* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                สัมผัสอ่อนโยนที่ปลายจมูก ปลุกเขาให้ลืมตาขึ้นในเช้าวันใหม่
                ทว่าทันทีที่ตาคู่สวยลืมขึ้น ก็พบว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกำลังเบือนไปทางอื่น
                ...เมื่อคืน เขานอนหลับสนิทในอ้อมกอดของคนคนนี้...
                มาโมรุลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปยังห้องน้ำโดยไม่หันมามองพี่ชายแม้แต่น้อย มาโกโตะรู้สึกถึงขอบเขตบางๆ เหมือนมีม่านกั้นระหว่างพวกเขา
                "รีบไปอาบน้ำซะสิ มาโกะ ฉันหิวแล้ว"
                มาโกโตะลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย
                ทั้งๆ ที่เป็นคำพูดอย่างปกติ แต่ทำไมไม่รู้เขาถึงอดคิดไม่ได้ว่า 'สั่งยังกับเป็นเมียเชียวนะ'
                "แล้วไข้นาย..."
                "ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไรแล้ว แต่หิวมากกกก"
                พูดจบก็ปิดประตูห้องน้ำ
                เมื่อกี้... อะไรกัน? ท่าทีเย็นชาแบบนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้เหมือนตัวเองอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นจนเกือบเคลิ้มหลับไปอีกรอบแท้ๆ
                ทันทีที่นึกได้ดังนั้น เด็กหนุ่มก็ตาสว่าง เขาตาลีตาเหลือกสำรวจตัวเอง
                ...เฮ้อ... ค่อยยังชั่ว เมื่อคืนนี้มาโมรุไม่ได้ล่วงเกินอะไรเขา ถ้าเหตุการณ์ในคืนนั้นเกิดขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สองล่ะก็ เขาจะทำยังไงดีนะ?           

                ตั้งแต่หายไข้ มาโมรุมีอาการแปลกๆ ไป
                อันที่จริง เขาก็ไม่ได้คิดว่านี่เป็นอาการผิดปกติของน้องชายแต่อย่างใด หากไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้นเกิดเสียก่อน...
                มาโมรุกลับมาเงียบขรึมเหมือนปกติ ออกจะเหม่อลอยนิดๆ เสียด้วยซ้ำ ไม่เข้ามาเกาะแกะพี่ชายหากไม่จำเป็น ซึ่งอาจหมายความว่าเขาหายจากไข้โดยสมบูรณ์
                ...แต่ความเงียบขรึมของมาโมรุในตอนนี้ มันไม่ต่างจากหลายปีก่อน ตอนที่เขายังไม่รู้ว่าน้องชายคิดยังไงกับตัวเอง...
                หรือว่าเขากำลังพยายามทำใจกลับมาเป็นน้องชายคนเดิม?
                ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เด็กหนุ่มคงจะโล่งใจมาก ที่มาโมรุจอมดื้อยอมทำเพื่อให้ความสุขในบ้านกลับคืนมา ถึงลึกๆ ในใจของเขาจะเศร้าขึ้นมานิดหน่อยก็ตาม
                ทั้งๆ ที่ใจตรงกัน แต่กลับทำอะไรไม่ได้ นอกจากเลือกเส้นทางที่จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปเท่านั้น
                ...ตลอดไปงั้นเหรอ...
                ถ้าเรากลับมาเป็นพี่น้องอย่างปกติทั่วไป ซักวันก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองอยู่ดี เหมือนพี่ชายอีกสองคนของเขา ที่แต่งงาน เรียนต่อ ทำให้ต้องแยกไปอยู่คนละที่
                แต่พี่น้องไม่ว่าจะแยกจากกันไปที่ไหน ก็ยังเป็นพี่น้องกันอยู่วันยังค่ำ
                ในขณะที่คนรัก เวลาเลิกกันความสัมพันธ์ย่อมเปลี่ยนแปลง
                หากสักวัน เขาต้องเลิกกับมาโมรุขึ้นมา ความเป็นพี่น้องของคนทั้งสอง ก็อาจเลวร้ายตามไปด้วย ไม่สิ... อาจกระทบถึงความสัมพันธ์ของคนอื่นๆ ในครอบครัวด้วย
                หนำซ้ำยังต้องลักลอบคบกันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ หากพ่อแม่ พี่มาซากิ พี่มานาบุ แล้วมายุมิรู้ขึ้นมา... เขานึกสภาพครอบครัวในตอนนั้นไม่ออกเลย
                แม้ตอนนี้ ทั้งเขาและมาโมรุจะยังทำใจไม่ได้ แต่ซักวันพวกเขาจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ แล้วสามารถจัดการกับอารมณ์อ่อนไหวเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน
                ส่วนเรื่องในคืนนั้น... เขาจะพยายามคิดว่ามันคือความผิดพลาดเพราะความอ่อนเยาว์ของคนทั้งคู่

