ลิขิตรักต่างมิติ [3]

posted on 23 Nov 2007 01:26 by i-am-hima  in fan-fiction

 

[Golf-Mike fan-fiction]

* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *


 
                เสียงคมมีดแหวกอากาศ ตามด้วยท่อนไม้ที่ขาดหลุดจากแขนของนายทหารที่เป็นคู่ซ้อม ร่างสูงยันเท้าลงกลางอกผลักนายทหารผู้นั้นลงไปนอนกองกับพื้น แล้วอาละวาดฟันท่อนไม้ที่อยู่บนลำแขนของนายทหารคนอื่นๆ อย่างบ้าคลั่ง
                ชายสูงวัยผมดำแซมสีดอกเลาท่าทางภูมิฐานเดินเข้ามาในลานฝึกดาบพร้อมลูกน้องอีกสองคน เมื่อเห็นอาการของเด็กหนุ่มดังนั้น ก็ยิ้มที่มุมปากอย่างพึงพอใจ
                “แหม... ทรงขยันซ้อมอย่างแข็งขันเช่นนี้ อนาคตต้องทรงเป็นจักรพรรดิที่เข้มแข็งไม่แพ้พระเชษฐาอย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ”
                ทันทีที่เสียงทุ้มแหบห้าวนั้นดังขึ้น องค์ชายพิรัชต์ก็หยุดมือจากการฟันดาบ แล้วหันมายังต้นเสียงทันที
                “ท่านเสนาบดี...”
                พลานุ เสนาบดีฝ่ายซ้ายเดินอาดเข้ามาแล้วก้มศีรษะถวายความเคารพตรงหน้า
                “ทรงพิโรธอะไรมารึพะย่ะค่ะ”
                พิรัชต์ยื่นดาบให้ทหารคู่ซ้อมนำไปเก็บ มหาดเล็กนำผ้าเช็ดตัวมาซับเหงื่อที่ผุดพรายอยู่บนใบหน้าสวยของผู้เป็นนาย
                “ข้าก็อารมณ์เสียของข้าเป็นนิจอยู่แล้ว ไม่มีใครสนใจหรอก”
                “ใครที่ว่า... คงไม่ได้หมายถึงองค์จักรพรรดิหรอกนะพะย่ะค่ะ”
                เด็กหนุ่มปัดผ้าขนหนูผืนนุ่มให้พ้นหน้าเหมือนรำคาญ
                “อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย”
                “กระหม่อมไม่ได้ทำเป็นรู้ดี... แต่ก็เห็นๆ กันอยู่ ช่วงนี้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงง่วนกับการจัดเตรียมงานฉลองราชาภิเษกให้กับองค์รัชทายาท ดูเหมือนทรงลืมไปเสียสนิทว่ายังทรงมีพระโอรสอยู่ตรงนี้อีกหนึ่งพระองค์...”
                ดวงตาเรียวสีดำคู่สวยฉายแววกร้าวขึ้นมาทันที มือที่ชื้นเหงื่อจากการฝึกซ้อมกำหมัดแน่น
                “ท่านพูดออกมาทำไม ข้าไม่ได้อยู่ในสายตาของเสด็จพ่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว”
                ชายสูงวัยคลี่ยิ้มสายตาอ่อนโยนขึ้นเหมือนปลอบใจ ทว่า...
                “องค์ชายพิชญะทรงสง่างามยิ่งนัก... กระหม่อมจินตนาการไม่ออกเลยว่า หากทรงสวมมงกุฎแห่งจักรพรรดิอย่างเต็มยศแล้ว พระสิริโฉมจะงดงามกว่าเดิมสักเท่าใด”
                “พอที เราไม่อยากฟัง ท่านอยู่ฝ่ายใครกันแน่”
                องค์ชายพิรัชต์เดินหนีอย่างหงุดหงิด
                “แต่กระหม่อมแน่ใจว่าหากพระองค์ได้สวมมงกุฎนั้น จะทรงงดงามยิ่งกว่าพระเชษฐาเป็นร้อยเท่า”
                “เลิกพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้เสียที”
                “เป็นไปได้สิพะย่ะค่ะ องค์ชายน่ะทรงเก่งกว่าเสด็จพี่ทั้งบุ๋นและบู๊ ทำไมจะทรงสู้องค์รัชทายาทไม่ได้ ขอเพียงทรงสนับสนุนกระหม่อม อำนาจของแผ่นดินทั้งหมดจะมาอยู่ในมือของพระองค์อย่างแน่นอน และวันนั้นพระองค์จะอยู่เหนือใครๆ แม้กระทั่งองค์รัชทายาท...”
                “ฮึ สายไปแล้วล่ะท่านเสนาบดี เขาจะมีพิธีกันอีกไม่กี่วันข้างหน้าแล้ว”
                “ตราบใดที่องค์ชายรัชทายาทยังไม่ทรงสวมมงกุฎ ก็ยังไม่มีคำว่าสายหรอกพะย่ะค่ะ ยิ่งมีพระราชพิธีใหญ่โตสิยิ่งดี ประชาชนจะได้ประจักษ์กันถ้วนหน้าว่าใครกันแน่ที่มีอำนาจอย่างแท้จริง”
                องค์ชายพิรัชต์หันมามองเสนาบดีอย่างเคร่งเครียด
                “ท่านมีแผนการอะไร?”
                “พระราชพิธีราชาภิเษกอันยิ่งใหญ่... แต่หากขาดว่าที่พระราชาล่ะก็ นอกจากจะประกอบพิธีไม่ได้แล้ว ถ้าเรื่องถึงหูอาณาจักรเพื่อนบ้านล่ะก็ จะมีผลกระทบต่อความมั่นคงของนิธิไพศาลอย่างแน่นอน”
                พิรัชต์ขมวดคิ้ว
                “ถ้าเป็นอย่างนั้น ประเทศข้าศึกก็อาจเตรียมรุกรานอาณาจักรของเราได้น่ะสิ”
                “ทรงปรีชายิ่งนัก”
                เสนาบดีหัวเราะหึ
                “เพราะฉะนั้น... พระราชพิธีจึงไม่อาจขาดองค์รัชทายาทได้ไงล่ะพะย่ะค่ะ...”
                “หมายความว่า...”
                “เหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่วัน... ทรงเตรียมตัวขึ้นรับมงกุฎได้เลยพะย่ะค่ะ... องค์ชายรัชทายาทของกระหม่อม”
                คำพูดหนักแน่นของอีกฝ่ายทำให้องค์ชายพิรัชต์ยิ้มกริ่มออกมา... สายตาที่มองไปยังปราสาทของพี่ชายนั้น เต็มไปด้วยความเหยียดหยัน

 

 

                “เฮ่ ไมค์... มานี่หน่อยดิ”
                เด็กหนุ่มหัวยุ่งเหยิง สวมแว่นสายตาหนาเตอะ ในชุดเสื้อยืดอยู่บ้านแง้มประตูห้องน้องชาย โผล่หัวเข้ามา
                ผู้ถูกเรียกเงยหน้าจากเอกสารที่ถืออยู่ หันมามองตาปริบๆ
                “ว่าไงกอล์ฟ จะให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ”
                กอล์ฟฉีกยิ้มอย่างตื่นเต้นดีใจ
                ดวงตาเป็นประกายเหมือนเด็กเห่อของเล่นอย่างนั้น... เดาได้ว่าพี่ชายเขามีกิจกรรมแปลกใหม่อยู่แหงๆ
                ท่าทางแบบนั้นน่ารักชะมัด
                เด็กหนุ่มมองหน้าพี่ชายยิ้มๆ อย่างเอ็นดู ก่อนวางเอกสารตรงหน้าแล้วเดินตามออกไป

                เมื่อทั้งคู่เข้ามาในห้องปฏิบัติการ เอ๊ย ห้องนอนที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเด็กหนุ่มผู้พี่ กอล์ฟก็จัดแจงเอาเครื่องมือเล็กๆ ที่มีสายไฟเชื่อมต่อมาติดตามข้อต่อกระดูกของน้องชาย
                “หืม?”
                ไมค์พิจารณาอุปกรณ์เหล่านั้นอย่างงุนงง
                “ฉันลองออกแบบคาแร็คเตอร์ที่เป็น 3D ของพวกเรา เดี๋ยวนายเต้นท่าของนายนะ”
                “ทั้งสายระโยงระยางพวกนี้น่ะเหรอ”
                “ไม่เกะกะขนาดนั้นหรอกน่า เมื่อกี้ฉันลองดูแล้ว”
                “แล้วเวลาหมุนตัวล่ะ”
                “อืม... ที่จริงมีชุดที่ส่งสัญญาณแบบ Wi-Fi แต่ดูเหมือนจะมีปัญหานิดหน่อย กะว่าจะส่งไปเปลี่ยนที่บริษัท กว่าจะได้คงซักสัปดาห์”
               กอล์ฟพูดหน้าขรึมพลางขยับแว่นตา แล้วหันกลับไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ และขณะที่เดินไปนั้นเอง
                “เหวอ...”
                ตุ่บ!
                สะดุดกล่องพัสดุที่อยู่ระหว่างทางล้มกองกับพื้น...
                อุ่บ... ไม่ไหวเลยแฮะหมอนี่... โก๊ะจริงๆ... แต่ขนาดท่าล้มยังน่าร้าก...
                น้องชายรีบปรี่เข้ามาดูอย่างห่วงใย
                “เป็นไรรึเปล่า”
                เขาจับต้นแขนเรียวเพื่อช่วยประคองให้อีกฝ่ายลุกขึ้นมา
                “แว่น...”
                กอล์ฟเอื้อมมือไปยังแว่นกรอบหนาที่กระเด็นออกไปไม่ไกล ทว่าไมค์มือไวคว้าไว้ได้ก่อน
                “นายสายตาสั้นขนาดนั้นเลยเหรอ”
                เด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปถามพี่ชาย ยังไม่ยอมคืนของให้
                กอล์ฟเบี่ยงหน้าหลบอีกฝ่ายที่มองระยะประชิด
                “ใส่คอนแท็คดีกว่ามั้ย ถ้างั้น...”
                “เอ่อ...”
                ทว่าใบหน้าไมค์เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
                “แว่นเกะกะจะตาย... เวลาไม่ใส่ นายออกจะสวยขนาดนี้...”
                กอล์ฟค่อยๆ ขยับหนี เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของน้องชายอยู่ใกล้ริมฝีปากตนมากขึ้นทุกที แถมแววตาของอีกฝ่ายยังหวานเยิ้มราวกับจะกลืนกินเขาได้ทุกเวลา
                เพราะหมอนี่เป็นแบบนี้แหละ ทำให้เขาต้องพรางใบหน้าด้วยแว่นสายตาเหมือนพวกเด็กเรียน แถมแว่นนี่ตัดไว้นานแล้ว ไม่ตรงกับสายตาปัจจุบันของเขา เลยทำให้สะดุดนั่นสะดุดนี่เหมือนพวกซุ่มซ่ามเงอะงะเพราะมองอะไรไม่ค่อยถนัด
                “เอาแว่นฉันคืนมาได้แล้ว”
                ไมค์ยิ้มบางๆ อย่างขี้เล่น แล้วสวมแว่นให้พี่ชายอย่างเก่า
                ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะว่ากอล์ฟจะสวมแว่นหนาแบบนี้เมื่ออยู่กับเขาสองต่อสองเท่านั้น
                ไม่ว่ายังไงก็คงทำลายกำแพงใสๆ นี่ไม่ได้สินะ
                แต่... ก็น่าอยู่หรอก เพราะเขาเองก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้เหมือนกัน เกือบเผลอทำตามใจตัวเองอยู่หลายครั้ง
                กอล์ฟขยับแว่นให้เข้าที่ แล้วยันกายลุกขึ้นเหมือนไม่สนใจคนตรงหน้า
                ใจจริงเขาไม่อยากเย็นชาใส่น้องชายตัวเองเลย แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้... ซักวันหากไมค์ตัดใจจากเขาไม่ได้ เขากลัวเหลือเกินว่าน้องชายจะไม่มีความสุข
                ขอโทษนะไมค์... แต่ฉันตอบแทนความรักของนายไม่ได้จริงๆ... นายเป็นน้องของฉัน ยังไงนายก็เป็นน้องของฉัน...


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 23 Nov 2007 01:49:55 by ★ひまじん★

edit @ 23 Nov 2007 14:15:09 by ★ひまじん★

edit @ 27 Nov 2007 17:50:50 by ★ひまじん★

edit @ 17 Jan 2008 22:58:32 by ★ひまじん★

edit @ 17 Jan 2008 23:07:05 by ★ひまじん★

edit @ 29 Jul 2009 00:06:01 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก*

หนุกครับบบบ อัพไว ๆ เน้อ


ทำตามใจตัวเองเถอะพี่กอล์ฟ ยอม ๆ ไมค์ไปซะ



555+

#1 By DeltA_GiG (222.123.219.104) on 2007-11-23 17:14

ยังไงนายก็เป็นน้องของฉัน

พี่กอล์ฟง่า

อัพต่อด้วยนะค๊า

#2 By :+:Sakura_badzZ:+: on 2007-11-23 21:12

เอ๊ะ ทำไมอ่านตรงกอล์ฟ-ไมค์แล้วร้องไห้ !

เป็นหนักแล้วลีแอนนนน 55+

ตอนนี้สนุกมาก ๆ ค่ะ

นึกสภาพพี่กอล์ฟล้มแล้วหน้าไถลพื้น

อา...มีความสุข (แกโรคจิตไปแล้วลีแอนนน 555+)