G.M. รหัสรัก พิทักษ์โลก [6]

posted on 26 Nov 2007 21:40 by i-am-hima  in fiction

  * คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                นายพลชารีมาแก้ความเข้าใจของพระนางใหม่ ทำเอาพระนางรีบถอยห่างเมื่อรู้ว่าเด็กทั้งคู่เป็นผู้ชาย

                "ทำไมท่านไม่รีบบอกเราให้เร็วกว่านี้!"

                คราวนี้พระนางเป็นฝ่ายเบิกตาโพลง สีพระพักตร์แดงระเรื่อด้วยความอายที่ปล่อยไก่ตัวเบ่อเร้อ

                "กระหม่อมคิดว่า แค่มองก็น่าจะดูออกแล้วพะย่ะค่ะ"

                นายพลกล่าวเสียงเรียบ

                "ท่านหาว่าเราตาถั่วงั้นรึ? ใครจะไปดูออกกัน ผิวขาวใสซะขนาดนี้ หน้าก็สวยหวานขนาดนี้... เทียบกับเด็กผู้ชายคนอื่นในกองทัพ ยังไงก็ผู้หญิง!!! ท่านอย่ามาอำเราซะให้ยาก"

               เหตุที่พระนางเข้าใจผิด ที่แท้ก็เป็นเพราะพระนางทรงทึกทักไปเองตั้งแต่แรกว่า เด็กที่จะเอามาฝึกทหารจะเป็นเด็กตัวสูงใหญ่ ดูสมบุกสมบันนั่นเอง

                "แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ..."

                พระนางตรัสเสียงอ่อย

                "เด็กที่งดงามขนาดนี้ จับมาฝึกหนักๆ ในกองทัพ น่าเสียดายแย่เลย... นี่ลูกจ๋า..."

                พูดพลางหันไปหาเกรย์และแม็กซ์อีกรอบ

                "ย้ายมาอยู่ในวังดีมั้ย? ฝึกไม่โหดร้าย แถมอยากได้อะไรแม่จะให้ทุกอย่าง..."

                เด็กหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน แล้วหันมายิ้มแห้งๆ ให้พระนาง

                "ฮะแฮ่ม!"

                นายพลชารีมาแกล้งกระแอมเมื่อเห็นพระนางกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรอยยิ้มของเด็กๆ

                "ขอทรงกรุณา อย่าดึงคนของกองทัพไปอีกเลยพะย่ะค่ะ ครั้งนี้ต่อให้ทรงชักแม่น้ำทั้งห้ามายังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด งานนี้ขอทรงพิจารณาเพื่อสวัสดิภาพของอาณาจักรและตัวพระองค์เองด้วยเถิด..."

                สมเด็จพระจักรพรรดินีจนด้วยเหตุผล ต่อให้พระนางรักเด็กจนไม่ลืมหูลืมตาแค่ไหน แต่เมื่อเป็นเรื่องของอาณาจักรแล้วล่ะก็ พระนางจะไม่แสดงความเอาแต่ใจออกมาเป็นอันขาด

                ทว่าขณะนั้นเอง เด็กหนุ่มคนน้องก็เข้ามาโอบที่เอวอันบอบบาง แล้วซบหน้าลงบนไหล่ซึ่งคลุมด้วยผ้าสีงาช้าง

                ทุกคนมองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ

                "แม่จ๋า... อยากไปอยู่กับแม่จังเลย"

                เกรย์ถึงกับตาโตเมื่อเห็นน้องชายทำรุ่มร่ามไม่ดูสถานการณ์

                ...ไอ้เด็กบ้า... ทำอะไรของนาย!!! นั่นใช่แม่ซะที่ไหน? สงสัยไม่ได้กลับบ้านนานจนเพี้ยน

                จักรพรรดินีเบิกเนตรมองเด็กหนุ่มที่เข้ามากอดอย่างงุนงง แต่แล้วสีพระพักตร์ก็เปลี่ยนไปในพริบตา

                ก็แหม... อีกฝ่ายช่างน่ารักจนพระนางอดใจยกมือขึ้นลูบผมสีน้ำตาลด้วยความเอ็นดูไม่ได้นี่นา

                แม็กซ์แอบขยิบตาให้พี่ชาย เมื่อเกรย์เห็นดังนั้น จึงเข้าไปโอบเอวอีกข้างหนึ่งของจักรพรรดินีบ้าง

                หน้าเหมือนแม่ขนาดนี้ กอดได้ไม่มีเขินอยู่แล้ว

                "แม่คร้าบ... ให้ผมไปอยู่ด้วยนะคร้าบ..."

                พระนางยิ้มแก้มปริ ตัวแทบลอยเมื่อมีเด็กเข้ามาออดอ้อน

                "โอ๋... เด็กน้อยของแม่..."

                ทรงยกพระหัตถ์อ่อนนุ่มขึ้นแนบแก้มเด็กทั้งคู่

                "เห็นมั้ยล่ะ ท่านนายพล เด็กๆ อยากจะไปอยู่กับเรา ต่อให้พวกเขาจำเป็นในการต่อกรกับกบฏแค่ไหน แต่เราเคยบอกท่านแล้วไงว่า งานนี้เราต้องการความร่วมมืออย่างเต็มใจ ยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่ดาวของพวกเขา"

                ท่านนายพลถึงกับกุมขมับ

                "กระหม่อมซาบซึ้งในพระเมตตาของพระองค์ดี...แต่ว่า..."

                ยังไม่ทันที่นายพลชารีมาจะได้พูดอะไรต่อ

                "ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่อยากร่วมมือหรอกนะครับ เรารู้ดีว่านี่เป็นการช่วยโลกของเราด้วยเพียงแต่... ตั้งแต่พวกเรามาอยู่ที่นี่ ก็มีแต่การฝึก ฝึก ฝึก ไม่มีวันหยุดให้พวกเราได้พักเลยนี่ครับ บางครั้งเราก็อยากกลับบ้านไปหาครอบครัวเราบ้าง โดนกักขังแบบนี้เหมือนอยู่ในคุกเลย..."

                แม็กซ์พูดด้วยหน้าตาไร้เดียงสา ทำเสียงสะอื้นเบาๆ ในตอนท้าย

                เรื่องอ้อนผู้ใหญ่ขอให้บอก... หมอนี่มันน่าได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมจริงๆ ให้ตายเถอะ

                แม้เกรย์หมั่นไส้ลูกอ้อนของน้องชาย แต่เขาเองก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน

                "พวกเราจู่ๆ ก็ถูกพาตัวมาโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย  หลังจากนั้นก็ถูกสั่งให้ทำนู่นทำนี่โดยไม่ถามความสมัครใจ พวกเราเป็นแค่เด็กวัยรุ่นทั่วไปตัวเล็กๆ ไม่มีอำนาจที่จะทวงสิทธิที่ถูกลิดรอนกลับคืนมาเลย..."

                ได้ฟังดังนั้น จักรพรรดินีก็ทรงหันไปทำตาเขียวใส่นายพล

                "ทำเกินไปแล้วท่าน!!! แม้แต่ทหารผู้น้อยยังมีวันหยุด แล้วทำไมท่านจึงได้ทำกับเด็กชาวโลกผู้บอบบางขนาดนี้!!!"

                เกรย์เหลือบมองแม็กซ์ซึ่งแลบลิ้นออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

                "แต่เราจำเป็นต้องเร่งฝึกพวกเขานะพะย่ะค่ะ เวลามีน้อยเหลือเกิน ที่สำคัญ ร่างกายของพวกเขามีหลายอย่างที่จำเป็นต้องควบคุม..."

                นายพลให้เหตุผลอย่างเคร่งเครียด

                แต่ดูเหมือนพระนางไม่ได้สนใจซักเท่าไร

                "โถ... ลูกแม่... งั้นมาอยู่กับแม่ทั้งคู่เลยนะจ๊ะ... แม่จะจัดทีมฝึกพวกลูกเอง พร้อมกับเงื่อนไขสุดแสนวิเศษ"

                ชายสูงวัยเหงื่อตก

                ...แสบนัก... เจ้าเด็กพวกนี้...

                "เข้าใจแล้วพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะจัดวันหยุดให้พวกเขา"

                ด้วยเหตุนี้การเจรจาของเกรย์และแม็กซ์ ก็ลงเอยเป็นที่น่าพอใจ

 

                สมเด็จพระจักรพรรดินีประทับเพียงไม่นานก็ต้องกลับไปทรงงานต่อ

                เกรย์และแม็กซ์จึงมีโอกาสได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับพระนางจากปากนายพลชารีมาในเวลาต่อมา

               "สมเด็จพระจักรพรรดินีปัจจุบันทรงมีพระชนมายุเก้าสิบเก้าพรรษา"

                "เก้าสิบเก้าปีเนี่ยนะ!!!"

                สองพี่น้องตะโกนลั่น... อายุเกินสองเท่าของคุณแม่ยังสาวที่บ้านเสียอีก จักรพรรดินีของดาวนี้แอ๊บแบ๊วได้ชั้นเซียนจริงๆ

                นายพลชารีมาอธิบายเสริมว่า สิ่งแวดล้อมที่สะอาดบริสุทธิ์ของอาณาจักรทำให้ประชาชนที่นี่ดูอ่อนวัยกว่าบนโลก

                สาเหตุที่สมเด็จพระจักรพรรดินีทรงอ่อนไหวกับเด็กมากเป็นพิเศษ เพราะพระนางมิได้อภิเษกกับผู้ใด พระราชธิดาซึ่งจะมาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีองค์ต่อไปก็เกิดจากโคลนของพระนาง

                อย่างไรก็ตาม แม้พระนางจะไม่ได้เป็นแม่ของโอรสหรือธิดาที่ทรงให้กำเนิดเอง แต่ฐานะความเป็นแม่แผ่นดิน ประชาชนในอาณาจักรจึงเรียกตำแหน่งจักรพรรดินีว่า Glory Mother พระนางจึงเปรียบเสมือนแม่ของเด็กทุกคนบนดาวดวงนี้ไปด้วย

                ถึงพระนางจะดูเอาแต่ใจเมื่อเจอเด็ก แต่หากเป็นเรื่องของอาณาจักรและประชาชนแล้วล่ะก็ พระนางจะกลายเป็นนักปกครองผู้ยิ่งใหญ่ มีเหตุผล ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคและศัตรู เข้มแข็งและยอมสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อประชาชนและอาณาจักร

                "แล้วคนชุดดำสองคนที่มาด้วย... องครักษ์เหรอครับ?"

                เกรย์ถามด้วยความสนอกสนใจ

                ...ก็ดูเท่โดดเด่นกว่าใครๆ ซะขนาดนั้น ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ ยังไม่เห็นใครดูดีและสง่างามจนแทบหยุดหายใจแบบนั้นเลย ถ้าบอกว่าเป็นเจ้าชายของดาวนี้เขาคงเชื่อด้วยซ้ำ

                "ซีฟรี กับบีฟรีน่ะรึ?"

                นายพลชารีมาชำเลืองมองเจ้าของคำถามด้วยหางตา

                "สองคนนั่นเป็นเด็กพิเศษที่เคยฝึกกับกองทัพของเรามาก่อน"

                "เด็กพิเศษ?"

                เกรย์กับแม็กซ์ประสานเสียงกัน

                "ใช่ ทั้งคู่มีพลังพิเศษ แต่ไม่เหมือนกับพวกท่านหรอกนะ ถ้าจะเหมือนก็มีอยู่อย่างเดียวคือเป็นพี่น้องกัน สมเด็จพระจักรพรรดินีทรงโปรดทั้งคู่ จึงรับไปเลี้ยงเหมือนเป็นพระราชโอรส และพระราชทานตำแหน่งองครักษ์ในเวลาต่อมา"

                "แล้วพลังพิเศษที่ว่าคืออะไรเหรอครับ?"

                เด็กหนุ่มคนพี่ถามต่อ

                "ซีฟรีคนพี่ผู้เงียบขรึมและเยือกเย็น เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วสีเงินสัมผัสศัตรู น้ำในร่างกายของคนที่โดนสัมผัสก็จะแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง คนคนนั้นจะทรมานเพราะความหนาวเย็น หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจถึงแก่ชีวิตได้ ส่วนบีฟรีคนน้องผู้ใจร้อน รวดเร็วว่องไวปานสายลมกรด เคลื่อนไหวหลบหลีกเหมือนหายตัวได้ จากคุณสมบัติพิเศษของทั้งคู่เหมาะสมแล้วที่จะเป็นองครักษ์แห่งสมเด็จพระจักรพรรดินี"

                สองพี่น้องนั่งฟังอ้าปากหวอ

                ...นะ...นี่มันหนังเรื่อง X-MEN หรือยังไง...

                สรุปแล้วองค์กรนี้เป็นที่รวบรวมมนุษย์พันธุ์พิสดารสินะ? ที่น่าขนลุกยิ่งกว่าก็คือ พวกเขาทั้งคู่ดันถูกรวมอยู่ในกองทัพประหลาดด้วยนี่สิ...

                นายพลชารีมายิ้มที่มุมปาก ก่อนจะพูดต่อเป็นการทิ้งท้าย

                "พวกท่านเองก็ใช่ย่อย ยังมีความพิเศษอื่นในตัวที่เหมาะสมกับการต่อสู้ในอวกาศ ข้ารอวันที่พวกท่านฝึกจนพร้อมที่จะปลุกคุณสมบัติอื่นขึ้นมาใช้เหลือเกิน..."

                ยังไม่ทันที่สองพี่น้องจะได้ถามอะไรต่อ นายพลชารีมาก็เดินออกจากห้องไป


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:40:45 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet