...ระหว่างเรา... [10] เผลอ

posted on 16 Nov 2007 22:36 by i-am-hima  in fiction

  * คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                การแสดงคอนเสิร์ตของพวกเราคราวนี้ผ่านไปได้ด้วยดีทั้ง 3 รอบพวกเราจึงได้รับวันหยุดพิเศษเป็นเวลา 1 สัปดาห์เพื่อพักผ่อนนอนหลับและปรับสภาพร่างกายให้พร้อมกับงานต่อไปที่กำลังเข้ามา

                ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะวางแผนไปเที่ยวที่ไหนไกลๆ บ้าง แต่ดันไม่ได้หาข้อมูลอะไรไว้เลย หนำซ้ำทำงานทุกวี่ทุกวันจนนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองอยากไปเที่ยวที่ไหน

                ไม่เหมือนเจ้ามาโมรุ… ออกจากบ้านไปตั้งแต่วันแรกที่ได้หยุด จะไปไหนมาไหนก็ไม่บอกกันสักคำ

                เฮ้อ… มันว่างจริงหนอ

                ว่าแล้วไปนั่งเล่นเกมที่ห้องรับแขกดีกว่า

                ผมนั่งเล่นเกมที่โซฟาไปนานเท่าไหร่ไม่รู้… ตื่นมาอีกทีพบว่าห้องมืดสลัว
                นี่คงจะหัวค่ำแล้วสินะ สงสัยจะเพลียไปหน่อย รู้งี้นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอนทั้งวันก็ดี เวลาหลับจะได้สบายกว่านี้

                ไม่สิ… นี่ก็สบายแล้วล่ะ

                เอ๊ะ… ผม… มาอยู่บนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่?

                “ตื่นแล้วเหรอ”
                เสียงมาโมรุดังอยู่ข้างหู
                ผมตาสว่างทันทีที่เห็นหมอนั่นนอนเอามือยันศีรษะอยู่ข้างๆ ผม
                “เฮ่ย… นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่”
                “ช่วงที่นายหลับนั่นแหละ… เห็นนายนอนหมดสภาพอยู่ที่โซฟาแล้วน่าสงสาร เลยพามานอนสบายๆ ในห้อง มองหน้านายตอนหลับแล้วมันเพลินดี เลยขี้เกียจกลับห้องตัวเอง”
                เรื่องพามาที่ห้องก็ขอบคุณล่ะนะ… แต่ไอ้วิธีการพูดเหมือนตัวเองไม่ได้เป็นน้องเนี่ย… มันน่าหมั่นไส้ชะมัด

                “มาโกะ…”
                แน่ะ… อยู่ๆ ก็มาเรียกชื่อกันด้วยน้ำเสียงสุดสยิวแบบนั้น ไหนจะแววตาที่มองแล้วเหมือนโลกหยุดหมุนนั่นอีก
                มือใหญ่ๆ ของหมอนั่นเอื้อมมาเกลี่ยผมที่ข้างแก้มของผม
                อ๊ะ อ๊ะ… เจ้าเด็กน้อย คิดจะทำอะไรของนาย

                จะว่าไปก็ไม่น้อยแล้วนะเนี่ย ใบหน้าของเขาดูคมเข้มเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ตัวก็สูงใหญ่กว่าผม ไม่อยากเชื่อเลยว่า เด็กเล็กๆ ที่หน้าหวานละไมคล้ายผู้หญิงโตขึ้นมาจะหล่อเหลาเหมือนเทพบุตรขนาดนี้ ยิ่งหลังๆ มีแต่คนบอกว่ามันเหมือนเป็นพี่ด้วยซ้ำ ไหนจะแววตาแก่แดดที่ชอบมองมาประหนึ่งว่าตัวเองกร้านโลกซะเหลือเกิน
                หนอย… นายอ่อนกว่าฉันตั้ง 2 ปีเชียวนะเฟ่ย!!!

                แต่จะว่าไป เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ผมก็คบผู้หญิงตั้งหลายคนแล้วนี่หว่า… แถมทำงานได้เสมือนผู้ใหญ่คนหนึ่ง ก็ไม่เด็กแล้วนะ หมอนี่เข้ามาในวงการพร้อมๆ กับผม จะว่าไปแล้วมันเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าผมเสียอีก

                ไม่รู้ล่ะ ยังไงหมอนี่ก็เป็นเด็ก ต้องเตือนตัวเองไว้อย่างนี้ ไม่งั้นเดี๋ยวเผลอไปหลงรักมากกว่าเดิม สุดท้ายคนที่เจ็บปวดก็คือตัวผมและทุกคนในบ้าน

                แต่ว่า… ตอนนี้ไม่ไหวแล้วครับ…
                มาโมรุยื่นจมูกเข้ามาชนกับปลายจมูกผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วค่อยๆ ถูไถสัมผัสเบาๆ  ผมได้ยินเสียงลมหายใจของเขาเป็นช่วงๆ บางครั้งก็เหมือนกำลังกลั้นหายใจอยู่

                ผมหลับตาลงช้าๆ ไม่นานก็รู้สึกถึงแพขนตาที่ยุกยิกอยู่ตรงโหนกแก้ม แต่กลับรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก
                “มาโกะจัง… จูบนะ…”
                เสียงมาโมรุแผ่วเบาจนรู้สึกขนลุก
                จูบก็จูบสิเฟ่ย… กำลังเคลิ้มๆ อย่ามาขัดได้มั้ย เสียมู้ดหมด
                และแล้วริมฝีปากของพวกเราก็ชนกัน
                มาโมรุค่อยๆ เลียรอบริมฝีปากด้านในของผมซักพัก ก่อนที่จะเริ่มบดเบียดเข้ามาด้วยแรงที่เพิ่มขึ้น
                ผมผ่อนลมหายใจออกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะสนองตอบด้วยการกระทำเดียวกัน เมื่อทำเช่นนั้น ฟันหน้าของพวกเรากระทบกันเบาๆ มาโมรุสอดลิ้นเข้ามาลึกขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งลิ้นของพวกเราเกี่ยวกระหวัดกันอยู่ภายในช่องปากของผม

                ผมเริ่มสติหลุดลอย… อา… สบายเหลือเกิน อยากให้เป็นแบบนี้ไปอีกนานๆ

                มาโมรุดันตัวผมให้นอนหงาย แล้วยกลำตัวด้านบนขึ้นมาทาบทับ เขาจับข้อมือผมกดไว้ที่หมอน

                “มาโกะ… ฉันรักนาย… รักนายเหลือเกิน…”
                เสียงทุ้มของมาโมรุผ่านมาทางลำคอจนเหมือนคราง
                ผมเกือบเผลอหลุดถ้อยคำคำเดียวกันออกมา ทว่าโชคดีที่มาโมรุไม่มีช่องว่างให้ผมทำเช่นนั้นเลย

                “อือ… อือ…”
                ผมได้แต่ส่งเสียงที่ไม่มีความหมายใดๆ นอกจากปลดปล่อยอารมณ์ของตัวเองออกมาเท่านั้น

                พวกเรากอดก่ายกันจนสติของผมเริ่มกระเจิดกระเจิง

                ซักพัก มาโมรุเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาถอนริมฝีปาก แล้วลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างตกใจ

                “มาโกะ… ฉ… ฉันเอาอีกแล้ว… ฉันเผลอทำแบบนี้กับนายอีกแล้ว…”
                ผมยังไม่ค่อยได้สติเท่าไหร่นัก จึงได้แต่ปรือตามองเขาอย่างงงงวย

                “ฉ… ฉันขอโทษ… ต่อไปนี้ฉันจะระวัง... ที่นายไม่ขัดขืนคงเพราะสงสาร เห็นว่าฉันเป็นน้องสินะ…”
                ไม่ใช่เลย… มาโมรุ… ฉันไม่ปล่อยตัวให้ใครเพียงเพราะความสงสารหรอกนะ
                ผมอยากจะพูดอย่างนั้นออกไปเหลือเกิน แต่ร่างกายเหมือนโดนจูบที่เร่าร้อนเมื่อครู่สูบพลังไปจนหมดสิ้น
                “ฉัน… ฉันจะไม่แตะต้องนายแบบนี้อีกแล้ว… ฉันสัญญา”
                พูดจบมาโมรุก็ผลุนผลันออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมนอนงงด้วยความเคลิบเคลิ้มระคนง่วงงุนอยู่บนเตียง

                ไอ้น้องบ้า… มาปลุกอารมณ์ให้อยากแล้วก็จากไปซะดื้อๆ อย่างนี้เนี่ยนะ

                ผมกระพริบตา 2-3 ครั้ง

                เมื่อได้สติก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมา

                บ้าชะมัด… เมื่อกี้ผมทำอะไรลงไปเนี่ย ถ้าเกิดมาโมรุไม่รู้สึกตัวขึ้นมาก่อนล่ะก็… ป่านนี้… ป่านนี้ผมคงได้มีอะไรกับน้องชายแท้ๆ ของผมไปแล้วแน่ๆ
                ผมหน้าซีดเผือด เหงื่อเย็นๆ ซึมขึ้นมาที่หน้าผาก เสียววูบในท้องเหมือนร่วงดิ่งลงมาจากที่สูง

                ไอ้มาโกโตะเอ๊ย…
                ผมตบหน้าตัวเองสองฉาด

                จำไว้เลย… หัดมีสติกว่านี้… คราวหลังต้องระวังตัวกว่านี้…


To be continued...

| ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:14:17 by ★ひまじん★

edit @ 4 Feb 2008 22:23:33 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊ววววว
มายก็อดดดดดดดดดดดดด cry big smile confused smile question

#1 By **Little_Rainbow** (118.174.116.89) on 2008-12-12 20:46