ลิขิตรักต่างมิติ [4]
posted on 25 Nov 2007 23:31 by i-am-hima in fan-fiction
[Golf-Mike fan-fiction]
* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
พระราชพิธีราชาภิเษกเหลืออีกเพียงสองวันเท่านั้น
“สิ่งหนึ่งที่ข้าอยากขอ...”
องค์ชายหนุ่มรูปงามนัยน์ตาสีดำฉายแววเย็นชากล่าวขึ้นหลังฟังแผนการจากเสนาบดีพลานุ
“อะไรหรือพะย่ะค่ะ”
“อย่าเพิ่งฆ่าหมอนั่น...”
เสียงตอบเรียบเฉย
“แต่หากไม่กำจัดองค์รัชทายาท กระหม่อมเกรงว่า...”
ใบหน้าสวยดุจรูปสลักหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“ใครว่าจะไม่กำจัดล่ะ ข้าเพียงแต่... อยากทรมานมันให้นานที่สุด แล้วฆ่าให้ตายด้วยมือของข้าเอง”
เสนาบดีมองเด็กหนุ่มตรงหน้าพลางคลี่รอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
พี่น้องฆ่าฟันกันเองงั้นรึ?
...ไม่อยากเชื่อเลยว่า จากองค์ชายพิรัชต์ตัวน้อยเจ้าของรอยยิ้มบริสุทธิ์เมื่อสิบปีก่อน จะกลับกลายเป็นเด็กหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังสายเลือดของตัวเองจนถึงขนาดอยากฆ่าให้ตาย นั่นเป็นผลสำเร็จอันงดงามของการเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเคียดแค้น ซึ่งเขาสู้อุตส่าห์อดทนต่อความเอาแต่ใจและเฝ้าบ่มนิสัยโหดร้ายให้เด็กหนุ่ม ทว่านิสัยเหล่านั้นจะกลายเป็นข้อได้เปรียบในการชิงบัลลังก์หลังจากกำจัดเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ที่ชื่อองค์ชายพิชญะออกไปพ้นทางแล้ว
“ท่านว่าไงนะ”
รัชทายาทหนุ่มแห่งจักรวรรดินิธิไพศาลถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ
“สายของกระหม่อมรายงานว่า เสนาบดีฝ่ายซ้ายวางแผนลักพาตัวองค์ชายพะย่ะค่ะ”
เสนาบดีวาชิตก้มหัวกล่าวรายงานซ้ำอีกครั้ง
“ไม่ใช่ อีกใจความนึงที่ท่านเพิ่งบอกเรา”
ชายสูงวัยร่างใหญ่ดูองอาจกลืนน้ำลายพลางเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังขององค์รัชทายาท และคำตอบรับจากอีกฝ่ายคือการพยักหน้าเพียงเล็กน้อย
“ท่านพลานุ... คบคิดกับองค์ชายพิรัชต์วางแผนลักพาตัว...”
“พอแล้วล่ะ...”
องค์ชายพิชญะทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ครั้งเหมือนคนหมดแรง
“ไม่อยากเชื่อเลย... เราพอจะรู้มาบ้างว่าท่านเสนาบดีพลานุกำลังคิดการกบฏ แต่... น้องชายของเราคิดจะฆ่าเราด้วยงั้นรึ...?”
เขาย้อนนึกไปถึงคำพูดทำร้ายจิตใจต่างๆ นานาจากปากอนุชาของตน
ทั้งๆ ที่ตลอดมา เขาคิดว่านั่นเป็นแค่ความโกรธเคืองของเด็ก... น้องชายเขาคงอิจฉาเพียงเพราะขาดความรักความอบอุ่นเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะแค้นถึงขนาดฆ่าแกงกันได้ลง...
