G.M. รหัสรัก พิทักษ์โลก [11]

posted on 26 Nov 2007 21:44 by i-am-hima  in fiction

  * คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *



                หนึ่งสัปดาห์แล้วที่แม็กซ์ใช้เวลาเกือบตลอดทั้งวันอยู่ในห้องปลอดเชื้อ พอถึงตอนกลางคืนเขาก็จะไปนอนขดตัวอยู่ข้างๆ ร่างไร้ลมหายใจของพี่ชาย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่สวย แม้ฉายแววเศร้าสร้อยในบางครั้ง แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความหวัง

                นั่นเป็นเพราะ...


                "เชิญดอกเตอร์อิริค มิลเลอร์มาที่ห้องปลอดเชื้อ C1 ด่วนค่ะ"

                เสียงประกาศดังขึ้นจากลำโพงขณะที่แม็กซ์และคุณหมออิริคกำลังนั่งกินอาหารเช้าด้วยกันในโรงอาหาร

                "เกรย์!"

                เด็กหนุ่มลุกพรวดทันทีที่ได้ยินชื่อห้องซึ่งมีพี่ชายอยู่

                "เดี๋ยวสิแม็กซ์ ใจเย็นๆ"

                หนุ่มใหญ่รีบปราม เขาไม่อยากให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นอะไรไปอีกคน เด็กหนุ่มเจอกับเรื่องช็อคมามากพอแล้ว

                "แต่ว่าเกรย์..."

                ดวงตาสีน้ำตาลที่มองอย่างเว้าวอนคู่นั้น หากใครได้เห็นคงไม่อาจต้านทานได้แม้ซักครั้ง ในที่สุดอิริคจึงถอนหายใจออกมา

                "ก็ได้ งั้นใจเย็นๆ นะ แล้วเดี๋ยวเราไปด้วยกัน"

 

                ทันทีที่ถึงห้องปลอดเชื้อ หัวหน้าพยาบาลก็รีบตรงเข้ามารายงานอาการ

                "เมื่อเช้านี้เดลซิลาเข้ามาเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เกรย์ค่ะ แล้วก็พบว่าแผลของเขาแห้งตกสะเด็ด รอยแผลก็ตื้นขึ้นและก็เล็กลงด้วย"

                แม็กซ์หัวใจเต้นรัวเมื่อได้ยินคำรายงาน

                นี่แสดงว่า... ร่างกายของเกรย์ยังทำงานอยู่ เกรย์ยังไม่ตายสินะ...!!

                อิริคสั่งให้นำอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาต่อเข้ากับตัวเกรย์

                แม็กซ์หลบไปนั่งมองอย่างเงียบๆ ที่มุมห้อง ภาวนาขอให้พี่ชายของเขารีบฟื้นขึ้นมา

                "หัวใจไม่ทำงาน ชีพจรไม่เดินค่ะ"

                "อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยครับ"

                "สมองยังไม่ทำงานค่ะ"

                "แต่มีการผลัดเซล์ที่ตายแล้วและสร้างเซลล์ผิวใหม่โดยเฉพาะบริเวณบาดแผล... แสดงว่าร่างกายยังมีการทำงานอยู่ส่วนหนึ่ง"

                ดวงตาของแม็กซ์ทอประกาย แม้เป็นความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมากทีเดียว

                "หมายความว่าเกรย์ยังไม่ตายใช่มั้ยครับ"

                เด็กหนุ่มถามขึ้นอย่างมีความหวัง

                "เรายังสรุปไม่ได้หรอกนะ ทุกอย่างในร่างกายเขาแทบจะเหมือนเดิมยกเว้นบริเวณรอยแผล คงต้องดูอาการกันไปก่อน"

                อิริคหันมาตอบแม็กซ์แล้วหันไปสั่งงานต่อ

                เด็กหนุ่มฝากความหวังทั้งหมดไว้กับปาฏิหาริย์เท่านั้น

                เกรย์... ถ้านายยังไม่ตายล่ะก็ รีบกลับมานะ...

                แม้กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังรู้สึกว่าเกรย์อยู่ที่ไหนซักแห่ง เขาสัมผัสถึงจิตของเกรย์ได้ แม้มันจะเลือนรางมากก็ตาม

 

                เย็นวันนั้นสมเด็จพระจักรพรรดินีเสด็จมาเยี่ยมแม็กซ์ พระนางอยู่ในชุดขาวสะอาด พระพักตร์ดูเศร้าหมอง

                ทันทีที่เห็นหน้าแม็กซ์ พระนางทรงวิ่งเข้าไปกอดอย่างแนบแน่น

                "โถ... ลูกแม่..."

                ทรงจุมพิตที่หน้าผากของเด็กหนุ่ม แล้วตรัสด้วยเสียงสั่นเครือ

                "เป็นความผิดของแม่เอง... ถ้าลูกไม่ออกไปเที่ยวในวันนั้น เกรย์ก็คง..."

                แม็กซ์รีบส่ายศีรษะ

                "ไม่ใช่ความผิดของใครหรอกครับ ที่พวกเราได้ออกไปเปิดหูเปิดตา ถือว่าเป็นความกรุณาอย่างมากจริงๆ ที่สำคัญ... เกรย์ยังไม่ตายหรอกครับ"

                จักรพรรดินีทรงหันไปสบตากับนายแพทย์หนุ่มใหญ่ด้วยสีหน้าวิตก

                ...จิตใจแม็กซ์กระทบกระเทือนมากเกินไปรึเปล่า...

                อิริคพยักหน้า

                "เรายังพอมีความหวังอยู่บ้างพะย่ะค่ะ แม้ร่างกายของเขาจะยังไม่ทำงาน แต่ดูเหมือนว่าบาดแผลของเขาค่อยๆ ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว"

                พระนางเบิกตาโพลง ดวงหน้าสวยเริ่มฉายประกายแห่งความหวัง

                "จริงเหรอ... งั้นเราจะสวดภาวนาให้ลูกเกรย์ฟื้นขึ้นมาไวๆ"

                แม้จะไม่แน่ใจนัก แต่ทุกคนจะลองเชื่อดูซักครั้งว่าคนที่ตายไปแล้วอย่างเกรย์จะสามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง... เพราะอย่างน้อย ร่างกายของพี่น้องคู่นี้ก็มีอะไรเหนือธรรมดามาตั้งแต่ต้นแล้วนี่

  

                วันต่อมานายพลชารีมาก็เรียกผู้เกี่ยวข้องหลักๆ ของหน่วย G.M. เข้ามาประชุม

                แม็กซ์ได้มีโอกาสเจอเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เคยพบมาก่อน อย่างไรก็ตาม ไม่มีการแนะนำตัวให้เขารู้จักใครเลยสักคน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะทางหน่วยจำเป็นต้องรักษาความลับเกี่ยวกับโครงสร้างขององค์กร โดยเฉพาะกับแม็กซ์ซึ่งไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ต่อหน่วย G.M. แห่งนี้

                "มีรายงานจากศูนย์รับสัญญาณผ่านมิติ บอกว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับ G1AL225 แอนดรอยด์เกิดปฏิกิริยาไม่คาดคิดต่อสภาพแวดล้อม"

                นายพลชารีมาเริ่มเปิดการประชุม

                "G1AL225 คืออะไรครับ"

                แม็กซ์ถามแทรกขึ้นมา

                นายพลหันมาจ้องหน้าเด็กหนุ่มอยู่ครู่หนึ่งอย่างใช้ความคิด สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจอธิบายอย่างคร่าวๆ ให้ฟัง

                "G1AL225 เป็นร่างสังเคราะห์ของเกรย์ที่เราบันทึกข้อมูลในระดับจิตสำนึกเข้าไปในความทรงจำของเขา แน่นอนว่าของท่านก็มีเช่นกัน เราใช้แอนดรอยด์สองตัวไปสวมรอยขณะที่พวกท่านไม่อยู่บนโลก เพื่อไม่ให้คนรอบข้างสงสัย"

                แม็กซ์ถึงกับอึ้ง แล้วระหว่างที่เขาไม่อยู่ แอนดรอยด์นั่นจะทำให้ชีวิตบนโลกของเขาปั่นป่วนขนาดไหนแล้วเนี่ย คิดแล้วก็อดระแวงไม่ได้

                "ไม่ต้องห่วง ร่างที่เราส่งไปจะมีนิสัยใจคอใกล้เคียงกับพวกท่าน อาจจะต่างกันอยู่บ้างตรงที่เราโปรแกรมให้การแสดงออกของพวกเขาเป็นไปอย่างสงบที่สุด พูดง่ายๆ ก็คือ จะเป็นตัวท่านในโหมดเงียบขรึม เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ควบคุมได้ยาก เช่นการทะเลาะวิวาท หรือการเกี่ยวข้องกับบุคคลที่รับมือลำบาก นอกจากนี้ ทางเราก็ส่งคนไปติดตามชีวิตประจำวันของร่างตัวแทนอย่างใกล้ชิด หากมีสถานการณ์เสี่ยงเข้ามา ก็จะส่งคนไปคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น หรือถ้าจำเป็นก็จะส่งสัญญาณไปรบกวนคลื่นสมองให้เกิดการตัดสินใจอย่างปลอดภัยที่สุด"

                "คุณมีเครื่องอะไรพรรค์นั้นด้วยเหรอ? แล้วแน่ใจได้ยังไงว่าแอนดรอยด์ที่ว่าจะไม่ทำให้ความแตก"

               "ร่างสังเคราะห์เหมือนร่างมนุษย์เปล่า มีแต่ชีวิต ไม่มีวิญญาณ เราจึงต้องใส่ความทรงจำของพวกท่านลงไปในสมองของเขา แต่ทำได้แค่ระดับจิตสำนึกเท่านั้น กล่าวคือ พวกเขาจะจำคนรอบข้างพวกท่านได้เท่าที่พวกท่านจำได้ในตอนนี้ พวกเขาแสดงอารมณ์ความรู้สึก และตัดสินใจสิ่งต่างๆ ได้ใกล้เคียงกับพวกท่าน"

                เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งอธิบายเพื่อให้อีกฝ่ายเกิดความมั่นใจ

                "งั้นทำไมถึงไม่ใช้ร่างสังเคราะห์มาฝึกแทนพวกเราเลยล่ะครับ"

                แม็กซ์เริ่มสงสัย ในเมื่อมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขนาดนี้

                "ร่างสังเคราะห์มีอวัยวะทุกอย่างเหมือนท่านทั้งสองทุกประการ เพราะเราใช้ DNA ของพวกท่านมาพัฒนา เพียงแต่น่าเสียดายที่ DNA แอบแฝงของพวกท่านไม่แสดงลักษณะในร่างสังเคราะห์ หรือแม้แต่ร่างโคลนนิง เพราะฉะนั้น คนที่มีคุณสมบัติพิเศษจึงมีแต่ตัวจริงอย่างพวกท่านเท่านั้น"

                แม็กซ์นิ่งฟังอย่างทึ่งๆ ไม่อยากเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่ว่าสิ่งที่เขารับรู้ในตอนนี้มีอยู่จริง ...ว่าแต่ไปทำตั้งแต่ตอนไหน ทำไมเขาไม่เห็นรู้เรื่องเลย...

                "พวกผมมีเวลาเพียงแค่สี่ปีหลังจากได้ตัวอย่างเลือดและพบความผิดปกติใน DNA ของพวกคุณ ตอนแรกเราพยายามโคลนพวกคุณออกมา แต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้โคลนนิงต้องใช้เวลาถึงสิบแปดและสิบหกปีเพื่อให้ร่างเติบโตได้ทันพวกคุณ เราจึงใช้แอนดรอยด์แทนในการสวมรอย"

                อิริคกล่าวเสริม

                "ดาวของเรามีเทคโนโลยีนี้มาหลายปีแล้ว สมัยก่อนใช้ในวงการจารกรรมเท่านั้น ต่อมามีการเสนอให้นำแอนดรอยด์มาใช้งานอย่างอื่น แต่สมเด็จพระจักรพรรดินีทรงเห็นว่า หากนำมาใช้อย่างแพร่หลาย อีกหน่อยจะมีการนำมาใช้เพื่อทำสงคราม จึงมีพระราชดำรัสให้เก็บเทคโนโลยีของแอนดรอยด์เป็นความลับ"

                "แอนดรอยด์หากไม่บันทึกความทรงจำในแง่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไป ก็ไม่ต่างจากยมทูต ซึ่งหากข้อมูลนี้รั่วไหลไปยังพวกก่อการร้ายล่ะก็..."

                เจ้าหน้าที่ระดับสูงช่วยกันอธิบายให้แม็กซ์ฟังเป็นทอดๆ เด็กหนุ่มรู้สึกคุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาระดับหนึ่ง

                จะว่าไปน่าทำใจตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่าที่นี่คือต่างดาวแล้ว ขนาดโลกฝาแฝดยังมีจริง ไหนจะเรื่อง DNA ประหลาด มือปราบอวกาศ แล้วยังเรื่องที่เกรย์ยังไม่ตายทั้งที่ร่างกายไม่ทำงานอีก เพราะฉะนั้นกะอีแค่แอนดรอยด์สวมรอยอยู่ที่บ้านเขาไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย

                เฮ้อ... เรื่องแปลกพิสดารกว่านี้มีอีกมั้ย แม็กซ์ชักปลง นี่มันประสบการณ์หลุดโลกถึงที่สุดแล้วในชีวิตของเขา แถมยังทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับและเรียนรู้สภาพในปัจจุบันเท่านั้น

                "เอาล่ะ... งั้นเข้าเรื่องหลักของเราเลยดีกว่า"

                นายพลชารีมาสีหน้าขึงขังขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากรอคนอื่นอธิบายให้แม็กซ์ฟังอยู่พักใหญ่

                "ปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิดของแอนดรอยด์..."

                ชายสูงวัยเริ่มจากหัวข้อสนทนา

                "เมื่อสองวันที่แล้ว... G1AL225 เกิดอาการคลุ้มคลั่งโดยไม่มีสาเหตุ เขาร้องไห้โวยวายต่อหน้าสาธารณชน ในคืนเดียวกันนั้นเอง เขาเข้าไปทำร้ายร่างกาย M1AL225 และมีพฤติกรรมประหลาดอื่นๆ ที่ทำให้คนในบ้านสงสัย"

                "M1AL225...?"

                แม็กซ์ถามแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

                อะไรอีกล่ะทีนี้?

                นายพลชำเลืองมองเด็กหนุ่มแล้วตอบสั้นๆ

                "แอนดรอยด์ที่เป็นร่างของท่านไงล่ะ"

                เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยกมือขึ้นถาม

                "แล้วส่งสัญญาณไปควบคุมการทำงานของสมองรึยังครับ"

                "ส่งแล้ว แต่ดูเหมือน G1AL225 จะไม่รับรู้ พูดง่ายๆ ก็คือ เขาควบคุมร่างกายเองได้โดยสมบูรณ์"

                เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างสีหน้าเครียด...

                "หมายความว่า... แอนดรอยด์พัฒนาตัวเองงั้นเหรอครับ?"

                มีคำถามหนึ่งขึ้นมาในความเงียบ

                คราวนี้สีหน้าของเจ้าหน้าที่บางคนออกอาการตื่นเต้นเล็กน้อย

                "ยังสรุปไม่ได้หรอก แต่...ดูเหมือนความทรงจำของ G1AL225 ตั้งแต่วันที่ออกปฏิบัติหน้าที่จนถึงวันที่ผิดปกติสูญหายไป"

                แม็กซ์ได้แต่นั่งฟังอย่างงงๆ เขาพยายามปะติดปะต่อเรื่อง แล้วก็เกิดลางสังหรณ์บางอย่างผุดขึ้นมา

                "หรือว่าเกรย์จะไปอยู่ในร่างนั้น!!!"

                เด็กหนุ่มโพล่งขึ้นมาอย่างมีความหวัง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง... ก็แสดงว่าพี่ชายเขายังไม่ตายจริงๆ สินะ

                "มันจะเป็นไปได้ยังไง"

                มีเสียงคัดค้านของเจ้าหน้าที่สองสามคนดังขึ้น

                "เรื่องแบบนั้น ไม่เคยมีในงานวิจัยใดๆ มาก่อน"

                "ต้องบอกว่าไม่เคยมีใครวิจัยมาก่อนต่างหาก"

                ทันใดนั้นอิริคก็ยกมือขึ้น

                "อาจจะเป็นไปได้ก็ได้ครับ... ถึงผมจะอยู่แวดวงวิทยาศาสตร์ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมเองก็มีความเชื่อในเรื่องแบบนั้น ถ้าลองคำนวณเวลาดูแล้ว วันที่ G1AL225 ผิดปกติ เป็นวันเดียวกับที่เกรย์หมดสติ... เอ่อ ผมไม่อยากใช้คำว่า 'ตาย' หรอกนะครับ เพราะล่าสุดพบว่าร่างกายของเขาบางส่วนยังทำงานอยู่ และที่สำคัญยังไม่อืดหรือเน่าเปื่อยทั้งๆ ที่ไม่ได้ฉีดสารเคมีใดๆ ลงไป ถ้าจะให้ผมคาดเดาล่ะก็... เป็นไปได้ว่าจิตหรือวิญญาณหรืออะไรก็แล้วแต่ของเกรย์หลุดออกจากร่างเดิมของเขา แล้วเข้าไปอยู่ในร่างว่างเปล่าอีกหนึ่ง"

                จะอะไรก็ช่างเถอะ... สรุปว่าเกรย์ยังไม่ตายแน่ใช่มั้ย

                แม็กซ์ฉีกยิ้มอย่างลิงโลด

                "แล้วดอกเตอร์เอาอะไรมาพิสูจน์ล่ะครับ..."

                หมออิริคนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ

                "ตอนนี้ผมยังไม่มีเหมือนกัน เป็นแค่สมมติฐานบนจินตนาการที่หัวสมองผมจะนึกได้เท่านั้น แต่ผมคิดว่าถ้าได้รายละเอียดเกี่ยวกับ G1AL225 มากกว่านี้ล่ะก็ ผมจะหาทางพิสูจน์ให้ได้"

                นายพลชารีมาพยักหน้าพลางคิดอะไรบางอย่าง

                "จริงสิ... มีข้อมูลอีกอย่างที่สนับสนุนสมมติฐานของนายแพทย์อิริค"

                แม็กซ์ยื่นหน้าเข้าไปฟัง หัวใจเต้นโครมคราม...

                "G1AL225 ทำในสิ่งที่เกรย์เรียนรู้ไปจากที่นี่..."

                ...เอ๋?...

                "ที่เราผึกเกรย์และแม็กซ์หนักๆ ก่อนหน้านี้ ก็เพื่อให้เรียนเต้นและร้องเพลงแซงหน้า G1AL225 กับ M1AL225 แต่ในห้องฝึกบนดาวโลก G1AL225 กลับเต้นในสิ่งที่เกรย์เคยเรียนล่วงหน้าไปจากที่นี่..."

 

                หลังจากจบการประชุม แม็กซ์เริ่มมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยม เขาเข้าไปนั่งข้างๆ แล้วเรียกเกรย์ตลอดเวลา

                คุณหมออิริคเข้ามาคุยกับเขาเป็นพักๆ แต่ดูเหมือนหนุ่มใหญ่ผู้ใจดีคนนั้น จะมาทำให้เสียเรื่องซะมากกว่า

                "อันที่จริง... พี่ชายคุณเขาได้กลับโลกสมใจเขาแล้ว เขาคงไม่คิดจะกลับมาเข้าร่างประหลาดๆ เพื่อรับการผึกหรอกนะครับ"

                แม็กซ์เงยหน้ามองอย่างฉงน ...ทำไมนายแพทย์ซึ่งเป็นกำลังใจให้เขามาตลอด จู่ๆ ก็มาพูดแบบนี้

                "นั่นสินะครับ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... นี่เป็นร่างจริงของเขานะครับ"

                เด็กหนุ่มสีหน้าสลดลงเล็กน้อย แต่ก็ยังพยายามหาเหตุผลขึ้นมาแย้ง

                "คุณคิดดูสิครับ... ร่างนั้นถึงจะเป็นร่างสังเคราะห์ก็จริง แต่ทุกอย่างก็เหมือนมนุษย์ธรรมดาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน เจ้าตัวคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไม่ใช่ร่างโดยธรรมชาติ ที่สำคัญ DNA แอบแฝงก็ไม่แสดงลักษณะออกมา สบายดีออก ไม่ต้องกลับมาฝึกด้วย"

                แม็กซ์หน้าซีด ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็เท่ากับในตอนนี้เขากลายเป็นมนุษย์ประหลาดอยู่เพียงคนเดียวน่ะสิ

                "มันก็จริงนะครับ"

                อิริคตบไหล่เด็กหนุ่มเบาๆ เหมือนปลอบใจ

                "อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ ถ้าคิดในแง่ดีนะ บางทีเขาอาจจะจำที่นี่ไม่ได้มากกว่า เพราะดูเหมือนเขายังไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองหายไปไหนมาสองอาทิตย์"

                "เหรอครับ"

                อิริคพยักหน้า

                "ในรายงานเขียนไว้ว่าอย่างนั้นนะ... เฮ้อ แต่ก็เป็นข้อมูลจากผู้สังเกตการณ์ เราคงไม่รู้หรอกว่า จริงๆ แล้วตัวเกรย์เขาคิดอะไรอยู่ บางทีเขาอาจจะจำได้ก็ได้ แต่คิดดูสิครับ ได้กลับถึงบ้าน เจอหน้าครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ถ้าเป็นคุณ คุณจะตะเกียกตะกายกลับไปหาเรื่องใส่ตัวที่ต่างดาวอีกเหรอ"

                แม็กซ์มองหน้าคุณหมอ ทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ทั้งๆ ที่ส่วนลึกในใจเขารู้ดีว่านั่นหมายความว่าอย่างไร

                "ผมก็แค่คิดเผื่อๆ ในเมื่อเขากลับไปมีชีวิตที่อบอุ่นที่บ้านแล้ว เขาอาจจะแกล้งลืมเรื่องในสองสัปดาห์นี้ เพื่อที่จะไม่ต้องกลับมาก็ได้..."

                อิริคพูดยิ้มๆ ก่อนเดินจากไป

                ทว่าทันทีที่เขาปิดประตู เขาก็รำพึงกับตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวดไม่แพ้แววตาของเด็กหนุ่มในห้อง

                "...ขอโทษนะแม็กซ์... ผมจำเป็นจริงๆ"


To be continued...

| ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:57:00 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet