...ระหว่างเรา... [19] รัก หลง สงสาร (ตอนจบ)
posted on 16 Nov 2007 22:45 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
ผมกลับถึงบ้าน พบว่าเจ้าน้องชายตัวดีนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงในห้องของผม
เฮ้อ... เจ้าเด็กคนนี้ อะไรของเขานะ เดี๋ยวก็ถอยห่าง เดี๋ยวก็เข้ามาใกล้ เดาใจเขาไม่ถูกจริงๆ ให้ตายเหอะ
ผมนั่งลงบนเตียง มองหน้าตอนหลับของเขา
ขนตายาวชะมัด... จมูกก็โด่งขึ้นเยอะ ริมฝีปากบนเชิดนิดๆ ดูรั้นๆ ...แต่นิสัยหมอนี่ก็รั้นจริงๆ นั่นแหละ น่าจะเลยวัยต่อต้านไปแล้วแท้ๆ
ผมยิ้มพลางลูบหัวอย่างเอ็นดู... นี่แหละ น้องชายของผม...
ยิ่งเวลาหลับดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเหมือนเด็กเล็กๆ ไม่มีผิด... ไม่อยากเชื่อเลยว่าคืนนั้น หมอนั่นจะทำเรื่องอย่างว่ากับผมได้
อุ๊บ... บ้าชะมัด... เผลอนึกขึ้นมาอีกแล้ว
ผมร้อนฉ่าไปทั้งหน้า รีบลุกขึ้นอาบน้ำเตรียมเข้านอน
หลังจากอาบน้ำเสร็จ เจ้าตัวดีก็ยังนอนหลับอยู่ที่เดิม ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น
ผมลังเลเล็กน้อย ว่าจะนอนทั้งอย่างนี้ หรือจะไปนอนที่ห้องเขาดี
แต่เพราะเหนื่อยมาก และคิดว่าหมอนี่หลับเป็นตายขนาดนี้คงไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรผมกลางดึกหรอกมั้ง สุดท้ายผมก็ใจอ่อน สอดตัวลงในผ้าห่มแล้วดับไฟนอน
ขณะกำลังเคลิ้มๆ อยู่นั้นเอง แขนยาวๆ ก็โอบตัวผมจกทางด้านหลัง
ผมถึงกับสะดุ้งหันไปมอง
ใบหน้าหลับสนิทหายใจอย่างสงบอยู่ห่างจากหน้าผมเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น
...โธ่ ใจหายใจคว่ำหมด... นึกว่าต้องมาสู้รบปรบมือกับเจ้าตัวแสบกลางดึกอันแสนเหนื่อยล้า
เมื่อปรับสายตาให้คุ้นกับความมืดได้แล้ว ผมก็มองเห็นหน้าของเขาชัดขึ้น
น่ารักจริงๆ น้องชายผม
ผมอมยิ้ม แล้วสวมกอดตอบด้วยความหมั่นเขี้ยว
มาโมรุขยับตัวเล็กน้อยกระชับวงแขน เขาส่งเสียงครางเบาๆ จนผมอดระแวงไม่ได้ว่าเขาอาจตื่น
แต่เขาก็ทำแค่นั้น ยังคงหลับอย่างสงบ
ผมโล่งใจขึ้นนิดหน่อย... เอาน่า... มาถึงขั้นนี้คงไม่เป็นไรแล้ว ผมเองก็เหนื่อยเหลือเกิน ผมจึงซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกกว้าง แล้วพริ้มตาหลับลงอย่างเป็นสุข
อา... สบายจริงๆ ร่างกายของมนุษย์ให้ความอบอุ่นและความรู้สึกปลอดภัยไปถึงข้างในหัวใจเลยแฮะ... ไหนจะเสียงหายใจเป็นจังหวะ... เสียงหัวใจเต้น...
จริงๆ แล้วผมอยากให้เขาซุกตัวลงบนหน้าอกของผมมากกว่า
ช่างเถอะน่า... ไว้รอวันที่หมอนี่มาอ้อนผมก็ได้ แต่โอกาสที่ผมจะได้อ้อนเจ้าเด็กนี่แบบนี้ มีไม่ค่อยบ่อยเท่าไหร่ ขอหลับอย่างสบายอารมณ์ดีกว่า
คิดแล้วก็ละอายอยู่นิดๆ สุดท้ายผมก็ฉวยโอกาสเหมือนตอนที่มาโมรุขโมยจูบผมไม่มีผิด
ขอโทษนะ... มาโมรุ ที่ฉันปฏิเสธนาย... ขอโทษที่ทำให้นายเจ็บปวด
แต่ฉันเองก็ทรมานไม่น้อยไปกว่านายเหมือนกัน เพียงแค่นายไม่รู้เท่านั้น...
กลิ่นเบคอนหอมฉุยปลุกผมให้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
มาโกโตะไม่อยู่แล้ว แต่เมื่อดูจากสภาพเตียงก็พอจะรู้ได้ว่าเมื่อคืนเขายอมนอนข้างๆ ผม มิน่าล่ะ... เมื่อคืนผมถึงได้ฝันดีมากๆ เลย
ผมกลับไปล้างหน้าแปรงฟันที่ห้อง แล้วตามกลิ่นไปยังห้องครัว
ก่อนหน้านั้น เหมือนมาโกโตะกับมายุมิกำลังเถียงกันด้วยเรื่องอะไรซักอย่าง
"เพื่อนของมามิ มาโกะจังไม่มีสิทธิ!!!"
ยัยตัวแสบพูดทิ้งท้ายก่อนคว้ากระเป๋าเดินออกจากบ้านไป
ผมดูอาการแล้ว ท่าทางจะกำลังโมโหด้วยกันทั้งคู่ ขนาดอาหารในจานมายุมิยังไม่ยอมแตะเลยซักนิด
"มีอะไรกันเหรอ มาโกะ..."
ผมเอ่ยปากถาม พลางนั่งลงที่หัวโต๊ะ
"ช่างเถอะ"
มาโกโตะตอบสั้นๆ แล้ววางจานอาหารที่เตรียมไว้ตรงหน้าผม
ต้องมีอะไรแน่ๆ... ปกติมาโกโตะกับมายุมิจะทะเลาะกันด้วยเรื่องจุกจิกตามประสาพี่น้อง แต่คราวนี้มายุมิถึงกับขึ้นเสียงด้วยความโกรธขนาดนั้น ต้องมีอะไรซักอย่างที่ไม่ธรรมดาแน่
'เพื่อนของมามิ มาโกะจังไม่มีสิทธิ' ...งั้นเรอะ?
หรือเจ้ามาโกโตะจะไปจีบเพื่อนของมายุมิหว่า?
ก็ไม่น่าใช่ เพราะถึงจะหวงพี่ชายแค่ไหน แต่ถ้าเจอเพื่อนที่ตัวเองถูกใจขนาดนั้นล่ะก็ ยัยเด็กแก่แดดนั่นเป็นฝ่ายมาประเคนถึงหน้าพี่ชายด้วยซ้ำ อย่าง ฮิเดมิซัง... ฮิโตมิจัง... ฯลฯ
คราวนี้จะสาวไหนก็ช่างเถอะ ถ้าลองพี่น้องขัดแย้งกันแบบนี้ ยังไงสาวนั่นก็ไม่ได้แอ้มมาโกโตะอยู่ดี
วันนี้แฟนเพลงคนนั้นมาด้อมๆ มองๆ ตอนที่พวกเรากลับอีกแล้ว โชคร้ายหน่อยที่มาโกโตะกับผมกลับพร้อมกัน เธอจึงไม่กล้าที่จะเข้ามา แต่ผมสงสัยจริงๆ ว่าเธอเข้ามาที่แบบนี้ได้ยังไง หรือว่าเธอ... รู้จักใครในบริษัท?
ผมคิดว่ามาโกโตะเองก็เห็น แต่เขาทำเมินผู้หญิงคนนั้น
จริงสิ... ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าจะไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ? หมายความว่าเธอป่วยเป็นโรคบางอย่างที่อาจถึงชีวิตงั้นรึ?
ผมมองหน้ามาโกโตะ เขาเฉยสนิท แถมยังแผ่บรรยากาศเย็นชาออกมา จนแม้แต่ผมเองก็ยังไม่กล้าชวนเขาคุย
มาโกโตะไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน...
ปกติเขาเป็นคนจิตใจอ่อนไหว เห็นใครกำลังทุกข์ร้อนหรืออ่อนแอจะใจดีด้วยทันที บางครั้งก็ดูมากไปนิดจนผมเองยังอดหมั่นไส้ไม่ได้ว่าหมอนั่นสร้างภาพอยู่รึเปล่า หรือที่เขาใจร้ายกับเธอเพียงเพราะเธอไม่ใช่คนสวย? เธอดูไม่น่าเวทนาพอที่จะให้มาโกโตะญาติดีด้วย?
