* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                คนคนนั้นตายแล้ว...
                หลังจากพามาโมรุส่งโรงพยาบาลที่ใกล้บ้านที่สุดได้สามวัน มายุมิก็โทรมาบอกข่าวนี้กับผมตอนหัวค่ำ เสียงของเธอเสียใจ ผิดหวัง แค้นใจปะปนกันจนผมอดห่วงไม่ได้ว่าเธอกำลังสับสนเกินไป
                ผมย้ำให้เธอตั้งสติ ใจเย็นๆ แล้วก็รีบดิ่งไปหาเธอซึ่งกำลังเฝ้ามาโมรุอยู่ที่โรงพยาบาล

               

                ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปในห้อง มายุมิก็โผเข้ามากอดผมแน่นแล้วปล่อยโฮออกมาดังๆ
                ร่างของมาโมรุยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงตรงนั้น...
                "มาโกะจัง... มามิขอโทษ... มามิไม่เชื่อมาโกะจัง..."
                ผมลูบหัวน้องสาวซึ่งพูดประโยคแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งที่เห็นหน้าผม แล้วพามานั่งตรงโซฟา
                "เอาล่ะ... ไหนเล่าให้พี่ฟังซิ"
                เด็กน้อยสะอื้นจนน่าสงสาร หากเป็นคนอื่นผมคงกลั้นน้ำตาตัวเองไม่อยู่ แต่นี่เพราะเป็นมายุมิ ผมจึงต้องเข้มแข็ง เพื่อสามารถค้ำจุนจิตใจของเธอให้ได้
                "เมื่อเช้านี้... ญาติของมิโอะจังโทรมา บอกว่ามิโอะจังตายแล้ว... ด้วยพิษชนิดเดียวกับในคุกกี้..."
                แสดงว่า... เธอเตรียมแผนการนี้ไว้เพื่อตายพร้อมผมสินะ?
                "ก่อนที่ข่าวของมาโมรุจะแพร่ออกไป ไม่มีใครรู้ว่ามิโอะกินพิษเข้าทำไม ทั้งๆ ที่อุตส่าห์บินไปเมืองนอกเพื่อรักษาตัวแท้ๆ..."
                มายุมิสะอื้นฮัก เสียงของเธอสั่นมาก แต่ยังคงพูดจารู้เรื่องอยู่
                โชคดีเหลือเกินที่มาโมรุเข้าโรงพยาบาลทัน เธออาจปรานีผมอยู่จึงใส่สารที่ทำให้เกิดอาการชาลงมาด้วย คงเพื่อไม่ให้ผมทรมานสินะ
                ผมไม่คิดเลยว่าเธอจะเล่นผมถึงตายแบบนี้
                บางทีเธออาจคำนวณไว้แล้วว่าตัวเธอคงไม่มีทางหายจากโรค เธอจึงตัดสินใจฆ่าผมและฆ่าตัวตาย เพื่อที่อย่างน้อยจะได้ตายพร้อมกัน
                ผมไม่รู้สึกผิดเลยซักนิดที่เย็นชากับเธอมาตลอด ผมรู้สึกว่าเธอแปลกๆ ตั้งแต่แรกเห็น สายตาเวลาที่เธอมองผมมันชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

                แรกเริ่มเดิมทีเธอก็เหมือนกับแฟนเพลงทั่วๆ ไป ตามไปสนับสนุนทุกที่ที่มีงาน เอาของขวัญเล็กๆ น้อยๆ มาให้ แต่หลังจากนั้นมูลค่าของของขวัญก็ค่อยๆ มากขึ้นจนผมรู้สึกอึดอัดที่จะรับไว้ นอกจากนี้ทุกครั้งที่มีการประมูลของใช้ส่วนตัวของผม เธอยังทุ่มทุนซื้อด้วยราคาสูงลิบลิ่ว เพื่อให้เธอได้ไปทุกชิ้นแต่เพียงผู้เดียว
                เธอเริ่มเข้าหาทีมงานในบริษัท และกลายเป็นเพื่อนของทุกคนอย่างรวดเร็ว
                ด้วยบุคลิกที่ดูเรียบร้อยและน่าสงสารของเธอ ทำให้คนรอบข้างไว้วางใจและคิดว่าเธอคงไม่มีพิษไม่มีภัยอะไร
                ทว่า... การสนิทกับคนในบริษัทไม่ได้ช่วยทำให้เธอได้เข้าใกล้ผมมากขึ้นเท่าไหร่นัก เพราะสังกัดของเรารวมถึง Official Fanclub มีกฎระเบียบเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของตัวศิลปิน ดังนั้น เธอจึงเริ่มเข้าหาคนใกล้ตัวของผม ไม่ว่าจะเป็นมายุมิ ฮิโตมิจัง หรือแม้แต่เพื่อนๆ ของมายุมิ

                ผมรู้สึกตะหงิดๆ ตั้งแต่ตอนที่ฮิโตมิจังเล่าเรื่องเพื่อนใหม่ที่ชื่อมิโอะแล้ว หลังจากนั้นก็ได้ยินชื่อมิโอะจากปากของมายุมิอีก จึงให้ฮิโรมิซังช่วยไปสืบว่าเป็นคนคนเดียวกันรึเปล่า แล้วก็จริงดังคาด... ดูเหมือนเธอทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เข้าใกล้ผม โดยไม่คำนึงเลยว่าจะล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของผมหรือไม่

                แต่ผมกลับเตือนใครไม่ได้มาก ได้แต่ระวังตัวเองเท่านั้น

                เธอเอาชนะใจคนรอบข้างผมด้วยท่าทางที่ดูเงียบๆ เรียบร้อย ใสซื่อ เวลาฮิโตมิจังหรือมายุมิยื่นข้อเสนออะไรให้ เธอมักจะปฏิเสธเพื่อให้ดูเหมือนเกรงอกเกรงใจอยู่เสมอ ไหนจะน้ำใจในรูปแบบต่างๆ ซึ่งคนมีฐานะทางบ้านดีอย่างเธอสามารถหยิบยื่นให้คนอื่นได้โดยไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว
                นอกจากนี้การแสดงออกที่ทำให้คนอื่นรู้สึกสงสาร... ใช่แล้ว... เธอบอกว่าเธอมีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย อีกทั้งเธอแยกจากครอบครัวที่ต่างจังหวัดมาอยู่ในเมืองเพียงลำพัง มายุมิซึ่งเป็นเด็กใจอ่อน เมื่อรู้เรื่องของเธอก็ยอมรับเธอมาเป็นเพื่อนอย่างสนิทใจ มายุมิเอาใจใส่เพื่อนคนนี้มาก แถมยังไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ เพราะกลัวว่าเธอจะเหงาเมื่ออยู่คนเดียว
                ผมเคยเตือนมายุมิเรื่องผู้หญิงคนนี้ไปแล้ว แต่เหตุผลที่ให้เธอได้มีแค่เพียงความรู้สึกไม่ดีต่อพฤติกรรมของมิโอะเท่านั้น ซึ่งมายุมิไม่ได้อยู่ในฐานะที่ต้องปกป้องตัวเองจากคนภายนอกอย่างผม เธอจึงไม่เข้าใจและหาว่าผมกีดกันเพื่อนของเธอเพียงเพราะผมไม่ถูกชะตาเท่านั้น
                มาโมรุเองก็เหมือนกัน... แน่ล่ะ หมอนั่นไม่ได้ถูกหมายตาเองนี่ จะไปรู้อะไรล่ะ หมอนั่นก็ขี้สงสารพอๆ กับมายุมินั่นแหละ และเพราะความขี้สงสารของตัวเอง ถึงได้เกิดเรื่องเดือดร้อนหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงครั้งนี้เช่นกัน

                ผมปล่อยให้มายุมิกลับบ้านไปพักผ่อน เธอใจคอห่อเหี่ยวกับการนั่งเฝ้าร่างไร้สติของพี่ชายตัวเองมาทั้งวันแล้ว

               

                มาโมรุยังคงหลับสนิทอยู่บนเตียง
                หมอบอกว่าเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เพราะสารที่ใส่ลงไปในคุกกี้เป็นพิษร้ายแรง พิษที่คงค้างอยู่ภายในจึงทำให้เขาไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้อีกพักใหญ่ ต้องรอจนกว่าร่างกายจะกำจัดสารพิษเหล่านั้นออกไปให้หมด

                คืนที่นำมาโมรุส่งโรงพยาบาล ผมถึงกับใจหาย
                ถ้ามาโมรุไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย ผมจะทำยังไง ผมจะใช้ชีวิตต่อไปได้ยังไงถ้าไม่มีเขา...
                ตลอดสามวันนี้ผมต้องไปบริษัทเพื่อประชุมเรื่องอาการของมาโมรุ และตอบคำถามซ้ำไปซ้ำมาของนักข่าว ไหนจะตามเรื่องมิโอะคู่กรณี และสิ่งที่หนักใจที่สุดก็คือ... รับโทรศัพท์ของพ่อแม่และพี่ชายที่กระวนกระวายโทรมาถามอาการทุกๆ สองชั่วโมง

                ผมเหนื่อยเหลือเกิน...
                ผมภาวนาให้มาโมรุรีบลืมตาขึ้นมามองผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักอีกครั้ง
                หากถึงวันนั้นเมื่อไหร่... ผมจะบอกเขา... ผมจะสารภาพให้หมดว่าผมเองก็รักเขามากแค่ไหน

                ผมยืนข้างๆ เตียงที่เขานอนอยู่ ลูบผมซึ่งจัดทรงเรียบร้อยด้วยฝีมือการหวีของมายุมิ
                เด็กหนุ่มตรงหน้าผมนิ่งสนิท... ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เขายังเข้ามาอ้อนกอดผมทุกคืน...
                "ตื่นขึ้นมาเร็วๆ สิ มาโมรุ... ฉันรักนาย... ถ้านายได้ยินล่ะก็... รีบตื่น... รีบมาฟังถ้อยคำที่นายอยากได้ยินจากฉันมาตลอด... เพราะตอนนี้ฉันกลัวเหลือเกิน... ฉันรู้ซึ้งแล้วว่า คนเราสามารถจากกันได้ทุกวินาที"
                ผมกระซิบข้างหูน้องชายสุดที่รักทั้งน้ำตา ก่อนทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงนั้น แล้วดึงมือของเขามากุม
                มือของมาโมรุเย็นเฉียบ... ผิวกายที่เคยขาวใสเป็นจ้ำสีม่วงเขียวเหมือนรอยฟกช้ำ แต่จริงๆ แล้วนั่นคือผลข้างเคียงของพิษในร่างกาย
                ผมอุ่นใจขึ้นมานิดหน่อยที่รอยเหล่านั้นจางลงไปมากเมื่อเทียบกับเมื่อวันสองวันก่อน
                ผมรอคอยเหลือเกิน... หวังว่าเขาจะกลับมาหาผมและครอบครัวในอีกไม่นาน


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:22:53 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet