ลิขิตรักต่างมิติ [5]

posted on 26 Nov 2007 17:33 by i-am-hima  in fan-fiction

 

[Golf-Mike fan-fiction]

* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                ดวงตาคู่สวยค่อยๆ เปิดเปลือกตาแล้วกระพริบถี่ก่อนกลอกมองดูรอบๆ
                รู้สึกไม่คุ้นเคยเลยแม่แต่น้อย
                สถานที่แบบนี้... ไม่เคยเห็นมาก่อน...
                ดูเหมือนจะเป็นห้องนอน... แต่สุดยอดแห่งความหรูหราอลังการ ห้องโดยรวมโทนสีน้ำเงิน ของประดับตกแต่งส่วนใหญ่เป็นสีทอง แม้แต่เสาเตียงที่สลักลวดลายก็ยังทองอร่าม
                ที่นี่... ที่ไหน...
                หรือจะเป็นโรงพยาบาล? จริงสิ เขาถูกไฟช็อตนี่นา... แต่... ถ้าเป็นโรงพยาบาล ค่าห้องคงแพงกว่าโรงแรมห้าดาวหลายเท่าตัว
                เมื่อขยับพลิกตัวไปด้านข้าง สายตาก็สะดุดกับใครคนหนึ่งที่นอนฟุบอิงต้นแขนของเขาอยู่ตรงขอบเตียง
                ...กอล์ฟ...
                ใบหน้ายามหลับของอีกฝ่ายเหมือนเด็กเล็กๆ ไม่มีผิด สองข้างแก้มมีคราบน้ำตาเป็นสาย มือข้างหนึ่งกุมมือของเขาไว้
                เด็กหนุ่มนิ่งมองใบหน้านั้นด้วยความเอ็นดู
                ท่าทางคนคนนี้คงจะเฝ้าเขาทั้งคืนจนผล็อยหลับไปกระมัง แถมยังร้องไห้อีกต่างหาก
                ก่อนหน้านี้ เขาโดนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของพี่ชายโอตาคุช็อตเข้าให้ จากนั้นสติก็ดับวูบไป สงสัยหมอนี่คงกลัวเขาจะตาย เลยร้องห่มร้องไห้เป็นการใหญ่
                ขณะเพ่งพิศดวงหน้าสวยอย่างเคลิบเคลิ้มอยู่นั้นเอง ดวงตากลมโตของอีกฝ่ายก็ค่อยๆ เบิกขึ้นประสานกับสายตาที่กำลังมองอยู่
                “พิรัชต์...”
                ทันทีที่ตาสว่าง ร่างตรงหน้าโถมเข้ากอดคนที่นอนอยู่แน่นด้วยความดีใจสุดขีด
                “เจ้าฟื้นแล้ว... ในที่สุดเจ้าก็ฟื้น... รู้มั้ยพี่เป็นห่วงขนาดไหน เจ้าหลับเป็นตายมาสองวันเต็มๆ เชียวนะ”
                หือ...? มันแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก
                นอกจากสถานที่แปลกแล้ว คนตรงหน้าเขายังแปลกๆ อีกด้วย
                หน้าตาเหมือนกอล์ฟ แต่... คำพูดคำจาเหมือนไม่ใช่กอล์ฟ
                หรือว่า... ที่นี่คือความฝัน? ใช่แล้ว บางทีเขาอาจกำลังฝันอยู่
                พระเจ้าครับ... ถ้านี่เป็นความฝันจริงอย่าเพิ่งให้ผมรีบตื่นเลยนะครับ
                คิดพลางโอบแขนรอบลำตัวเบื้องบน หลับตาพริ้มด้วยความปลาบปลื้มในหัวใจสุดๆ
                พี่กอล์ฟตัวอุ่นดีจัง ถ้าอยู่แบบนี้ตลอดไปได้ก็ดีสิ
                ผู้เป็นพี่ผละร่างตัวเองออกมา ก่อนจะพิจารณาใบหน้าอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วงเป็นใย
                “เจ้าเจ็บตรงไหนรึเปล่า รู้สึกไม่สบายตรงไหนรึเปล่า”
                ดวงตากลมโตเริ่มมีน้ำตาคลออีกครั้ง
