...ระหว่างเรา... [ตอนพิเศษ] ผู้หญิงของมาโกโตะ
posted on 16 Nov 2007 22:49 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
รักแรกพบของผม... อาเคมิ
เธอเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก นิสัยห้าวๆ ร่าเริง พูดจาตรงไปตรงมา ไม่มีมารยาเสแสร้ง ถ้าไม่มองหน้าหวานๆ และการแต่งตัวกิ๊บเก๋ของเธอล่ะก็ คงต้องนึกว่าเธอเป็นเด็กผู้ชายซุกซนอย่างแน่นอน
ผมคบกับอาเคมิตอนอยู่ ม. ต้น เวลานั้นไม่ได้คิดอะไรนอกจากหน้าตาที่ดึงดูดสายตา กับบุคลิกที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนเคยรู้จักเธอที่ไหนมาก่อน ความไม่ถือตัวของเธอทำให้เราสนิทกันได้อย่างรวดเร็ว...
ห้องคาราโอเกะในเมือง...
เด็กหนุ่มสาวสองกลุ่มจากสองโรงเรียนกำลังร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน
"เฮ่ มาโกโตะ เมิงกะกุมาแข่งกันหน่อยมั้ย"
บันริ เด็กผู้ชายตัวสูงโย่ง หน้าตาคมคายสะกิดเพื่อนที่นั่งข้างๆ ซึ่งกำลังดูสาวๆ จับกลุ่มกันร้องเพลง
"แข่งไร กุไม่เอาด้วยอ่ะ เมิงตัวสูงจะตาย แข่งชู้ตบาสบ่อยๆ กุก็จนพอดีสิ"
มาโกโตะพูดทั้งที่สายตายังไม่ละจากพวกเด็กผู้หญิง
"ไม่ได้แข่งบาสเว้ย กุจะท้าเมิงจีบสาวต่างหาก"
คนถูกท้าหันไปมองหน้า พลางขมวดคิ้ว
"นี่... ดูสองคนนั่นสิ น่ารักนะเว้ย สเป๊คกุทั้งคู่เลย"
พูดพลางชี้ไปยังเด็กผู้หญิงสองคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาป้อนรหัสเพลงกันอยู่
คนหนึ่งเป็นสาวสวยในชุดวันพีซลูกไม้สีฟ้าอ่อนดูน่ารักหวานแหวว ส่วนอีกคนสวมเสื้อยืดตัวเล็กเข้ารูป กับกางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ แม้บุคลิกจะเหมือนคนละขั้ว แต่หน้าตาสะสวยไม่แพ้กัน
"กุได้ยินจากไอ้เคนจิมาว่า สองคนนั่นเป็นทอมกับดี้ว่ะ เลยอยากจะพิสูจน์ซักหน่อย ว่าเป็นจริงๆ รึเปล่า"
"เฮ่ย จะดีเหรอเมิง เขาเป็นแฟนกันอยู่แล้ว จะไปแยกจากกันได้ไงล่ะ"
เด็กหนุ่มไม่ได้พูดจากใจจริง เขาเองชอบความท้าทายอยู่แล้ว เพียงแต่ก็อดคิดอย่างรับผิดชอบขึ้นมาไม่ได้เท่านั้น
"แยกเยิกอะไรกันวะ ถ้าเขารักกันจริง ต่อให้มีผู้ชายซักกี่คนมาจีบก็ไม่เลิกกันง่ายๆ หรอกว่ะ อีกอย่าง... เมิงไม่เสียดายรึไง น่ารักขนาดนั้นแต่ดันไปชอบผู้หญิงด้วยกันเอง"
มาโกโตะก็เห็นด้วย นั่นสิ... ถ้ามีรักแท้ล่ะก็ ต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหนก็คงไม่แยกจากกันง่ายๆ หรอก อีกอย่างทอมดี้อะไรนั่นก็เป็นแค่แฟชั่นในหมู่เด็กโรงเรียนสตรีเท่านั้นไม่ใช่เหรอ
"ว่าไงวะ... กุน่ะเล็งยัยห้าวนั่นอยู่ ท่าทางคบแล้วจะสนุกดีว่ะ ได้ข่าวว่าเก่งบาสซะด้วย"
เด็กหนุ่มนิ่งคิด
"เฮ้ย ไม่ดีว่ะเพื่อน"
"เออ... ก็ได้ งั้นกุจะได้ไปชวนไอ้ยูยะ"
ยูยะคือคนที่รู้จักกับหนึ่งในเด็กผู้หญิงกลุ่มนี้ แล้วเจ้ากี้เจ้าการนัดหมายให้ทั้งสองกลุ่มมาเจอกัน
มาโกโตะรีบคว้าแขนเพื่อนตัวสูงใหญ่ไว้
"เปล่า ไม่ใช่อย่างงั้น กุหมายความว่า กุจะจีบยัยห้าวนั่นเอง เมิงเอาน้องสวยไปแล้วกัน"
บันริเหลือบมองเด็กผู้หญิงทั้งสองที่นั่งหัวเราะคิกคักกันอยู่ แล้วจึงหันมาตอบ
"ก็ได้ๆ เมิงนี่ชอบเอาของยากๆ ไม่เปลี่ยนเลย"
ใครว่าล่ะ... มาโกโตะคิด... ที่เขาเลือกสาวทอมนั่น เป็นเพราะเขารู้สึกถูกชะตากับหล่อนอย่างบอกไม่ถูกต่างหาก เวลามองผ่านๆ ให้ความรู้สึกน่ารักน่าเอ็นดูยังไงชอบกล
"ว่าแต่ ใครจีบติดก่อนได้อะไรวะ"
"มีข้อแม้สองอย่าง หนึ่ง ต้องจีบให้ติด ควงอย่างเปิดเผยให้เพื่อนๆ เห็นเป็นเวลาสองอาทิตย์ และสอง พ้นสองอาทิตย์เมื่อไหร่ สลัดรักทันที"
มาโกโตะถึงกับอึ้งเมื่อได้ยินข้อแม้ที่สอง... ใจร้ายเกินไปหน่อยรึเปล่า?
"คนแพ้เลี้ยงข้าวกลางวันหนึ่งเทอมเต็มๆ OK?"
เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มที่มุมปาก ก่อนกำหมัดชนกับหมัดของเพื่อน
"ได้เลย... สบายมาก"
ไม่ถึงสองชั่วโมง ทั้งคู่ก็ได้เบอร์โทรศัพท์ของสาวๆ
มาโกโตะเริ่มปฏิบัติการท้ารักอย่างรวดเร็ว
เขาเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา และเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ อยู่แล้ว จึงมีความมั่นใจที่จะเข้าหาเด็กผู้หญิงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เธอชื่อว่าอาเคมิ แม้จะดูห้าวๆ ตลกโปกฮา แต่ก็ไม่ใช่ทอมอย่างที่ใครๆ คิด
ด้วยนิสัยที่คล้ายเด็กผู้ชาย ทำให้เขาสนิทกับเธอได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่ยากจริงๆ ก็คือ ทำอย่างไรให้เธอรักเขาอย่างหนุ่มสาว
จริงสิ... ถ้าจะทำให้ใครตกหลุมรักเรา เราก็ต้องตกหลุมรักเขาก่อน แน่ล่ะว่านั่นไม่ใช่การตกหลุมรักจริงๆ
มาโกโตะเปลี่ยนความเชื่อในตัวเองใหม่ เขาเริ่มพูดคุย ส่งสายตา และสร้างบรรยากาศระหว่างเขาและอาเคมิให้เหมือนคนรักกัน อาจเป็นเพราะอาเคมิพอใจนิสัยเฮฮาของเขาอยู่เป็นทุนเดิมแล้วกระมัง เธอจึงหันมามองเขาอย่างคนรักได้ในเวลาไม่นาน
กระทั่งวันที่เขาแน่ใจความรู้สึกของอาเคมิ เขาจึงบอกรักเธอ...
และเธอก็ตอบตกลง
หลังจากนั้น มาโกโตะก็ควงอาเคมิอย่างเปิดเผย แม้เขาจะเตือนสติตัวเองอยู่เสมอว่าเป็นแค่เกม แต่เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังรักอาเคมิอยู่จริงๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีคนเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยครั้งขึ้น ก็เริ่มมีเสียงทักแปลกๆ
"เฮ่ มาโกโตะ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้นายไปไหนมาไหนกับน้องชายบ่อยนะ"
"โห... มาโกโตะ หาสาวไม่ได้แล้วรึไง ถึงได้มาควงน้องชายแทนน่ะ"
"อ้าว... มาโมรุจังมาด้วยเหรอ เอ๊ะ ไหนว่าน้องนายเป็นผู้ชายไงล่ะ"
อาเคมิได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วตอบกลับไปว่าเธอไม่ใช่มาโมรุ มาโกโตะเองก็เพิ่งจะสังเกตว่าอาเคมิมีเค้าหน้าคล้ายกับมาโมรุอยู่เหมือนกัน ทรงผมคล้ายกัน แถมนิสัยยังห้าวๆ ซนๆ พูดจาขวานผ่าซากเหมือนกันอีกด้วย ไม่สิ เคยเหมือนต่างหาก เดี๋ยวนี้มาโมรุเปลี่ยนไปมากจนเขาเองเริ่มเข้าไม่ถึง กลายเป็นพวกเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยพูด แถมยังขอแยกห้องนอนกับเขาอีกต่างหาก
แต่ก็ดี สบายหูไปตั้งเยอะ ไม่ต้องมาทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
มาโกโตะกระหยิ่มยิ้มย่องในใจตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ควงกับอาเคมิ
บันริคู่แข่งได้แต่มองด้วยความอิจฉา ปัญหาใหญ่ของหมอนั่นก็คือ สาวน้อยที่เข้าไปจีบดันมีแฟนเป็นผู้ชายอยู่ก่อนแล้ว แถมรักกันมากซะด้วย เธอชอบไปไหนมาไหนกับอาเคมิบ่อยๆ เวลาที่แฟนไม่อยู่ เพราะจะได้กันหนุ่มๆ ที่เข้ามาจีบต่างหาก
ทว่า...พอเข้าสัปดาห์ที่สองนี่สิ... ปัญหาหนักอก
มาโกโตะเริ่มกลุ้มใจว่าจะสลัดรักเธออย่างไรดี
ก็เขารักเธอเข้าจริงๆ ซะแล้วนี่
เธอเป็นผู้หญิงน่ารักที่ใครได้อยู่ใกล้ๆ แล้วสนุกสนาน สบายใจ ที่สำคัญ... เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ควรแล้วหรือที่เขาจะทอดทิ้งเธอเพียงเพราะการพนันขันต่อไร้สาระของเด็กผู้ชาย
แต่ไม่ได้!!! เลี้ยงข้าวบันริถึงหนึ่งเทอมเชียวนะ แค่คิดก็จนแล้ว หมอนั่นกินมื้อกลางวันทีอย่างกับเอาอาหารทุกมื้อในหนึ่งวันมารวมกัน เลี้ยงไม่ไหวแน่ๆ ที่สำคัญตอนนี้เขาแยกอาเคมิออกมาจากเด็กผู้หญิงเป้าหมายของหมอนั่นได้ ทำให้เด็กคนนั้นเริ่มมีใจเอนเอียงให้บันริ เพราะเดิมทีเธอก็ชอบคนเล่นบาสเก่งอยู่แล้ว และทางบันริเองก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วถึงขั้นท้าแข่งบาสกับแฟนของสาวเจ้าในอีกไม่กี่วัน
ดังนั้น สิ่งที่เขาต้องทำอย่างจริงจังก็คือ
"สลัดรัก"
มาโกโตะคิดหัวแตกว่าจะบอกเลิกอาเคมิอย่างไรให้สถานภาพแฟนกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน หรือเขาควรจะยอมโดนสาวตบซักฉาดสองฉาด... ไม่สิ สำหรับอาเคมิคงเป็นหมัดลุ่นๆ ที่เบ้าตามากกว่า เพื่อแลกกับอิสรภาพ
แต่คิดไปคิดมา เขาก็ไม่ได้อยากเลิกกับอาเคมิอยู่ดี ทำไมเขาถึงได้อยากคบกับหล่อนมากขนาดนี้นะ?
หรือจะขอให้เธอแกล้งเลิกกับเขาไปก่อน แต่ถ้าทำอย่างนั้นเขาก็ต้องเล่าเรื่องที่ท้าพนันกับบันริให้เธอฟัง แล้วเธอก็อาจจะโกรธ ได้เลิกกันจริงๆ ตามกติกาอย่างแน่นอน
เฮ้อ... สาวก็อยากคบ เพื่อนก็อยากชนะ เขาจะเลือกทางไหนดี~~~
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่เขาสมัครเรียนเต้นและร้องเพลง เวลาที่เขาจะได้พูดคุยและไปเที่ยวกับอาเคมิจึงลดลง
มาโกโตะใช้เวลานอกจากที่โรงเรียนอยู่กับมาโมรุน้องชายของเขาแทน
หลายครั้งที่เขาเห็นภาพของอาเคมิซ้อนทับมาโมรุ เขาคิดว่านั่นอาจเป็นผลของความคิดถึง ที่เขาไม่ได้เจอกับอาเคมิก็เป็นได้ ทำให้เขาพลอยรู้สึกแปลกๆ กับน้องชายตัวเองไปด้วย เขาจึงเริ่มดุว่าและเจ้ากี้เจ้าการกับมาโมรุ เพียงเพื่อกลบเกลื่อนความคิดแปลกๆ เหล่านั้น และเพื่อแบ่งแยกระหว่างท่าทีที่มีต่อมาโมรุ และท่าทีที่มีต่ออาเคมิอย่างชัดเจน
พักหลังมาโกโตะก็เริ่มเอามาโมรุมาเป็นหัวข้อสนทนาเวลาคุยกับอาเคมิ ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะบ่นถึงความไม่เอาไหนของน้องชายให้แฟนสาวฟังมากกว่า
"นี่... มาโกโตะ เราชักอยากเห็นน้องชายของนายซะแล้วสิ"
อาเคมิเอ่ยขึ้นทางโทรศัพท์ในวันหนึ่ง
"ได้สิ ไว้จะลองชวนดูนะ แต่ไม่รู้หมอนั่นจะยอมมารึเปล่า เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยสุงสิงกับฉันเลย"
"เหรอ... เห็นมีแต่คนทักว่าเราเหมือนน้องชายของนาย นึกว่าพวกนายสนิทกันซะอีก"
เสียงของอาเคมิในตอนนั้นฟังดูเหงาๆ
เหลือเพียงอีกหนึ่งวันก็จะถึงวันแห่งการตัดสินแล้ว เขายังเลือกไม่ถูกระหว่างชัยชนะกับสาวอยู่ดี
เจ้าบันริก็จีบหญิงติดแล้วซะด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าเขาไม่รีบสลัดอาเคมิล่ะก็ เพื่อนตัวดีของเขาอาจตีตื้นขึ้นมาก็ได้
แต่เขาก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจของอาเคมิอยู่ดี
เขานั่งคิดอยู่พักใหญ่ จึงตัดสินใจโทรหาฝ่ายหญิง ทั้งที่ยังสรุปความคิดตัวเองไม่ได้
ใช่แล้ว... เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน ลองเล่าความจริงทั้งหมดให้อาเคมิฟังดีกว่า เพราะยังไงซักวันเธอก็ต้องรู้อยู่ดี ถ้าเธอรับได้และยอมให้อภัยเขา เขาก็จะยอมแพ้พนันเจ้าบันริ แล้วเลี้ยงข้าวกลางวันมันหนึ่งเทอมเต็มๆ แลกกับความรักที่จบแบบแฮปปี้เอ็นดิง แต่ถ้าเธอโมโหที่เขาโกหกและไม่เชื่อมั่นในความรักที่เขามีต่อเธอ ณ ปัจจุบันล่ะก็ ทุกอย่างก็เป็นอันจบ ช่วยอะไรไม่ได้อีกแล้ว และถือว่าเขาสลัดรักเธอสำเร็จ ได้ข้าวกลางวันฟรีตลอดทั้งเทอมเป็นสิ่งปลอบใจ
"ฮัลโหล..."
"ว่าไง มาโกโตะ"
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ
"คิดถึงจังเลย พรุ่งนี้ฉันว่าง อยากเจออาเคมิจังจังเลย ไปกินข้าวกันนะ"
"โหยยยย... คิดถึงอะไรกัน โทรคุยทุกวันแบบนี้ เราเองก็กลัวนายจะเบื่อเราเหมือนกันนะเนี่ย"
แม้น้ำเสียงจะฟังดูเหมือนเพื่อนสนิท แต่เด็กสาวกลับหน้าแดงอย่างขวยเขิน
"ไม่เบื่อหรอก มีเรื่องจะปรึกษาด้วยล่ะ งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ ที่..."
แล้วทั้งคู่ก็นัดแนะสถานที่และเวลา
หลังจากวางหู มาโกโตะก็โทรหาตัวคนท้า
เขาบอกสถานที่นัดสลัดรักอาเคมิ เพื่อให้อีกฝ่ายไปสังเกตการณ์ผลแพ้ชนะ
งานนี้... เดี๋ยวก็รู้ว่าหมู่หรือจ่า...
และแล้วก็ถึงวันถัดมา
ขณะที่มาโกโตะกำลังจะออกจากบ้าน...
"มาโกะจัง จะไปไหนน่ะลูก"
ผู้เป็นแม่เอ่ยทักเมื่อเห็นเขาก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบ
"ออกไปกินข้าวกับเพื่อนในเมืองน่ะครับ"
"เหรอ... พอดีเลย"
พูดพลางดึงแขนลูกชายคนเล็กให้ไปหาพี่ชาย
"แม่ฝากน้องไปด้วยสิ เมื่อกี้เพื่อนแม่โทรมาบอกว่าจะขอคุยธุระก่อน น้องก็นัดเพื่อนไว้ในเมืองเหมือนกัน แล้วเดี๋ยวตอนเย็นแม่ไปรับ"
ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะตอบรับหรือปฏิเสธ มาโมรุก็นั่งลงใส่รองเท้าเสร็จเรียบร้อย
"แต่ผมอยู่กับน้องตลอดไม่ได้นะแม่"
แหงล่ะ... จะไปหาสาว ขืนพาเจ้าตัวเล็กนี่ไปด้วยก็กร่อยหมดน่ะสิ ไหนจะเรื่องพนันนั่นอีก
"เออน่า... น้องเขาก็มีเพื่อนของเขา เดี๋ยวแม่คุยธุระเสร็จก็ตามไปแล้ว เนอะ มาโมะจัง"
มาโมรุพยักหน้า
"ไปกันยังอ่ะ มาโกะ เดี๋ยวเพื่อนฉันรอแงก"
และแล้ว... สองพี่น้องก็เดินทางไปพร้อมกัน
เมื่อถึงที่นัดมาโมรุก็แยกตัวไปหาเพื่อน ส่วนมาโกโตะก็โทรตามบันริ เพื่อคุยกันก่อน
"กุนัดอาเคมิจังที่ร้าน OOO เดี๋ยว เมิงรอดูอยู่ข้างนอก OK? หรือถ้าเมิงอยากได้ยินว่ากุคุยอะไรเมิงก็หาที่นั่งที่อาเคมิจะไม่เห็นเมิงก็แล้วกัน"
ทั้งคู่นัดแนะกันเสร็จ มาโกโตะก็เดินเข้าไปนั่งรอสาวในร้าน
ทว่า... ทันทีที่ย่างเท้าก้าวเข้าไป สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งเพิ่งมีเด็กวัยรุ่นสามสี่คนเดินออกมา
คนที่เหลืออยู่ตรงโต๊ะตัวนั้น... คือมาโมรุกำลังนั่งด้วยอาการแปลกๆ มีน้ำตาคลอเบ้า
"มาโมรุ..."
เด็กหนุ่มรีบเดินเข้าไปนั่งข้างๆ น้องชาย
เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าเจ้าของเสียงคือพี่ น้ำตาของเด็กน้อยก็ไหลทะลักอาบแก้มราวกับเขื่อนแตก
"ฮืออออออ... ฮือออออ..."
เจ้าตัวเล็กปล่อยโฮอย่างกลั้นไม่อยู่
"มาโมรุ... มีอะไร ไหน บอกพี่ซิ"
มาโกโตะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด มาโมรุซุกซบที่ไหล่พี่ชายอย่างน่าสงสาร
"พวกเมื่อกี้... มันแกล้งอะไรนายใช่มั้ย"
เด็กหนุ่มทำท่าจะผุดลุกขึ้นไปเอาเรื่องกลุ่มวัยรุ่นที่เดินออกจากร้านไปแล้ว ทว่าถูกวงแขนเรียวเกี่ยวกระชับเอาไว้
ช่วยไม่ได้... ขืนปล่อยให้ร้องแบบนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่อง อาเคมิก็ใกล้จะมาแล้วด้วย ต้องรีบจบเรื่องมาโมรุให้เร็วที่สุด
และทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้หมอนี่หยุดร้องก็คือ... ปลอบ ปลอบ ปลอบ แล้วก็ปลอบ...
มาโกโตะช้อนคางน้องชายขึ้นมา แล้วเช็ดน้ำตาที่ไหลไม่หยุด
ดวงตาคู่สวยล้อมกรอบด้วยแพขนตางอนยาวที่ชุ่มชื้นประสานสายตากับพี่ชาย ทำเอามาโกโตะหัวใจอ่อนระทวยเต้นไม่เป็นส่ำ ไหนจะพวงแก้มใสที่เขาใช้นิ้วโป้งลูบเช็ดน้ำตาที่ไม่ยอมหยุดไหลนั่นซักที แล้วยังริมฝีปากสีชมพูซึ่งแดงระเรื่อขึ้นมาเพราะแรงขบของเจ้าเด็กน้อยอีก เดิมทีหมอนี่หน้าตาเหมือนเด็กผู้หญิงอยู่แล้ว พอมาเจอตอนร้องไห้แบบนี้ อย่าว่าแต่เหมือนผู้หญิงเลย บอกว่าเป็นผู้หญิงก็ยังเชื่อ
"ฮึก... ฮึก..."
มาโมรุเริ่มสงบลง จนเหลือแต่เสียงสะอื้น
มาโกโตะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"ไม่เป็นไรนะ?"
เด็กน้อยพยักหน้าหงึก แล้วเข้าไปซบที่ไหล่พี่ชายอีกครั้ง ท่าทางคงจะอายที่มาปล่อยโฮกลางร้านอาหารแบบนี้
มาโกโตะกระชับอ้อมกอด ลูบหัวลูบหลังอย่างเอ็นดู
เจ้าเด็กนี่... ตัวอบอุ่น กอดสบายชะมัด
เขาจุมพิตเบาๆ บนเส้นผมอ่อนนุ่มที่กลางกระหม่อม แล้วจูบเรื่อยมายังหน้าผาก แก้ม... และกำลังจะเคลื่อนมาที่...
วินาทีนั้นเอง
...ตุ่บ!!!...
มาโกโตะหันไปมองยังต้นกำเนิดเสียง พบว่าเป็นวัตถุที่คุ้นตา
มันคือกระเป๋าสะพายข้างของอาเคมิ
เด็กสาวกำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ตากลมโตของเธอเบิกโพลงทำให้ดูโตกว่าเก่า แววตาสั่นระริกเหมือนกำลังเจอภาพบาดตาสุดขีด
ในขณะที่มาโมรุยังคงซบพี่ชายไม่ปล่อย และยิ่งซุกหน้าซ่อนน้ำตามากกว่าเดิมเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงแปลกหน้าปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
ในร้านเงียบกริบไปครู่ใหญ่หลังจากเสียงกระเป๋าของอาเคมิตกลงที่พื้น สายตาของลูกค้าแทบทุกโต๊ะหันมาจับจ้องที่คนทั้งสามเป็นตาเดียว
"เอ่อ... อาเคมิจัง นี่มาโมรุ น้องชายฉันเอง"
มาโกโตะพูดตะกุกตะกัก ด้วยความหวั่นใจว่าจะโดนเข้าใจผิด
"นี่สินะ... เรื่องที่นายอยากปรึกษา..."
เด็กหนุ่มอยากรีบปฏิเสธพัลวัน ทว่าเจ้าเด็กขี้แยที่นั่งข้างๆ กลับกอดรั้งเขาไว้แน่น
"เอ่อ... คือว่า... อย่าเพิ่งเข้าใจ..."
อาเคมิพยักหน้า
"ไม่ต้องห่วงนะ มาโกโตะ... อันที่จริงเราก็ทำใจไว้บ้างแล้วล่ะ เพียงแต่ทุกครั้งที่เราได้ยินเสียงนาย เรายังพอใจชื้นว่านายยังรักเราอยู่... แต่ตอนนี้ เราเข้าใจแล้ว... ขอบใจนะที่พาน้องชายมาเจอเราซักที"
พูดจบก็ก้มลงคว้ากระเป๋าแล้ววิ่งออกจากร้าน
มาโกโตะได้แต่มองส่งจนหลังของเธอลับสายตาไป
จะให้ตามไปได้ยังไงล่ะ ในเมื่อไอ้ตัวเล็กยังเกาะเขาแน่นเป็นหมีโคอาลาแบบนี้... แถมยังสะอื้นซิกๆ ไม่หยุดสนิทเลย
และเขาก็ชนะพนันบันริด้วยเหตุนี้
สาเหตุที่มาโมรุร้องไห้ในวันนั้น คือโดนกลุ่มวัยรุ่นพวกนั้นเข้ามาหาเรื่องเพราะคิดว่าเป็นทอมแล้วค้นกระเป๋าแย่งยาพ่นกับเงินไป เรื่องของเรื่องมันก็เกิดขึ้นจากบรรยากาศไม่เป็นมิตรของเจ้าตัวที่ทำให้วัยรุ่นพวกนั้นนึกหมั่นไส้
ส่วนอาเคมิ...
มาโกโตะตัดสินใจโทรไปหาเด็กสาวอีกครั้ง
เมื่อเขาขอโทษและเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้เธอฟัง เธอก็ยอมยกโทษให้และกลับมาดีกับเขาดังเก่า
ทว่า...
"อาเคมิ... เราเลิกกันเถอะ"
ในที่สุดเขาก็หลุดปากพูดออกไป
"ขอบใจนะ... มาโกโตะ... ขอบใจที่เธอไม่หลอกกัน"
อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่
มาโกโตะเพิ่งมาเข้าใจว่าจริงๆ แล้ว ที่เขาสนใจอาเคมิในตอนแรก ก็เพราะเธอละม้ายคล้ายมาโมรุ เธอเข้ามาในชีวิตเขาช่วงที่มาโมรุเหินห่าง และเหตุผลที่เขามักจะเห็นภาพของเธอและมาโมรุซ้อนทับกันก็เป็นเพราะ...
เขาหลงรักมาโมรุนั่นเอง
เขาไม่เคยแน่ใจอะไรขนาดนี้มาก่อน
ตอนนั้น... ถ้าอาเคมิไม่เข้ามาล่ะก็... เขาคงจูบมาโมรุไปแล้วแน่ๆ
เมื่อทั้งคู่มาอยู่ตรงหน้าเขาในเวลาเดียวกัน น่าแปลกที่เขากลับเห็นน้ำตาของน้องชายดูงดงามกว่าเด็กสาวหน้าตาน่ารักหลายเท่า และเขาก็ประจักษ์แล้วว่า อาเคมิซึ่งเขาเคยคิดว่าคล้ายมาโมรุมาตลอดนั้น จริงๆ แล้วไม่ได้เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย
หลังจากเหตุการณ์ของอาเคมิผ่านไป มาโกโตะเกิดความสับสนมากมายหลายอย่าง
แน่ล่ะ... พี่ชายจะหลงรักน้องชายแบบนี้ได้ยังไง
หรือบางทีเขายังติดภาพของอาเคมิอยู่ในใจเวลาที่เห็นมาโมรุกันนะ?
หลังจากนั้นเขาก็ลองคบกับผู้หญิงแบบอื่นๆ ที่ไม่มีอะไรเหมือนทั้งมาโมรุและอาเคมิเลย แต่ก็ไม่เป็นผลอยู่ดี
เขาได้แต่เก็บความในใจของตัวเองไว้ หาเหตุที่จะลืมมันได้ในซักวันหนึ่ง
ทว่า... ยิ่งโตขึ้น มาโมรุก็ยิ่งสง่างามและเจิดจ้าในสายตาเขา หนำซ้ำยังเป็นทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวเขา
เขาจึงยังคงเปิดใจคบกับผู้หญิงอื่นไปเรื่อยๆ เพื่อหาคนที่ใช่
คนที่จะทำให้เขาลืมความรักที่มีต่อมาโมรุได้... ในซักวัน
The End
edit @ 12 Jan 2008 02:25:15 by ★ひまじん★

#1 By กามเทพ (203.113.51.73) on 2008-01-04 06:29