 

 

                ผมเป็นอะไรไม่รู้... ผมละสายตาจากมาโกโตะไม่ได้เลย
                ไม่ว่าจะกิน จะเดิน จะนอน จะนั่ง มาโกโตะดูสวยไปหมด
                เอ๊ะ... สวยงั้นเหรอ?
                ทั้งๆ ที่ตลอดมาฝ่ายที่โดนล้อว่าหน้าสวยเหมือนผู้หญิงคือผมแท้ๆ แต่ทำไมตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่ามาโกโตะนั่นแหละที่เหมือนผู้หญิง?
                ตั้งแต่เราแยกห้องกัน ผมไม่ค่อยได้เห็นใบหน้าเวลาหลับของมาโกโตะใกล้ๆ บ่อยนัก ถึงจะเห็นก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้มองอย่างละเอียดเท่าไหร่ จนกระทั่ง... วันนั้น...
                เดิมทีมาโกโตะดูดีในสายตาของผมอยู่แล้ว ไม่ว่าผู้หญิงหรือแม้แต่ผู้ชายต่างก็ยอมรับว่ามาโกโตะหน้าตาคมคาย ได้รูป มีประกายแห่งความสดใส รวมถึงเสน่ห์ที่มัดใจทุกคนให้เข้าไปหาเขา
                แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่า... วันนี้ผมจะมองเขาในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง
                มันแปลกมากเลย...  เขาเป็นผู้ใหญ่และเข้มแข็งกว่าผมเยอะ และแม้ว่าผมจะรักเขาแบบคนรัก แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่ามาโกโตะเป็นผู้หญิงมาก่อน
                ทั้งที่ผมน่าจะชินกับการได้อยู่ใกล้ชิดกับมาโกโตะ แต่หลังจากวันนั้น หัวใจผมก็เต้นแรงกว่าเก่า เพียงแค่ได้เห็นหน้าเขา
                อย่างกับว่า... ผมหลงรักมาโกโตะซ้ำสอง?           

                ผมไม่สามารถมองหน้ามาโกโตะตรงๆ ได้ ผมรู้สึกใบหน้าตัวเองร้อนฉ่าขึ้นมาเวลาที่ดวงตาเรียวโตของอีกฝ่ายมองตอบ เกิดอาการทำอะไรไม่ถูก
                ดังนั้นผมจึงได้แต่ลอบมองเวลาที่เขาเผลอ ดูเหมือนพวกแอบรักข้างเดียวยังไงพิกล
                เฮ้อ... รักข้างเดียวน่ะ มันก็ใช่อยู่ แต่เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าจะแอบก็คงเป็นเพราะอยากซ่อนความรู้สึกให้มาโกโตะรู้สึกวางใจในตัวผมมากกว่า
                ผมบอกตัวเองแล้วว่า จะไม่ตัดใจเด็ดขาด!!! และจะไม่ยอมให้มาโกโตะเกลียดผมด้วย   

 