มาโกโตะมีพร้อมทุกอย่าง... ทั้งรูปร่างหน้าตา ความสามารถ ชื่อเสียง เงินทอง ดังนั้นเขาคงไม่เหลียวแลผู้หญิงที่ร่ำรวยแต่ขาดรูปสมบัติอย่างเจ้าหล่อนเป็นแน่ ต่อให้เธอประเคนมาโกโตะด้วยสิ่งของที่มีมูลค่ามากมายแค่ไหน ของพวกนั้นก็ไม่มีความหมายสำหรับมาโกโตะ แต่คราวนี้... สิ่งที่เธอจะให้คือคุกกี้ที่เธอทำเอง... และก็ทำจากใจ
ที่จริงแค่ฝืนใจยื่นมือไปรับซักหน่อย ทุกอย่างก็จบแล้ว แต่มาโกโตะกลับไม่มีทีท่าว่าจะทำเช่นนั้นเลย
จะเดาว่ามาโกโตะไม่ถูกชะตากับเธอ... ก็ไม่ใช่ ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นแค่แฟนเพลงธรรมดาๆ คนหนึ่ง มาโกโตะเองก็เจอแฟนเพลงมามากมายทั้งดีและไม่ดี แต่กลับเลือกที่จะเมินใส่แต่เธอเท่านั้น
เพราะอะไรกันนะ?
ช่างเถอะ คิดไปก็ไม่เกี่ยวกับผม
ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสารผู้หญิงคนนั้น ดูเธอจะเสียใจมากที่โดนมาโกโตะเฉยเมยใส่ แต่ก็ยังคอยสนับสนุนมาโกโตะต่อไปอย่างสม่ำเสมอ มาโกโตะเองก็เถอะ เรื่องทำผู้หญิงเสียน้ำตาเนี่ย ชำนาญเหลือเกิน แถมทำได้อย่างเลือดเย็นซะด้วยสิ
นี่แหละนะ... คงต้องให้สูญเสียไปซะก่อน แล้วจะรู้สึก
ผมแอบหัวเราะเยาะพี่ชายอยู่ในใจ
ใครจะโดนมาโกโตะเมินยังไงผมไม่สน... แค่ช่วงนี้ผมยึดที่ว่างบนเตียงข้างๆ มาโกโตะได้ก็พอ
พูดง่ายๆ ก็คือ ผมนอนกอดมาโกโตะทุกคืนนับตั้งแต่นั้น
มาโกโตะเองก็คงวางใจผมมากขึ้น เพราะผม "กอด" เขาตรงตามตัวอักษรจริงๆ ไม่มีอะไรเกินเลย
ทำไมตอนเด็กๆ ผมถึงได้โง่ขอแยกห้องนอนกับมาโกโตะได้นะ ทั้งๆ ที่สัมผัสของมาโกโตะออกจะสบายขนาดนี้
เห็นแบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่าอาการประหม่าเวลามองหน้าเขาหมดไปแล้วนะครับ อันที่จริงมันเป็นหนักข้อขึ้นกว่าเดิมเสียอีก เพียงแต่ผมไม่อยากหนีอีกต่อไปแล้ว ถ้าผมหนี... ทุกอย่างมันก็จะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ ที่ผมแยกตัวออกมาจากเขา
หลังจากปิดไฟ... ผมก็แค่เข้าไปกอดอ้อนแล้วซุกหน้าลงบนอ้อมอกของพี่ชาย มาโกโตะเองก็ยอมให้ผมกอดแต่โดยดี บางทีก็รู้สึกเหมือนเขากำลังยิ้มขำในความเป็นเด็กไม่รู้จักโตของผม
ช่างเถอะ... ถ้าได้กอดกับมาโกโตะล่ะก็ โดนเห็นว่าเป็นเด็กก็ยอม
ให้ตายใจกว่านี้หน่อยแล้วกัน... หลังจากนั้น ผมจะทำให้เขาเป็นฝ่ายเข้ามาอ้อนขอกอดผมให้ได้ คอยดูสิ...
ชื่อของเธอคือ... มิโอะ
ผู้หญิงที่มาดักรอมาโกโตะหลังเลิกงานหลายวันแล้ว
เธอไม่ได้ดักรอมาโกโตะหรอกครับ แม้เธออาจจะมาแอบมองมาโกโตะด้วยก็ตาม แต่จริงๆ แล้วเธอมารอผมมากกว่า รอว่าเมื่อไหร่ผมจะออกมาคนเดียว แล้วเธอจะได้ฝากขนมไปให้มาโกโตะ
แต่น่าเสียดาย ที่ตั้งแต่วันนั้น มาโกโตะก็กลับพร้อมผมทุกวัน เธอจึงได้แต่มองส่งตาละห้อยเหมือนทุกครั้ง
"บ้าชะมัด ใครปล่อยให้เข้ามานะ"
มาโกโตะบ่นอุบในวันหนึ่ง
นี่แสดงว่า ถ้ามาโกโตะไม่ใจอ่อน ก็คงรำคาญเต็มที
"รับของมาแต่แรกก็สิ้นเรื่อง จะกินหรือไม่กินมันเขาก็ไม่รู้หรอก"
ผมออกความเห็นบ้าง อันที่จริงไม่อยากเข้าไปยุ่งหรอกครับ แต่พูดตรงๆ ว่า ผมเองก็อึดอัดไม่แพ้กัน อยากให้มันจบๆ ไปซะที
มาโกโตะไม่พูดอะไรต่อ เขาหยิบหูฟังของเครื่องเล่น mp3 ออกมาเสียบหู
จนกระทั่ง... วันหนึ่ง เธอไม่โผล่หน้ามาให้เราเห็นอีก
ผมเดาว่าเธออาจจะบินไปต่างประเทศแล้ว
มาโกโตะขึ้นไปนั่งบนรถตามปกติ ดูเหมือนเขาจะไม่ใส่ใจเลยซักนิดว่าเธอจะมาหรือไม่
"มาโกะจัง..."
เสียงใสๆ ของมายุมิต้อนรับพวกเรากลับบ้าน
แปลกจริง... วันนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ เธอถึงได้ตั้งอกตั้งใจทักพี่ชายอย่างอารมณ์ดีขนาดนี้
"ว่าไง มามิจัง... กินข้าวรึยัง"
มาโกโตะถามยิ้มๆ มายุมิพยักหน้า
"นี่... มาโกะจัง เพื่อนมามิคนนึงเขาฝากขนมมาให้มาโกะจังด้วย"
มาโกโตะสีหน้าเปลี่ยนไปทันที เขาหุบยิ้ม แล้วทำท่าจะเดินหนี ทว่ามายุมิรีบดึงแขนพี่ชายเอาไว้
"อะไรกัน มาโกะจังล่ะก็ ยังไม่ทันรู้เลยว่าเป็นอะไร ใครให้ ก็ไปซะแล้วเหรอ?"
มาโกโตะหันมายิ้มหวานให้น้องสาวจอมจุ้น
"จากใครล่ะ? ฮิเดมิจังเหรอ?"
มาโกโตะแกล้งเดา
มายุมิส่ายหน้า แล้วลากมาโกโตะไปที่โต๊ะซึ่งมีห่อกระดาษสีหวานแหวววางอยู่
คุ้นๆ แฮะ... ผมคิด เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
"ไม่ต้องรู้หรอกว่าใคร เขาแค่อยากให้มาโกะจังกินให้ได้ นะ นะ นะ ช่วยกินของเขาหน่อย"
มาโกโตะอึกอักเล็กน้อย
"ทำไมล่ะ มาโกะจัง... ระแวงเหรอ? ไม่ต้องห่วงหรอก ของเพื่อนมามิเอง รับรองปลอดภัย"
มาโกโตะนิ่วหน้าเมื่อโดนคะยั้นคะยอจนน่าสงสัย
"งั้นบอกมาก่อน ว่าเพื่อนที่ให้มามิจังคนนี้เป็นใคร"
มาโกโตะทำเสียงใจดี แต่ด้วยสีหน้าของเขาดูเหมือนกำลังคาดคั้นน้องสาวอยู่มากกว่า
"ไหน... อะไรน่ะ... อ้าวคุกกี้นี่นา"
ผมเสนอหน้าเข้าไปร่วมบ้าง ตอนนี้ผมเริ่มเดาออกแล้วว่าเป็นของใคร
"โถ... คุกกี้เป็นหม้าย เสียดายแย่เลย งั้นขอฉันชิมซักชิ้นล่ะนะ"
มายุมิตีเผียะที่หลังมือของผมซึ่งกำลังยื่นเข้าไปหยิบขนม ยัยตัวแสบทำตาเขียวใส่อย่างน่ากลัว
"มาโมะจังไว้ทีหลัง ให้มาโกะจังกินก่อน"
ไม่ยักรู้แฮะ ว่าคนที่ชื่อมิโอะนั่นเป็นเพื่อนของมายุมิ งั้นมาโกโตะก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องระแวงขนาดนั้นเลยนี่นา ที่สำคัญอีกฝ่ายเป็นทั้งแฟนเพลงและเป็นเพื่อนของน้องสาว ก็น่าจะช่วยให้เขาดีใจซักนิด
มาโกโตะดูหงุดหงิดมากกว่าเดิม เขาดึงแขนตัวเองออกจากมือน้องสาว ทว่ามายุมิยังคงตื้อไม่เลิก
"ก็ได้ๆ มามิบอกก็ได้ แต่ถ้าบอกแล้วมาโกะต้องช่วยกินของเขาหน่อยนะ ซักคำก็ยังดี"
มาโกโตะเงียบ
"นะ นะ นะ"
มายุมิยังอ้อนต่อ
นี่แสดงว่าคนที่ชื่อมิโอะสนิทกับมายุมิค่อนข้างมากทีเดียว น้องสาวตัวแสบของผมถึงได้ทำเพื่อเธอขนาดนี้
"พอทีเถอะ มามิจัง"
มาโกโตะพยายามข่มอารมณ์ตัวเอง แล้วพูดออกมาอย่างปกติ
"แต่ว่า... มิโอะเขาจะไปเมืองนอกวันพรุ่งนี้ อาจไม่ได้กลับมาอีกเลยก็ได้ หรือบางที... เราอาจจะไม่ได้เห็นเธออีกแล้วบนโลกนี้ นี่เป็นคำขอครั้งสุดท้ายของเธอเชียวนะ"
มาโกโตะหลับตาอย่างรำคาญ แล้วปัดห่อกระดาษลงบนพื้น
คุกกี้ในห่อหล่นกระจายไปทั่ว
"ไม่กินก็คือไม่กิน พอได้แล้วมามิจัง เรื่องอื่นพี่ยอมได้ มามิจังจะคบใครเป็นเพื่อนพี่จะไม่ว่าอีกแล้ว แต่ขอเรื่องนี้เรื่องเดียวเท่านั้น อย่ามาพูดกันอีก..."
มายุมิน้ำตาคลอเบ้า แม้มาโกโตะไม่ได้แผดเสียงใส่อารมณ์ แต่ผมเองก็แอบกลัวมาโกโตะในตอนนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ความโกรธมันแล่นขึ้นมามากกว่า
อะไรกันนักกันหนานะ... กะอีแค่คุกกี้ชิ้นเดียว มาโกโตะนายใจร้ายเกินไปแล้ว
ทีแฟนเพลงคนอื่นขอนู่นขอนี่มากกว่านี้ตั้งเยอะมาโกโตะยังทำให้ทุกอย่าง แต่พอเป็นคนที่ชื่อมิโอะขออะไรง่ายๆ มาโกโตะกลับทำท่ารังเกียจขนาดนั้น ทั้งๆ ที่เธอทุ่มเททุกอย่างให้มาโกโตะมาตลอด
ขณะที่มาโกโตะกำลังจะหันหลังเดินเข้าห้องไปนั้น
"เฮ่... มาโกะ!"
ผมเรียกเขาพลางหยิบคุกกี้ที่ตกลงบนพื้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ใส่ปากเคี้ยวแล้วกลืนลงคอ
ก็อร่อยดี... ไม่เห็นจะมีอะไรเลย...
มาโกโตะเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เขาเข้ามาเขย่าตัวผม แล้วตะโกนเสียงดัง
"มาโมรุ... ไปกินของเขาทำไม... คายออกมาเดี๋ยวนี้!!!"
ผมสะบัดตัวออกจากมาโกโตะ
"พอที เวอร์ไปแล้วมาโกโตะ กะอีแค่คุกกี้ชิ้นเดียว ไม่เห็นมีอะไรเลย ครั้งนี้นายทำน่าเกลียดมากเลยรู้มั้ย คนเขาอุตส่าห์ทำมาให้ แต่นายกลับโยนมันลงพื้น มันเกินไปแล้ว"
มาโกโตะเห็นผมพูดฉอดๆ ใส่ ก็ถอยหลัง ดูเขาสงบขึ้น
"นายไม่รู้อะไรอย่ามาพูดดีกว่า มาโมรุ"
เสียงเขาอ่อยลง
"มาโกะจังนั่นแหละไม่รู้อะไร"
มายุมิได้ทีพูดแทรก
"มาโกะจังไม่เคยเห็นความดีของคนที่เขารักมาโกะจังเลย..."
ทว่า... ขณะที่มายุมิกำลังเถียงอยู่นั้น ผมกลับได้ยินเสียงของเธอเบาลงเรื่อยๆ ภาพตรงหน้าของผมเริ่มเลือนราง และดูเหมือนผมกำลังล้มหงายหลัง... ทว่า... นอกจากความรู้สึกว่าหลังตัวเองสัมผัสกับพื้นแล้ว ผมกลับไม่รู้สึกอะไรอีกเลย... แม้แต่ความเจ็บปวด...
...แล้วทุกอย่างตรงหน้าผมก็มืดดับลง...
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:22:12 by ★ひまじん★