ถึงจะบอกว่า “ลักพาตัว” ก็เถอะ
แต่หากก่อกบฏได้สำเร็จล่ะก็ อนาคตจักรพรรดิผู้มีเสนาบดีฝ่ายขวาหนุนหลังย่อมถูกประหารอย่างแน่นอน
ไม่ได้การ... ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ เขาคงต้องจับน้องชายในฐานะกบฏสักวัน... เผลอๆ อาจต้องประหาร หรือไม่ก็เนรเทศผู้ที่เขาต้องการอยู่ใกล้ชิดมากที่สุดออกไปไกลแสนไกล
แม้จะหยุดพวกกบฏไม่ได้ แต่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อหยุดอนุชา
แต่นี่ก็ปาเข้าไปสิบปีแล้ว เขาจะลบล้างความเกลียดชังที่หยั่งรากลึกอยู่ในหัวใจเด็กคนนั้นได้อย่างไร
“แผนของเสนาบดีพลานุเป็นอย่างไร”
ในที่สุดก็เอ่ยปากถาม
“กระหม่อมเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่คนของกระหม่อมที่แฝงตัวอยู่ในพลพรรคของท่านพลานุรายงานว่า จะมีการเปลี่ยนตัวองค์รัชทายาท แล้วสร้างสถานการณ์ลอบปลงพระชนม์ในขณะประกอบพระราชพิธี...”
กล่าวคือลักพาตัวองค์ชายพิชญะ แล้วลอบสังหารตัวปลอมเพื่อสร้างสถานการณ์ว่าองค์รัชทายาทสิ้นพระชนม์แล้วนั่นเอง... หลังจากนั้นองค์ชายพิรัชต์ก็จะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นรัชทายาทอันดับหนึ่งแทน
“หืม? เปลี่ยนตัวงั้นรึ? ในเมื่อจะลอบสังหารเรา ทำไมจึงต้องเปลี่ยนตัว”
“เรื่องนั้น... เป็นพระประสงค์ขององค์ชายพิรัชต์พะย่ะค่ะ”
“ดี... ถ้าเช่นนั้น ก็ปล่อยให้เขาจับตัวเราไป”
คำสั่งของผู้เป็นนายทำเอาทั้งเสนาบดีฝ่ายขวาและองครักษ์ถึงกับเบิกตาโพลง
“แต่ว่า...”
“ไหนๆ เราก็ต้องเผชิญหน้ากับน้องชายอยู่แล้ว ขอให้เป็นแบบนี้ดีกว่า ส่วนพวกท่าน... อารักขารัชทายาทตัวปลอมให้ดีก็แล้วกัน”
“แต่มันจะไม่ง่ายไปหน่อยหรือพะย่ะค่ะ แล้วถ้าเกิดพวกมันฆ่าพระองค์ล่ะ”
องครักษ์หนุ่มท้วง
“พิรัชต์ยังไม่ฆ่าเราทันทีหรอก... เราแน่ใจ วันพิธี... ท่านโหรคำนวณแล้วว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงก่อนถึงฤกษ์สวมมงกุฎเล็กน้อย เราคาดว่าพวกมันคงจะดำเนินแผนการช่วงที่โลกมืดสนิท”
“พระองค์ทรงมีแผนการอะไรรึพะย่ะค่ะ”
“เราไม่มีแผนการเลย นอกจาก... ปล่อยให้เราถูกจับไปก็ได้ ขอแค่อย่าให้การลอบสังหารในพิธีสำเร็จก็พอ หากสถานการณ์เปลี่ยนเป็นรัชทายาทถูกลักพาตัว อย่างน้อยก็ยังถ่วงเวลาได้บ้าง...”
“ถ่วงเวลา...?”
เสนาบดีและองครักษ์สบตากันเล็กน้อย พวกเขาต่างรู้ดีว่าองค์ชายพิชญะไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากปกป้องพระอนุชาจากการกระทำความผิด และถ่วงเวลาให้การรับตำแหน่งของพระองค์เลื่อนไปจนกว่าพระอนุชาจะยอมรับได้เท่านั้น
ฉะนั้น สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือ... ขัดขวางการลอบสังหารโดยปล่อยให้ผู้เป็นนายถูกจับ แล้วตามไปช่วยโดยมิให้ผู้ใดระแคะระคายว่าเป็นฝีมือขององค์ชายพิรัชต์
“พระองค์ทรงแน่ใจแล้วหรือพะย่ะค่ะ ว่าจะเอาตัวพระองค์เข้าไปเสี่ยงแบบนั้น... กระหม่อมเห็นว่าควรใช้ตัวปลอมตั้งแต่แรก...”
องค์ชายพิชญะหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงค้านของเสนาบดีฝ่ายขวา
“พระราชพิธีราชาภิเษก จะให้ใช้รัชทายาทตัวปลอมขึ้นรับมงกุฎได้ยังไง ถ้าเกิดพวกนั้นเปลี่ยนใจ ไม่ก่อการขึ้นมา เสด็จพ่อคงตกพระทัยที่เห็นใครก็ไม่รู้ขึ้นรับตำแหน่ง หากเรื่องแดงขึ้นมาเราไม่อยากให้เสด็จพ่อทรงกริ้วพิรัชต์ เด็กคนนั้นควรได้รับความรักและความเมตตามากกว่าใครๆ”
ทดแทนความอบอุ่นที่หายไปตลอดสิบปี...
ภารกิจคราวนี้เดิมพันด้วยชีวิตขององค์ชายพิชญะ เพราะฉะนั้น หากเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย นอกจากจะต้องสูญเสียรัชทายาทอันดับหนึ่งแล้ว ถ้าเรื่องสาวมาถึงองค์ชายพิรัชต์ จักรวรรดิก็เท่ากับเสียผู้สืบราชบัลลังก์ไปถึงสองพระองค์ และจะเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ให้พวกกบฏ
แสงจันทร์สาดส่องยังระเบียงของปราสาท
ร่างสูงวัยทว่ายังคงงามสง่าของผู้ครองจักรวรรดินิธิไพศาลยืนทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล ในมือของเขากุมจี้คริสตัลรูปหยดน้ำแสนสำคัญไว้ พลางรำพัน
“อีกไม่นานแล้วสินะ... วันแห่งคำสัญญาของเรา... พรุ่งนี้ข้าจะสละบัลลังก์ แล้วออกตามหาเจ้า...”
ขณะที่กลุ่มเมฆค่อยๆ ลอยผ่านดวงจันทร์ เปิดท้องฟ้าให้โปร่งขึ้นนั้นเอง คริสตัลในมือขององค์ราชาก็เปล่งประกายสีรุ้งอ่อนๆ แล้วดับวูบไป
เช้าวันต่อมา พระราชพิธีอันยิ่งใหญ่จัดขึ้นในท้องพระโรงหินอ่อนของพระราชวัง
จักรพรรดิในฉลองพระองค์เต็มยศประทับอยู่บนบัลลังก์ทองคำ เบื้องหน้าคือพรมสีแดงปูยาวมาตั้งแต่นอกประตูทางเข้า และแท่นประกอบพิธีซึ่งมีมงกุฎแห่งจักรพรรดิองค์ต่อไปวางเด่นอยู่ตรงกลาง พระบรมวงศานุวงศ์และบรรดาขุนนางยืนเรียงกันด้วยความสงบตามลำดับยศเพื่อเป็นสักขีพยานในการเปลี่ยนแปลงรัชสมัย
และแล้วก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย
ประตูท้องพระโรงค่อยๆ เปิดออกเพื่อต้อนรับบุคลที่สำคัญที่สุดในวันนี้
ร่างสูงในเครื่องแต่งกายเต็มยศบนบัลลังก์ด้านซ้ายของจักรพรรดินั่งเอนหลังพิงพนักอย่างไม่แยแสพิธีการตรงหน้า สายตาเหลือบไปยังประตูที่แง้มออกช้าๆ ริมฝีปากเหยียดยิ้มหยันอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง อีกเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น... พี่ชายที่ควรจะได้รับมงกุฎคนนั้นก็จะนอนผวาอยู่ในคุกมืดชั้นใต้ดินของปราสาทของเขาแล้ว
และขณะที่ประตูเปิดออกกว้างอย่างเต็มที่นั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนก็มืดลงอย่างรวดเร็ว สร้างเสียงอื้ออึงขึ้นในโถงด้วยความทึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
สุริยุปราคาเต็มดวง...
แม้จะรู้อยู่แล้วว่ามี แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้เมื่อเกิดขึ้นจริง
สำหรับจักรวรรดินิธิไพศาล นี่ถือเป็นฤกษ์เปิดฟ้าใหม่อย่างแท้จริง และพระราชพิธีอันสำคัญก็จะเริ่มนับจากนี้...
ทว่า...
ทันทีที่ร่างงามสง่าของว่าที่จักรพรรดิองค์ต่อไปก้าวมาถึงหน้าประตูนั้นเอง
ภายในท้องพระโรงหินอ่อนก็กลับมืดสนิท
ไม่กี่อึดใจ แสงสีรุ้งอ่อนๆ ก็เปล่งประกายขึ้นจากจี้คริสตัลที่อกของร่างบนบัลลังก์สูงสุด
แสงนั้นค่อยๆ เพิ่มความสว่างมากยิ่งขึ้น จนเริ่มเห็นเหตุการณ์ที่หน้าโถงรางๆ
ทุกคนกำลังถูกสะกดให้ตะลึงกับแสงสีรุ้งประหลาด ทว่าองค์ชายพิรัชต์กลับตาเบิกโพลงกับภาพการสลับตัวองค์รัชทายาทที่อยู่เบื้องหน้าพระบิดา
“อะไรกันนี่...”
เสียงทุ้มต่ำตรัสอย่างงุนงงต่อสิ่งที่ได้เห็นตรงปลายทางแห่งแสงสลัว
“แย่แล้ว... ทหาร!”
“เอ่อ... เสด็จพ่อ...”
องค์ชายพิรัชต์รีบผุดลุกจากบัลลังก์แล้ววิ่งขึ้นไปยืนหน้าพระบิดาเพื่อขวางทางสายตาและเบี่ยงความสนใจ
ทว่า... ทันทีที่เข้าไปในเขตรัศมีแห่งแสงสีรุ้งระยะใกล้นั้นเอง...
จี้คริสตัลก็แผดแสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ แล้วทุกอย่างในประรำพิธีก็กลายเป็นสีขาวโพลน...
“อือ...”
เสียงครางดังขึ้นจากร่างที่สลบไสลอยู่บนเตียง
“ไมค์!”
กอล์ฟเงยหน้าขึ้นจากอกของอีกฝ่ายหลังจากเอาหูแนบฟังเสียงหัวใจ
“นายฟื้นแล้ว... นายยังไม่ตาย... นายฟื้นแล้ว...”
เขาพร่ำอย่างดีใจพลางจับหน้าน้องชายหันซ้ายขวา แล้วหยิบมือเย็นเฉียบขึ้นมาจูบเบาๆ ก่อนแนบแก้มชื้นน้ำตาของตัวเอง
“ฉันตกใจแทบตาย... หัวใจนายหยุดเต้นไปตั้งหลายวินาที ถ้านายเป็นอะไรไปพ่อแม่ต้องไม่ให้อภัยฉันแน่ๆ แล้วฉันก็จะไม่ให้อภัยตัวเองด้วยเหมือนกัน”
“น้ำ...”
เสียงแหบแห้งดังจากปากของคนที่ค่อยๆ เผยอเปลือกตาลืมขึ้นมา
“น้ำเหรอ... รอเดี๋ยวนะ”
กอล์ฟรีบลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งออกไปหยิบน้ำ ก่อนออกจากห้องไม่วายสะดุดกล่องพัสดุที่ขวางทางอยู่
หลังจากป้อนน้ำให้น้องชายที่ดูเหมือนสติยังกลับคืนมาไม่หมด กอล์ฟก็มองหน้าอีกฝ่ายลอดแว่นอย่างเป็นห่วงเป็นใย
ใบหน้าสวยมองรอบๆ ห้องอย่างงุนงง แล้วสบสายตาตอบ
“เจ้าเป็นใคร?”
กอล์ฟถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย
“เฮ้ย... ไมค์ อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะ ไม่ตลกเลย”
“ใครล้อเจ้าเล่นมิทราบ เจ้าคนหน้าประหลาด”
น้ำเสียงที่ตอบกลับมาฟังดูกระด้างผิดวิสัย
“ประหลาดงั้นเหรอ...”
อ้อ... จริงสิ เขาสวมแว่นกรอบหนาเลนส์ใหญ่ปิดเกือบครึ่งหน้าอยู่ แต่ก็เป็นแว่นที่เขาใส่ประจำเวลาอยู่กับไมค์นี่นา
เด็กหนุ่มถอดแว่นออก แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้น้องชาย
“เอ้า ทีนี้จำได้รึยัง?”
อีกฝ่ายถึงกับผงะ แต่แล้วก็ยักยิ้มที่มุมปากเหมือนเย้ยหยันตัวเอง
“หึ... แสดงว่าข้าถูกจับแล้วสินะ... ที่นี่คงเป็นที่สำหรับจองจำข้า...”
กอล์ฟถึงกับเบิกตาโพลง เขามองใบหน้าที่ดูจริงจังมากเกินกว่าจะเรียกว่าล้อเล่นของคนตรงหน้า กระพริบตาปริบๆ แล้วมองรอบห้องตัวเอง
ถูกจับ? ที่จองจำ... งั้นรึ?
ถึงห้องของเขาจะไม่เรียกว่าแคบ เพียงแต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคที่ซื้อมาต่อกับคอมพิวเตอร์ทันทีที่ออกใหม่ ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้จัดห้องวางสายไฟอย่างเป็นระเบียบก็เถอะ แต่... มองยังไงก็ดูดีเกินกว่าที่จะเป็น “ที่สำหรับจองจำ” ใครซักคน
“นายจะบอกว่าห้องรกแล้วสินะ”
เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่ไว้วางใจ ไม่รู้ว่าน้องชายเขาจะมาไม้ไหนหลังจากสลบไปหลายนาที
“มันก็สมควรแล้วนี่ ข้าเป็นนักโทษ ไม่มีสิทธิเรียกร้องที่จะอยู่ห้องหรู ต่อจากนี้เชิญท่านครองจักรวรรดิให้สบายพระทัยได้เลย”
ว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!
กอล์ฟได้แต่อ้าปากค้าง อยากตะโกนออกมาให้สุดเสียง แต่เสียงร้องเจ้ากรรมกลับไม่หลุดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เขาได้แต่ทำปากพะงาบๆ ดวงตาเบิกโพลงสั่นระริกเหมือนเห็นผี
“เอาสิ... ฆ่าข้าเลยสิ เสด็จพี่ หากท่านไม่ฆ่าข้าวันนี้ ข้าจะฆ่าท่านแน่ๆ ถ้ามีโอกาส”
“ไอ้ไมค์!!!!!!”
ในที่สุดเสียงตะโกนที่อัดอั้นก็หลุดออกมาเสียที เด็กหนุ่มคว้าไหล่น้องชายแล้วเขย่าตัวอย่างแรงเหมือนเรียกสติ ขณะที่ตัวเองกลับดูเหมือนคนเสียสติมากกว่าน้องเสียอีก
“นาย... อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะเฟ่ย นายจะทำฉันซวยรู้มั้ย ถ้าป๊ากับม๊ารู้ว่าฉันทำไฟช็อตจนนายประสาทกลับ ฉันต้องโดนคนในบ้าน ไหนจะแฟนคลับนาย (ที่ไม่ใช่แฟนคลับฉัน) รุมประชาทัณฑ์ตายแน่ๆ”
ทว่าคราวนี้อีกฝ่ายกลับอึ้งในปฏิกิริยาของผู้เป็นพี่
“หึ... หึหึหึ... ในที่สุดก็เผยธาตุแท้ของท่านออกมาจนได้ จริงๆ แล้วท่านเกลียดข้าสินะ”
“โธ่เว้ยยยยยย ไอ้ไมค์บ้า ผีลิเกสิงนายอยู่รึไง ฉันเป็นพี่นาย ถึงเราจะทะเลาะกันบ้าง แต่ฉันก็ไม่เคยเกลียดนายเลยนะเฟ่ย”
ขณะมัวแต่เขย่าตัวอีกฝ่ายจนหัวคลอน ฝ่ามือใหญ่ก็ผลักร่างที่เล็กกว่าหงายหลัง ร่างสูงขึ้นไปกดไหล่ผอมบางจนแทบจมที่นอน
“แต่ข้าเกลียดท่าน”
เสียงทุ้มนั้นชัดเจนและเต็มไปด้วยความรู้สึกเดียวกับคำพูด ดวงตาสีดำสวยซึ้งที่มองลงมาเย็นชาจนเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านล่างน้ำตารื้อขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว
“ม... ไมค์... นายพูดอะไร”
กอล์ฟมองน้องชายอย่างสับสน แม้จะรู้สึกแปลกๆ กับวิธีพูด แต่สิ่งที่สื่อผ่านแววตาเบื้องบนบาดลึกเข้าไปในจิตใจเหมือนโดนหักหลัง
ถึงฉันจะตอบสนองความรู้สึกของนายไม่ได้... ถึงนายจะไม่เคยพูดคำนั้นออกมา... แต่นายรักฉันไม่ใช่เหรอ...?
แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้...
เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ
“เข้าใจล่ะ... นายตั้งสติฟังฉันให้ดีนะที่รัก...”
“ที่รัก?”
คราวนี้ร่างสูงเบื้องบนเป็นฝ่ายฉงนบ้าง
“นายจำไม่ได้เหรอ เมื่อกี้นายเพิ่งพูดเล่นกับฉันไปหยกๆ เองว่าถ้าฉันเรียกนายว่า ‘ที่รัก’ นายจะไม่บอกป๊าเรื่องที่ฉันแอบซื้อทัจจี้จังตัวใหม่ กับเรื่องที่เปิดคอมทิ้งไว้ทั้งวัน ฉันเรียกแล้วนะ รักษาสัญญาด้วยล่ะ”
ใช่แล้ว... เมื่อไม่กี่นาทีก่อนเรายังคุยเล่นหยอกล้อกันตามประสาพี่น้องอยู่เลย
“สัญญาบ้าบออะไรของท่าน ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง ท่านจะมาไม้ไหนอีกล่ะ”
“ไม่ไม้ไหนทั้งนั้นแหละ ก่อนอื่นฉันคงต้องพานายไปหาหมอเพื่อเช็คสมอง คาดว่านายคงประสาทกลับตอนที่โดนทัจจี้จังช็อตแหงๆ”
“ทัจจี้จัง? ...ช็อต?”
“อื้อ”
กอล์ฟพยักหน้า
“เมื่อกี้ฉันขอให้นายมาลองทัจจี้จังตัวใหม่ไง จำได้มั้ย ที่ตัวเก่าอันที่ส่งสัญญาณแบบ Wi-Fi มันใช้ไม่ได้ ทีนี้พออันใหม่มันก็มีอาการเดิมอีก คือไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณกับคอมพิวเตอร์ แต่ฉันก็ทู่ซี้คอนเน็กต์ใหม่หลายรอบ คาดว่าไฟไม่เข้า เลยเอาอะแดปเตอร์มาต่อ ทั้งที่ยังติดกับตัวนาย ก็เลย...”
“พล่ามอะไรของท่าน ไม่เห็นจะเข้าใจ”
กอล์ฟอึ้งไปสิบวินาที
“ไมค์...”
“ไมค์?”
เด็กหนุ่มทำปากพะงาบๆ พูดไม่ออกนิดหนึ่ง กระทั่งหลุดคำพูดออกมาจนได้
“ก็... นายนั่นแหละ ไมค์”
“ข้ารึ? ท่านจะปั่นหัวอะไรข้าอีกล่ะ อย่าคิดนะว่าอยู่ในคุกข้าจะทำอะไรท่านไม่ได้”
พูดจบก็ตะปบมือรอบคอของอีกฝ่าย แล้วออกแรงบีบโดยแรง
“อั่ก... อึ่ก... อย่า... ไมค์... หะ... หายใจไม่ออก...”
เด็กหนุ่มดิ้นทุรนทุราย ตอนนี้เขาตกใจสุดขีดเพราะไม่คิดว่าน้องชายจะเอาจริง แรงกดที่โหมเข้ามาสามารถปลิดชีพเขาเลยก็ว่าได้ ไหนจะสายตาที่จู่ๆ ก็ส่งความอาฆาตออกมาอีกครั้ง
นี่ไม่ใช่ไมค์... หมอนี่ไม่ใช่ไมค์แน่ๆ ถ้างั้นเป็นใคร? ทำไมถึงได้ดูเหมือนจะเกลียดเขามากขนาดนี้
“ปล่อย... ฮือ... ฮึก... ฮึก...”
โอย... จะหมดลมอยู่แล้ว...
ในเมื่อทั้งผลักทั้งดันไม่เป็นผล ขณะที่สติของเขาเริ่มลางเลือนเต็มที เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจรวบรวมกำลังทั้งหมด ดึงอีกฝ่ายหนึ่งให้ล้มตัวเข้ามาหา แล้วก็...
จูบ...
บ้าชะมัด ไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะเป็นฝ่ายจูบน้องชายตัวเองก่อน
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะตกตะลึงต่อการกระทำของพี่ชายตัวเองไม่น้อย มือที่บีบลำคอขาวคลายกำลังลง จังหวะนั้นเองกอล์ฟพลิกตัวขึ้นไปอยู่ด้านบน จากนั้นก็เริ่มทั้งขบทั้งดูดริมฝีปากอีกฝ่ายเท่าที่เขาพอจะนึกออกว่าน่าจะทำยังไง กระทั่งปลายลิ้นทะลวงเข้าถึงภายใน
“อื้อ...”
เสียงทุ้มครางทักท้วง ทว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมลดรา... จนกว่าจะแน่ใจว่าคนตรงหน้ายอมสิโรราบและเลิกล้มความคิดที่จะบีบคอเขาอีก... อย่างน้อยก็ในไม่กี่นาทีนี้
เอาก็เอาวะ... ฉันโดนนายปล้ำดีกว่าโดนฆ่า ขอรักษาชีวิตไว้ก่อน
มือใหญ่ที่จับลำคอระหงค่อยๆ ย้ายไปยังท้ายทอยของเด็กหนุ่มเบื้องบนก่อนกำเส้นผมอ่อนนุ่มแล้วดึงให้หน้าแหงนไปทางเพดาน
“โอ๊ย...”
กอล์ฟถอนริมฝีปาก แล้วร้องลั่นเมื่อโดนจิกผม แต่... หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นอีกนอกจากเสียงหอบหายใจของทั้งสองคน
“แฮ่ก... แฮ่ก... นายไม่ใช่ไมค์... นายเป็นใคร...”
ร่างที่อยู่ด้านบนถามขึ้นในที่สุด
ไมค์จะไม่มีวันบีบคอเขาเพื่อให้ตายอย่างเมื่อกี้เป็นอันขาด ต่อให้โกรธ ต่อให้งอน ต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน หมอนั่นจะไม่มีวันทำร้ายเขาถึงชีวิตอย่างแน่นอน เพราะเด็กคนนั้น... รักเขา...
“พิรัชต์...”
เสียงตอบสั้นๆ ขณะยกมือขึ้นเช็ดปากตัวเองเป็นการใหญ่ตามด้วยเสียงหายใจ
บ้าชะมัด... เมื่อกี้อะไรกัน? ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยถูกใครทำแบบนี้มาก่อน... แถมหมอนี่... มองยังไงก็พี่ชายที่เขาเกลียด โธ่เว้ย! ปกติแค่มาแตะเนื้อต้องตัวเขาก็ขยะแขยงจะแย่อยู่แล้ว นี่ถึงกับ... จูบ... แถมยังดูดดื่มจนนึกว่าจะถูกสูบวิญญาณไปเสียแล้ว
ทว่าคำตอบกลับทำให้อีกฝ่ายหัวเสีย
“อย่ามากวนโอ๊ยนะเฟ่ย ชื่อก็ชื่อของไมค์ บอกมาว่านายชื่ออะไรกันแน่”
“พ... พิรัชต์ไง...”
เมื่อเห็นท่าทางฉุนเฉียวแบบเอาจริงที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของพี่ชาย ทำให้อีกฝ่ายเสียความมั่นใจไปเล็กน้อย
กอล์ฟผละร่างตัวเองออก แล้วนั่งกอดเข่าอย่างเซื่องซึมที่ขอบเตียง
“ความจำเสื่อมก็ไม่ใช่... ผีลิเกเข้าก็ไม่ใช่... แล้วนายเป็นอะไรกันแน่ หรือว่าเกิดองค์ลงขึ้นมา”
“องค์ลงอะไรกัน ข้าเป็นองค์ชายรัชทายาทอันดับสองแห่งจักรวรรดินิธิไพศาล... ไม่สิ... ตอนนี้คงไม่ใช่แล้ว ข้าคงเป็นแค่ไอ้ทรราชคนหนึ่ง”
เด็กหนุ่มที่ยันกายลุกขึ้นนั่งกล่าว เขาค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าคนตรงหน้าเขาเป็นแค่คนแปลกหน้าที่มีหน้าละม้ายคล้ายพี่ชายของเขาเท่านั้น
ทว่าการแนะนำตัวอย่างชัดเจนนั่นไม่ได้ช่วยให้กอล์ฟรู้สึกดีขึ้นแม้แต่น้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างหวาดระแวง
“ฉันรู้แล้ว... ว่านายเป็นอะไร”
ยิ่งเห็นสายตาน้องชายจริงจังมากขณะที่พูดยิ่งมั่นใจว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้โกหกหรืออำเขาเล่นอย่างแน่นอน
“นายเป็นบ้าไปแล้วไง”
พูดจบก็ล้มตัวลงคว้าหมอนนอนขดกายอย่างสับสนสุดๆ
โอย... แล้วทีนี้จะบอกป๊ากับม๊าว่าไงดีล่ะเนี่ย เขาทำให้น้องชายกลายเป็นบ้า ไมค์บ้าแล้ว... เขาจะทำยังไงดี เขาจะทำยังไง... ฮือออออออ...
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 26 Nov 2007 01:05:57 by ★ひまじん★
edit @ 27 Nov 2007 17:51:22 by ★ひまじん★
edit @ 17 Jan 2008 23:00:13 by ★ひまじん★
edit @ 29 Jul 2009 00:05:26 by ★ひまじん★

ตายๆๆๆๆ แล้วกอล์ฟจะเป็นยังไงต่อไปเนี่ย
แง๊ จูบไปแล้วด้วยอ่ะ
ลุ้นๆๆๆ จะเป็นไงต่อไปนะเนี่ย
***ขอแอบตาม the devil ได้ไหมอ่ะ
ติดอยู่อ่ะ ติดดดด***
#1 By drakyuchi (58.137.93.130) on 2007-11-26 13:18