The Devil Called "My Brother" [2]

posted on 19 Nov 2007 20:05 by i-am-hima  in fan-fiction

[Golf-Mike fan-fiction]

* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

Lovely Unlucky Boy : พี่ชายกระต่ายน้อยที่น่ารักของผม~

 

                อ่านพี่กอล์ฟพล่ามจนเมื่อยตาเลยสิครับ ทำไมผมจะไม่รู้... หมอนั่นระแวงผมรอบด้าน โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง เพราะต่อหน้าคนอื่นผมฉลาดพอที่จะทำตัวให้เป็นที่รักของผู้ใหญ่ เป็นเด็กดีออดอ้อนเข้าไว้ ใครๆ ก็ชอบทั้งนั้นแหละ

                ย้อนกลับไปตอนที่แล้ว พี่กอล์ฟป่วย แม่ให้ผมมาเฝ้า และตอนนี้ผมก็กำลังนั่งเล่นเกมอยู่ในห้องของเขา... พี่ชายกระต่ายน้อยของผม หึหึหึ

                อันที่จริงผมตั้งใจว่าจะมาเล่นเกมให้แบตเตอรีร่อยหรอแล้วค่อยเก็บคืนเข้ากระเป๋า เอาสารพัดที่ชาร์จและแบตสำรองไปซ่อน ให้หมอนั่นหงุดหงิดรำคาญใจเวลาออกไปนอกบ้านแล้วไม่มีเกมเล่น แต่ว่าตอนนี้...

                ผมหันกลับไปมองบนเตียงเมื่อรู้สึกว่าเงียบผิดสังเกต และอย่างที่คิด... เจ้ากระต่ายน้อยนอนขดตัวก้นโด่งหลับสนิทคาโน้ตบุ๊ค เห็นแล้วชวนเวทนาอย่างบอกไม่ถูก

                ภาพตรงหน้าทำให้ผมอดฉีกยิ้มออกมาไม่ได้

                หึหึหึหึ...

                ความคิดชั่วร้ายบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในสมอง... ผมรู้วิธีผลาญแบตเตอรี่เครื่องเล่น PSP ของพี่ชายแล้ว

         

                ผมยืนเท้าเอวข้างเตียง สูดหายใจลึกๆ แล้วจับพี่กอล์ฟนอนหนุนหมอนดีๆ จากนั้นจึงปิดคอมพิวเตอร์แล้วเอาไปวางบนโต๊ะอย่างเดิม

                เห็นมั้ยล่ะครับ ผมเป็นน้องชายประเสิรฐแค่ไหน ไม่มีพิษไม่มีภัย ไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรขนาดนั้นเลยซักนิด

                แต่... ปฏิบัติการชั่วร้ายกำลังจะเกิดขึ้นนับจากนี้แหละครับ

               

                หึหึหึหึ... ไอ้คุณพี่กอล์ฟ... จำได้มั้ยครับว่าอาทิตย์ที่แล้วตอนผมตกเวทีคอนเสิร์ต ไอ้คุณพี่กอล์ฟเดินผ่านก้มลงมามองแล้วยิ้มเยาะเย้ย สะบัดก้นใส่อีกต่างหาก เป็นพฤติกรรมที่ถือว่าลบหลู่ท่านน้องชายคนนี้มากเลยนะครับ

                ผมแสยะยิ้มแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

               

                ไม่กี่นาทีต่อมา เสื้อผ้าทุกชิ้นบนตัวพี่ชายผมก็ถูกถอดออกไปจนไม่เหลือ จับพลิกซ้ายพลิกขวาขนาดนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น อ่อนระทวยยังกับดินน้ำมัน แสดงว่าจากนี้ไปก็ฉลุย

                ผมใช้ PSP ถ่ายรูปพี่กอล์ฟนอนอยู่บนเตียง แต่ถ้าจะให้นอนเฉยๆ มันก็น่าเบื่อใช่มั้ยล่ะ ผมก็เลยจับพี่ชายโพสท่าเท่ๆ อวดสัดส่วนที่สาวๆ กรี๊ดกันนักหนา จนแม้แต่ผมซึ่งเป็นคนถ่ายยังมือสั่นเพราะกลั้นหัวเราะไม่อยู่

                แล้วผมก็ได้ความคิดแจ่มแจ๋วขึ้นอีกขั้น... จริงสิ พักนี้ทำไมมีแต่ผมคนเดียวที่มีข่าวกับผู้หญิง ส่วนพี่กอล์ฟมีแต่คนถามเรื่องเก่าๆ ท่าจะเอียนน่าดู น่าสงสารจริงๆ

