ลิขิตรักต่างมิติ [1]
posted on 16 Nov 2007 14:55 by i-am-hima in fan-fiction
[Golf-Mike fan-fiction]
* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายสาดส่องยังระเบียงหินอ่อนสีขาว ชายสองคนสองวัยนั่งจิบน้ำชากันอยู่เงียบๆ ท่ามกลางความร่มรื่นของสวนซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้กลางฤดูใบไม้ผลิ
“ลูกพ่อ... พ่อคิดว่าถึงเวลาสมควรแล้ว ที่จะฝากอาณาจักรของเราไว้ในมือเจ้าเสียที”
ชายสูงวัยผู้งามสง่าดุจราชสีห์เอ่ยขึ้นกับเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะพะยะค่ะ เสด็จพ่อทรงยังหนุ่ม ทรงแข็งแรง ทรงเป็นมิ่งขวัญให้กับประชาชนได้อีกนาน...”
โอรสหนุ่มแย้งด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก แม้เขาจะภูมิใจที่พระบิดาทรงไว้ใจฝากบ้านเมืองไว้กับเขา แต่เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะแบกรับความรับผิดชอบนี้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความสามารถ หากแต่เขาได้ปฏิญาณกับตัวเองไว้แล้วว่า เขาจะไม่รับตำแหน่งจนกว่า “คนคนนั้น” จะยอมรับในตัวเขา
“ลูกพ่อ... หลายปีแล้วที่พ่อต้องรับใช้ประเทศและประชาชน ถึงแม้พ่อจะยังมีกำลังอยู่ก็ตาม แต่ชีวิตของมนุษย์สั้นนัก เจ้าก็รู้... ว่าความฝันสูงสุดของพ่อคืออะไร... เจ้าก็รู้ว่าที่พ่อเลี้ยงเจ้าให้เติบโตขึ้นเป็นกษัตริย์ที่เพียบพร้อมเพื่ออะไร... พ่อรอคอยวันนี้มานานแสนนาน...”
ใช่แล้ว ทำไมเขาจะไม่รู้... เสด็จแม่และเสด็จพี่ทั้งสองคงกำลังรอคอยการพบกับเสด็จพ่ออีกครั้งด้วยความอดทนอยู่เป็นแน่...
สิบปีที่แล้ว...
ขบวนรถม้าที่พระราชินีประทับโดยสารเพื่อเสด็จกลับมาตุภูมิหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยระหว่างการเดินทาง ในรถคันนั้นนอกจากพระราชินีแล้ว ยังมีพระราชโอรสองค์ที่หนึ่งและองค์ที่สองอยู่ด้วย จากการสอบสวนข้าราชบริพารซึ่งร่วมขบวนไปด้วยกัน ทุกคนพากันฉงนและตื่นตระหนกกับการหายตัวอย่างไร้วี่แววชวนพิศวงของพระราชินี อย่างไรก็ตามยังไม่มีการสำเร็จโทษผู้ใดจนกว่าจะได้รู้ว่ารถม้าของพระราชินีอยู่ที่ไหน
แต่นี่ก็ล่วงเลยมาสิบปีแล้ว... ไม่มีใครหาทั้งสามพระองค์เจอแม้แต่ร่างที่ไร้วิญญาณ
จักรพรรดิแห่งนิธิไพศาลยังทรงรอคอยวันที่จะได้ออกตามหาพระมเหสีด้วยพระองค์เองมาตลอด
พระองค์ยึดมั่นคำสัญญาที่มีต่อกันก่อนออกเดินทาง
สัญญาที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน... สัญญาที่ทำให้พระองค์มั่นใจว่าหญิงสาวผู้เป็นที่รักยังคงมีชีวิตอยู่ และรอพบพระองค์อีกครั้งอย่างใจจดใจจ่อเมื่อถึงเวลา
และเวลานั้นก็คงใกล้มาถึงแล้วเต็มที
“อันที่จริง หากเสด็จพ่อจะเดินทางออกตามหาเสด็จแม่ด้วยพระองค์เอง ทรงให้ลูกสำเร็จราชการแทนพระองค์เท่านั้นก็ได้นี่พะย่ะค่ะ ไม่เห็นต้อง...”
“ไม่ได้ ยังไงก่อนพ่อจะก้าวเท้าออกจากวัง พ่อต้องสวมมงกุฎให้ลูกก่อน”
“แต่ว่า...”
“ลูกมีปัญหาอะไรงั้นรึ?”
“.........”
รัชทายาทหนุ่มเงียบไป เขารู้ดีว่าไม่ควรเอ่ยถึงปัญหาให้พระบิดาหนักใจมากขึ้นอีก
หากพิรัชต์อนุชาของเขารู้ว่าเสด็จพ่อจะยกบัลลังก์ให้ในไม่ช้าล่ะก็ เด็กคนนั้นจะต้องร้อนรุ่มเหมือนไฟสุมทรวงอย่างแน่นอน เขาไม่อยากให้น้องชายเพียงคนเดียวที่เขารักที่สุดทนทุกข์ทรมานกับความโกรธแค้นชิงชังมากไปกว่านี้
แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว...
เด็กหนุ่มคนนั้นยืนกำหมัดนิ่งอยู่อีกฟากของกรอบประตูขณะฟังทั้งคู่คุยกัน
“กอล์ฟ มีของมาส่ง”
เสียงเรียกดังลั่นจากด้านนอก เด็กหนุ่มแว่นหนาเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์
“เฮ่ย กอล์ฟ ได้ยินรึเปล่าเนี่ย”
เสียงนั้นเรียกย้ำ เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อจึงได้ฤกษ์ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานตรงหน้า แล้วเดินไปเปิดประตู
“เอ้อ ได้ยินแล้ว คนกำลังติดพัน ให้ออกมาทันทีได้ไง” พูดพลางเดินเอื่อยๆ ออกมาจากห้อง
เด็กหนุ่มร่างสูงชี้ไปยังกล่องพัสดุไปรษณีย์ใบโต
“จากญี่ปุ่น”
ทันทีที่ได้ยินดังนั้น เด็กหนุ่มแว่นหนาก็ดวงตาวาวโรจน์ วิ่งพรวดไปยังกล่องเป้าหมายด้วยท่าทางเหมือนเสือน้อยตะครุบเหยื่อ
“เย่! มาแล้ว... ทัจจี้จัง... ไชโย... ทีนี้แหละ จะมีสตูดิโอ 3D อะนิเมะสมบูรณ์แบบในบ้านแล้ว”
ทัจจี้จังที่ว่าเป็นชื่อเล่นของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เพิ่งออกใหม่ เด็กหนุ่มสั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่ยังไม่วางขาย
...ให้มันได้อย่างงี้สิ พี่ตู... เด็กหนุ่มร่างสูงเหงื่อตก
อันที่จริงเขาชินกับอาการเห่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ของพี่ชายโอตาคุแล้ว แต่ที่ยังไม่ชินก็คือ...
ต้องมายืนทำกับข้าวเพื่อประทังสองชีวิตอยู่ในครัวนี่สิ
ตั้งแต่เกิดมาเคยทำกินเองอย่างจริงๆ จังๆ ซะที่ไหน แล้วตอนนี้ในบ้านก็ไม่มีใครนอกจากพวกเขาเพียงสองคน
พวกเขาย้ายมาอยู่คอนโดกันตามลำพังได้เกือบสัปดาห์แล้ว หลังจากที่วันหนึ่ง CPU ตัวเก่งของพี่ชายบึ้มขึ้นมากะทันหันพร้อมประกายไฟแลบเหมือนถ่านปะทุ พอแงะออกดูทุกคนในบ้านถึงกับตื่นตะลึงเพราะงูเหลือมวัยกระเตาะขดตัวตายอนาถอยู่ในเคส นี่เป็นตัวที่เก้าแล้วที่ปรากฏกายภายในห้องนอนพี่ชายโอตาคุของเขา
ไม่หมดแค่นั้น... หลังจากทำการกวาดล้างแหล่งกบดานของงูในบ้านก็พบว่า แค่ในห้องของกอล์ฟเพียงคนเดียว มีที่อยู่งูถึงห้าจุด และแต่ละจุดมีงูไม่ซ้ำหน้า ตั้งแต่งูเขียวตัวเล็กๆ ไปจนถึงงูเหลือมสีทองตัวโตที่นอนท้องป่องทำเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ซอกหนึ่งของกำแพง ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในท้องของมันย่อยหมดจะมาเขมือบเจ้าของห้องเมื่อไหร่
เจ้าของห้องถึงกับขนพองสยองเกล้าสุดขีด เด็กหนุ่มยื่นคำขาดจะไม่นอนในห้องตัวเองอีกต่อไปแล้ว และจัดการย้ายอุปกรณ์ที่อ่อนไหวต่อการโดนทำร้ายออกจากห้องบัญชาการ เอ๊ย ห้องนอนของตัวเองเป็นการใหญ่
ด้วยเหตุนี้... ทั้งคู่จึงต้องแยกออกมาอยู่คอนโดไปพลางๆ ระหว่างครอบครัวจัดการกวาดล้างกองทัพไร้ขาให้สูญสิ้นไปจากแผ่นดินเล็กๆ ผืนนั้น
“เฮ้ย ไม่คิดจะช่วยกันซักหน่อยเหรอ”
ดูเหมือนอีกฝ่ายมัวแต่ชื่นชมกล่องพัสดุตรงหน้าจนไม่ได้ทังเกตสารรูปน้องชายที่คาดผ้ากันเปื้อนตีไข่อยู่หลังเคาน์เตอร์
“เออ... เดี๋ยวก่อน ขอตรวจสภาพทัจจี้จังก่อน”
เอ่อ... ตรวจสภาพทีไร หายหัวไปทั้งคืนทุกที
“แต่นี่มันเกือบทุ่มแล้วนะ น้ำมันในเตาร้อนแล้วด้วย”
ไม่พูดเปล่า หยอดไข่ที่ตีลงในกะทะ
ทันใดนั้นเอง เสียงปะทุก็ดังขึ้นพร้อมกับน้ำมันกระเด็นออกมา
“เฮ่ย!!!”
เด็กหนุ่มหน้าเตาคว้าฝาหม้อขึ้นมาบังด้วยความตกใจ
พี่ชายส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนวางกล่องพัสดุแล้วเดินเข้าไปแย่งถ้วยไข่และตะหลิวในมืออีกฝ่าย
“นายเนี่ยนะ... บอกให้สั่งข้าวจากข้างล่างขึ้นมาก็ไม่เอา”
โธ่... ถ้าทำอย่างนั้นก็อดอ้อนพี่น่ะสิ อีกอย่างทำกินเองประหยัดกว่าตั้งเยอะ
เด็กหนุ่มยืนยิ้มมองพี่ชายเจียวไข่ สภาพเสื้อยืดเก่าๆ กางเกงอยู่บ้าน แว่นตาหนาเตอะ หัวยุ่งๆ มัดจุกด้านหน้าเปิดเหน่งแถมเจียวไข่ไปปากก็บ่นนู่นบ่นนี่ไป ดูยังไงก็เหมือนยัยป้า... แต่ทำไมไม่รู้... น่ารักเหลือเกินในสายตาเขา
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 27 Nov 2007 17:50:12 by ★ひまじん★
edit @ 17 Jan 2008 22:55:33 by ★ひまじん★
edit @ 29 Jul 2009 00:06:33 by ★ひまじん★

#1 By ysky (203.150.100.226) on 2007-11-16 21:24