The Devil Called "My Brother" [1]
posted on 19 Nov 2007 20:03 by i-am-hima in fan-fiction[Golf-Mike fan-fiction]
* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
Naughty Sassy Child : นี่แหละวายร้าย...น้องชายผม!!
"พี่กอล์ฟ หญิงเอาเสื้อตัวนี้ไปใส่นะ"
เสียงน้องนุชสุดท้องของบ้านดังแว่วอยู่แถวประตูห้อง ผมโงหัวอันหนักตื้อขึ้นมาปรือตามอง
"จะออกไปข้างนอกเหรอ"
"อื้อ... นัดเพื่อนไว้ที่สยาม จะออกไปพร้อมพี่แบงค์"
ผมส่งเสียงอืออออยู่ในคอ แล้วฟุบหน้าลงอย่างเก่า
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง ได้ยินเสียงตะโกนของแม่ลอยมา
"กอล์ฟ ม๊ากับพี่เล็กจะออกไปซื้อของ เอาอะไรมั้ยลูก"
โอย... มึนหัวครับผม... ไม่อยากตะโกนตอบกลับไปเลย
"กอล์ฟ..."
ซักพักแม่เปิดประตูเข้ามา เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลูกชายคนนี้กำลังนอนแบ่บเพราะพิษไข้
"ว่าไง ม๊าจะไปซื้อของ เอาอะไรรึเปล่า"
แม่เข้ามานั่งที่ขอบเตียงแล้วลูบหัวผม มืออุ่นๆ ของแม่ทำเอาผมเกือบน้ำตาไหล
ผมส่ายหน้า โอย... อย่ามาถามตอนนี้ได้มั้ย คิดอะไรไม่ออกเลย
แม่หัวเราะเบาๆ
"อะไรกันน่ะเรา ทีเมื่อคืนยังเพ้ออยากกินนู่นอยากกินนี่สารพัด... แล้วนี่กินยารึยัง"
ผมพยักหน้าหงึก
"ดีล่ะ งั้นนอนอยู่บ้านไปก่อนนะ เย็นๆ ม๊าจะกลับ"
ผมเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะที่หัวเตียง ...บ่ายโมงครึ่ง...
"เย็นๆ เชียวเหรอ... ม๊า... ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากอยู่คนเดียว"
ถึงจะกลางวันแสกๆ แต่พอปิดบ้านไม่มีใครอยู่ ในบ้านก็มืดๆ ทึมๆ น่ากลัวอยู่เหมือนกัน
แม่ฉีกยิ้มบางๆ ก้มลงมากระซิบข้างหูเสียงเย็นยะเยือก
"กลัวผีล่ะสิ... หึหึหึ"
อ๊ากกกกก ยะ... อย่าพูดสิแม่! คนอุตส่าห์ไม่นึก
ผมหลับตาปี๋ ขนลุกซู่ น้ำตาแทบเล็ด ไร้เรี่ยวแรงตอบโต้
"ฮ่าๆๆๆๆ โตป่านนี้แล้วยังกลัวอีก บ้านเราผีไม่ดุหรอกลูก"
แม่หัวเราะเสียงใสชอบอกชอบใจ... ฮึ่ม คำปลอบใจแบบนั้นไม่ได้ช่วยให้หายกลัวเล้ยยยย... สรุปว่ายังไงก็มีใช่มั้ย ผีเนี่ย ฮือๆๆๆ
"ถ้ากลัวนักงั้นม๊าให้ไมค์อยู่เป็นเพื่อนแล้วกันนะ น้องยังไม่ได้แต่งตัว เดี๋ยวม๊าขึ้นไปบอกให้"
พูดจบแม่ก็หอมที่หน้าผากผมฟอดใหญ่ แล้วลุกออกจากห้องไป
ผมกำลังจะอ้าปากเรียก แต่ทำได้เพียงยกมือค้าง ขณะฟังเสียงประตูปิด
ม่ายยยยย... ม่ายยยยน้า... ถ้าต้องอยู่กับหมอนั่นตามลำพังภายในบ้านล่ะก็ ผมยอมโดนผีหลอกดีกว่า... ฮืออออ
ว่ากันว่าเวลาคนเราป่วยมักจะอ่อนแอ คิดนู่นคิดนี่มากกว่ายามปกติเสมอ เฮ้อ... ตอนนี้ผมก็คงอยู่ในอาการนั้นแหละครับ หลังจากจบคอนเสิร์ตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมก็รู้สึกเหนื่อยเพลีย กระทั่งเมื่อวานเพิ่งจะมาล้มหมอนนอนเสื่อจนต้องหยุดงานนอนซมอย่างที่เห็นนี่แหละครับ
แล้วดูสิ (กระซิก กระซิก) ผมป่วยขนาดนี้แต่กลับไม่มีใครมาดูแลเป็นห่วงเป็นใยเลยซักคน จะกินข้าวก็ต้องลุกออกมาจากห้อง ไข้ขึ้นก็ไม่มีใครมาเช็ดตัว อย่างดีก็แค่จับผมกรอกยาแล้วให้นอนพัก แถมเวลาที่ผมอยากได้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน ยังพร้อมใจกันออกนอกบ้านกันหมด ฮึ่ม... ใช่ซี้... ผมไม่ใช่ไมค์นี่ พออยากได้อะไรก็ต้องขอ จนทุกคนมองว่าผมเป็นพวกเรียกร้อง เอาแต่ใจ ในขณะที่น้องชายมีแต่คนประเคนให้โดยไม่ต้องออกปากเลยซักคำ
ทุกคนเอาอกเอาใจบริการหมอนั่นทุกอย่าง พอผมตัดพ้อก็พากันอ้างว่าน้องไม่แข็งแรง น้องไม่สบาย
เวลาหมอนั่นล้มป่วยทั้งข้าว ทั้งยา เอาไปเสิร์ฟให้ถึงบนเตียง ตื่นมาก็เช็ดตัวพยาบาลกันสุดฤทธิ์ ชิ... ใช่สิ... น้องชายมันวีไอพีนี่ ปรนนิบัติพัดวีกันเข้าไป
แล้วทีผมป่วย... ต้องมานอนเหงา เฉา เหี่ยว เดียวดายไร้คนดูแล ฮือออออ คิดแล้วมันน่าน้อยใจนัก
ผมเงี่ยหูฟังเสียงปิดประตูบ้านข้างนอกห้อง ตามด้วยเสียงสตาร์ทรถ และเสียงประตูรั้ว
นี่จะทิ้งผมให้อยู่กับปิศาจในคราบน้องชายนั่นจริงๆ เหรอ ไม่เอาง่า...
ทำไมผมถึงเรียกหมอนั่นว่าปิศาจน่ะรึ?
ก็เพราะมันเป็นปิศาจกลับชาติมาเกิดน่ะสิครับ ที่เห็นนิ่งๆ ทำตัวอ่อนแอแบบนั้น จริงๆ แล้วตบตาเพื่อเรียกหาความรักความเห็นใจจากผู้ใหญ่ต่างหาก
หมอนั่นหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมโตใสแป๋ว ไม่ว่าดูยังไงก็ใสซื่อบริสุทธิ์ ฉีกยิ้มทีโลกนี้สว่างไสว ใครต่อใครพากันคิดว่ามันเป็นเทวดาตัวน้อยๆ เวลาเบ้หน้าร้องไห้น้ำตาไหลพรากยังกับน้ำตก ดูแล้วบีบคั้นหัวใจชวนให้สงสารเป็นที่สุด
แต่หารู้ไม่ว่า... ภายใต้หน้ากากเทวดาตัวน้อยนั่น แฝงกลิ่นไอร้ายของราชาปิศาจ...
ทุกครั้งที่ผมโดนดุว่า ผมมักจะเห็นสายตาสมน้ำหน้าผุดขึ้นมาจากไอ้ตัวเล็กที่อยู่ข้างหลังผู้ใหญ่ เวลาหมอนั่นป่วยมีแต่คนเอาใจ มักจะส่งรอยยิ้มเยาะมาให้ผมเหมือนตัวเองอยู่เหนือกว่าเสมอ แต่พอมันหายไม่ทันไร ก็มาหาเรื่องเล่นกับผมแรงๆ ให้ผมเอาคืน พอผู้ใหญ่มาเห็นก็โดนดุ ยิ่งหลังๆ มันตัวสูงใหญ่กว่าผม มันยิ่งข่มทุกอย่าง
เกิดเป็นพี่ต้องอดทนครับ ฮือออออ ทำไมพี่แซนด์กับพี่แบงค์ไม่เห็นต้องทนผมเหมือนที่ผมทนหมอนี่เลย (รู้ได้ไง?) ก็แหงล่ะ กับพี่ๆ หมอนี่ทำตัวน่ารัก แต่กลับผมมีแต่หน้ายักษ์ หน้าปิศาจ โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม ทำไมผมต้องเกิดเป็นลูกคนกลางด้วย
ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอีกคนที่เหลืออยู่ในบ้าน... นั่นไงล่ะ มันมาแล้ว...
ไม่ได้การ ขืนนอนซมแบบนี้ ไม่แคล้วเป็นเป้านิ่งให้มันทำอะไรแผลงๆ อีก
ผมฝืนลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังโน้ตบุ๊คที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
"คนป่วยไม่นอนพักรึไง"
เสียงทุ้มทักขึ้นตามด้วยเสียงประตูปิด
"มีอะไร?"
ผมถามกลับไปสั้นๆ
"ม๊าให้มาเฝ้าเผื่อนายเป็นอะไรไป"
จะเป็นหนักกว่าเก่าเพราะนายมาเฝ้านั่นแหละ โฮ....
ผมแทบน้ำตาไหลพราก... โธ่... ม๊า... ผมซาบซึ้งแล้วครับ แต่ความใจดีแบบนี้ผมไม่อยากได้เลยง่า...
แวบหนึ่งเหมือนเห็นรอยยิ้มปิศาจผุดขึ้นที่มุมปากน้องชายตัวแสบซึ่งมัดผมจุกด้านหน้าเปิดเหม่งเจิดจ้าเผยใบหน้างดงามที่กำลังเดินเข้ามา
โอย... ไม่ไหว... ยืนทีเหมือนโลกหมุน คิดแล้วผมก็หอบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ครีบเดินตัดหน้ามันไปที่เตียง
แต่แล้วก็ต้อง...
ตุ่บ!!!
โน้ตบุ๊คกระเด็นไปที่กลางเตียงพอดิบพอดี ในขณะที่ตัวผมห้อยอยู่บนแขนข้างหนึ่งของไอ้ตัวใหญ่ที่อายุน้อยกว่าไม่กี่ปี
"เอ้า... เดินจะไม่ไหวอยู่แล้ว ยังทำซ่า"
หนอย... เดินไม่ไหวอะไรกันฟะ เมื่อกี้นายขัดขาฉันชัดๆ !
ผมรีบผลักตัวเองออกจากวงแขนที่กำลังจะรวบผมเข้าไปชิดตัวมันมากขึ้น ทำให้ตัวเองเสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้ากองอยู่กับพื้น
ปิศาจร้ายตรงหน้าย่างสามขุมพลางเอื้อมมือเข้ามา
อย่า... อย่านะ... อย่ามาบีบคอฉัน!!!
ผิดคาด... ขณะที่ผมหลับตาปี๋ป่ายปัดมือที่อยู่ตรงหน้า ตัวผมก็ลอยขึ้นจากพื้น
"ไปนอนบนเตียงดีๆ เถอะลุง"
หนอย... เรียกผมลุงเรอะ!? แก่กว่ามันกี่ปีกันเชียว ฮึ่ม
ว่าแต่... ทำไมมันอุ้มผมขึ้นเตียงท่านี้ล่ะเนี่ย อ๊าก... ปล่อยนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนะเฟ่ย
ไมค์ไม่ยอมปล่อยผมลงนอนซักที หมอนั่นฉีกยิ้มชวนสยอง ให้ตายเถอะ... ผมอดระแวงไม่ได้ทุกทีที่อยู่ในอุ้งมือมันแบบนี้ มันจะทำอะไรผมอีก
"เฮ้ย ปล่อยซะทีสิ"
ผมทำตาดุใส่
"เปลี่ยนใจแล้ว... โยนลงสระดีกว่า"
พูดพลางเดินไปยังประตูเตรียมออกนอกห้องเต็มที่
"จะบ้าเรอะ ฉันป่วยอยู่นะเฟ่ย ปล่อย... ปล่อยเซ่"
ผมดิ้นออกจากตัวหมอนั่นสุดชีวิต ต่อให้ตกก้นกระแทกพื้นก็ยอมล่ะ
แล้วหมอนั่นก็หมุนตัวกลับมาข้างเตียงเหมือนเก่า
"ก็ได้ งั้นไมค์ขอยืม PSP นะ"
"ของไมค์ก็มีทำไมต้องมายืม"
"งั้นโยนลงสระล่ะ"
ไม่พูดเปล่าหันกลับไปยังประตู พาผมซึ่งทำอะไรไม่ได้นอกจากดิ้น ดิ้น ดิ้น แล้วก็ดิ้นออกจากห้องตรงไปยังสระว่ายน้ำในบ้าน
"อ๊ากกกก ปล่อยนะ ปล่อย... ฉันให้ยืมก็ได้ อยากได้อะไรเอาไปให้หมดเลย อย่าโยนลงสระเลยนะ ยอมแล้ว..."
แต่ดูเหมือนมันจะไม่ยอมฟังผมเลย แถมยังเปิดประตูไม่ระวังกระแทกไหล่ กระแทกหัวผมอีก ฮือๆๆๆ ไอ้น้องบ้า
"สายไปแล้วล่ะพี่กอล์ฟ... คนป่วยอะไร ดิ้นแรงชะมัด เฮ้อ ไมค์ชักจะเมื่อยแล้วสิ"
พูดจบก็ทำท่าจะปล่อยผมลง แต่ว่า... ข้างล่างมัน... สะ สะ สระน้ำ!!
"อย่านะ"
ผมคว้าคอไอ้ตัวใหญ่มากอดแน่น
เอาสิ... ถ้าฉันตกนายก็ต้องตกด้วย!!
เสียงหัวเราะหึในลำคอผ่านออกมาจากแผ่นอกของหมอนั่น ให้ตายเหอะ... มันแกล้งผมอีกแล้ว ฮือๆๆๆ ฉันป่วยอยู่นะเฟ่ย ช่วยรามือซักวันไม่ได้เรอะ
"แกล้งเวลาป่วยสนุกดีแฮะ แถมนายก็ไม่ได้ป่วยบ่อยๆ ซะด้วย"
ไอ้น้องบ้า... ถ้าฉันเป็นไข้หนักกว่าเดิมล่ะก็ จะตามมาหลอกหลอนนาย (<= แค่เป็นไข้ ไม่ได้ตาย)
"เฮ้อ... เมื่อยแขนจริงๆ แล้ว"
แล้วจู่ๆ มันก็ปล่อยแขนซะดื้อๆ ผมซึ่งยังคงกอดคอมันแน่นตะเกียกตะกายป่ายปีนบนตัวน้องชายเป็นการใหญ่ รู้ตัวอีกทีก็เอาขาเกี่ยวสะโพกมันไว้แน่นทั้งสองข้าง ท่าเหมือนลูกลิงเกาะท้องแม่ก็ไม่ปาน
"โอ๊ย... หนักชะมัด ไม่ต้องเกาะแน่นขนาดนั้นก็ได้ ไม่ตกน้ำซักหน่อย"
ผมก้มลงมองที่พื้น ถึงได้รู้ว่าจริงๆ หมอนั่นถอยมายืนห่างจากขอบสระสองก้าวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"หนอย... ถ้าฉันตกก็เจ็บสินะ"
"แล้วตกรึยังล่ะ"
สีหน้ายียวนกวนประสาทสุดๆ
"หรือว่าอยากตกน้ำมากกว่า"
ว่าแล้วก็ก้าวเท้าไปข้างหน้า ผมกระชับวงแขนรอบคอไอ้ตัวแสบแน่น แล้วหลับตาปี๋
"ไม่เอา"
ถ้าผมเดาไม่ผิด น้องชายตัวดีต้องกำลังยิ้มชั่วร้ายอยู่แน่ๆ หมอนั่นพาผมกลับเข้าห้องทั้งที่ยังอยู่ในท่าแม่ลิง แล้ววางผมลงนอนบนเตียงอย่างนิ่มนวล
...เออ... ทำดีๆ ก็ทำได้ ทำไมไม่ค่อยจะทำเลย ฮึ!? ชอบบั่นทอนความแมนของคนอื่นอยู่เรื่อย
"PSP ล่ะ"
"ในกระเป๋า ไปหาเอาเอง แล้วเอามาคืนด้วย"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นทันที
"ไม่ต้องห่วง จะเล่นที่นี่แหละ"
ผมถึงกับหน้าซีด
"ก็เมื่อกี้เพิ่งบอกไปหยกๆ ว่าหม่าม๊าให้มาเฝ้า เพราะฉะนั้น ไมค์จะอยู่ห้องพี่กอล์ฟจนกว่าม๊าจะกลับมา"
ประโยคสุดท้ายเสียงหวานเลี่ยนยังไงพิกล... สังหรณ์ใจไม่ดีเลย
เพราะฉะนั้น... บ่ายนี้ผมจะหลับไม่ได้เป็นอันขาด
ผมเปิดโน้ตบุ๊คที่อยู่บนเตียง ในขณะที่ไอ้ตัวยุ่งนั่งพิงขอบเตียงอีกด้านหนึ่งเล่นเกม
"ไม่นอนรึไง เดี๋ยวก็ไม่หายหรอก ป่วยแล้วไม่มีคนสนใจยังไม่เจียมอีก"
ฉึก!!! แทงใจดำอย่างแรง...
"ช่างฉัน จะแต่งเพลง ตอนนี้ความคิดกำลังบรรเจิด..."
ใครว่าล่ะ... หนังตาผมกำลังตกลงมาได้ที่ต่างหาก โอย... ก่อนหน้านี้กินยาเข้าไป สงสัยมันคงออกฤทธิ์เต็มที่แล้วอ่ะ... หลับดีกว่า... คร่อก...
※ คำว่า "ม้า" ซึ่งย่อมาจาก "หม่าม้า" ขอพิมพ์เป็น "ม๊า" แทนนะคะเพื่อเวลาอ่านจะได้ไม่รู้สึกว่าเป็น "ม้า"
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:26:52 by ★ひまじん★
กอล์ฟไมค์น่ารักน่าดูเลย ชอบๆๆๆจริงๆ
เดี๋ยวรีบอ่านตอนต่อไปก่อนนะ
#1 By drakyuchi (58.137.93.130) on 2007-11-22 16:31