G.M. รหัสรัก พิทักษ์โลก [12]
posted on 26 Nov 2007 21:44 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
แม็กซ์เข้าไปนอนในห้องปลอดเชื้ออยู่หลายวัน ทุกคืนเขาจะขึ้นไปนอนบนเตียงขดตัวอยู่ข้างๆ ร่างของพี่ชาย
แผลที่หลังของเกรย์ดีขึ้นทุกวันตามลำดับ ทุกคนเริ่มแน่ใจว่าร่างกายของเขากำลังฟื้นตัวอย่างเงียบๆ และมีปฏิกิริยากับอะไรบางอย่างภายใน
ทุกครั้งที่เด็กหนุ่มเห็นรอยแผลของพี่ชายค่อยๆ จางลง แม็กซ์รู้สึกใจชื้นและมีความหวังมากขึ้น เขาเชื่อว่าถ้าได้อยู่ใกล้ๆ และคอยเรียกเกรย์บ่อยๆ พี่ชายของเขาต้องฟื้นขึ้นมาได้ในสักวันอย่างแน่นอน
...เกรย์... กลับมานะ... ลืมตาขึ้นมาสิ...
ทุกครั้งที่เขามองใบหน้าอันซีดเซียวของเกรย์ เขาจะนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
พี่ชายที่เคยรังแกเขามาตลอด แต่ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานกลับปกป้องเขาอย่างสุดชีวิต
...ทำไมล่ะเกรย์... ฉันควรจะถามนายว่ายังไงดีระหว่าง...
ทำไมนายถึงปกป้องฉันอย่างดีในวันนั้น
หรือว่า
ทำไมนายถึงได้ทำร้ายฉันตั้งแต่เด็ก
ในหัวของแม็กซ์มีแต่คำว่าทำไม
แม้จะมองอะไรไม่เห็น แต่แม็กซ์ยังจดจำความอบอุ่นจากร่างกายของเกรย์ในวันนั้นได้ดี
วงแขนและแผ่นอกที่แข็งแกร่งโอบกอดเขาแน่น เขารู้สึกถึงแรงกระแทกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เสียงหัวใจของเกรย์... ตอนนั้นพี่ชายใจร้ายของเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ?
หรือบางทีเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลย เพียงแค่คว้าตัวเขามากอดเพราะทำอะไรไม่ถูก มือไปเอง จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นแม็กซ์ เขาอาจจะคว้าใครก็ได้ที่อยู่ใกล้ๆ ในตอนนั้น
นั่นสินะ... ก็เกรย์เกลียดเขาจะตาย
เกรย์อยากให้เขาตาย เกรย์อยากกำจัดเขาออกจากชีวิตอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
ถ้าเขากลับโลกไปได้จริงๆ ล่ะก็...
'เขาอาจจะแกล้งลืมเรื่องในสองสัปดาห์นี้ เพื่อที่จะไม่ต้องกลับมาก็ได้...'
เสียงคุณหมออิริคดังเข้ามาในหัว
จริงสิ... ป่านนี้เกรย์คงกำลังมีความสุขอยู่กับครอบครัว... อยู่กับน้องคนใหม่... แม็กซ์อีกคนที่ไม่ใช่เขา
แม็กซ์แอนดรอยด์คนนั้นเป็นคนยังไง? อยู่ในโหมดสงบเสงี่ยมสินะ? ถ้าอย่างนั้นก็คงจะน่ารัก ว่านอนสอนง่ายกว่าเขาหลายเท่า คงจะเติมเต็มความต้องการของพี่ชายซาดิสต์อย่างหมอนั่นได้ดีกว่าเขาแน่ๆ
แล้วเกรย์ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ทิ้งเขาไว้ที่นี่...
ต่อจากนี้ไปก็คงไม่มีเขาคอยแย่งความรักความอบอุ่นจากพ่อและแม่ ไม่มีเขาคอยดึงความสนใจจากพ่อและแม่ไปจากเกรย์อีก...
แม็กซ์ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาที่ไหลเป็นทาง
อาการอึดอัดเริ่มรุมเร้าเข้ามาในอกอีกครั้ง เขาพยายามสูดหายใจลึกๆ แต่เมื่อยังไม่สามารถบรรเทาลงได้ จึงลุกขึ้นนั่งหลังตรงห้อยขาลงที่ขอบเตียงแทน
กึก!
แม็กซ์สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงจากทางด้านหลัง
เอาอีกแล้ว... ร่างของเกรย์กระตุก
เด็กหนุ่มหันควับกลับไปมองร่างขาวซีดของพี่ชาย
อาการที่กำลังจะกำเริบพลันหายเป็นปลิดทิ้ง
ร่างของเกรย์เป็นแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว... แรกๆ แม็กซ์รู้สึกกลัว... ไม่สิ เขาตกใจมากกว่า แต่หลังๆ เริ่มรู้สึกว่านั่นอาจเป็นสัญญาณที่ดี ที่เกรย์อาจจะฟื้นในเร็ววัน
แต่ตั้งแต่เขารู้เรื่องเกรย์ไปอยู่ในร่างของแอนดรอยด์ แม็กซ์ก็อดรู้สึกหดหู่ไม่ได้ ยิ่งฟังคุณหมออิริคพูด เขาชักยิ่งไม่มั่นใจว่าเกรย์ยอมกลับมาร่างเดิมหรือไม่ ต่อให้กลับ... เขาจะกลับด้วยวิธีใด? หรือต้องฆ่าแอนดรอยด์ตัวนั้นให้ตายไปเสียก่อน เกรย์ถึงจะกลับมาหาร่างที่โลกนี้ได้
แม็กซ์นอนตะแคงมองหน้าพี่ชาย
ใบหน้าคมคายดูอิดโรยลงไปนั้นยังคงหลับตาอย่างสงบ ผิวที่เคยขาวยิ่งขาวซีดกว่าเก่า ริมฝีปากแห้งผาก
เกรย์... ถึงแม้นายจะเกลียดฉันซักแค่ไหน... ได้โปรดเถอะ กลับมาหาฉันอีกครั้ง มาพาฉันกลับบ้านไปที ฉันรู้สึกโดดเดี่ยวเคว้งคว้างเหลือเกินที่ต้องอยู่ที่นี่... ฉันไม่เหลือใครเลย ไม่เหลือใครอีกแล้ว...
ต่อให้พวกเขาพาฉันกลับไปเจอนายบนโลก แต่ก็จะมีแต่ฉันที่จะกลายเป็นตัวประหลาดเพียงคนเดียว... ฉันไม่อยากเป็นอย่างนี้เลยเกรย์... ฉันอยากเป็นแค่เด็กอ่อนแอของนายเท่านั้น ถึงแม้นายจะโหดร้ายกับฉันซักแค่ไหน... แต่อย่าผลักไสฉันออกมาแบบนี้เลยนะ... ได้โปรด กลับมาเถอะเกรย์...
เด็กหนุ่มจดริมฝีปากลงบนหน้าผากของร่างที่ยังนอนนิ่ง
...ถึงฉันจะไม่ชอบที่นายรุนแรงกับฉัน... แต่นายก็เป็นพี่คนเดียวของฉัน... และนายก็เป็นเจ้าของชีวิตฉัน ตั้งแต่วันที่นายจากฉันไปนั่นแหละ...
แม็กซ์เอียงกายเข้าซุกแผ่นอกกว้างราวกับค้นหาที่นอนอุ่นสบายสำหรับค่ำคืนแห่งการรอคอยอันยาวนาน ก่อนที่เขาจะเข้าสู่นิทราด้วยความเหนื่อยอ่อน
"ฝีมือของพวกกบฏสินะ..."
ชายหนุ่มผมทองร่างสูงโปร่งในชุดสูทหนังคอตั้งสีขาว ที่หน้าอกซ้ายมีเข็มกลัดรูปสิงห์สวมมงกุฎเอ่ยขึ้น
เขาคือซีฟรี องครักษ์คนพี่ในสมเด็จพระจักรพรรดินี วันนี้เขาได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของพระนางมาเยี่ยมแม็กซ์ และไถ่ถามอาการ
ขณะนี้ทั้งคู่นั่งคุยกันในห้องรับรองส่วนตัวของศูนย์วิจัย
"ครั้งนี้คงเป็นแค่การขู่ เพราะเมืองที่โดนไม่ใช่เมืองหลวง และไม่มีการเจรจาหรือเรียกร้องสิ่งใดๆ ก่อนหน้านั้น"
"แล้วเขาทำไปเพื่ออะไรครับ"
แม็กซ์ถาม ตั้งแต่วันเกิดเหตุก็ไม่มีใครเล่ารายละเอียดให้เขาฟังเลย นั่นเป็นเพราะเขามัวแต่ให้ความสนใจแต่กับร่างของพี่ชายที่ได้รับบาดเจ็บ คราวนี้เมื่อมีคนมาเยี่ยม และนั่งคุยด้วยอย่างจริงจัง เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถาม
ตอนแรกเขารู้สึกเกร็งกับบุคลิกสุขุมเยือกเย็นของอีกฝ่ายซึ่งเคยพบเพียงแค่หนึ่งครั้งโดยไม่ได้พูดอะไรกัน แต่เมื่อซีฟรีขอให้เขาช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันนั้น เขาจึงรู้สึกคุ้นเคยกับชายหนุ่มตรงหน้ามากขึ้น
"พวก Genesis Monster ทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้แหละที่ความเสียหายใหญ่ที่สุด พวกมันคงตั้งใจให้ชาวอาณาจักรขวัญเสีย ส่งผลให้บ้านเมืองไม่สงบสุข พวกมันรู้ว่าสมเด็จพระจักรพรรดินีต้องปวดร้าว ถ้าเห็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ของพระองค์ตายเปล่า"
"แล้วทำไมพวกมันถึงได้อยากล้มล้างสมเด็จพระจักรพรรดินีล่ะครับ"
"ผลประโยชน์ไงล่ะ"
แม็กซ์เอียงคอกระพริบตาปริบๆ
"บนดาวของเรามีทรัพยากรมากมายที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ นั่นเป็นเพราะสมเด็จพระจักรพรรดินีต้องการรักษาเอาไว้เพื่อสมดุลของธรรมชาติ พระองค์เก็บพื้นที่สีเขียว ดำเนินนโยบายควบคุมประชากร และจำกัดพื้นที่เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย เพื่ออนาคตดาวจะได้ไม่เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร และสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ แต่พวกนายทุน พ่อค้า และนักอุตสาหกรรมบางกลุ่มคิดสวนทางกัน คนพวกนั้นเคยเรียกร้องให้มีการขุดทรัพยากรและแหล่งพลังงานใต้ดินมาใช้ คนพวกนั้นต้องการขยายเมืองและจำนวนประชากรเพื่อให้ให้มีจำนวนผู้บริโภคมารองรับสินค้าอุตสาหกรรมของตน คนพวกนั้นคิดถึงแต่ผลกำไร และคอยแย้งสมเด็จพระจักรพรรดินีว่า เพียงแค่มีเงิน จะฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อไหร่ก็ได้"
"แต่สิ่งที่เกิดจากธรรมชาติ กว่าจะได้มาแต่ละอย่างต้องผ่านการทับถมลั่นกรองมานานหลายร้อยปีนี่ครับ"
แม็กซ์ออกความเห็น
"ถูกต้อง"
ชายหนุ่มมองตอบผ่านแว่นสีชาอย่างอ่อนโยน
"คนพวกนั้นใช้อำนาจเงินที่มีอยู่ก่อตั้งฐานทัพบนดาวดวงอื่น ผลิตอาวุธอานุภาพสูงเพื่อทำลายล้างมนุษย์ซึ่งเกิดบนดาวดวงเดียวกัน"
"พวกนั้นทำได้ยังไงเหรอครับ?"
"สิ่งมีชีวิตต่างดาว..."
เด็หนุ่มทำตาโต... ตัวประหลาดแบบนั้นมีอยู่จริงด้วยเหรอ?
"เอเลียนเนี่ยนะ!?"
ซีฟรีพยักหน้า
แม็กซ์ลืมไปเลยว่าขณะนี้เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน
"ฉันไม่เคยเห็นกับตาหรอกนะ เท่าที่ฟังข้อมูลจากภายในก็รู้มาเท่านี้ พวกมันเรียกดาวของตัวเองว่าบิวมา อยู่ต่างระบบสุริยจักรวาล วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของดาวนั้นทันสมัยกว่าดาวของเรามาก พวกมันสร้างพาหนะที่สามารถเดินทางมาถึงดาวของเราภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน พวกมันแทรกซึมเข้ามาในอาณาจักร ติดต่อกับพวกกบฏ แล้วมีการทำข้อตกลงกันเพื่อร่วมมือกันล้มล้างสมเด็จพระจักรพรรดินี"
"แล้วพวกบิวมาจะได้อะไรจากความร่วมมือครั้งนี้ล่ะครับ?"
"ทรัพยากรบนดาวไงล่ะ... ดาวของพวกมันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความเจริญทางวัตถุ พวกมันผลาญทรัพยากรในดาวของมันจนเกิดภาวะขาดแคลน ประชาชนอดอยาก ต้องแย่งอาหารกันกิน มันจึงเสาะแสวงหาแหล่งทรัพยากรใหม่มาทดแทน"
"แล้วพวกกบฏไม่กลัวมันจะมายึดครองอาณาจักรเหรอครับ?"
ชายหนุ่มหัวเราะหึ ใบหน้าด้านข้างของเขาให้ความรุ้สึกเหมือนราชสีห์หนุ่มผู้เคร่งขรึม
"พวกมันทำข้อตกลงกันไว้ว่า หากล้มล้างสมเด็จพระจักรพรรดินีได้ พวกกบฏจะเปลี่ยนอาณาจักรให้เป็นแหล่งผลิตสินค้าปริมาณมากเพื่อส่งไปยังดาวบิวมา พูดง่ายๆ ก็คือ หากสำเร็จ อนาคตของพวกมันคือผลกำไรมหาศาล และอาจมีการอพยพชาวบิวมาเข้ามาอาศัยในอาณาจักร"
"โห... แต่พวกบิวมาเจริญขนาดนั้น ซักวันต้องหาทางครอบครองอาณาจักรทั้งหมดสินะครับ"
ชายหนุ่มหันมามองแม็กซ์อย่างเอ็นดู
เจ้าเด็กนี่ท่าทางฉลาดไม่น้อย สมแล้วที่เป็นบุคลากรพิเศษ
"ความโลภนำมาซึ่งหายนะเสมอ ฉันหวังว่าจะไม่มีวันนั้น..."
"แล้ว..."
แม็กซ์ทำท่าลังเลที่จะพูดเล็กน้อย
ซีฟรียื่นหน้าเข้ามาหาเพื่อตั้งใจฟังเต็มที่ จนเด็กหนุ่มได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ออกมาจากตัวอีกฝ่าย
"ถ้าล้มล้างได้สำเร็จ... สมเด็จพระจักรพรรดินีจะเป็นยังไงเหรอครับ?"
ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง
"ไม่ต้องรอล้มล้างสำเร็จหรอก... ทุกวันนี้พวกมันก็ตั้งใจปลงพระชมน์สมเด็จพระจักรพรรดินีอยู่แล้ว"
แม็กซ์รู้สึกเหมือนหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
...สมเด็จพระจักรพรรดินีพระองค์นั้นเนี่ยนะ?
เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ในใจไพล่นึกไปถึงหน้าคุณแม่ยังสาวที่บ้านเขาเช่นกัน
"ฉันถึงได้ต้องทำหน้าที่ของฉันอย่างเต็มที่ ส่วนหนึ่งเพราะพระองค์เปรียบเสมือนแม่แท้ๆ ของฉันด้วย... นายก็เหมือนกันนะ แม็กซ์"
ซีฟรีทำท่าจะตบไหล่เด็กหนุ่ม ทว่าแม็กซ์กลับรีบเบี่ยงตัวหลบ
ชายหนุ่มถึงกับชะงักกับปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ดูเหมือนแม็กซ์จะหวาดกลัวมากกว่ารังเกียจ
"เอ่อ... ขอโทษครับ แต่ว่าผมยังไม่อยากแข็งตาย"
เด็กหนุ่มแก้ตัวพัลวัน
ชายหนุ่มก้มลงมองมือตัวเองซึ่งสวมถุงมือหนังสีขาวเห็นปลายนิ้วทั้งสิบโผล่ออกมา แล้วหัวเราะ
"นายรู้ด้วยเหรอ... จะบอกให้นะ นิ้วของฉันจะสร้างน้ำแข็งเฉพาะเวลาที่เป็นสีเงินเท่านั้น เวลาปกติก็เหมือนนิ้วคนอื่นทั่วไปนั่นแหละ"
พูดจบก็แบมือให้เด็กหนุ่มดูนิ้วชัดๆ
"คุณทำได้ยังไงครับ"
แม็กซ์ถามอย่างสนอกสนใจ
"ฉันสามารถดึงออกซิเจนกับไฮโดรเจนที่มีอยู่รอบตัวสร้างน้ำแข็งหรือละลายน้ำแข็งก็ได้ เพราะอย่างนี้ ฉันจึงไม่สามารถเป็นมือปราบอวกาศได้ เพราะในสุญญากาศไม่มีวัตถุดิบสำหรับฉัน"
ซีฟรีขยี้หัวเด็กหนุ่มตรงหน้าเบาๆ เขารู้สึกถูกชะตากับแม็กซ์อย่างบอกไม่ถูก แม็กซ์เองก็เช่นกัน อาจเป็นเพราะเด็กหนุ่มไม่มีพี่ชายที่แสนใจดีแบบนี้มาก่อน เขาจึงพูดคุยได้อย่างสนิทใจในเวลาเพียงไม่นาน
"นี่... แม็กซ์ มาเป็นน้องอีกคนของฉันมั้ย ระหว่างที่นายอยู่ที่นี่"
แม็กซ์ทำตาโต ดวงตาเป็นประกาย
"ได้เหรอครับ แต่คุณมีน้องชายอีกคนนึงแล้ว..."
ชายหนุ่มพยักหน้า
"ได้สิ ฉันเองก็เบื่อๆ เจ้าบีฟรีเป็นบางครั้ง หมอนั่นชอบกวนประสาทฉัน งั้นต่อไปนี้นายเรียกฉันว่าพี่ซี โอเคมั้ย?"
แม็กซ์พยักหน้าอย่างแข็งขัน
"ครับ พี่ซี"
"เอาล่ะ หมดเวลาแล้ว ฉันคงต้องไปทำงานซักที ปล่อยเจ้าบีฟรีไว้คนเดียวนานๆ เดี๋ยวกลับไปมันบ่นฉันหูชาแน่"
"ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะครับ"
แม็กซ์เดินไปส่งที่ประตู
"ไม่เป็นไรหรอก ดีออก มาแล้วได้น้องชายเพิ่มอีกคน ปกติฉันไม่ใช่คนพูดเยอะหรอกนะ เฉพาะเวลาเจอเด็กน่ารักๆ เท่านั้นแหละ"
ชายหนุ่มขยิบตาผ่าเลนส์สีชา เขาส่งยิ้มตอบให้แม็กซ์ก่อนเดินออกไป
แม็กซ์เดินกลับเข้ามาในห้องปลอดเชื้ออีกครั้ง คุณหมออิริคกำลังนั่งรอเขาอยู่ที่นั่น
"ยินดีด้วยนะ ได้พี่ชายอีกคนที่นี่แล้ว"
หนุ่มใหญ่แซวด้วยน้ำเสียงตามปกติ
"คุณรู้ได้ไง"
แม็กซ์ถามกลับไปทันควัน แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าที่ศูนย์อบรมแห่งนี้มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกที่ยกเว้นในห้องน้ำ
อิริคยักไหล่ แล้วพูดต่อ
"ผมจะมาเล่าความคืบหน้าเกี่ยวกับแอนดรอยด์บนโลก"
เด็กหนุ่มดวงตาวาวโรจน์ เขารีบเดินเข้าไปนั่งใกล้ๆ คุณหมอทันที
"เกรย์... เอ่อ... แอนดรอยด์คนนั้นเป็นยังไงบ้างเหรอครับ เขาใช่เกรย์แน่สินะครับ!?"
ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปาก แล้วพยักหน้า
"ดูเหมือนเขาจะรู้แล้วว่าแอนดรอยด์อีกคนไม่ใช่คุณ..."
แม็กซ์รู้สึกหัวใจพองโต แสดงว่าเกรย์จำได้... เกรย์จำเขาได้เสมอ...
"ผมไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรต่ออีกรึเปล่า คิดว่าบางที... คุณอาจอยากกลับโลกเร็วๆ นี้สินะครับ"
อิริคทำท่าอึกอัก
"ผม... อยากกลับโลกเร็วๆ ยิ่งรู้ว่าเกรย์อยู่ที่นั่น ยิ่งอยากกลับตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่... จะให้ผมทิ้งเกรย์คนนี้ได้ยังไงล่ะ"
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบไปยังร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
"ว่าแต่เมื่อกี้คุณบอกว่าจะพูดอะไรต่อ..."
คุณหมอถอนหายใจ
"ปกติพวกคุณทะเลาะกันบ่อยสินะ"
หา? อะไรกัน... จู่ๆ ก็ถาม...
"ก็ไม่เชิงหรอกครับ มันคล้ายๆ กับ... สงครามประสาทมากกว่า เราไม่ค่อยได้มีปากเสียงกันเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เกรย์เขาจะ..."
แม็กซ์พูดเสียงอ่อยลงในตอนท้าย จะให้เล่าทั้งหมดออกไปได้ยังไงล่ะ ที่สำคัญคนถามก็ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?
"ว่าแต่ทำไมเหรอครับ? เกรย์ไปทำอะไรแอนดรอยด์อีกคนนึงรึเปล่า"
เด็กหนุ่มถามสีหน้ากังวล
"เปล่า... เขาไม่ทำอะไรเลย ซ้ำยังให้ความเอ็นดูเป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งต่อหน้าและลับหลังคนอื่น..."
เสียงคุณหมอราวกับจะย้ำคำว่า 'ลับหลังคนอื่น' เป็นพิเศษ
"งั้นก็ดีแล้วนี่ครับ"
แม้จะพูดอย่างนั้น แต่เด็กหนุ่มกลับหลุบตาลงอย่างเงียบเหงา
"ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเกรย์ก่อนหน้านั้น แต่ท่าทางเขารักคุณมากกว่าที่ผมคิดซะอีกนะ"
แม็กซ์ควรจะรู้สึกดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น แต่ทำไมกันนะ... เขาจึงได้รู้สึกปวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก
'คุณ' ที่อิริคหมายถึง คือแม็กซ์ หรือ M1AL225 คนนั้นกันแน่ !?
แม็กซ์ล้มป่วยนอนกระสับกระส่ายอยู่ในห้องมาหลายวันแล้ว เขาไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่กำลังใจจะลากสังขารตัวเองไปเฝ้าเกรย์ที่ห้องปลอดเชื้ออีก เจ้าหน้าที่พยาบาล รวมถึงคุณหมออิริคผลัดกันเข้ามาดูอาการของเด็กหนุ่มอย่างกังวล
"โรคประจำตัวกำเริบ"
แทพย์หนุ่มใหญ่สรุปสั้นๆ
เด็กหนุ่มหายใจรวยริน เขาไม่ได้ทรมานขนาดนี้มาตั้งนานแล้ว เพราะทุกครั้งเกรย์จะเข้ามารักษาอาการให้ก่อนที่เขาจะเป็นหนัก
...เกรย์... นายอยู่ที่ไหน...
หยาดน้ำใสๆ ไหลเป็นทาง เขาพยายามที่จะช่วยเหลือตัวเองด้วยการทำสมาธิและไม่หายใจอย่างที่เคยเรียนรู้มา แต่ไม่เป็นผล เขาไม่สามารถควบคุมระบบหายใจของตัวเองได้เลย
อึดอัด... เหมือนกำลังจะตาย...
เขายังจำครั้งแรกที่เขามีอาการแบบนี้ได้ดี...
เมื่อสี่ปีก่อน...
ตอนนั้นเขาย้ายเข้าโรงเรียนมัธยมที่เดียวกับเกรย์
'ดูแลน้องให้ดีด้วยนะเกรย์... น้องไม่ค่อยแข็งแรง'
เสียงอ่อนโยนของแม่กำชับลูกคนโตซึ่งกำลังจูงมือน้องชายตัวเล็กที่ยื่นอยู่ข้างๆ
'ไม่ต้องห่วงครับ'
เด็กหนุ่มรับปากอย่างร่าเริง ก่อนที่รถของแม่จะแล่นออกไป
ทันทีที่รถแม่ลับสายตา มือเล็กๆ ก็สะบัดหลุดจากเด็กหนุ่มที่ยืนข้างๆ
'โตๆ กันแล้ว ไม่ต้องมาจับมือหรอก'
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองหน้าพี่ชายอย่างไม่สบอารมณ์
คนตัวโตกว่ายักยิ้มที่มุมปาก แล้วคว้าข้อมือเรียวบางมาจับไว้เหมือนเก่า
'เสียใจด้วยนะ แม่บอกให้ฉันดูแลนายให้ดี เอาล่ะ... ยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนของฉัน... นรกที่ใหม่ของนาย'
เสียงหัวเราะหึในลำคอทำให้เด็กชายถึงกับหน้าซีด
บ้าที่สุด... รู้งี้ยืนกรานว่าจะเข้าโรงเรียนอื่นก็ดี...
เกรย์กระชากแขนของเด็กชายตัวเล็กเดินขึ้นอาคารเรียนท่ามกลางสายตาของครูและนักเรียนคนอื่นๆ หลายร้อยคู่
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา แม็กซ์รู้สึกกดดันอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะไปไหน จะทำอะไร ก็ต้องมีพี่ชายคอยตามติดตลอด เขารู้ดีว่าพี่ของเขาไม่ได้พิสมัยในตัวเขาซักเท่าไหร่ ลับหลังมักเล่นกับเขาแรงๆ ทั้งผลัก ทั้งตี ทั้งเตะ พูดจาทำร้ายจิตใจ แย่งของ กวนประสาทสารพัด แต่พอต่อหน้าคนอื่นหมอนั่นกลับสวมหน้ากากเป็นพี่ชายที่แสนดี คอยห่วงใยน้องอย่างเต็มที่ และที่โรงเรียนนี้ก็เช่นกัน เกรย์เรียกหาแม็กซ์ตลอดจนตัวเขาไม่มีเพื่อน ไม่ว่าจะพักระหว่างคาบ พักเที่ยง หรือหลังเลิกเรียน เกรย์มักจะเรียกตัวแม็กซ์ไปอยู่ด้วยเสมอ
เกรย์เป็นนักเรียนที่โดดเด่นและมีชื่อเสียง ทุกคนจึงหันมาเพ่งเล็งแม็กซ์ว่าคงจะเก่งไม่แพ้พี่ชาย แม็กซ์กลายเป็นคนที่ถูกจับตามองโดยที่เขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยซักนิด ช่วงแรกๆ เพื่อนๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงเข้าหาแม็กซ์เพราะเป็นน้องของเกรย์ แต่เกรย์ปฏิเสธทุกคนที่มาทำตัวสนิทสนมกับแม็กซ์ และพวกเธอก็ถอยห่างจากแม็กซ์ไปด้วยเมื่อถูกหักอก
ฉันก็อยากมีชีวิตเป็นของตัวเองเหมือนกันนะ!!! ทำไมแกต้องคอยรังควานฉันตลอดเวลาด้วย!
แม็กซ์อึดอัดกับชีวิตที่ไร้ความพอดีแบบนี้เต็มทน เมื่อก่อนเขายังเด็ก ความกลัวพี่ชายสุดโหดมีมากเกินกว่าที่จะกล้าขัดขืน แต่ตอนนี้เขาโตแล้ว เขาไม่อยากเป็นเหมือนตอนประถมที่เพื่อนๆ ชอบล้อเขาว่าเป็นลูกแหง่และไม่กล้าเข้าใกล้เขาเพราะอาจมีเรื่องกับพี่ชาย
ที่แย่ที่สุดก็คือ... ทุกคนมองว่าเขาเป็นผู้หญิง ไม่ใช่แค่หน้าตาน่ารักน่าชังจนแม้แต่ผู้ใหญ่มักเข้าใจผิด แต่เพราะการดูแลเขาแบบไข่ในหินของเกรย์ ทำให้เพื่อนๆ พากันล้อว่าเขาเกิดผิดเพศบ้างล่ะ เป็นกระเทยบ้างล่ะ แม้จะโกรธแต่แม็กซ์ได้แต่เก็บเอาไว้ ไม่ตอบโต้อะไร เพราะเขาไม่ว่ายังไงเขาก็ได้รับความเอ็นดูจากครูเป็นพิเศษอยู่แล้ว จึงไม่อยากมีเรื่อง
และที่โรงเรียนใหม่ก็เช่นกัน...
นักเรียนบางคนมาจากโรงเรียนเดียวกับเขา เด็กพวกนั้นเริ่มปล่อยข่าวว่าเขาเป็นผู้หญิง ไม่ก็เป็นกระเทย ลับหลังเกรย์พวกเด็กเกเรบางคนจึงเข้ามาหาเรื่องล้อ และกลั่นแกล้งเด็กอ่อนแอในคำล่ำลือ แรกๆ ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่ อย่างมากก็แซวให้อับอาย เด็กชายไม่อยากมีเรื่องจึงทำเป็นไม่สนใจ บวกกับเกรย์มักตามติดเขาเสมอ โอกาสที่แม็กซ์โดนแกล้งจึงมีไม่บ่อยนัก
แต่ดูเหมือนเขาจะคิดผิด... เพราะเพียงไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เรื่องแย่ๆ ที่เขาไม่เคยคาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้
เอ็ดดีเด็กหนุ่มซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับเกรย์มาตามเขาถึงห้องเรียน บอกว่าเกรย์เรียกหา
แม็กซ์ซึ่งกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านถึงกับหน้าเซ็ง ให้เพื่อนมาตามแบบนี้ แสดงว่าเจ้าตัวกำลังซ้อมบาสเพลินสินะ หมอนั่นกลัวเขากลับบ้านก่อนถึงได้ให้เพื่อนมาคุมตัวไว้
แม็กซ์สะพายกระเป๋าเดินไปกับเอ็ดดี เพื่อนเกรย์คนนี้เป็นคนตัวสูงใหญ่ เรียนเก่ง นิสัยดี ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงได้ไปสนิทกับเกรย์ได้... แต่ถ้ามองอย่างผิวเผินแล้วก็ไม่แปลก เพราะในสายตาคนอื่น เกรย์ก็เป็นนักเรียนระดับหัวกะทิที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย
ตลอดทางเอ็ดดีชวนแม็กซ์คุยอย่างสนิทสนม จนกระทั่งถึงสระว่ายน้ำ...
กลุ่มเด็กเกเรสองสามคนโผล่มาขวางหน้าทั้งคู่ไว้ แล้วจู่ๆ เอ็ดดีก็หันมายิ้มกับเขาด้วยสีหน้าเย็นชาผิดกับเมื่อครู่ราวกับคนละคน
เด็กพวกนั้นไม่พูดพล่ามทำเพลง จับเขามัดแขนมัดขาปิดปาก แล้วโยนลงสระน้ำ
ขณะที่แม็กซ์ดิ้นรนตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำนั้นเอง เขาได้ยินเสียงหัวเราะชอบใจของพวกเด็กเกเร พร้อมกับเสียงของเอ็ดดี
'จะบอกให้เอาบุญนะ ฉันเองก็ไม่ได้อยากทำอย่างนี้ซักเท่าไหร่หรอก ถ้าจะโทษก็ไปโทษพี่ชายนายแล้วกัน มันบอกว่าไม่อยากมีน้องอย่างนาย พวกฉันเลยสงเคราะห์ให้'
ตามด้วยเสียงของพวกเด็กเกเร
'สมน้ำหน้า... ไอ้ตุ๊ด... ขนาดพี่ชายแท้ๆ ยังไม่เอาเลย ฮ่าๆๆๆ'
ไม่... ไม่จริง... อย่าบอกนะว่าเกรย์เกลียดเขาถึงขั้นอยากฆ่าให้ตายงั้นรึ...
สุดท้ายแม็กซ์ก็ถูกอาจารย์ที่เป็นเวรตรวจสระว่ายน้ำช่วยชีวิตเอาไว้ เขาฟื้นขึ้นมาอีกทีพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงที่บ้าน
เกรย์เข้ามาดูสภาพของเขา ไม่ปริปากอะไรทั้งสิ้น แล้วเดินออกจากห้องไป
...หึ... ผิดหวังล่ะสิ ที่ฉันยังไม่ตาย สะใจเป็นบ้าที่เห็นดวงตาดำสนิทซึ่งเต็มไปด้วยความเคียดแค้นคู่นั้นจ้องลงมา
หลังจากวันนั้น เกรย์ก็ไม่เข้ามาหาแม็กซ์อีกเลย
เด็กชายฝันร้ายอยู่หลายคืน และเริ่มมีอาการหืดหอบในบางครั้ง
เมื่อทุกคนคิดว่าเขาหายหวาดผวาจากการจมน้ำ เขาก็เริ่มไปโรงเรียนตามปกติ เกรย์ดูเหมือนพยายามไม่เข้าใกล้แม็กซ์ ไม่ว่าจะในบ้านหรือนอกบ้าน พวกเขาแทบไม่ได้พูด หรือแม้แต่จะมองหน้ากัน เกรย์ไม่มาดึงตัวแม็กซ์จากห้องเรียนอีกแม้แต่เวลาพักกลางวัน
แม็กซ์น่าจะยินดีกับอิสระที่เขาเพิ่งจะได้รับ... แต่เขาก็อดคิดไม่ได้ว่าในเมื่อเรื่องมันเปิดเผยขึ้นมาถึงขั้นจะฆ่ากันขนาดนี้แล้ว ต่อไปนี้เกรย์ก็คงไม่มีความจำเป็นต้องเล่นบทพี่ชายที่แสนดีต่อหน้าคนอื่นอีกต่อไป
แต่คงเป็นโชคร้ายของเด็กชาย เพราะหลังจากนั้นเพียงไม่นาน เขาก็เป็นโรคประจำตัวประหลาด ที่ทำให้ชีวิตเขาต้องกลับเข้าสู่วงจรเก่าๆ อีกครั้ง...
แม็กซ์ขอให้หมอวางยาสลบเพื่อให้เขาไม่รับรู้ความอึดอัดอันแสนยาวนาน
เวลาผ่านมานานแค่ไหนแล้ว...
เขาตื่นจากฝันร้ายเดิมๆ ที่มีแต่เรื่องในอดีต
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนชุ่มชื้นค่อยๆ ลืมขึ้น ลิ้มรสความขมขื่นจากสภาพร่างกายตัวเองอีกครั้ง
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ตามด้วยเสียงประตูเปิด
เด็กหนุ่มไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะโงหัวขึ้นมาดูว่าใครเข้ามา
ช่างเถอะ... ไม่คุณหมอก็พยาบาลนั่นแหละ...
เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตายลงช้าๆ
เขากำลังจะตายสินะ... ถ้าเขาตายในตอนนี้ พี่ชายคนนั้นคงดีใจไม่น้อย... เกรย์กลับโลกไปแล้ว... คงไม่สนใจเขาอีกต่อไปแล้ว...
และตัวเขาในสภาพแบบนี้ ก็คงไม่อาจกลับไปทวงตำแหน่งลูกชายของบ้าน หรือน้องชายของพี่ได้อีกต่อไป
ทำไมเขาถึงรู้สึกโดดเดี่ยวขนาดนี้นะ... เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายเพราะความโดดเดี่ยวมากกว่าอาการบ้าๆ นี่
ทรมานเหลือเกิน...
ร่างกายของแม็กซ์กระเสือกกระสนสูดลมหายใจอย่างหนัก
ซักพักเขาได้ยินเสียงประตูปิด แล้วตามด้วยเสียงทุ้มที่คุ้นเคย
"บ้าชิบ... นายรู้รึเปล่าว่าฉันเสียหน้าแค่ไหนที่หมดสติต่อหน้าไอ้บ้าเฟรดนั่นเพราะอาการกำเริบที่เอาแต่ใจของนาย..."
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:44:36 by ★ひまじん★