                มามะ... น้องชายคนนี้จะสงเคราะห์หาข่าวใหม่ให้พี่เอง

                ว่าแล้วผมก็วิ่งไปหยิบวิกผมของใครไม่รู้ที่วางล่อตาล่อใจอยู่ในห้องนั่งเล่นมาตั้งแต่สองวันก่อน

                ขอยืมหน่อยนะครับ... ตั้งไว้เฉยๆ ไม่มีประโยชน์ ไมค์จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้มันเองแล้วกัน อุตส่าห์เล็งมาตั้งแต่วันแรกแล้วว่าจะเอาไปเล่นอะไรดี

                ผมแจ้นกลับมาที่ห้อง ถอดเสื้อตัวเองออก แล้วสวมวิกผมให้เรียบร้อย จากนั้นก็ค่อยๆ สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับพี่ชาย แล้วดึงขึ้นมาคลุมปิดหน้าอก ใช้ความยาวของวิกผมให้เป็นประโยชน์ในการอำพราง

                ปิดหน้า... ใช่แล้วครับ... ต้องปิดหน้าให้มิด แค่ให้ดูเหมือนหัวของผู้หญิงก็เพียงพอแล้ว

                และผมก็ชูเครื่องเล่น PSP เหนือตัวพวกเราแล้วบันทึกภาพเอาไว้

                ...ยังไม่สะใจครับ... ไกลไปหน่อย

                ผมก็ค่อยๆ กระแซะเจ้ากระต่ายน้อย ดึงแขนเขามาโอบรอบลำตัว ทีนี้แหละ จะได้ดึงผ้าห่มลงได้อีกนิด ผมซุกหน้าที่ใต้คางพี่ชาย จากนั้นก็กดชัตเตอร์

                ผมดูรูปต่างๆ ที่ถ่ายไป แล้วลบรูปที่ไม่เนียนพอออก

                จากนั้นก็เลือกที่เด็ดที่สุดเซ็ตเป็นวอลเปเปอร์

                "อือ... แจ่บ แจ่บ..."

                เจ้าพี่ลามกที่หลับใหลด้วยฤทธิ์ยาเริ่มออกอาการนอนละเมอสุดสยิว

                ผมถึงกับสะดุ้งเมื่อหมอนั่นลูบไล้ไปบนลำตัวผม แล้วค่อยๆ กระเถิบเข้ามาซุกที่อก ผมตัวแข็งทื่อกลัวหมอนี่จะตื่นขึ้นมาซะก่อน ซักพักเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยก็ค่อยๆ หยิบแขนหมอนั่นออกจากตัวอย่างเบามือ แต่ก็ไม่ทันการซะแล้ว

                ก็หมอนั่นเล่นรวบตัวผมไปกอดราวกับพิศวาสซะหนักหนา

                ...โอย... ฝันเห็นสาวคนไหนอยู่ล่ะเนี่ย

                "หนาว..."

                หนาวอะไรของนายเล่า... ตัวร้อนจะตายชัก ...เอ่อ... จริงสิ ผมลืมไปซะสนิทเลยว่าหมอนี่เป็นไข้อยู่ แถมผมจับเปลื้องผ้าถ่ายรูปแบบนี้อีก

                ลมหายใจร้อนๆ ของคนป่วยรดอยู่แถวใบหน้าผม จะว่าไปหมอนี่เวลาอยู่กันตามลำพังไม่ค่อยเป็นฝ่ายเข้ามากอดผมแบบนี้ซักเท่าไหร่ รู้สึกน่าดีใจแปลกๆ ยังไงชอบกล

                ผมถอดวิกออกแล้วซ่อนทั้งวิกและ PSP ไว้ใต้ผ้าห่มข้างหลังผม

                ...ช่วยไม่ได้นี่เนอะ นานๆ ป่วยทีแท้ๆ ดันไม่มีใครดูแล โอ๋... น่าสงสารจริงๆ งั้นน้องชายผู้แสนดีจะทำหน้าที่นั้นให้แล้วกันนะ...

                ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมไหล่พี่กอล์ฟ แล้วกอดตอบด้วยความเห็นใจ ในขณะที่ความคิดเจ๋งๆ อย่างหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวอีกจนได้

 

                เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ผมรู้สึกว่าฟ้าข้างนอกเริ่มสลัว

                ไม่ได้การ... เดี๋ยวแม่กับพี่เล็กจะกลับมาซะก่อน

                ผมรีบเขย่าตัวคนป่วยในอ้อมแขน พออีกฝ่ายขมวดคิ้วทำท่าว่าจะลืมตาตื่นผมก็รีบพลิกตัวหันหลัง บีบน้ำตาออกมาอย่างเร่งด่วน

                "ฮึก... ฮึก..."

                เพียงไม่นาน น้ำตาก็ไหลพรากลงมาอาบแก้มไม่ขาดสาย

                เมื่อรู้สึกว่าคนข้างหลังยังไม่มีท่าทีจะโวยวาย ผมก็เพิ่มระดับเสียงและแรงสะเทือนในการสะอื้นอย่างเต็มสตรีม

                "ฮือ.... ฮือ..."

                "เฮ่ย ไมค์!!!"

                ได้ผล นั่นไงครับ เริ่มแล้ว...

                ผมแสยะยิ้มทั้งน้ำตา ...ขอทวงค่ากอดและแต๊ะอั๋งเมื่อกี้แล้วกันนะพี่กอล์ฟ ฮ่าๆๆๆ

                "ฮือ... ฮือ..."

                ผมลดเสียงลงให้เป็นธรรมชาติมากขึ้น ตอนนี้พี่ชายนั่นคงกำลังตกตะลึงกับแผ่นหลังขาวๆ ของผมอยู่เป็นแน่

                "ไมค์... ไมค์..."

                มืออุ่นๆ เอื้อมมาเขย่าไหล่ของผม ผมแกล้งปัดออกอย่างรังเกียจ

                "นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น? แล้วนาย... ทำไมพวกเราถึงได้..."

                ผมหันกลับไปมองค้อน ตอนนี้ตาผมคงแดงก่ำได้ที่ เจ้าพี่งี่เง่าถึงกับหน้าถอดสี ฮ่าๆๆๆ สะใจอย่างบอกไม่ถูก

                "ยังมีหน้ามาถามอีก!!"

                ผมแกล้งตวาด แล้วทำหน้าเหมือนนึกอะไรได้

                "จริงสิ... จะว่าไปพี่กอล์ฟไม่ผิดหรอก... ก็เป็นไข้ไม่รู้สึกตัวนี่นา"

                น้ำเสียงตอนท้ายใส่ความน้อยใจลงไปนิดๆ ...เพอร์เฟ็กต์!!!

                พี่กอล์ฟอึ้งกิมกี่ดังคาด ตาเบิกโพลง อ้าปากหวอเหมือนเห็นผี แต่ภายในไม่กี่วินาทีก็ฉลาดขึ้น

                "นายต้องแกล้งอะไรฉันแน่ๆ จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรใช่มั้ย"

                ผมสะบัดหน้าหนี

                "ฮึก... ฮึก... ช่างเถอะ ถ้าพี่กอล์ฟคิดแบบนั้นแล้วสบายใจก็ช่าง ไมค์จะถือว่าเหตุการณ์เมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้น"

                พูดจบผมก็ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกาย... ไม่คลุมได้ไงล่ะครับ เดี๋ยวความแตกพอดี ก็ผมเปลือยแค่ท่อนบนเท่านั้นนี่นา

                ขณะที่อีกฝ่ายหยิบหมอนขึ้นมาปิดร่างตัวเอง ผมก็หยิบเสื้อ วิกผมและ PSP ที่แอบเตะตกลงข้างเตียงแล้วเดินออกจากห้อง หวังว่าพี่งี่เง่านั่นคงไม่ทันสังเกตหรอกนะ... ก็มัวแต่เอ๋อลำดับเรื่องราวในหัวอยู่นี่นา กะแล้วเชียวว่าไม่มีตอนไหนแกล้งสนุกเท่าตอนหมอนี่ป่วยอีกแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ

                สิ้นเสียงปิดประตู ผมฉีกยิ้มให้กับตัวเองอย่างพึงพอใจ

                หึหึหึ... นึกถึงหน้าตางุนงงระคนตื่นตระหนกของพี่กอล์ฟแล้ว มันน่าเอ็นดูซะจริงๆ

                กอล์ฟเอ๋ย... รู้ตัวรึเปล่าว่าหน้าตาของนายแบบนั้นน่ารักขนาดไหน กระตุ้นให้ฉันเกิดไอเดียใหม่ๆ มาแกล้งนายเสมอนั่นแหละ หึหึหึหึ


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:27:33 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ากกกก
น้องมค์ร้ายมากๆเลยค่ะ ร้ายแบบไม่ไหวแล้ว
สงสารน้องกระต่ายของเราจัง ลุ้นๆๆๆ

#1 By drakyuchi (58.137.93.130) on 2007-11-22 16:33

น่าเอ็นดูทั้งพี่ทั้งน้องเลยง่ะ
คุณน้องร้ายกาจมากมาย

#2 By ~love~ on 2007-12-07 18:36