G.M. รหัสรัก พิทักษ์โลก [14]

posted on 26 Nov 2007 21:45 by i-am-hima  in fiction

  * คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *



                การค้นพบครั้งใหม่ทำให้พวกเขาต้องฝึกสื่อสารกันทางจิตเพิ่มเติมขณะอยู่ในตู้น้ำและห้องสุญญากาศ

                'เซ็งชะมัด... ให้ทำอะไรซ้ำๆ อยู่ได้... คนแต่งตัวเป็นนกเพนกวินเต้นระบำอยู่ในสวนสนุก'

                แม็กซ์บ่นขณะมองภาพการ์ตูนตรงหน้า

                'เอาน่า ก็ยังดีที่ของที่ใช้ฝึกแต่ละวันไม่เหมือนกัน'

                เกรย์ปลอบอยู่ในใจ ขณะเขียนข้อความที่แม็กซ์ส่งมาลงแผ่นกระดานแล้วชูให้เจ้าหน้าที่สวมแจ็คเก็ตสีเทาอ่อนของห้องปฏิบัติการดู

                'พวกเราก็คุยกันทางจิตได้แล้ว จะเอาอะไรอีก'

                แม็กซ์เบ้หน้า

                'นายขี้บ่นกว่าที่คิดนะเนี่ย เห็นไม่ค่อยพูด แต่จริงๆ คงชอบเก็บอะไรไว้ในใจสิท่า'

                เด็กหนุ่มคนพี่ยิ้มขำอยู่คนเดียว ทำเอาเจ้าหน้าที่ซึ่งถือรูปทำหน้างงแล้วหันรูปมาดูว่ามีอะไรน่าขำ

                'สิงโตกำลังไล่ล่ากวางน้อยในทุ่งหญ้า'

                ขณะนี้เกรย์และแม็กซ์อยู่ในเครื่องแบบของห้องปฏิบัติการซึ่งทำจากผ้าวัสดุพิเศษ มีสายไฟเชื่อมต่อระโยงระยางเพื่อวัดการทำงานของร่างกาย พวกเขาถูกจับแยกหันหลังให้กันอยู่คนละมุมของห้องสุญญากาศ แผ่นหลังถูกตรึงไว้กับแผงวงจรที่วางตั้งฉากกับพื้น เพื่อไม่ให้ร่างกายลอยเคว้งคว้างจนทำให้สายที่ต่อกับชุดหลุดหรือพันกัน กลางห้องถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยผนังที่เพิ่งนำมากั้น กำแพงทั้งสองด้านตรงหน้าพวกเขามีหน้าต่างกระจกซึ่งปรับความดันโดยอีกฝั่งของกระจกคือเจ้าหน้าที่ของศูนย์อบรมผู้คอยเก็บข้อมูล และสื่อสารกับเด็กหนุ่มทั้งสองผ่านไมโครโฟนโดยทั้งคู่จะได้ยินเสียงจากภายนอกผ่านลำโพง

                 เนื่องจากการออกเสียงของมนุษย์บางครั้งต้องใช้ลม จึงไม่สามารถพูดอย่างชัดเจนได้ทุกคำในภาวะที่ระบบหายใจของพวกเขาปราศจากอากาศ พวกเขาจึงต้องเขียนลงกระดานแทน อย่างไรก็ตามการสื่อสารทางจิตของพวกเขาก็มีประโยชน์ในสภาพแบบนี้เช่นกัน

                'เกรย์ ฉันอยากกลับบ้านจัง... นายไม่เห็นเล่าเรื่องบนโลกให้ฉันฟังบ้างเลย'

                แม็กซ์ตัดพ้อ

                สิ่งที่พวกเขาสื่อถึงกันได้ทางจิตมีเพียงข้อความซึ่งทั้งคู่จงใจสนทนากันเท่านั้น ส่วนความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ไม่สามารถถ่ายทอดถึงกันได้ ยกเว้นเฉพาะเวลาที่แม็กซ์อาการกำเริบ

                ทั้งคู่คุยกันทางจิตมากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดักฟัง บางครั้งก็แอบนินทาเจ้าหน้าที่ คุณหมออิริค หรือแม้กระทั่งนายพลชารีมา

                แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ หลังจากเกรย์กลับมา แต่พวกเขารู้สึกสนิทใจกันมากขึ้น นั่นคงเป็นเพราะทั้งคู่มีกันอยู่เพียงสองคนเท่านั้นในโลกต่างมิติ นอกจากนี้ท่าทีของเกรย์ที่มีต่อแม็กซ์ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แน่นอนว่าต่อหน้าคนอื่นเกรย์ก็ยังคงเล่นบทพี่ชายที่แสนดี แต่เมื่อกลับเข้ามาในห้องซึ่งยังไม่มีคำสั่งเปิดกล้องวงจรปิด เกรย์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำร้ายร่างกายน้องชายเหมือนเมื่อก่อน

                'ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มเล่าเรื่องอะไรก่อนดี... แต่นายรู้แล้วใช่มั้ย ว่าพวกเราถูกจับเซ็นสัญญาให้เป็นนักร้อง แถมมีแผนออกอัลบั้มแล้วอีกต่างหาก'

                'นั่นน่ะ ฉันได้ยินตอนที่นายรายงานแล้วล่ะ'

                'งั้นฉันจะเล่าอะไรดีล่ะ... ที่บ้านฉันก็เล่าให้นายฟังไปแล้ว'

                แม็กซ์นิ่งคิดนิดหนึ่ง

                'ก่อนหน้านี้นายพูดชื่อคนคนนึง... นายเรียกเขาว่าไอ้บ้าเฟรด'

                'อ๋อ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนั้นน่ะเหรอ เป็นเด็กร่วมค่ายน่ะ หมอนั่นเต้นเก่งชะมัด แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้เขม่นฉันแค่คนเดียว'

                'เขม่น? ...มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ'

                เกรย์เล่าเรื่องที่บริษัทให้น้องชายฟังคร่าวๆ เรื่องเด็กในกลุ่มนั้น รวมถึงเรื่องท้าแข่งเต้นกับเฟรดในห้องเรียนก่อนที่เขาจะหมดสติแล้วกลับเข้าร่างเดิม

                'เจ็บใจชะมัด... ป่านนี้พวกมันคงหัวเราะเยาะฉัน แล้วเอาไปล้อเลียนไม่เลิกแน่ๆ เป็นลมตอนไหนไม่เป็น ดันมาเป็นตอนก่อนแข่งกับมัน'

                'ขอโทษนะเกรย์... เพราะอาการกำเริบของฉันแท้ๆ...'

                ถึงจะพูดแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วเด็กหนุ่มก็แอบสะใจอยู่ลึกๆ ที่นานๆ พี่ชายสุดเพอร์เฟ็กต์ของเขาจะมีเรื่องเสียหน้าซักที

 

 

                เมื่อทั้งคู่เคยชินกับการอยู่ในน้ำและในสุญญากาศแล้ว ตารางฝึกก็เริ่มเปลี่ยนไป วิชาการต่อสู้ต่างๆ ถูกนำมาฝึกในน้ำและสุญญากาศแทน การสื่อสารกับครูฝึกจะใช้วิธีผ่านไมค์และมอนิเตอร์ กระบวนการฝึกจะหัดท่าทางต่างๆ ในห้องปกติก่อน เมื่อทำท่าเหล่านั้นได้คล่องแล้ว จึงฝึกในน้ำและห้องสุญญากาศต่อ

                แน่นอนว่าชุดฝึกที่พวกเขาใช้ก็เปลี่ยนไปด้วย เครื่องแบบใหม่ของพวกเขาไม่มีสายเชื่อมต่อต่างๆ ให้เกะกะอีกต่อไป แต่ภายในชุดจะมีเครื่องมือขนาดจิ๋วติดตั้งไว้ แล้วส่งข้อมูลด้วยคลื่นสัญญาณแทน

                หลังจากการฝึกหัดระยะหนึ่ง เกรย์และแม็กซ์รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างชัดเจน หลายๆ อย่างที่พวกเขาไม่เคยคิดว่าชั่วชีวิตนี้จะทำได้ แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นเรื่องง่ายๆ อย่างเช่นการกระโดดสูง ตีลังกา เคลื่อนไหวร่างกายได้เร็ว หรือต่อสู้หลบหลีกด้วยท่าผาดโผนต่างๆ นอกจากนี้ แผลเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นจากการฝึกซ้อมยังสมานได้ด้วยตัวเองภายในเวลาไม่นาน

                "เพราะมีร่างกายพิเศษ พอได้รับการฝึกนิดๆ หน่อยๆ ก็ทำได้ขนาดนี้สินะ"

                นายพลชารีมากล่าวขึ้นขณะมายืนดูการฝึกฝนด้วยตัวเอง

                "ครับ โชคดีที่เราเจอพวกเขา ผมเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีพวกเขาก็จะเป็นมือปราบอวกาศได้อย่างเต็มตัว"

                นายพลเลิกคิ้วขาวที่มีสีดำแซมข้างหนึ่ง

                "หืม? ไม่กี่ปีเชียวรึ?"

                ขืนรอนานขนาดนั้น พวกกบฏได้ชิงโจมตีดาวจนราบก่อนแน่ๆ

                "แต่... ไม่มีวิธีอื่นแล้วนี่ครับ ผมว่าเท่าที่เห็นก็เรียนรู้เร็วสุดๆ อย่างกับปาฏิหาริย์แล้ว เดือนเดียวได้ขนาดนี้..."

                ครูฝึกซึ่งคอยรายงานยิ้มแห้งๆ

                "มีสิ... แต่ก่อนอื่นฝึกพื้นฐานพวกเขาให้แน่นเสียก่อน หลังจากนั้นก็รอโหลด!"

                กล่าวจบชายสูงวัยก็เดินออกไปจากห้อง

                "โหลดงั้นรึ?"

                ครูฝึกขมวดคิ้วเล็กน้อย ยักไหล่ แล้วกลับไปดูการซ้อมของเด็กทั้งคู่ต่อ

 


                การฝึกวันต่อมามีอุปกรณ์เพิ่มมาใหม่ซึ่งดูคล้ายแว่นตากันลมของนักสกี ตัวแว่นค่อนข้างหนักกว่าแว่นทั่วไป กรอบแว่นขนาดใหญ่แนบติดกับศีรษะตั้งแต่หน้าผากมาถึงโหนกแก้ม ขาแว่นเป็นแบบรัดรอบหัว มีปุ่มเล็กๆ อยู่ด้านข้าง ข้างละสองปุ่ม

                หลังจากทั้งคู่สวมแว่นก็ถูกจับปล่อยในห้องสุญญากาศแล้วสั่งให้กดปุ่มบนตรงขมับด้านซ้าย ทันทีที่กดก็ปรากฏร่างของผู้ชายตัวสูงใหญ่ในชุดสูทแนบเนื้อเหมือนหลุดออกมาจากหนังสงครามอวกาศ ยืนตั้งท่าพร้อมต่อสู้สองคน

                'เฮ้ย... นี่มันอะไรกัน'

                เครื่องเล่นเกมของโลกอนาคตรึไง?

                เกรย์กับแม็กซ์ยังคงงงอยู่ ก่อนเข้ามาไม่มีใครยอมอธิบายอะไรให้พวกเขาฟังเลย

                ไม่กี่วินาทีต่อมา ชายแปลกหน้าสองคนก็เข้าจู่โจมเด็กหนุ่มทั้งคู่

                เกรย์รีบหลบหมัดที่สวนมาของอีกฝ่ายอย่างหวุดหวิด ในขณะที่แม็กซ์รู้สึกตัวช้าไปนิด โดนต่อยอย่างจังที่หน้าท้อง

                "อึ่ก!"

                ร่างผอมบางกว่ากระเด็นไปปะทะกำแพงห้อง

                'แม็กซ์... นายเป็นไรรึเปล่า'

                เกรย์ถามขึ้นเมื่อได้ยินเสียงน้องชายล้มลง แต่เขาไม่อาจละสายตาจากคู่ต่อสู้ที่ใส่หมัดเข้ามาไม่ยั้งได้

                'อูย... เจ็บจริง... นี่มันไม่ใช่เกมแล้ว!!!'

                แม็กซ์บ่นพลางประคองตัวเองตั้งหลักอย่างระวัง การทรงตัวให้อยู่นิ่งๆ ในตำแหน่งที่พอใจเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากในห้องสุญญากาศแห่งนี้ ทางที่ดีพยายามเคลื่อนไหวและอย่าเสียการทรงตัวเลยจะดีกว่า โชคดีที่พวกเขาคุ้นเคยกับสภาพของห้องนี้แล้ว จึงบังคับร่างกายได้ไม่ยาก

                คู่ต่อสู้ของแม็กซ์ยังคงให้โอกาส ร่างสูงกำยำอยู่ห่างออกไปประมาณสามก้าว หมอนั่นทำหน้ายียวนเหมือนท้าทายให้เด็กหนุ่มลุยเข้าไป

                แม็กซ์กำหมัดแน่น กัดฟันถอยหลังจนชิดข้างฝา แล้วใช้เท้าข้างหนึ่งยันตัวเองให้ลอยพุ่งเข้าหาคู่ต่อสู้

                "ย้ากกกกก..."

                ร่างสูงล่ำเบี่ยงตัวหลบ ทว่าเด็กหนุ่มรู้ทัน ระหว่างที่อีกฝ่ายหันตัวกลับและเตรียมท่าตั้งรับอยู่นั้น แม็กซ์ก็ม้วนหน้ากลับตัวอยู่ในน้ำแล้วถีบกำแพงพุ่งกลับไปสวนทางเดิมอีกรอบด้วยความเร็วสูง

                ปึ่ก!!!

                ได้ผล... ตัวของเขากระแทกไหล่อีกฝ่ายอย่างแรง เด็กหนุ่มไม่ปล่อยให้เสียโอกาส เขาใช้ศอกถองลำตัวคู่ต่อสู้เป็นของแถม

                ขณะเดียวกันเกรย์ได้แต่ตีลังกาหลบอีกฝ่ายที่เอาแต่จู่โจมราวกับหมาบ้า

                'นี่มันอะไรกัน... เพิ่งเริ่มเล่นแท้ๆ เปิดมาเจอตัวยากเลยเหรอ'

                เด็กหนุ่มแอบหงุดหงิดในใจ ถ้าเขาไม่ตอบโต้กลับไปบ้างล่ะก็ เกมไม่จบแน่

                คิดได้ดังนั้น เขาจึงปล่อยให้อีกฝ่ายพุ่งหมัดเข้ามาหา คราวนี้เขาไม่หลบทั้งตัว แต่เพียงแค่เบี่ยงหัวเล็กน้อย แล้วอัดกำปั้นของตัวเองเข้าที่หน้าท้องของร่างสูงใหญ่

                คู่ต่อสู้กระเด็นไปตามแรงหมัดแล้วกระทบกับฝาผนังห้อง เกรย์ไม่ปล่อยให้มีช่องว่าง เขาใช้มือยันพื้นแล้วดันตัวเองให้เคลื่อนไปข้างหน้า กะระยะ แล้วหมุนตัวกลางอากาศเพื่อใช้ข้อเท้าหนีบศีรษะของอีกฝ่ายแล้วตีลังกาเหวี่ยงร่างสูงใหญ่ให้ขึ้นไปกระทบกับเพดานห้องโดยแรง

                ไม่กี่วินาทีต่อมาร่างของคู่ต่อสู้นั้นก็หายวับไปเหมือนปิดสวิตช์ทีวี
                เด็กหนุ่มหัวใจเต้นถี่ ไม่ค่อยอยากเชื่อว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรลงไป แต่แล้วเขาก็ผุดรอยยิ้มแห่งชัยชนะขึ้นมาในที่สุด

                ...ตื่นเต้นไปหน่อย นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว แต่มันส์สะใจเป็นบ้าเลย...

                เกรย์หันไปมองน้องชายซึ่งยังจัดการอีกฝ่ายไม่สำเร็จ เมื่อกี้ยังเป็นต่ออยู่แท้ๆ แต่ตอนนี้แม็กซ์เอาแต่หลบ

                'แม็กซ์'

                เขาทำท่าจะเข้าไปช่วย แต่แล้วก็ชะงัก

                ...เอางี้ท่าจะดีกว่าแฮะ...

                เด็กหนุ่มนึกอะไรบางอย่างออก

                'นี่แม็กซ์ อย่าหาว่าฉันทำนายเสียสมาธิเลยนะ แต่หมอนั่นตอนโดนนายต่อยกระเด็นมาทางฉัน ฉันได้ยินมันด่านายว่า "ยัยผู้หญิงอ่อนหัดเอ๊ย" ด้วยล่ะ'

                เกรย์ฟ้องเสียยืดยาว ทว่าแม็กซ์ผู้ใจจดจ่ออยู่กับการเบี่ยงตัวหนีกลับได้ยินแค่คำว่า "ยัยผู้หญิงอ่อนหัด" เท่านั้น แต่เพียงแค่นี้ก็พอที่จะทำให้เด็กหนุ่มหน้าสวยสติขาดผึงได้ทันที

                'หนอย... ผู้หญิงงั้นเรอะ'

                ทันใดนั้นสีหน้าของแม็กซ์ก็เปลี่ยนไป แววตาคู่สวยที่เคยดูไร้เดียงสาของเขาเต็มไปด้วยโทสะที่ลุกโชนเหมือนดวงตาอาฆาตของปิศาจ

                แม็กซ์ปล่อยทั้งหมัดทั้งศอกทั้งเข่าใส่ชายตรงหน้าไม่ยั้ง ในขณะที่เกรย์แลบลิ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วดูน้องชายต่อสู้กับอีกฝ่ายอย่างสบายอารมณ์

                เพียงไม่กี่นาที ร่างสูงใหญ่ก็หายวูบไป

                เหงื่อเม็ดพราวลอยล่องจากตัวแม็กซ์อยู่บนความว่างเปล่า เขาถอดแว่นออกอย่างรำคาญ แล้วสะบัดผมอันเปียกโชก เม็ดเหงื่อกระเด็นมาโดนแก้มของเกรย์สองสามหยด

                ...หมอนี่... เวลาแบบนี้เซ็กซี่ชะมัด...

                เขาใช้ปลายนิ้วดึงหยดน้ำที่ลอยเคว้งอยู่ตรงหน้าเข้ามาเลีย ขณะมองน้องชายจัดการกับศีรษะของตัวเอง

                แหวะ...เค็ม...

                เกรย์ถอดแว่นตาออกบ้าง แล้วกดปุ่มให้สัญญาณขอออกจากห้องที่คอเสื้อด้านใน

                ทันทีที่ถอดแว่นความเจ็บปวดและบาดแผลจากการต่อสู้เมื่อครู่ก็พลันหายไป เหลืออยู่เพียงอาการเคล็ดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งเกิดจากการกระทบกระแทกกับฝาผนัง นี่แสดงว่าความเสียหายที่เกิดจากคู่ต่อสู้ไซเบอร์จะไม่มีผลอย่างแท้จริงต่อร่างกาย เป็นเพียงความรู้สึกลวงที่รับรู้ผ่านระบบประสาทซึ่งถูกบังคับด้วยโปรแกรมจากแว่นเท่านั้น หากเป็นแผลใหญ่อาจมีความรู้สึกหลงเหลืออยู่บ้างเหมือนอารมณ์ค้างเพราะสมองสั่งการไม่ทัน


                และบ่ายวันนั้น พวกเขาถูกฝึกด้วยอุปกรณ์ชนิดเดียวกัน แต่เปลี่ยนสถานที่เป็นห้องปกติและใต้น้ำ


                เมื่อผ่านด่านแรก พวกเขาได้เรียนรู้ว่าปุ่มด้านซ้ายอันล่างเป็นปุ่มปิดโปรแกรมฉุกเฉินกรณีที่รู้สึกบาดเจ็บถึงชีวิต หากไม่มีปุ่มนี้แม้จะรู้ดีว่าเป็นความเจ็บปวดปลอม แต่ผู้ฝึกอาจตายจริงเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวได้เช่นกัน

                ส่วนปุ่มทางด้านขวาปุ่มบนใช้สำหรับเพิ่มจำนวนคู่ต่อสู้ ยิ่งกดมากยิ่งเพิ่ม ไม่มีปุ่มลด เว้นแต่กดปุ่มล่างซ้ายปิดโปรแกรมไปเลย ส่วนปุ่มล่างขวาใช้เลือกประเภทของคู่ต่อสู้ มีตั้งแต่นักเลง นักมวย นักยูโด นักดาบ ทหารอวกาศ พ่อมด หรือแม้แต่สัตว์ประหลาดหน้าตาแปลกๆ นอกจากนี้ยังสามารถคละประเภทของคู่ต่อสู้ได้ด้วย เพียงแค่มองไปยังตัวที่ต้องการเปลี่ยนแล้วกดปุ่มเลือก หากเอามือห่างจากปุ่มสามวินาทีจะไม่สามารถเปลี่ยนตัวได้อีกแล้ว เพราะถือว่าเวลาฝึกเริ่มต้นแล้ว

                นอกจากนี้เพื่อให้การต่อสู้สมจริง แว่นที่ใส่ยังปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมในการต่อสู้ได้ตามสถานที่ที่ผู้ใส่แว่นอยู่ เช่นหากอยู่ในห้องสุญญากาส การเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ก็จะอยู่ในภาวะสุญญากาศด้วยเช่นกัน

                สองพี่น้องชักจะติดใจการฝึกด้วยแว่นมหัศจรรย์นี่ซะแล้วสิ

 

 

                แม็กซ์นอนกลิ้งตัวไปมาอยู่ที่เตียงชั้นบน เขาพยายามข่มตาให้หลับเพราะความอ่อนเพลียจากการฝึกฝนอย่างหนักในแต่ละวัน แต่สมองเจ้ากรรมดันคิดนู่นคิดนี่อยู่ตลอดเวลาจนตาสว่าง

                'นอนไม่หลับหรือไง แม็กซ์'

                พี่ชายซึ่งนอนอยู่ข้างล่างอดถามไม่ได้ เขานึกรำคาญการเคลื่อนไหวเหมือนอยู่ไม่เป็นสุขจนพลอยหลับไม่ลงไปด้วย

                แม็กซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วจึงโผล่หน้ามามอง

                "เกรย์... ขอไปนอนด้วยได้มั้ย"

                เด็กหนุ่มคนพี่ยิ้มที่มุมปาก

                "ตามใจ"

                แสงไฟจากนอกหน้าต่างทำให้เห็นเงาตะคุ่มของแม็กซ์กำลังไต่บันไดลงมา เกรย์กระเถิบไปข้างๆ เหลือที่ให้น้องชายได้ซุกตัวภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันบนเตียงแคบๆ

                "แปลกจริง... นายเป็นฝ่ายเข้ามาหาฉัน ไม่กลัวแล้วรึไง"

                แม็กซ์ก้มหน้าหลบสายตาที่มองผ่านความมืดมายังใบหน้าของเขา

                "ไม่รู้สิ... จะว่าอย่างนั้นก็ได้..."

                ทั้งคู่เงียบไปพักใหญ่ จนแม็กซ์นึกว่าพี่ชายหลับไปแล้ว

                เด็กหนุ่มยื่นแขนออกไปโอบลำตัวของอีกฝ่ายแล้วซุกใบหน้า จู่ๆ น้ำตาของเขาก็ไหลออกมา

                เกรย์รู้สึกถึงร่างกายสั่นระริกนั่น เขาจึงพลิกตัวนอนตะแคงแล้วประคองใบหน้าอันเปียกชุ่มให้เงยขึ้นมามอง

                "ขี้แยจริงๆ นะเรา... เป็นอะไรไปอีกล่ะ"

                เสียงทุ้มฟังดูเหมือนรำคาญ แต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนอย่างประหลาด

                "ฉันอยากกลับบ้าน... ที่นี่มีสิ่งตื่นตามากมายก็จริง แต่บางครั้ง... มันก็ทำให้ฉันทำใจรับไม่ทันเหมือนกัน"

                เกรย์จดหน้าผากลงบนหน้าผากของอีกฝ่าย ทันใดนั้น เสียงสะอื้นก็ดังขึ้นชัดเจนกว่าเก่า

                "บอกตรงๆ นะแม็กซ์... ฉันเองก็รับไม่ค่อยจะทันเหมือนกัน ตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ที่นี่ มีแต่เรื่องไม่น่าเชื่อมากมายเกิดขึ้น แล้วเราเองก็ไม่มีสิทธิที่จะเลือกด้วย"

                "แล้ว... ถ้านายเลือกได้ นายจะเลือกอะไรเหรอเกรย์"

                เกรย์เงียบไปครู่หนึ่ง เขาเช็ดน้ำตาบนสองแก้มที่ไหลออกมาอย่างน่าสงสาร

                "เมื่อก่อน... ฉันเคยคิดว่าลองอยู่อย่างสงบไปก่อนเพื่อหาลู่ทางหนี แต่ตอนนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะฝึกอยู่ที่นี่"

                "ทำไมล่ะ?"

                เกรย์ยิ้มบางๆ ก่อนตอบ

                "นายเคยได้ยินประโยคทำนองนี้มั้ย... ที่บอกว่า 'พลังอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับภาระอันยิ่งใหญ่' น่ะ"

                แม็กซ์หยุดสะอื้นทันที แล้วนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง

                "เกรย์... ฉันไม่คิดเลยว่านายจะบ้าหนังขนาดนี้"

                เกรย์ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากน้องชายเบาๆ

                "ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย ฉันแค่มาลองคิดดู... ถึงแม้พวกเขาจะบังคับให้พวกเราฝึกนู่นฝึกนี้ แถมพวกเราเองก็ไม่ได้เต็มใจตั้งแต่ต้น แต่สิ่งที่พวกเขาทำไปก็เป็นการลงทุนอย่างหนึ่งซึ่งมีผลต่อโลกของเราด้วย ฉันดูๆ แล้ว คนที่นี่ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพียงแต่ที่พวกเขาต้องทำแบบนี้เป็นเพราะไม่มีทางเลือกแล้วต่างหาก มันเหมือน... พวกเรากลายเป็นความหวังของพวกเขาไปแล้วน่ะ"

                "แต่อย่างน้อย... เขาก็น่าจะถามพวกเราซักหน่อย น่าจะคิดถึงจิตใจของพวกเราบ้างสิ"

                เกรย์นิ่งไป... เขาไม่คิดจะโต้แย้งใดๆ เพราะเขาเองก็เห็นด้วยกับน้องชายเช่นกัน

                "แม็กซ์... ฉันลืมเล่าให้นายฟังอย่างนึง"

                เขาพูดเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้กะทันหัน

                "ตอนที่ฉันกลับโลก เกิดแผ่นดินไหว"

                "หมายความว่ายังไง..."

                แม็กซ์ขมวดคิ้ว... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่

                "มันเกิดขึ้นวันเดียวกัน เวลาเดียวกันกับที่มีระเบิด... ฉันเองก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่หรอกนะ แต่ฉันสังหรณ์ใจว่ามันต้องเกี่ยวข้องกัน... บางที... คนพวกนั้นอาจพูดถูก... ความเสียหายที่เกิดบนดาวดวงนี้จะส่งผลกระทบต่อโลกของเราด้วย"

                "แต่ว่า... ต่อให้เป็นอย่างนั้นจริง ลำพังพวกเราแค่สองคนจะไปช่วยอะไรได้ล่ะ ถึงจะมีร่างกายพิเศษกว่าคนอื่นๆ แต่ก็ไม่ใช่ฮีโร่ในการ์ตูนนะ ถ้ามีอะไรผิดพลาด อาจถึงตายเลยก็ได้"

                เกรย์ถอนหายใจ

                "ฟังนะแม็กซ์ ฉันเองก็กลัวเหมือนกัน ความกลัวมันมักผุดขึ้นมาจากที่ไหนซักแห่งเสมอ จริงๆ แล้วฉันกลัวอยู่ตลอดเวลานั่นแหละ ระแวงทุกครั้งที่มีข้อมูลใหม่ๆ การฝึกใหม่ๆ เข้ามา... แต่ทำไงได้ ในเมื่อเราไม่มีทางเลือก บอกตรงๆ เลยว่าถ้านี่เป็นความฝัน ฉันก็อยากตื่นซะเดี่ยวนี้เลย"

                แม็กซ์มองพี่ชายอย่างไม่ค่อยเชื่อถือเท่าไหร่

                ...อะไรกัน ก็เห็นสนุกกับการฝึกได้ทุกครั้งไม่ใช่รึไง...

                "งั้น... นายกลับมาที่นี่อีกทำไม"

                เกรย์ทำหน้าเหวอ

                "ฉันไม่ได้กลับมาเองซักหน่อย คนเรียกฉันกลับมาคือนายต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... ต่อให้นายไม่เรียก ซักวันฉันต้องหาทางมาเอาน้องชายตัวจริงของฉันกลับบ้านให้ได้อยู่แล้ว"

                แม็กซ์หน้าร้อนฉ่าขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มยังไม่ค่อยชินกับความใจดีแบบนี้ของพี่ชายตัวเองเท่าไหร่ เขาซุกหน้าลงบนแผ่นอกกว้างของอีกฝ่าย ความรู้สึกไม่สบายใจทั้งหลายล้วนหายไปสิ้น

                ...ไม่ว่าต่อไปนี้จะเป็นยังไงต่อไป... แต่สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือ ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด... เพราะเขารู้ดีว่า คนที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ จะไม่มีวันทอดทิ้งเขาอย่างแน่นอน

                "เกรย์..."

                "หือ?"

                "ประโยคเมื่อกี้น่ะ มาจากเรื่องซูเปอร์แมนใช่ป่ะ"

                คนถูกถามหัวเราะหึ

                "ใครว่าล่ะ... สตาร์วอส์ต่างหาก"

                น้องชายแอบขมวดคิ้ว... สตาร์วอส์มีคำพูดแบบนี้ด้วยเหรอ? ...ช่างเถอะ จากเรื่องไหนก็ช่าง ตอนนี้เขาง่วงแล้ว

                เด็กหนุ่มหลับตาลงในอ้อมกอดของพี่ชาย เขารู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆ อันนุ่มนวลตรงหน้าผาก ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา


To be continued...

| ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:46:24 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มีความสามารถที่น่าทึ่งมากเลย2พี่น้อง

**คนแต่งแต่งเก่งจิงจิงอ่า หุหุ

ชอบอ่ะ แต่งให้จบนะ><

#1 By - - -Death Note- - - (118.174.145.110) on 2008-07-25 23:13