                "มาโมรุ... คราวหน้าเราแต่งตัวประหลาดๆ ขึ้นไปเต้นบนเวทีกันมั้ย"
                มาโกโตะเข้ามาถามขณะที่ผมใช้เวลาพักระหว่างซ้อมเล่นอินเตอร์เน็ตอยู่ในออฟฟิศ
                ท่าทางตื่นเต้นแบบนี้ สงสัยคิดอะไรสนุกๆ ได้อีกแหง
                "แต่งตัวประหลาด?"
                "ใช่... อย่างเช่น... นี่ไง แต่งเป็นผู้หญิงเฉิ่มๆ ขึ้นไปหลอกคนบนเวทีให้งงก่อน แล้วพอเพลงขึ้นก็แดนซ์กระจาย เอาให้ตรงข้ามกับชุดที่ใส่เลย ต้องฮาสุดๆ เชื่อฉันสิ"
                ผมถึงกับอึ้ง... แต่งเป็นผู้หญิงเนี่ยนะ? แถมเฉิ่มๆ อีก?
                "ฉันแอบไปเห็นห้องที่ซ้อมละครเพลงข้างๆ เขาแต่งตัวแล้วซ้อมกันน่ะ เลยได้ไอเดีย นี่ไง วิกผมกับชุด ขอยืมแผนกเสื้อผ้ามาลองดูเล่นๆ สิบนาที"
                พูดจบก็สวมวิก หยิบกระจกขึ้นมาส่องเพื่อจัดทรงให้เรียบร้อย แล้วทาบชุดกระโปรงยาวลายดอกกับตัว
                ผมจ้องตาค้างด้วยความตะลึง
                มะ... เหมือนเกินไปแล้ว... ไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา แต่เป็นสาวน้อยน่ารักสุดๆ ซะด้วย
                "มาโมรุ... มาโมรุ!"
                มาโกโตะโบกมืออยู่แถวๆ หน้าผมเพื่อเรียกสติให้กลับคืน
                "อย่าเพิ่งเหม่อสิ ยังไม่หมดนะ นี่ไง แว่น..."
                พูดพลางหยิบแว่นกรอบหนาขึ้นมาสวม
                ถึงชุดและแว่นจะทำให้ดูเหมือนคุณป้าเชยๆ จอมเฮี้ยบก็ตาม แต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีความน่ารักที่ออกมาจากภายในของมาโกโตะได้
                ผมฉีกยิ้มแปลกๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว
                "แง่ะ... มาโมรุ... ทำหน้าแบบนั้นฉันขนลุกนะเฟ่ย... เอ้า ไหน นายลองดูมั่งซิ"
                เขาถอดแว่นตาและวิก แล้วยื่นให้ผมใส่
                เอ้า... จะเล่นอะไรก็เชิญเถอะ ใจผมอ่อนระทวยไปหมดแล้ว
                พอจับผมแต่งตัวเสร็จ มาโกโตะก็ยิ้มอย่างพอใจ แต่ทว่าไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น ก็ขมวดคิ้ว
                "ให้ตายเถอะ... นายสวยเกินไปหน่อย แบบนี้ก็ไม่ฮาสิ ว่ามั้ย"
                ว่าแต่คนอื่น นายเองก็เหมือนกันล่ะน่า
                ผมถอดวิกผมกับแว่นตาออกแล้วคืนให้อย่างหงุดหงิด
                "เล่นอะไรบ้าๆ นายอยากใส่ก็ใส่ไปคนเดียวสิ ฉันไม่เอาด้วยหรอก"
                "โธ่... น่าเสียดาย ไว้ฉันจะเอาไอเดียนี้ไปเสนอดูดีกว่า เอ... หรือว่า เปลี่ยนจากผู้หญิงเฉิ่มๆ เป็นคู่ดูโอหญิง Punky Baby เลียนแบบท่าเต้นตอนต้นเพลง แล้วก็มาใส่ท่าเต้นเราเองตอนท้ายเพลงดีมั้ย..."
                เอาเข้าไป มาโกโตะ... หลุดโลกเกินไปแล้วนะนาย คอนเสิร์ตไม่ใช่โชว์กระเทยนะเฟ่ย
                ผมมองค้อนเขาด้วยหางตาอย่างเอือมระอาในความทะเล้น มาโกโตะหัวเราะแหะๆ กลบเกลื่อนอาการจ๋อย แล้วถอยกรูดออกจากห้องไป
                ทันทีที่เขาลับสายตา ผมก็หลุดยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ 
                มาโกโตะนะมาโกโตะ... นอกจากแต่งหญิงออกมาได้น่ารักแล้ว ยังถูกสเป๊กผมอีกต่างหาก นี่ถ้าออกไปช้ากว่านี้อีกนิด ผมอาจจับกดโดยไม่รู้ตัวก็ได้...

 

                วันนี้มาโกโตะอยู่ซ้อมเต้นเพลงเดี่ยว ผมจึงได้กลับบ้านก่อน ขณะที่กำลังจะขึ้นรถของบริษัทนั้นเอง...
                "เอ่อ... มาโมรุ?"
                เสียงไม่ค่อยคุ้นหูทักขึ้นจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปดูก็พบว่าเป็นหนึ่งในแฟนคลับนี่เอง ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเข้ามาในที่จอดรถของบริษัทได้ยังไง
                ปกติบริษัทเราควบคุมเรื่องแฟนคลับแน่นหนามากเพื่อความปลอดภัยของตัวศิลปิน
                เธอคนนี้เป็นแฟนเพลงที่อยู่แถวหน้าทุกครั้งเวลาที่พวกเราเล่นคอนเสิร์ต จึงคุ้นหน้าคุ้นตาจนจำได้ ดูเหมือนเธอจะชอบมาโกโตะเอามากๆ มักส่งของขวัญราคาแพงๆ มาให้มาโกโตะอยู่เป็นประจำ ทำทุกอย่างได้เพื่อมาโกโตะ
                แต่น่าสงสารที่มาโกโตะดูเหมือนจะไม่ชอบเธอเป็นพิเศษ
                เพราะอะไรน่ะเหรอ... ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก แต่ที่แน่ๆ เธอไม่ใช่คนสวย
                จะว่าไปหน้าหม้ออย่างมาโกโตะคงจะชอบให้ผู้หญิงสวยๆ หน้าตาน่ารักๆ มารุมล้อมมากกว่ากระมัง หมอนั่นจะดีกับแฟนเพลงที่หน้าตาไม่สวยก็เพื่อหวังจะดึงเรตติ้งเท่านั้นแหละ โดยเฉพาะแฟนเพลงที่ชอบผม โดนหมอนั่นกวาดเรียบไปหมด คิดแล้วก็อดฉุนขึ้นมาไม่ได้
                "ฝาก... นี่ให้มาโกโตะได้มั้ยคะ"
                เธอยื่นของมาให้แบบกล้าๆ กลัวๆ สิ่งนั้นอยู่ในถุงกระดาษเล็กๆ ลวดลายน่ารัก
                ยังไม่ทันที่ผมจะรับ ฮายาชิซังพนักงานขับรถก็ห้ามเอาไว้เสียก่อน
                "ขอโทษจริงๆ นะครับ ถ้าจะส่งของขวัญให้ล่ะก็ ช่วยฝากผ่านบริษัทให้ถูกต้องจะดีกว่านะครับ"
                บริษัทของเราเข้มงวดมากเรื่องการสื่อสารกับแฟนเพลง เพราะจำเป็นต้องปกป้องศิลปินในสังกัด ด้วยเหตุนี้ศิลปินแต่ละคนจึงต้องมี Official Fanclub ไว้เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ติดตามผลงาน และรับจดหมายติชมรวมทั้งของขวัญจากแฟนเพลง ซึ่งกว่าจดหมายและของขวัญจะถึงมือพวกเรา ต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอนทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกฎกติกาอย่างเข้มงวดอีก อาทิ ห้ามส่งรูปถ่ายของตัวเอง ห้ามระบุหมายเลขโทรศัพท์ และอีเมลแอดเดรสของผู้ส่ง เป็นต้น กล่าวก็คือ กว่าจดหมายหรือสิ่งของจะถึงมือศิลปินได้ ต้องผ่านสายตาของพนักงานในแฟนคลับเสียก่อน
                "คือว่า... นี่เป็นคุกกี้ที่ฉันทำเองน่ะค่ะ ฉันจะไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้กลับมาเชียร์พวกคุณอีกเมื่อไหร่ เลยอยากจะทำอะไรที่ทำให้เองกับมือไปให้ ก็มีแต่คุกกี้นี่แหละค่ะ ที่ฉันมั่นใจในฝีมือตัวเอง"

                และที่สำคัญ ห้ามส่งอาหาร เครื่องดื่ม และขนมให้ศิลปินเด็ดขาด

                นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอต้องมาดักรอเพื่อให้ด้วยตัวเอง
                "อีกซักสองชั่วโมงมาโกโตะก็กลับ ทำไมไม่ให้เองล่ะ"
                ผมถามออกไป
                เธออึกอักเล็กน้อย จริงสิ... ผมน่าจะรู้เหตุผลนั้นดี มาโกโตะไม่ชอบเธออย่างออกนอกหน้าขนาดนั้น ถ้าเป็นผม ก็คงไม่กล้าให้เอง
                ผมมองหน้าฮายาชิซัง เขาส่ายหัวเล็กน้อย
                "ขอโทษนะ บริษัทห้ามรับของจากมือแฟนเพลงโดยพลการ หวังว่าคุณคงเข้าใจ"
                ถ้ารับมาแล้วเกิดผลเสียไม่ว่ากรณีใดๆ จะถือว่าเป็นความรับผิดชอบของตัวศิลปินเอง และหากผลเสียนั้นกระทบต่องานของบริษัท ศิลปินต้องจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้น
                พูดจบผมก็ขึ้นรถ ฮายาชิซังปิดประตูแล้วออกรถ
                เธอมองส่งผมจนลับตาด้วยสายตาละห้อย ดูไปแล้วก็น่าสงสารนะ เธอคงชอบมาโกโตะเอามากๆ ตลอดมาก็เห็นเธอทำตัวเป็นแฟนเพลงที่ดีมาตลอด เพียงเพราะเธอไม่สวยถูกใจ หรือเพราะเธอเอาแต่ชอบมาโกโตะมากเกินไปรึเปล่า มาโกโตะจึงได้ไม่ใยดีเธอเลยแม้แต่น้อย
                คิดๆ ไปแล้ว บางทีเธออาจจะคล้ายๆ กับผมก็ได้ ผมรักมาโกโตะแทบตาย แต่สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคือความรักแบบพี่น้อง แต่ผมยังดีกว่าเธอตรงที่มาโกโตะยังดีกับผมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าผมไม่ใช่น้องชายล่ะ? มาโกโตะจะเย็นชากับผมเหมือนที่ทำกับเธอรึเปล่า...


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:21:34 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet