมต้องแพ้ความเป็นเด็กของหมอนี่ไปตลอดเลยใช่มั้ย
                "เอาล่ะ... ฟังนะ... นายจำเซโกะได้รึเปล่า เซโกะที่อยู่กลุ่มเดียวกับฉันตั้งแต่ประถมยันม.ต้นไง"
                ผมเริ่มเล่าเรื่องของตัวเองอย่างคร่าวๆ
                มาโมรุทำท่าคิดแล้วผงกหัว
                "เซโกะไม่สบาย... อาการของยัยนั่นอาจถึงชีวิต ฉันต้องรีบไป นายเข้าใจมั้ย"
                "อย่าบอกนะ... ว่าเป็นเซโกะเดียวกับที่นายโทรคุยตลอดช่วงนี้"
                ผมพยักหน้า
                "ใช่ ไว้กลับมาแล้วฉันจะเล่าให้นายฟังทั้งหมด แต่ตอนนี้ขอร้องล่ะ... ช่วยนอนอยู่คนเดียวไปก่อนได้รึเปล่า"
                มาโมรุคว้าข้อมือผมไว้
                "มาโกะ... จะกลับมากี่โมง"
                ผมมองนาฬิกา นี่ก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่าแล้ว
                "ยังไม่รู้เลย... แล้วแต่อาการของเซโกะ"
                "ใช่สิ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็เซโกะ ฉันไม่มีความหมายแล้ว"
                ผมบีบไหล่ทั้งสองข้างของคนตรงหน้า
                "ฟังนะ... เซโกะเพื่อนฉันกำลังจะตาย... ถ้าฉันไม่ไปตอนนี้ ฉันอาจเสียใจไปตลอดชีวิต"
                มาโมรุนิ่งไปนิดหนึ่ง
                "ก็ได้ งั้นฉันจะรอนาย สัญญานะว่าจะรีบกลับ"
                ผมขยี้หัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูแกมหมั่นไส้
                "ไอ้ลูกแหง่เอ๊ย... บ่ายๆ มายุมิก็กลับ พอนายกินยาแล้วนอนหลับก็ไม่รู้เรื่องแล้ว"
                พูดจบผมก็ลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วรีบออกจากบ้าน

 

 

                มาโกโตะจะเกลียดผมรึเปล่านะ...
                ทั้งที่ผมทำแบบนั้นกับเขาเมื่อคืน แต่เขายังดูแลและพูดคุยกับผมเหมือนปกติ
                แสดงว่าผมยังไม่สูญเสียพี่ชายของผมไปใช่มั้ย? หรือว่าจริงๆ แล้ว เขากำลังพยายามยัดเยียดความเป็นน้องชายมาให้ผมอย่างเต็มที่?
                แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก... มาโกโตะเป็นของผมแล้ว ผมไม่ยอมเป็นน้องเพียงอย่างเดียวหรอกนะ
                สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน... ผมเสียใจนิดหน่อยที่ทำให้มาโกโตะเจ็บ แต่ก็ต้องขอบคุณเซโกะ ที่ทำให้ผมหึงจนหน้ามืดจัดการเผด็จศึกมาโกโตะจนสำเร็จ ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่าผู้หญิงที่มาโกโตะให้ความเอาใจใส่อย่างจริงจังจนผิดวิสัยคนนั้น คือรุ่นพี่เซโกะที่เคยเป็นเพื่อนสนิทของมาโกโตะ แถมยังไม่สบายหนักอีกต่างหาก ผมเลยนึกว่ามาโกโตะจะเอาจริง บวกกับท่าทีหมางเมินของเขาที่มีต่อผม คนมีชนักปักหลังอย่างผมก็อดกระวนกระวายใจไม่ได้สิครับ

                แต่มาถึงตอนนี้ผมรู้ดีแล้วว่า... คนใจอ่อนอย่างมาโกโตะน่ะ ไม่มีวันทิ้งผมอย่างแน่นอน ต่อจากนี้ไปผมจะทำทุกอย่างให้เขาอยู่กับผมให้ได้ ถึงแม้ว่าจะต้องแสดงบทบาทเป็นน้องชายผมก็ยอม
                สำหรับผม... มาโกโตะไม่ใช่แค่พี่ชายมาตั้งนานแล้ว...
                สิ่งเดียวที่ผมต้องทำต่อจากนี้ก็คือ... ทำทุกวิถีทางให้เขาหันมารักผมอย่างที่ผมรักเขา
                ไม่ว่าจะต้องใช้เล่ห์กลซักเท่าไหร่ ผมก็จะทำ
                อย่างน้อย... ผมก็เหนือกว่าคนอื่นๆ ตรงที่ผมรู้จักมาโกโตะดีกว่าใครๆ ผมรู้จักมาโกโตะมานานกว่าใครๆ

 

 

"มาโกโตะเพื่อนรัก

                ฉันขอบใจสำหรับสิ่งดีๆ ที่นายมีให้มาตลอดจนถึงวันนี้ นายเป็นเพื่อนแท้ของฉันจริงๆ ตลอดเวลาที่เราเล่นเป็นแฟนกัน ฉันมีความสุขมากๆ

                ฉันรู้ดีว่าเวลาของฉันเหลือน้อยแล้ว แต่อย่าเศร้าไปเลยนะเพื่อน นายควรภูมิใจที่ทำให้ความปรารถนาของฉันเป็นจริง

                ฉันไม่รู้ว่าหลังจากคืนนี้ไป ฉันจะได้ลืมตาเห็นหน้านายเป็นครั้งสุดท้ายมั้ย ฉันเหนื่อย... เหนื่อยมากอย่างบอกไม่ถูก ฉันรู้สึกลึกๆ ว่าฉันคงไม่ไหวอีกแล้ว นายอย่าหาว่าฉันท้อเลยนะ อย่างน้อย ฉันก็จะฮึดสู้จนเขียนจดหมายฉบับนี้จนเสร็จให้ได้ล่ะน่า ฮ่าๆๆๆ

                นี่ มาโกโตะ ชีวิตคนเราเนี่ย มันสั้นนะ ดูอย่างฉันสิ ใครจะคิดบ้างล่ะว่านักกีฬาแข็งแรงบึกบึนอย่างฉัน วันดีคืนดีจะมาเป็นโรคที่ทำให้ต้องนอนรอความตายแบบนี้... หลังจากผ่านพ้นคืนวันอันโหดร้ายมาหลายปี ฉันถึงได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่ความผิดของใครเลย คนมันถึงฆาตมันก็ต้องไป ต่อให้ฉันไม่ป่วยไข้ แต่ถ้าฉันต้องตาย มันก็ต้องมีเหตุการณ์อื่นมาฆ่าฉันให้ตายอยู่ดี ฉันทำใจได้แล้วล่ะ ตอนนี้ฉันขอบคุณโรคภัยไข้เจ็บด้วยซ้ำ ที่ทำให้ฉันมีโอกาสเตรียมตัวเตรียมใจ และทำหลายๆ อย่างที่ฉันอยากทำก่อนที่จะไป

                มาโกโตะ... นายเป็นคนฉลาด นายเข้าอกเข้าใจอะไรได้ง่ายๆ เสมอ แต่นายอย่าลืมเข้าใจตัวเองด้วยล่ะ

                แย่จัง... ฉันมีเรื่องอยากบอกนายตั้งหลายอย่าง แต่ตอนนี้ดันนึกไม่ออก เขียนได้เท่านี้แหละ แต่ช่างมันเถอะ ยังไงนายก็มีความทรงจำของพวกเราอยู่ตั้งหลายปีนี่นา อย่าลืมคิดถึงมันบ้างล่ะ

                สุดท้าย... ฉันดีใจจริงๆ ที่มีเพื่อนอย่างนาย... ฉันไปล่ะนะ

                                                                                                                เซโกะ"


                ผมอ่านจดหมายน้ำตาคลอ...
                ผมมาช้าไป เซโกะไม่อยู่อีกแล้ว
                บรรดาเพื่อนเก่าที่มาเฝ้าดูใจอีกสามคนนั่งลงข้างๆ ผมแล้วช่วยกันตบไหล่ ทั้งที่สีหน้าของแต่ละคนก็ไม่ได้ต่างจากผมสักเท่าไหร่นัก
                "ขอบคุณที่มานะครับ"
                เคนตะยืนซึมต่อหน้าพวกเรา หมอนี่ควรจะเป็นคนที่เสียใจที่สุด แต่กลับคอยติดต่อคนนู้นคนนี้ให้พี่สาวอย่างเข้มแข็ง
                "น่าเสียดาย... อีกแค่ไม่กี่วันก็จะเข้ารับการผ่าตัดแล้วแท้ๆ"
                เพื่อนคนหนึ่งเอื้อมมือไปบีบไหล่ของเคนตะ จากนั้นเคนตะก็ขอตัวไปดูแลพ่อแม่และครอบครัวคนอื่นๆ

 

                ผมกลับบ้านด้วยอารมณ์หดหู่
                ต่อไปนี้ผมจะไม่ได้เห็นหน้าเซโกะอีกต่อไปแล้ว... คิดแล้วใจหาย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนที่เคยทำกิจกรรมหลายๆ อย่างร่วมกัน เคยพูดคุยเล่นหัวกันเป็นเวลาหลายปีคนนั้น ต่อจากนี้ไปจะไม่อยู่บนโลกนี้อีกแล้ว จะไม่มีโอกาสได้เจออีกแล้ว
                ทั้งๆ ที่เมื่อวานยังหัวเราะให้กันอยู่แท้ๆ...

                ผมเปิดประตูเข้าไปในบ้าน มายุมิกำลังผสมน้ำอุ่นใส่กาละมังอยู่หลังเคาน์เตอร์ในครัว
                "กลับมาแล้วเหรอ มาโกะจัง..."
                เธอส่งเสียงใสทักทาย
                แล้วต้องหน้าจ๋อยเมื่อเห็นสภาพของผม
                เธอวางมือจากของตรงหน้าแล้วเข้ามากอดอย่างอ่อนโยน
                "โอ๋... มาโกะจัง ใครทำอะไรมางั้นเหรอ"
                เป็นครั้งแรกที่ผมยอมให้น้องสาวลูบหัวเหมือนผมเป็นเด็กเล็กๆ
                ทันใดนั้นเองผมก็ปล่อยโฮออกมา
                ไม่ไหวแล้ว... ไม่ไหวแล้วจริงๆ...
                ผมปล่อยตัวเองร้องไห้ต่อไปสักพัก เมื่อสงบขึ้นเล็กน้อย มายุมิก็พาผมมานั่งที่เก้าอี้ แล้วรินนมในตู้เย็นมาให้
                "มาโกะจังไม่เป็นไรนะ"
                ผมพยักหน้า
                "งั้น มามิขอไปเช็ดตัวให้มาโมะจังก่อนแล้วกัน มาโกะจังหิวมั้ย กินอะไรมารึยัง"
                สาวน้อยตากลมโตยื่นหน้าเข้ามาถามอย่างเป็นห่วง
                "ไม่ต้องห่วงหรอก พี่ไม่เป็นไร"
                มายุมิเดินกลับไปทำสิ่งที่ค้างอยู่อย่างลังเล แล้วก็เข้าไปเช็ดตัวให้มาโมรุซึ่งน่าจะยังนอนอยู่ในห้องของผม

                บ้าชะมัด... ผมดันแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าน้องจนได้
                ผมไม่น่าทำให้มายุมิเป็นห่วงเลย
                คิดแล้วผมก็ฝืนใจเปิดตู้เย็นหาอะไรกินก่อนที่มายุมิจะออกมาแล้วจัดการทำให้
                จริงสิ... มาโมรุกินอะไรรึยังนะ? หรือว่าผมทำข้าวต้มเตรียมไว้ดี เผื่อเจ้าเด็กนั่นเกิดหิวขึ้นมาตอนดึกๆ ว่าแต่มายุมิกินข้าวรึยัง...? ดูจากสภาพอ่างล้างจานคาดว่ากินแล้ว... ข้าวแกงกะหรี่กับกุ้งเทมปุระ... ยังไม่ได้ล้างอีกต่างหาก
                ว่าแล้วผมก็จัดแจงเตรียมอาหาร ทั้งที่น้ำตายังไหลอาบแก้มไม่หยุด

 

                ผมเข้าห้องเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ทว่ามาโมรุไม่อยู่ที่นั่นแล้ว เตียงก็ถูกรื้อเปลี่ยนผ้าปูใหม่อย่างเรียบร้อย
                หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ผมก็เดินไปเยี่ยมน้องชายที่ห้องของเขา
                มาโมรุเผยอเปลือกตามองผมเล็กน้อย แล้วหลับตาลงนอนต่อ
                "กลับมาแล้วเหรอ... มาโกะ"
                เสียงเขาครางเครืออยู่ในคอ สงสัยคงเพิ่งตื่น
                ผมนั่งลงที่ขอบเตียง เอามือแตะแก้มและหน้าผากของอีกฝ่าย
                อืม... ไข้ลดไปเยอะแล้ว
                "ดีขึ้นมั้ย"
                เขาพยักหน้าแล้วพลิกตัวเข้ามากอดผมที่เอว
                "มาโกะ... นายไม่เป็นไรนะ"
                ผมยิ้มพลางลูบหัวอย่างเอ็นดู
                หมอนี่... ป่วยอยู่แท้ๆ ยังมีกะใจมาปลอบ
                "เธอ... ไม่อยู่แล้วล่ะ"
                ผมพูดเสียงเครือ
                มาโมรุผุดลุกขึ้นนั่งแล้วมองหน้าผม สีหน้าอึ้ง เบิกตาโพลง
                "ฉันขอโทษ... มาโกะ... ถ้านายเล่าให้ฉันฟังตั้งแต่แรก ฉันคงไม่หึงจนหน้ามืดตามัวทำร้ายนายแบบเมื่อคืนนี้ มาโกะ... ฉันขอโทษ..."
                "ช่างเถอะ... มันผ่านไปแล้วนี่"
                ผมยิ้มเจื่อน
                ทว่าดวงตาของมาโมรุฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาแว่บหนึ่ง
                บ้าชะมัด ตอนนี้ผมควรจะทำยังไงดี... ตอนนี้ระหว่างผมและมาโมรุทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดแล้ว
                "ฉันไม่ยอมให้มันผ่านไปหรอก... อย่าพูดแบบนี้อีกนะ มาโกะ... ได้โปรด อย่าทำเหมือนความรู้สึกของฉันไม่มีความหมาย"
                "แล้วจะให้ฉันทำยังไง... มาโมรุ... นายก็รู้อยู่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ฉันเป็นพี่ นายเป็นน้อง... นายอยากสูญเสียทุกอย่างระว่างเราไปงั้นเหรอ"
                ผมเริ่มน้ำตาคลอ
                มาโมรุสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเชยคางผมขึ้นสบตา ขณะนั้นเองน้ำตาที่เอ่อก็ไหลลงบนแก้ม
                "ฉันถามอะไรนายอย่างได้มั้ย... ฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง... เมื่อคืน... ถ้านายรังเกียจฉัน นายน่าจะขัดขืน นายจะถีบฉัน จะต่อยฉัน หรือจะเตะฉันให้กระเด็นตกเตียงไปเลยก็ได้... แต่ทำไมนายไม่ทำ... นายปล่อยให้ฉันรังแกนายทำไม?"
                ผมสะบัดหน้าหนีเพื่อหลบสายตาเขา
                "ฉันทำแล้ว..."
                "แต่นายไม่ได้ทำจนถึงที่สุด"
                บ้าชะมัด... นั่นเป็นคำพูดที่น่าเจ็บใจที่สุดสำหรับผมเลยทีเดียว ไอ้น้องบ้า... อย่ามาบีบให้จนมุมได้มั้ย
                "ฉะ... ฉันก็แค่เหนื่อย เมื่อวานฉันอ่อนแอมาก... ก็เลยหมดแรง"
                "หมดแรงงั้นเหรอ...?"
                มาโมรุหัวเราะหึแล้วกระซิบข้างหู
                "แต่ก็ช่วยกันจนจบเนี่ยนะ..."
                ผมลุกขึ้นทำท่าจะเดินหนี แต่มาโมรุรีบคว้าตัวไว้ทำให้ผมล้มหงายหลังลงไปนอนหนุนหน้าอกของเขาบนเตียง เขาโอบรอบตัวผมไว้แน่น
                "นายพูดบ้าอะไรของนาย... หยาบคายที่สุด ฉันอุตส่าห์ลืมไปหมดแล้ว"
                "ลืมเหรอ?... นาทีที่สำคัญขนาดนั้น... นายลืมได้ง่ายๆ รึไง?"
                "ปล่อยนะ... มาโมรุ ฉันไม่อยากคุยกับนายแล้ว"
                "ไม่ ฉันไม่ให้นายหนีไปง่ายๆ หรอก...  มาโกะ... ผิวขาวเนียนของนาย... ริมฝีปากของนาย... สัมผัสของนาย... กลิ่นกายของนาย... เสียงครางหวานๆ ของนาย ฉันจำได้หมดทุกอย่าง... ความอบอุ่น ความเจ็บปวด ความทรมานทุกอย่าง ฉันซึมซับมันไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วินาทีที่ฉันเป็นหนึ่งเดียวกับนาย... นึกออกมั้ย... มาโกะ... ฉันยังรู้สึกเหมือนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้ด้วยซ้ำ"
                ผมหลับตาแน่น ไม่... พอที... อย่ารื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก
                "ถ้านายยังยืนยันว่าลืมล่ะก็... ฉันขอพิสูจน์ซักหน่อยจะได้มั้ย"
                พูดจบมาโมรุก็กดผมลงบนที่นอน แล้วกอดปล้ำเหมือนคนเสียสติ
                "อย่า... มาโมรุ... ปล่อยนะ"
                ผมขัดขืนเต็มที่ ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย... ผมอยากตะโกนเรียกให้คนช่วย แต่ถ้ามายุมิเข้ามาเห็นพวกเราในสภาพนี้ล่ะก็...
                ผมกลั้นใจยันขาบนหน้าท้องของมาโมรุแล้วถีบออกไปสุดแรง
                ร่างสูงกระเด็นไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น
                "ชิ... ไม่น่าพูดชี้นำตั้งแต่แรกเลย"
                มาโมรุเบ้หน้าอย่างขัดใจ ในขณะที่ผมนั่งสะอึกสะอื้นตัวสั่นเหมือนเด็กผู้หญิงเพิ่งโดนตาแก่บ้ากามลวนลามมาไม่มีผิด
                "นายอยากให้ฉันพูดว่าอะไร... พูดว่ารักนายงั้นเหรอ เออ ใช่ ฉันรักนาย! ฉันรักนาย! ฉันรักนาย! เท่านี้พอใจรึยังล่ะ สะใจนายรึยัง? ฉันเคยขอนายแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าพรากน้องชายของฉันไป แล้วนายก็ทำจนได้ นายไม่เคยแคร์ความรู้สึกของฉันเลยซักนิด"
                มาโมรุลุกขึ้นมานั่งข้างๆ แล้วเอื้อมมือมาเพื่อปลอบใจ แต่ผมรีบผละตัวออกด้วยความระแวง เขาชักมือกลับอย่างตกใจระคนลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ฝืนดึงตัวผมไปกอด แล้วกดศีรษะผมให้ซบลงบนไหล่หนาของเขา
                "นายเองก็ไม่แคร์ฉันเหมือนกัน รู้ทั้งรู้ว่าฉันคิดยังไงกับนาย แต่นายก็ยังคบผู้หญิงอื่นให้ฉันเห็น โดยไม่เล่าอะไรให้ฟังเลยซักนิด นายปั่นหัวจนฉันหน้ามืด นายปล่อยให้ฉันโดดเดี่ยวเคว้งคว้างเหมือนฉันกำลังจะสูญเสียนายไป"
                มาโมรุพูดพลางกระชับอ้อมแขนแน่นจนผมอึดอัด
                ผมพูดอะไรไม่ออก... ได้แต่สะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างเหนื่อยล้า
                บ้าชะมัด... ทำไมวันนี้ถึงได้มีแต่เรื่องก็ไม่รู้
                ผมไม่อยากจะนึกถึงอะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่อยากจะต่อสู้ดิ้นรนอะไรอีกต่อไปแล้ว...
                มาโมรุเองก็คงคร้านที่จะเค้นอะไรจากผมอีก เขาผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงความเครียดจากตัวผม
                วงแขนของมาโมรุเปลี่ยนจากความกดดันเป็นบรรยากาศอบอุ่น ผมรู้สึกสบายขึ้นมานิดหน่อย เมื่อเขาลูบหลังลูบไหล่อย่างอ่อนโยน
                ช่างเถอะ... ไม่ว่าตอนนี้เขาจะคิดยังไง... แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ ผมขอเห็นแก่ตัวซักครั้ง ขอเป็นฝ่ายตักตวงความอบอุ่นจากน้องชายบ้าง...
                ผมขดตัวพลางโอบรอบหน้าอกของเขา บ้าชะมัด... ทั้งที่หมอนี่เพิ่งพยายามปล้ำผมไปหยกๆ เมื่อกี้ แต่ตอนนี้ผมกลับโหยหาใครซักคน ที่พอจะเป็นที่พึ่งทางใจได้ ใครซักคนที่จะกอดผมด้วยความรักและความห่วงใยแบบนี้
               ผม...อ่อนแอขนาดนี้เชียวหรือ...?


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:19:57 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet