...ระหว่างเรา... [21] คำสารภาพ
posted on 16 Nov 2007 22:47 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
มาโมรุหลับไปนานหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ
แม้หมอจะยืนยันว่าเขาพ้นขีดอันตรายแล้วก็ตาม แต่เวลาที่เห็นเขานอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง หลายครั้งผมอดใจหายไม่ได้ เหมือนกับว่าเขาจะจากผมไปได้ทุกเมื่อ
พ่อกับแม่บินกลับมาดูอาการของมาโมรุในวันที่สี่ แต่เพราะทางนู้นงานยุ่งมาก และบังเอิญดันมีงานสำคัญเข้ามา จึงอยู่ได้แค่วันเดียวเท่านั้น ตอนแรกแม่จะไม่ยอมกลับ แต่เมื่อหมอยืนยันว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว และผมเองก็สัญญาว่าจะดูแลมาโมรุเป็นอย่างดี พวกท่านจึงกลับไปทำงานทั้งคู่ แล้วบอกว่าจะกลับมาใหม่อีกสองสัปดาห์ตามกำหนดเดิม
"ถ้ามาโมะจังฟื้นเมื่อไหร่ รีบโทรบอกแม่เลยนะ"
แม่พูดทิ้งท้ายน้ำตาคลอก่อนขึ้นรถไปสนามบิน
พี่มาซากิกับพี่มานาบุแวะมาเยี่ยมมาโมรุเป็นบางครั้งคราว แต่วันที่มาก็อยู่เฝ้าดูอาการของมาโมรุทั้งวัน โชคดีที่พวกเขาอยู่จังหวัดใกล้ๆ ขับรถมาประมาณสองสามชั่วโมงก็ถึง บางครั้งก็ปลีกเวลามาดูแลมายุมิบ้างโดยไม่ได้แวะโรงพยาบาล
ส่วนผมกับมายุมิผลัดกันเฝ้า ผมขอทางบริษัทหยุดงานจึงเฝ้ามาโมรุได้ทั้งวัน ส่วนมายุมิต้องไปโรงเรียน เธอจึงมาเฝ้าช่วงบ่ายหลังเลิกเรียนและกลับบ้านตอนหัวค่ำ ระหว่างที่เธออยู่ผมก็กลับบ้านไปทำจัดการธุระอื่นๆ ให้เรียบร้อย
ผมขนเสื้อผ้ามานอนเฝ้ามาโมรุตอนกลางคืน ที่จริงให้พยาบาลเฝ้าก็ได้ แต่ผมอยากอยู่กับเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เวลานี้ผมไม่อยากจากมาโมรุแม้วินาทีเดียว
ผมนั่งเก้าอี้ข้างๆ เตียง กุมมือที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของมาโมรุ แล้วผล็อยหลับไปทั้งอย่างนั้น ด้วยหวังว่าความอบอุ่นจากตัวผมจะดึงเขากลับมาในเร็ววัน
กระทั่งกลางดึกในคืนนั้น...
"อือ..."
เสียงครางแผ่วเบาจากร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
ปลายนิ้วที่ขยับเหมือนกระตุกเล็กน้อยปลุกผมให้ตื่นขึ้นมา
"มาโมรุ...!!!"
ผมผุดลุกขึ้นแล้วก้มมองใบหน้าที่ยังคงหลับตาอยู่ ทว่าเรียวคิ้วขมวดมุ่นเหมือนเจ็บปวดตามร่างกาย
ผมบีบมือของเขาแน่นพลางจุมพิตบนหลังมือ หวังว่าจะเรียกสติของเขาได้บ้าง
และแล้ว เปลือกตาก็ค่อยๆ เผยอเปิดออก ผมใจเต้นโครมครามด้วยความดีใจ ขยับหัวให้เงาของตัวเองทาบทับบนใบหน้าของอีกฝ่าย เพื่อไม่ให้แสงจากโคมไฟสลัวที่หัวเตียงแยงตาน้องชายมากเกินไปนัก
มาโมรุค่อยๆ กลอกตามองรอบๆ เมื่อสายตาชินกับแสงในห้องก็กลับมาจ้องที่หน้าผม
"มา...โกะ..."
เสียงนั้นแหบแห้งและอ่อนแรงจนแทบจะไม่ได้ยิน
ผมยกมือของเขาขึ้นมาแนบแก้ม แล้วยิ้มให้ทั้งน้ำตาด้วยความดีใจ
"มาโมรุ... นายฟื้นแล้ว..."
ผมโผเข้าไปกอดน้องชายอย่างลืมตัว พอได้สติก็รีบกดเรียกพยาบาล
"มาโมรุ นายหิวน้ำรึเปล่า"
ไม่ทันที่มาโมรุจะพยักหน้า ผมก็เทน้ำลงในแก้ว แล้วหยิบหลอดใส่ ปรับเตียงให้เขานั่งแล้วเอาหลอดเสียบปากป้อนน้ำให้เขา
มาโมรุสีหน้าค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มผมขณะดูดน้ำ มือของเขาเบาหวิวเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง แน่ล่ะ นอนให้น้ำเกลืออยู่ที่เตียงตลอดสัปดาห์ แม้จะนวดบริหารกล้ามเนื้อให้ทุกวัน ก็ต้องเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวกันบ้าง
มาโมรุดูดน้ำเสร็จ หมอและพยาบาลก็เข้ามาพอดี
ระหว่างที่หมอตรวจอาการของมาโมรุ ผมก็รีบโทรบอกมายุมิ เธอกรี๊ดลั่นด้วยความดีใจ แล้วบอกว่าจะรีบโทรหาพ่อแม่ และจะมาโรงพยาบาลในตอนเช้า
หมอบอกว่ามาโมรุฟื้นไข้โดยสมบูรณ์แล้ว รอยจ้ำตามร่างกายก็หายไปด้วย แต่ร่างกายยังอ่อนเพลียอยู่ แนะนำให้พักที่โรงพยาบาลต่ออีกสองวัน
"มาโกะ... หิวจังเลย..."
มาโมรุส่งสายตาเว้าวอนอย่างน่าเวทนา
"งั้นเดี๋ยวจะบอกให้เขาเอาข้าวมาให้นะ"
ผมทำท่าจะออกไป แต่มาโมรุรีบรั้งไว้
"มาโกะ... ฉันอยากกินสเต็กเนื้อโกเบ วาฟเฟิลชุดอเมริกันเบรคฟัสต์ พุดดิ้ง สตรอเบอร์รีชีสเค้ก แล้วก็เมลอนจากฮอกไกโดเอาแบบมีน้ำผึ้งอยู่ข้างในอ่ะ"
ผมถึงกับอึ้ง... เจ้ามาโมรุ... ตอนที่หลับอยู่นายฝันเห็นแต่ของกินรึเปล่าเนี่ย?
สองวันต่อมา หมออนุญาตให้มาโมรุกลับบ้านได้
พวกเราอันได้แก่ ฮิโรมิซัง พี่มาซากิ พี่มานาบุ มายุมิ และผม ต้องพามาโมรุออกจากโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล เนื่องจากมีนักข่าวจมูกไวมาดักรอทำข่าวของมาโมรุกันอย่างคับคั่ง
ด้วยเหตุนี้ พี่มาซากิและพี่มานาบุจึงต้องปลอมตัวเป็นมาโมรุและผม เดินออกไปขึ้นรถที่ประตูด้านหน้าพร้อมมายุมิ ส่วนมาโมรุและผมตัวจริงแอบออกไปขึ้นรถของฮิโรมิซังด้านหลัง กล่าวคือ ล่อนักข่าวให้เดินตามพวกพี่ๆ ไปอีกทางหนึ่งก่อนที่พวกเราจะออกนั่นเอง พอถึงรถเมื่อนักข่าวมารุมพี่ๆ กับมายุมิใกล้ๆ และพบว่าไม่ใช่ผมและมาโมรุก็จะถอยกันไปเอง เพราะยังไงพี่ๆ ผมก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์อยู่แล้ว ตามที่ตกลงกันไว้กับฮิโรมิซังในตอนแรก
พอเรามาถึงบ้าน ผมก็พยุงมาโมรุไปที่เตียงในห้องของเขา
อันที่จริงเขาฟื้นตัวขึ้นมามากแล้ว อาการอ่อนเพลียจากการนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานานก็หายเป็นปลิดทิ้งหลังจากกินอิ่มตั้งแต่สองมื้อแรก พอลุกจากเตียงได้ก็วอร์มร่างกายแล้วแอบซ้อมเต้น อะไรมันจะคึกปานนั้น แต่ต่อหน้าพวกพี่ๆ หมอและพยาบาล เจ้าตัวแสบก็จะแกล้งทำตัวให้อิดโรยเล็กน้อย เพื่อไม่ให้โดนว่า
เมื่อมาโมรุนอนเจี๋ยมเจี้ยมห่มผ้าเรียบร้อยอยู่บนเตียง พี่มาซากิกับพี่มานาบุก็ขอตัวกลับและสัญญาว่าจะมาเยี่ยมอีกภายในวันสองวันนี้ มายุมิขอตัวไปโรงเรียนโดยมีฮิโรมิซังอาสาไปส่ง
หลังจากไปส่งทุกๆ คนที่หน้าบ้าน ในบ้านจึงเหลือแต่ผมกับมาโมรุเพียงลำพังสองคน
ผมสูดหายใจลึกๆ ก่อนเคาะประตูเข้าไปในห้องเขาอีกครั้ง
วันนี้แหละ... ที่ผมจะบอกกับเขาเสียที
"เข้ามาสิ"
ผมเปิดประตูเข้าไปตามคำอนุญาต... โอย ตื่นเต้นเหลือเกิน เหมือนตัวเองกำลังจะทำบางอย่างที่ยิ่งใหญ่มากๆ ในชีวิต... แน่ล่ะ ผมเองก็ยังหวั่นใจ ไม่รู้ว่าหลังจากที่ผมพูดออกไปแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเราจะเปลี่ยนเป็นเช่นไร
"นั่งด้วยคนได้มั้ย"
ผมถามแล้วชี้ไปที่เตียง
มาโมรุมองผมด้วยสายตาประหลาดใจ พลางขยับตัวลุกนั่งแล้วกระเถิบให้มีที่ว่างข้างๆ
"ก็มานั่งสิ ไม่เห็นต้องขอเลย"
ผมนั่งลงข้างๆ เขา บรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้ผมลังเลว่าจะทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ดีหรือไม่
อันที่จริงผมอยากบอกเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาฟื้นขึ้นมาด้วยซ้ำ ถ้าบอกไปตั้งแต่ตอนนั้น ผมคงไม่ต้องมาสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองมากมายขนาดนี้ แต่หลายๆ อย่างไม่อำนวยเพราะคนเข้าๆ ออกๆ มาเยี่ยมมาโมรุเกือบตลอด
ทั้งผมและมาโมรุ เราต่างเงียบกันทั้งคู่ กระทั่งในที่สุด...
"มาโกะ... ฉันขอโทษนะที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ฉันน่าจะเชื่อมั่นในตัวนายมากว่านี้..."
มาโมรุเอ่ยปากขึ้นมาก่อน
"รู้รึเปล่า ว่าตอนที่ฉันหลับ ฉันฝันเห็นอะไรตั้งหลายอย่างแน่ะ แต่สิ่งที่ฉันเห็นชัดที่สุดก็คือ ภาพนายกำลังร้องไห้เรียกฉัน ทำให้ฉันต้องตะเกียกตะกายกลับมาให้ได้"
มาโมรุเล่าด้วยสีหน้านิ่งเฉย เหมือนกำลังเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้เด็กฟัง สายตาของเขาเลื่อนลอย ราวกับไม่อยากจะคาดหวังอะไรจากคนฟังเท่าไหร่นัก
ผมดึงตัวเขาเข้ามากอดแน่น
ใช่แล้ว... สัมผัสแบบนี้แหละที่ผมรอคอยมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา
"มาโมรุ... ฉันต่างหากที่ควรขอโทษนาย ฉันต้องขอโทษนายกับทุกอย่างที่ผ่านมา"
มาโมรุผลักตัวออกจากอ้อมกอดของผม แล้วมองอย่างฉงน
"นายมาขอโทษฉันทำไม... นายไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย"
"ฉัน..."
ผมก้มหน้างุด
"ฉัน... ฉันเอง... ฉันเองก็รักนาย... มาโมรุ... ฉันรักนายมาตลอด ฉันโกหกนายว่าเราเป็นพี่น้องกัน ทั้งๆ ที่ใจจริงแล้ว ฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากนายเลยซักนิด"
มาโมรุจับคางผมยกขึ้น เราสองคนมองตากันนิ่ง เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ...
"จริงๆ เหรอ"
มาโมรุถามย้ำเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง ดูเหมือนเขาพยายามซ่อนรอยยิ้มดีใจเอาไว้เต็มที่จนกว่าจะได้ยินคำยืนยันจากผม
ผมหน้าร้อนผ่าว หลบสายตา
...บ้าที่สุด... ทำไมต้องให้พูดซ้ำด้วยนะ มันเขินนะเฟ่ย
แล้วก็พยักหน้าหงึก ก้มหน้านิ่ง
"มาโกะ?"
มาโมรุยื่นหน้าเข้ามาจ้อง
"......"
"นี่... มาโกะ?"
เรียกอยู่ได้ จะพูดอะไรก็พูดสิ
"อะไร"
"จูบได้มั้ย"
เสียงมาโมรุฟังดูหวั่นๆ เหมือนกลัวโดนผมถีบ
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะตอบ มาโมรุก็เชยคางผม แล้วประทับริมฝีปากลงมา เมื่อเห็นผมไม่ขัดขืน ก็ค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักบดเบียดจนแนบสนิท
ผมโอบรอบเอวของอีกฝ่าย ขณะที่เขาดึงไหล่ผมให้ไปซุกกายอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่น
เขาค่อยๆ ละเลียดเลียภายใน แล้วดูดริมฝีปากล่างของผมเบาๆ ราวกับเป็นลูกกวาดอันแสนหวาน ผมสนองตอบด้วยปลายลิ้นที่แทรกเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นอีกฝ่ายตามแรงปรารถนา
พวกเราแลกรสจูบของกันและกันอยู่เนิ่นนาน จนในที่สุดผมเริ่มทนไม่ไหว ดันตัวเขาลงไปนอน แล้วขึ้นคร่อม
"มาโกะ!"
มาโมรุดันตัวผมออกแล้วเบิกตาโพลง
ผมยิ้มที่มุมปาก สีหน้าเวลางงงวยของน้องชายช่างน่ารักอะไรเช่นนี้
"ฉันสารภาพกับนายไปแล้ว... ทีนี้หวังว่านายคงยอมรับผลที่ตามมาจากการบอกรักของฉันได้นะ"
พูดจบผมก็ก้มลงซุกใบหน้าประทับรอยจูบบนคอระหง
"ดะ... เดี๋ยวก่อนสิ นะ... นายอย่าบอกนะว่า..."
มาโมรุเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากของผมซึ่งค่อยๆ เคลื่อนไปยังแผ่นอกที่กำลังถูกปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด
"หึ" ผมหัวเราะทางจมูก "นี่... มาโมรุ... จำได้รึเปล่า ว่าวันนั้นนายทำอะไรฉันบ้าง ในเมื่อฉันยอมเสียความเป็นพี่เพื่อรับรักจากนายแล้ว... ฉันคงต้องขอเอาคืนทั้งต้นทั้งดอกล่ะนะ"
พูดจบผมก็เริ่มปลุกอารมณ์ด้วยการโลมเลียไปตามร่างกายของอีกฝ่าย
มาโมรุหน้าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด เขาเริ่มดิ้นรนเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะตะขิดตะขวงใจต่างหาก
ผมแอบสะใจอยู่ลึกๆ ที่ได้เอาคืนน้องชายบ้าง
โอ้ว... ปฏิกิริยาแบบนี้ ไม่เคยเห็นมาก่อน สนุกชะมัด
"อ๊ะ... มาโกะ... อย่า..."
ห้ามตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะ มาโมรุเอ๋ย ผมปลดเปลื้องเสื้อของอีกฝ่ายพลางประทับรอยจูบไปทั่ว
มาโมรุดันไหล่ของผมให้ออกไปจากตัวเขา ผมคว้าข้อมือเรียวจับกดลงบนเตียง แล้วโถมตัวเข้าทาบทับร่างที่อยู่ข้างใต้
"พอ... ไม่นะ... หยุดก่อน"
มาโมรุหายใจหอบ มองผมด้วยแววตาอ้อนวอน
เป็นไงล่ะ... เริ่มกระเจิดกระเจิงแล้วใช่มั้ย
ผมเลียปากตัวเองอย่างใจเย็น แล้วฟังคำพูดด้วยเสียงเครือของอีกฝ่าย
"ขะ... ขอฉันทำใจก่อนได้มั้ย... แบบนี้มันเหมือนกำลังโดนผู้หญิงจับกดยังไงไม่รู้"
หา? ผะ...ผู้หญิง?
ผมถึงกับอึ้ง
"หมายความว่าไง"
มาโมรุหลบตา อึกอักเล็กน้อย
"ก็... ตั้งแต่วันนั้น... ฉันรู้สึกว่านายเหมือนผู้หญิงนี่นา"
คราวนี้ผมเป็นฝ่ายทำตาโตบ้าง สุดช็อค!!!
"ก็นายสวยขึ้นมาก ดูสิ ผิวก็ขาวใสขึ้น เวลายิ้มปากนายก็ดูอิ่มเอิบเป็นสีชมพู ตาก็โต๊โต ขนตาก็งอนยาว ยิ่งเวลาที่แอบก้มมองหน้านายตอนที่ยืนข้างๆ กัน ทุกอย่างมันดูอ่อนหวานไปหมด"
มาโมรุระล่ำระลักพูดออกมาเป็นชุดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ จนผมถึงกับหมดอารมณ์
เวรกรรม... ในสายตาหมอนี่ ผมเป็นอย่างนั้นเหรอเนี่ย?
ไม่อยากได้ยินคำพูดนี้จากปากของผู้ชายที่หน้าตาดีแบบจัดว่าสวยอย่างหมอนี่เลย!!!
"ยังกับตัวเองหน้าแมนนักแหละ"
ผมย้อนบ้าง มาโมรุมองค้อนอย่างงอนๆ
"อย่าตัดสินคนที่หน้าตาเซ่ ถึงฉันจะเคยโดนล้อว่าหน้าเหมือนผู้หญิง แต่ตอนนี้ฉันโตขึ้น แล้วฉันก็หล่อมากด้วยนะจะบอกให้"
มั่นใจขนาดนั้นเชียว?
ผมยิ้มขำ แล้วบีบจมูกเจ้าตัวดีด้วยความหมั่นเขี้ยว
"จ้า จ้า รู้แล้วว่าหล่อขึ้น แต่ก็ยังหน้าเหมือนผู้หญิงอยู่ดี"
"หนอย... นายมันก็พอกันแหละน่า ล้อคนอื่นอยู่ได้ ไม่ดูตัวเองเลย สวยขึ้นทุกวันแท้ๆ"
พูดจบมาโมรุก็ผลักผมนอนลง แล้วขึ้นมาคร่อมบ้าง
"เด็กบ้า... อย่างฉันน่ะ เขาเรียกว่าหล่อตั้งแต่เกิดเฟ่ย"
ผมพลิกตัวขึ้นไปอยู่ด้านบนอีกครั้ง แล้วระดมจูบไปทั่วใบหน้าให้อีกฝ่ายตั้งตัวไม่ติด
มาโมรุปัดป้องอย่างขัดขืน ทว่าเมื่อประกบริมฝีปากซักพัก เขาก็เริ่มใจอ่อน ยอมคล้อยตามการเล้าโลมของผม
ขณะแลกจุมพิตอย่างเร่าร้อน เราทั้งคู่ก็ช่วยกันถอดเสื้อผ้าให้กันและกัน
มาโมรุจะยอมเป็นของผมจริงๆ เหรอ? แม้กระทั่งตอนนี้ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้
ผมละจากริมฝีปาก ไล้เรื่อยมาจนถึงใบหู
มาโมรุครางเสียงหวานเมื่อผมโลมเลียอย่างแผ่วเบา
"มา... โกะ..."
ทว่ามือเขาเองก็ไม่ได้หยุดนิ่ง กอดเกี่ยวรอบเอวของผมไว้แล้วลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลัง ทำเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"ฉันรักนาย... มาโมรุ... รักนายเหลือเกิน..."
ผมกระซิบเข้าไปในหูของมาโมรุ กลิ่นเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผม ทำเอาผมเตลิดเปิดเปิง วินาทีนี้ผมลืมคำว่าพี่น้องไปจนหมดสิ้น
ผิวกายของมาโมรุอบอุ่นและเนียนนุ่มให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน ผมไล่จูบเรื่อยลงมาที่คอ กระดูกไหปลาร้า และแผ่นอก ในขณะที่มือเลื่อนไปยังช่วงล่าง แล้วเคล้นคลึงตั้งแต่บริเวณท้องลงไป
"อา... มาโกะ... ต...ตรงนั้น..."
เสียงหวานๆ ขาดหายเป็นห้วงๆ
"หืม? ว่าไงนะ มาโมรุ"
ผมถามทั้งๆ ที่ปากยังโลมเลียอยู่ที่ยอดอก
ไม่ต้องบอกก็รู้... สรีระผู้ชายเหมือนกันนี่
ผมไล้เรื่อยไปจนถึงกลางลำตัวของเขา มาโมรุถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อเจอสัมผัสจากฝ่ามือของผม เขาแอ่นหลังเล็กน้อย แขนคว้าหมับที่รอบคอผมอย่างหวาดๆ
ผมปรนนิบัติร่างกายของเขาอย่างอ่อนโยน ขณะเดียวกันมาโมรุก็เกี่ยวคอผม แล้วประทับจูบอย่างยั่วเย้า มือข้างหนึ่งของเขากำผ้าปูที่นอนไว้แน่น แล้วบีบเกร็งเป็นระยะตามการเคลื่อนไหวของมือผม
"มาโมรุ... นายแน่ใจนะ?"
ผมกระซิบถามย้ำอีกครั้ง พลางตอบสนองจุมพิตอย่างเคลิบเคลิ้ม
"อืม..."
มาโมรุตอบสั้นๆ ลมหายใจของเขาร้อนระอุจนแทบกลายเป็นไอ
"อ๊ะ... มาโกะ... ยะ..."
มาโมรุบิดเกร็งร่างเมื่อผมขยับมืออย่างชัดเจนขึ้น เขาถอนริมฝีปากแล้วโอบรอบคอพลางซุกหน้ากับไหล่ของผม มือข้างที่กำผ้าปูที่นอนเปลี่ยนมาคว้าข้อมือของผมแทน
ผมเพิ่มความเร็วให้กับการเคลื่อนไหวมากขึ้น มาโมรุครวญครางเสียงหลง
"อา... มา... โกะ... อ๊ะ!"
ไม่นาน ของเหลวจากในร่างกายของมาโมรุก็ถูกปลดปล่อย ร่างที่อยู่ข้างใต้ผมในตอนนี้หายใจหอบถี่ ทิ้งตัวลงบนฟูกอย่างเหนื่อยอ่อน แล้วปรือตามอง
อา... เซ็กซี่สุดๆ ไปเลย
"ยังไม่จบเท่านี้หรอก มาโมรุ... นี่ยังแค่ดอกเบี้ย ต่อไปนี้คือหนี้ทั้งหมดล่ะ"
ผมฉีกยิ้มอย่างพี่ชายที่แสนดีเต็มที่ ทว่ามาโมรุเบิกตาโพลงมองผมอย่างหวาดๆ
ผมก้มลงจูบปลุกอารมณ์มาโมรุอีกครั้ง แม้เขาจะจูบตอบกลับมาหวานหยดแค่ไหน แต่ผมรู้สึกถึงร่างที่สั่นระริกของเขา และน้ำตาคลอเบ้าที่ไหลออกทางหางตาในที่สุด
"อืม... อืม.."
โอย... น่ารักชะมัด
มือผมเริ่มรุกรานร่างกายมาโมรุอีกครั้ง เฝ้าวนเวียนเค้นคลึงอยู่ที่เดิม ความชุ่มชื้นจากการปลดเปล่อยเมื่อครู่ทำให้สัมผัสลื่นมือ
"อือ... มาโกะ..."
เด็กน้อยของผมเริ่มสะอื้นเล็กๆ มาถึงป่านนี้แล้ว ผมคงหยุดกลางคันไม่ได้แล้วล่ะ ก็ร่างกายของเขาตื่นตัวเต็มที่ซะขนาดนี้
และในที่สุด...
"อึ่ก..."
มาโมรุหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ดวงตาคู่สวยของเขาจับจ้องที่หน้าผมอย่างประหลาดใจ เมื่อผมสอดแทรกร่างกายของเขาเข้ามาครอบครองไว้เสียเอง
"มาโกะ... ทำไม..."
ผมค่อยๆ ขยับสะโพกเพื่อให้สัดส่วนของพวกเราปรับเข้าหากัน แม้จะเจ็บ... แต่เพราะความชุ่มชื้นของมาโมรุเมื่อครู่ ทำให้ผมไม่ทรมานเท่ากับก่อนหน้านี้
"ฮึก... เร็วเข้าสิ... มาโมรุ..."
ผมเร่งเร้า
มาโมรุจับตัวผมกดลงกับที่นอน แล้วขึ้นมาอยู่ด้านบนแทน
"แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน"
เขากระซิบข้างหูผมพลางยิ้มกริ่ม
ผมเกี่ยวกระหวัดรอบคอของเขาไว้ ในขณะที่มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนมาเกาะกุมส่วนกลางของร่างกายผมเช่นกัน
ความวาบหวามที่เกิดขึ้นภายในร่างกายทุกครั้งที่เขาขยับกายฝังลึกเข้ามาในตัวผม กับความเสียวซ่านจากฝ่ามือที่เขาขยับเป็นจังหวะเดียวกับสะโพก ทำให้ผมรู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเสียให้ได้ในตอนนี้
"อะ...อา..."
ผมครางเสียขาดๆ หายๆ
เขาปลอบประโลมด้วยจุมพิตอ่อนโยนทั่วใบหน้า
"อือ... เจ็บ..."
ริมฝีปากของเขาเลื่อนมาจูบซับน้ำตา
"อย่าเกร็งสิ... ที่รัก... นายเล่นบีบฉันแน่นขนาดนี้ ฉันเองก็เจ็บเหมือนกันนะ"
ไอ้เด็กบ้า... พูดออกมาได้ไม่อาย
ไม่ให้เกร็งได้ยังไงล่ะ ในเมื่อร่างกายของมาโมรุใหญ่ขึ้นมากขนาดนี้
ผมเบือนหน้าหลบใบหน้าแดงซ่านของตัวเอง แล้วพยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด
ความสุขถาโถมเข้าใส่ราวกับน้ำหลาก ทุกครั้งที่ร่างกายของพวกเราเสียดสีกัน ผมอึดอัดในอกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นเสียให้ได้ ทั้งๆ ที่จริงมันเต้นแรงและเร็วกว่าปกติอยู่ต่างหาก
ผมเกี่ยวขารอบสะโพกของเขา เพื่อชะลอแรงกระแทกที่จู่โจมเข้ามา
"มาโมรุ... เร็วหน่อยสิ..."
รีบให้มันจบไวๆ... ฉันจะตายอยู่แล้ว...
"แต่ฉันไม่อยากให้จบนี่"
มาโมรุกระซิบเสียงกระเส่า พลางขยับกายช้าลงเรื่อยๆ เหมือนกำลังกลั่นแกล้งผม
"ก็ร่างกายมาโกะ... รู้สึกดีขนาดนี้"
พูดจบก็แนบริมฝีปากลงมาอีกครั้ง เขาหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมดเอาไว้ แล้วเปลี่ยนมาหยอกเล่นที่ริมฝีปากของผมแทน
"อื้อ... อื้อ..."
ผมส่งเสียงประท้วงเล็กๆ
หนอย... อย่ามาขี้เกียจเอาตอนนี่เซ่ จะทรมานกันไปถึงไหน ไอ้น้องบ้า
แต่ไม่ช้า ผมก็ต้องยอมจำนนต่อการจูบอย่างดูดดื่มตรงหน้าอีกครั้ง
ไม่อยากเชื่อเลย ว่าการเป็นหนึ่งเดียวกับคนที่เรารัก จะมีความสุขมากมายถึงเพียงนี้ ผมรู้สึกเหมือนเราทั้งคู่กำลังหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
แล้วมาโมรุก็เริ่มขยับตัวอีกครั้ง ทุกสัมผัสที่ผิวกายเสียดสีกัน ไม่ว่าส่วนไหน ก็ทำให้รู้สึกดีไปหมด ทั้งๆ ที่บางครั้งโดนเบียดแทรกอย่างรุนแรง แต่กลับเหมือนร่างกายเบาหวิว เจ็บปวด หากสุขสม อิ่มเอมเข้าไปถึงหัวใจ
"อ๊า...."
ผมถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อถึงที่สุดของอารมณ์ ชั่ววินาทีนั้นเองเหมือนกำลังดิ่งตกจากที่สูง ทุกสิ่งที่มองเห็นเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน แล้วสติก็กลับมาอีกครั้งเหมือนโยโย่ที่หมุนกลับมาที่มือ
ร่างกายชุ่มฉ่ำไปหมด ทั้งภายในและภายนอก
มาโมรุยังคงฝังกายไม่ไปไหน เขาพรมจูบที่คางและแก้มเหมือนปลอบใจ
ทั้งเขาทั้งผมอาบเหงื่อจนชื้นไปทั้งตัว
ผมหายใจหอบถี่ หัวใจเต้นแรง
มาโมรุขยับกายเข้าออกเบาๆ อีกสามสี่ครั้งราวกับเสียดาย ก่อนถอนร่างออกไปแล้วกระเถิบนอนตะแคงอยู่ข้างๆ
"ไม่เป็นไรนะ?"
เขาถามพลางเอื้อมมือมาเขี่ยผมที่ระใบหน้า
ผมเขยิบเข้าไปซุกตัวอยู่ในอ้อมอกของน้องชาย แล้วพยักหน้า
โอย... ในที่สุดก็มีครั้งที่สองจนได้ เมื่อกี้ผมทำอะไรลงไปนะ ไม่อยากมองหน้ามาโมรุเลย... ได้โปรดเถอะ... ความผิดชอบชั่วดี อย่าเพิ่งเข้ามาเตือนสติผมในเวลานี้ได้มั้ย
"มาโกะ... ฉันมีความสุขจัง ฉันมีความสุขที่สุด"
ผมได้ยินเสียงทุ้มของเขาผ่านทางหน้าอกที่กำลังซบ
ฉันก็มีความสุขมากๆ เหมือนกัน... ฉันไม่อยากให้เวลาในตอนนี้ผ่านไปเลย...
อา... เปลือกตาหนักเหลือเกิน... แล้วอ้อมแขนนี้ก็สบายเหลือเกิน...
มาโมรุประทับจูบอ่อนหวานที่หน้าผากของผม แล้วดึงผ้าขึ้นมาห่มเราทั้งคู่ ก่อนกระชับอ้อมแขน จากนั้นเราทั้งสองก็ผล็อยหลับไป
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:23:35 by ★ひまじん★