                เด็กหนุ่มยิ้มพลางส่ายหัวเล็กน้อย
                “ร่างกายไม่เป็นไรหรอก... แต่หัวใจ...”
                “หา?”
                ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับหน้าเหวอ
                “ห... หัวใจ? แย่ล่ะ ไหน... ขอดูหน่อยซิ”
                พูดพลางปลดกระดุมเสื้อคนป่วยเป็นการใหญ่
                “เอ่อ... ไม่ใช่อย่างงั้น... แค่อยากจะบอกว่า พอนายเข้ามากอดฉันแบบนี้แล้ว หัวใจมันพองโตมากเลย”
                “จริงเหรอ”
                แม้ออกจะงงๆ ว่ามันเกี่ยวข้องกันยังไง แต่ก็รีบกระถดกายให้ถอยห่างจากคนตรงหน้า
                “พี่ขอโทษ... คือพี่ดีใจมากไปหน่อยที่เจ้าฟื้น ถ้าเจ้าอึดอัดในอกวันหลังพี่จะไม่ทำอีก”
                เด็กหนุ่มกลั้นหัวเราะไว้สุดฤทธิ์... โอย ปฏิกิริยาแบบนี้มัน... น่ารักสุดยอด
                “ไม่ใช่อย่างนั้น... ไอ้อาการหัวใจพองโตเนี่ย มันรู้สึกดีมากเลยนะ แต่จะว่าไป... ฉันก็รู้สึกไม่สบายอยู่นิดหน่อย มันยังแปลบๆ อยู่เล็กน้อย”
                เขาแกล้งทำหน้าเซื่องซึม ทว่าดวงตากลับดูเจ้าเล่ห์ขึ้นมานิดๆ
                “ไหน... แปลบๆ ตรงไหน บอกพี่มา เดี๋ยวจะให้หมอมาตรวจอาการให้”
                “ไม่ต้องหรอก... อาการแค่นี้ ฉันมีวิธีรักษาให้หาย”
                “ยังไง”
                เมื่อเห็นอีกฝ่ายกระตือรือร้น เด็กหนุ่มยิ่งได้ใจ
                “จูบไงล่ะ ถ้านายจูบฉัน ไอ้อาการแปลบๆ มันจะหายไปทันที”
                ใบหน้าสวยเบิกตาโพลงประหนึ่งไม่เชื่อหูตัวเอง
                “แน่ใจนะ”
                ...วิธีรักษาแปลกๆ ไม่เห็นเคยได้ยิน...
                “อ๊ะ... มันแปลบขึ้นมาอีกแล้ว”
                เมื่อเห็นอีกฝ่ายมัวแต่งง ก็ออกอาการมารยากำเริบในทันใด และก็ได้ผล คนตรงหน้าเขาลนลานยื่นหน้าเข้ามาใกล้ มือที่ดูบอบบางเอื้อมมาจับสองข้างแก้ม ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของผู้เป็นน้อง
                “ไม่ใช่ตรงนั้น...”
                เมื่อได้ยินเสียงท้วง เขาก็เลื่อนริมฝีปากมาจดที่เปลือกตา
                “โอ๊ย... ยังแปลบๆ อยู่เลย”
                ไล่เรื่อยมายังแก้ม
                “ตรงนั้นไม่หายหรอกนะ”
                สิ้นเสียงออดอ้อน ใบหน้าเบื้องบนก็ผละออกไป
                “งั้นตรงไหนล่ะ”
                ไม่มีคำตอบ นอกจากท่าทางจูจุ๊บด้วยปากอย่างทะเล้นของอีกฝ่าย
                “หา?”
                คนตรงหน้าถึงกับอึ้ง
                ทว่าเด็กหนุ่มไม่ปล่อยให้คิดนาน เขาส่งสายตาวิงวอน แล้วเบ้หน้าราวกับเริ่มเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง
                “ก็ได้ๆ จูบแล้ว... จูบแล้ว...”
                เด็กหนุ่มเบื้องบนโน้มตัวลงไปอีกครั้ง แล้วแตะริมฝีปากกับจอมเจ้าเล่ห์อย่างแผ่วเบา ทว่าขณะที่จะละจากจุมพิตราวปีกผีเสื้อนั้นเอง ก็ถูกวงแขนแกร่งโอบรอบกาย และกลีบปากของอีกฝ่ายยื้อไว้ให้สัมผัสนั้นยิ่งแนบสนิท
                “อื้อ...”
                เจ้าของจุมพิตที่กลายเป็นผู้ถูกจุมพิตส่งเสียงทักท้วง
                ทว่าน้องชายตัวดีไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ
                ...ไหนๆ ก็ฝันดีขนาดนี้แล้ว ขอเลยเถิดอีกซักหน่อยคงไม่เป็นไรนะครับ...
                ร่างสูงเบื้องล่างพลิกตัวขึ้นคร่อมอีกฝ่าย พลางลิ้มรสริมฝีปากสีชมพูระเรื่ออย่างไม่ลดละ ไม่นานมือที่ค้างอยู่ข้างแก้มคนป่วยก็ผลักใบหน้าซุกซนออก ตามด้วยเสียงสูดหายใจในขณะที่เด็กหนุ่มด้านบนยังคงตื้อ ขโมยจูบตามใบหน้าและซอกคอของพี่ชาย
                วินาทีนั้นเอง...
                เสียงประตูห้องเปิดดังขึ้น หยุดความเคลื่อนไหวของทั้งสองคนบนเตียง
                และเมื่อผู้เปิดประตูเดินเข้ามา ก็ต้องชะงักอยู่ตรงนั้นเช่นกันทันทีที่เห็นภาพข้างหน้า
                “เอ่อ...”
                องครักษ์หนุ่มอ้าปากค้างดวงตาเบิกโพลง
                “กระหม่อมเห็นว่าได้เวลาพระกระยาหารเช้าแล้ว จึงตั้งใจจะเข้ามาปลุกพะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าพระองค์จะ...”
                รัชทายาทหนุ่มได้สติ รีบผุดลุกขึ้นนั่ง แล้วดันร่างน้องชายออกไปทันที
                “ชะ... ช่างเถอะ... ขะ... ขอบใจนะ... เราจะออกไปเดี๋ยวนี้... อ้อ มีใครอยู่ข้างนอกบ้างมั้ย น้องชายเราฟื้นแล้ว ให้เข้ามาเช็ดตัวแล้วเอาอาหารเช้ามาที”
                “แต่ฉันอยากกินนายนี่”
                เสียงทุ้มโน้มเข้าไปกระซิบ ทำเอาอีกฝ่ายหน้าร้อนวูบขึ้นมาต่อเนื่องจากการกระทำเมื่อครู่
                “ฟังนะพิรัชต์... เจ้าเพิ่งจะฟื้น ยังไงก็ต้องพักดูอาการอีกซักหน่อย ตอนนี้นอนเฉยๆ ไปก่อน เดี๋ยวพี่จะเรียกหมอหลวงมาตรวจอาการให้”
                “แล้วนายจะมาอีกมั้ย”
                ใบหน้าสวยหมดจดคลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาออดอ้อนเหมือนลูกแมวน้อย
                “มาสิ... มาแน่ๆ พี่สัญญาว่าจะมาอยู่กับเจ้าทั้งคืนทั้งวันจนกว่าเจ้าจะหาย”
                “สัญญาแล้วนะ?”
                เด็กหนุ่มยื่นนิ้วก้อยเหมือนเด็กเล็กๆ องค์ชายพิชญะก็ยอมเกี่ยวแต่โดยดี ก่อนลุกจากเตียง แล้วเดินออกจากห้องไป
                สิ้นเสียงประตูปิด ร่างสูงก็ทิ้งตัวลงนอนแผ่อย่างลิงโลด
                โอ้ววววว... ช่างเป็นความฝันที่สุดยอดจริงๆ นี่มันความฝัน? หรือเขาตายแล้วได้ขึ้นสวรรค์กันแน่นะ? แต่จะอะไรก็ช่างเถอะ ถ้ารู้ว่าไฟช็อตแล้วจะได้เจออะไรเด็ดๆ แบบนี้ล่ะก็ จะไฟกี่หมื่นโวลต์เขาก็ยอมล่ะ
                คิดพลางนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างมีความสุข

 

 

                “ฮัลโหล... คุณลุงครับ นี่กอล์ฟเองนะครับ”
                กอล์ฟนั่งยองๆ อยู่ในครัวหูจ่อโทรศัพท์อย่างเคร่งเครียด หลังจากจับตัวน้องชายสมองเพี้ยนกลับไปขังไว้ในห้องเจ้าตัว และโทรปรึกษาหมอโอ๊คแต่ไม่เป็นผล แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าคุณลุงที่ไม่ได้ติดต่อกันนานของตนเป็นหมอรักษาอาการทางจิตอยู่ จึงรีบต่อโทรศัพท์หาทันที
                “อ้าว กอล์ฟ ว่าไง นึกยังไงโทรมาหาลุงล่ะเนี่ย”
                เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างใจดี
                “คือกอล์ฟมีเรื่องปรึกษาคุณลุงน่ะครับ แต่คุณลุงต้องสัญญานะว่าจะไม่บอกใครว่ากอล์ฟโทรมา”
                “ว่าไง... เล่ามา... เล่ามา...”
                “คือว่า... มีเพื่อนกอล์ฟคนนึง เขาโดนไฟช็อตอ่ะครับ สลบไปนานหลายนาทีเลย พอตื่นขึ้นมาก็เพี้ยนๆ นิสัยเปลี่ยนไป แถมยังบอกว่าตัวเองเป็นเจ้าชายมาจากจักรวรรดิไหนก็ไม่ทราบอีก”
                “เอ๋... แบบนี้ต้องพามาตรวจที่โรงพยาบาลแล้วล่ะ”
                “แต่ว่า... กอล์ฟพาเขาไปโรงพยาบาลไม่ได้อ่ะครับ”
                “ทำไมล่ะ?”
                “คือว่า... เขาเป็นคนมีชื่อเสียงล่ะ ถ้ามีใครเห็นว่าเข้าโรงพยาบาลล่ะก็... เป็นข่าวแน่ๆ เลยครับ”
                “แต่ถ้าปล่อยไว้คงไม่ดีแน่”
                “กอล์ฟรู้ครับ แต่ว่า... ยังไงตอนนี้ก็พาเขาไปโรงพยาบาลไม่ได้จริงๆ คุณลุงพอจะมีวิธีปฐมพยาบาลบ้างรึเปล่าครับ อย่างน้อยก็อยากดูอาการของเขาไปก่อน...”
                เผื่อฟลุ้ค ดึงสติกลับมาได้
                “อืม... ยังไงลุงก็ว่ากอล์ฟควรจะพาเขามาตรวจนะ”
                “อ๊ะ... หรือว่าจะให้ไฟช็อตเขาอีกซักที”
                “เฮ่ย... ไม่ได้ วิธีอันตรายแบบนั้น... เอางี้แล้วกัน... ระหว่างที่เขาสติสตังยังไม่เข้าที่ กอล์ฟก็เออออห่อหมกกับเขาไปก่อน เขาจะได้ไม่ช็อค แล้วก็ไม่อาละวาด เพราะถ้าเขาเชื่อว่าตัวเองเป็นเจ้าชายแล้วเราไปขัดเขา ถ้าเขาเกิดไม่ไว้ใจเราขึ้นมา จะคุมยาก แล้วก็ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ หลอกล่อให้เขามาตรวจให้เร็วที่สุดก็ดีนะ”
                “ขอบคุณครับ”
                เด็กหนุ่มค่อยใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
                ...เออออห่อหมกงั้นเหรอ...
                เขาเดินกลับไปยังห้องของน้อง ‘เจ้าชายพิรัชต์’ นั่งขัดสมาธิทำหน้าเซ็งอยู่บนเตียงท่ามกลางกองหนังสือเรียน
                “นี่มันเอกสารอะไรกัน มีแต่เรื่องเพ้อเจ้อ ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”
                เพ้อเจ้ออะไรกัน นั่นน่ะมันหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยสาระที่สุดในโลกแล้วนะเฟ่ย
                กอล์ฟย่างสามขุมเข้าไปนั่งปลายเตียงมุมที่ห่างที่สุด สูดลมหายใจลึกๆ แล้วจินตนาการว่ามีเสียงระนาดเตร๊ง เตรง เตร่ง เตร๊งงงง ลอยเข้าหัวมาแล้วจึงพูดว่า
                “เจ้าชายพิรัชต์พะย่ะค่ะ... ข้าพเจ้า เอ๊ย กระหม่อม? อยากจะฟังเรื่องของใต้เท้า เอ่อ พระองค์ เอ่อ ฝ่าบาท (มันใช้อะไรฟระ) ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้มั้ยพะย่ะค่ะ”
                “ชิ... ไม่ต้องมาแสร้งเอาใจใช้คำราชาศัพท์กับข้าหรอก ตอนนี้ข้ามันก็แค่กบฏที่ถูกคุมขัง...”
                อะไรเนี่ย... ท่าทางจะซับซ้อนแฮะ
                “ว่าแต่เจ้าไปอยู่ไหนมา ถึงได้ไม่รู้จักข้า”
                “กระหม่อมก็อยู่ที่นี่แหละพะย่ะค่ะ... อยู่ๆ ท่านก็มาสิงอยู่ในร่างของน้องชายกระหม่อม”
                คำพูดนั้นสะดุดหูเด็กหนุ่มร่างสูงเล็กน้อย เขามองไปยังกระจกตรงโต๊ะเครื่องแป้ง
                “น้องชายเจ้าที่ไหนกัน นี่มันตัวข้าชัดๆ”
                แต่จะว่าไป... หมอนี่ก็ยังหน้าเหมือนพี่ชายของเขายังกับแกะ
                “ว่าแต่เจ้าเถอะ... คิดแต่จะถามเรื่องของข้า แต่กลับไม่ยอมแนะนำตัว เสียมารยาท”
                กอล์ฟเริ่มเหงื่อตก... ถ้าหมอนี่เป็นเจ้าชายพิรัชต์ งั้นเขาก็ต้องเป็นเจ้าชายพิชญะสินะ
                “เอ่อ... ขอประทานอภัย... อันกระหม่อมมีนามว่าพิชญะ เรียกง่ายๆ ว่ากอล์ฟแล้วกัน”
                อีกฝ่ายตาเบิกโพลง เอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อยืดด้วยสายตาดุดัน
                “บังอาจ!!! นั่นเป็นชื่อขององค์ชายรัชทายาทพี่ชายข้า หากรู้ถึงหูคนในวังล่ะก็ หัวเจ้าหลุดจากบ่าอย่างแน่นอน”
                โอย... อะไรกันนักหนาฟะ... หมอนี่เพี้ยนไปใหญ่แล้ว
                “ฉะ... ฉัน... กระหม่อมไม่ได้พูดโกหกนะพะย่ะค่ะ”
                “งั้นใครส่งเจ้ามา... ไอ้พี่บ้าคนนั้นใช่มั้ย ส่งคนหน้าเหมือนตัวเองมา แถมลงทุนให้ใช้ชื่อเดียวกันเพื่อเย้ยหยันข้าตลอดเวลาที่อยู่ในคุก!!!”
                น่าน... คิดไปได้... ใครเขาจะไปทำอย่างนั้นกันเล่า ที่สำคัญ ถ้านี่เรียกว่าคุก ห้องเขาจะเรียกว่าอะไรล่ะ ห้องนอนของไมค์ดูดีมีชาติตระกูลกว่าใครๆ ในบ้านเลยนะเฟ่ย (ถึงจะเป็นคอนโดก็เถอะ)
                “เอ่อ... พระราชพี่ของฝ่าบาทเป็นใคร กระหม่อมยังไม่รู้จักเลยพะย่ะค่ะ”
               กอล์ฟรู้สึกใจคอห่อเหี่ยวมากขึ้นทุกที ทำไมรับมือคนบ้ามันยากอย่างงี้... หมอนี่จะคลั่งบีบคอเขาอีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
                “ฮึ... ข้าไม่อยากพูดถึงมัน... ออกไปซะ ข้าอยากอยู่คนเดียว”
                เวรกรรม... กะว่าจะหลอกถาม แต่กลับไม่ได้ความอะไรเพิ่มขึ้นเลยซะอย่างงั้น
                คิดแล้วเด็กหนุ่มก็เดินคอตกออกจากห้องไป


                สุดท้าย... เขาก็ต้องขอคำปรึกษาจากเพื่อนๆ โอตาคุทางโปรแกรมแช็ตจนได้

น้องกูอยู่ไหน (กอล์ฟ) says:
       เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละ ฉันจะทำยังไงดี ฮืออออออ
รั่วได้อีก says:
       อืม... สรุปแล้วทัจจี้จังเป็นเหตุสินะ
สาวแว่นจงเจริญ says:
       นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทัจจี้จังรุ่นนี้ไม่สามารถใช้งานร่วมกับอะแด๊ปเตอร์ได้
น้องกูอยู่ไหน says:
       โอ๊ยยยยยยย ที่กำลังกลุ้มใจมากกว่าทัจจี้จังคือน้องชายฉันนะเฟ้ย
รั่วได้อีก says:
       อืม
สาวแว่นจงเจริญ says:
       อืม
น้องกูอยู่ไหน says:
       ช่วยพิมพ์อย่างอื่นนอกจากอืมด้ายม้ายยยยย
สาวแว่นจงเจริญ says:
       …………..
รั่วได้อีก says:
       ………………..
น้องกูอยู่ไหน says:
       โอเค บ๊ายบาย
รั่วได้อีก says:
       เฮ้ย อย่าเพิ่งงอนสิ
สาวแว่นจงเจริญ says:
       อืม ฉันมาคิดดูแล้วนะ
สาวแว่นจงเจริญ says:
       บางที
สาวแว่นจงเจริญ says:
       อาจเป็นโลกคู่ขนาน
น้องกูอยู่ไหน says:
       หมายความว่าไง
รั่วได้อีก says:
       เอ้อ กำลังจะบอกเหมือนกัน
สาวแว่นจงเจริญ says:
       น้องนายอาจไม่ได้เป็นบ้า แต่อาจมาจากโลกคู่ขนาน
น้องกูอยู่ไหน says:
       จริงดิ?
รั่วได้อีก says:
       ก็เป็นไปได้
น้องกูอยู่ไหน says:
       งั้นฉันควรทำไง
สาวแว่นจงเจริญ says:
       เอางี้สิ
สาวแว่นจงเจริญ says:
       นายก็เออออห่อหมกไปกับหมอนั่นอย่างที่ลุงนายบอก
สาวแว่นจงเจริญ says:
       แล้วระหว่างนี้ก็ค่อยๆ สอนเกี่ยวกับโลกแห่งความจริงให้เขา
รั่วได้อีก says:
       ใช่ๆ เขาจะได้ไม่ต่อต้านนาย
สาวแว่นจงเจริญ says:
       อย่างน้อย เขาจะได้ปรับตัวให้อยู่กับโลกปัจจุบันได้
น้องกูอยู่ไหน says:
       ขอบใจมากว่ะเพื่อน
สาวแว่นจงเจริญ says:
       ไม่เป็นไร ได้ผลยังไงก็มาเล่าให้ฟังบ้างล่ะ
สาวแว่นจงเจริญ says:
       จะเอาไปเขียนฟิค
น้องกูอยู่ไหน says:
       =_=!
รั่วได้อีก says:
       อย่าบอกนะ ว่าไอ้คำแนะนำเมื่อกี้มาจากพล็อตนิยายที่แกกำลังจะเขียน
สาวแว่นจงเจริญ says:
       เออ... ต่างกันที่นางเอกในฟิคฉันเป็นคุณหนูใส่แว่นเฟ้ย 55555

                เออออห่อหมก... แล้วก็สอนเกี่ยวกับโลกแห่งความจริงงั้นเหรอ
                เด็กหนุ่มเริ่มมีกำลังใจขึ้นมานิดหน่อย
                เขาจะต้องทำให้น้องชายหายจากอาการบ้าๆ นี่ให้ได้... ก่อนที่จะย้ายกลับบ้านแล้วความแตก

                สองทุ่มแล้ว...
                กอล์ฟเพิ่งทำอาหารเย็นเสร็จ หลังจากแช็ตกับเพื่อนจนเพลิน
                เขาเข้าไปเคาะประตูห้องไมค์ เรียกคนข้างในออกมากินข้าว
                “เชิญเสด็จออกมาเสวยได้แล้วพะย่ะค่ะ”
                ร่างสูงบนเตียงโงหัวขึ้นจากหมอน เขาเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? จำได้ว่าล่าสุดเขารื้อหนังสือทุกอย่างในห้องออกมาอ่านด้วยความเบื่อ
                กลิ่นกับข้าวอย่างง่ายๆ หอมฟุ้งไปทั่ว
                พิรัชต์ทรุดตัวนั่งที่โต๊ะ เขามองกับข้าวแต่ละอย่าง แล้วเบ้ปาก
                “ชิ... อาหารพื้นๆ สีก็จืดๆ นี่สินะ อาหารของพวกชนชั้นต่ำ”
                คนทำเดือดปุดขึ้นมา... หมอนี่ ปากเสียสุดๆ ไปเลย
                ถ้าเป็นไมค์ล่ะก็ แค่เขายอมออกมาจากห้องเพื่อทำให้หมอนั่นก็ดีใจจะตายแล้ว
                ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
                กอล์ฟรับโทรศัพท์แล้วหลบไปคุยที่มุมหนึ่งของห้อง
                “ฮัลโหล... ม๊า...”
                “ว่าไงกอล์ฟ กินอะไรรึยัง”
                “กำลังกินอยู่เลยล่ะ ไม่ต้องห่วงนะ”
                เด็กหนุ่มอยากรีบตัดสายให้เร็วที่สุด เพราะกลัวแม่ซักถึงไมค์
                “วิตามินหมดรึยัง อย่าลืมให้น้องกินด้วยล่ะ ถ้าคราวหน้าม๊าไปแล้วยังไม่พร่อง แสดงว่าดื้อ ไม่ยอมกินนะ อ้อ... แล้วก็โลชั่นกับครีมยังมีอยู่ใช่มั้ย อย่าลืมทาด้วยล่ะ ทั้งคู่เลย เดี๋ยวจะโทรม ว่าแต่ไมค์อยู่รึเปล่า”
                “ยะ... อยู่ครับ แต่ไมค์เข้าห้องน้ำอยู่”
                “เหรอ... ดีแล้วล่ะ อยากได้อะไรก็บอก ม๊าจะเอาไปให้”
                “ไม่อยาก ไม่มีเลยครับ ไม่ต้องมาหรอก เปลืองค่าน้ำมัน”
                รีบปฏิเสธทันควัน
                “เอ้อ... งูในบ้านไม่มีแล้วนะ อยากกลับมานอนที่บ้านก็ตามใจ”
                “ยังก่อนครับ กอล์ฟขี้เกียจย้ายของ เอาเป็นว่าค่อยกลับไปนอนบ้านหลังไมค์สอบเสร็จแล้วกันนะ”

                หลังวางหูจากแม่ เด็กหนุ่มก็กลับไปยังโต๊ะอาหาร
                “บ้ารึเปล่า ยืนคุยคนเดียวอยู่ได้”
                หนอย... นายนั่นแหละบ้า ยังจะมาว่าคนอื่นอีก
                กอล์ฟสะกดอารมณ์เต็มที่
                “เมื่อกี้น่ะ เขาเรียกว่าโทรศัพท์ ใช้พูดคุยกับคนที่อยู่ไกลๆ ของนายก็มี เดี๋ยวฉันจะสอนวิธีใช้ให้ทีหลัง”
                และยังไม่ทันที่กอล์ฟจะได้หย่อนก้นลงบนเก้าอี้
                “เดี๋ยวก่อน”
                องค์ชายเจ้าปัญหารีบทักทันที
                “ไปเอาข้าวมาอีกจานซิ”
                อะโด่... ไหนว่าอาหารของพวกชนชั้นต่ำไง... ฟาดซะเรียบ... แถมยังจะเติมข้าวอีก แล้วฉันจะกินอะไร ฮือๆๆๆ


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 27 Nov 2007 17:52:05 by ★ひまじん★  

edit @ 17 Jan 2008 23:00:55 by ★ひまじん★

edit @ 29 Jul 2009 00:04:54 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ๊ย น่ารัก อิอิ
เริ่มจาคุยกันได้แล้ว อิอิ
big smile

#1 By :+:Sakura_badzZ:+: on 2007-11-26 21:43

ไม่น๊า ไมค์อ่ะ...คิดว่าฝันได้ไง
จะนอกใจกอล์ฟหรอ ไม่ยอมๆๆๆๆ
ไปจูบกะเจ้าชายพิชญะอีก งือๆๆๆ

อ่า...ส่วนกอล์ฟกะผองเพื่อนก็รั่วได้อีก
คิดได้ไงเนี่ย...
แต่ก็นะ...ทำให้องค์ชายพิรัชต์ใจอ่อนให้ได้นะ

***ตาม THE DEVIL อีก 1 รอบอ่ะ***

#2 By drakyuchi (58.137.93.130) on 2007-11-27 08:40

ฮาอ่ะ

#3 By (202.142.217.72) on 2007-11-27 12:09

ฮา แล้วก็ยังน่ารักอีกด้วย ^_^

#4 By ysky (203.150.118.111) on 2007-11-27 19:28

นั่งอ่านแล้วกรี๊ดค่ะ 55+

สองตอนรวด มันช่าง....

ไมค์จงฝันต่อปายยย

555+

แต่ฝั่งกอล์ฟนี่ต๊อง ๆ เน้ะ 55+

#5 By Leannzz* (222.123.5.2) on 2007-11-27 21:12

หึหึหึหึ

#6 By ขนมมันจู on 2009-03-13 22:32