G.M. รหัสรัก พิทักษ์โลก [8]
posted on 26 Nov 2007 21:42 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
ร่างของเกรย์นอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอนซึ่งปูอย่างลวกๆ ปะปนกับผู้บาดเจ็บราวร้อยกว่าคนในล็อบบีโรงพยาบาล
ชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาววางข้อมือของเกรย์ลงข้างเจ้าตัวหลังจากตรวจชีพจร แล้วส่ายหน้าอย่างหมดหวัง
"เสียใจด้วยนะครับ"
เขากล่าวแล้วลุกไปหาผู้บาดเจ็บรายอื่นที่นอนโอดโอยอยู่
แม็กซ์ตัวแข็งทื่อด้วยความช็อค
...ไม่จริง... เกรย์ต้องไม่ตาย... ไม่จริง... หมอโกหก
นางพยาบาลคนหนึ่งเข็นรถอุปกรณ์ทำแผลเดินเข้ามา
เด็กหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปหา แล้วดึงแขนนางพยาบาลคนนั้น
"คุณครับ ช่วยทำแผลให้เกรย์ด้วย... ช่วยทำแผลให้เกรย์..."
นายแพทย์คนเมื่อครู่หันมาสบตานางพยาบาลแล้วส่ายศีรษะเล็กน้อย
แม็กซ์ออดอ้อนพยาบาลไม่เลิก เธอเองก็รู้สึกลำบากใจ เพราะมีผู้รอดชีวิตที่บาดเจ็บคนอื่นๆ รอให้ทำแผลอยู่
"เกรย์ยังไม่ตายนะครับ เขาต้องกำลังเจ็บมากอยู่แน่ๆ ถ้าไม่รีบทำแผลอาจจะไม่ทัน..."
เด็กหนุ่มเริ่มสะอึกสะอื้นอีกรอบ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาแดงช้ำจนไม่รู้จะช้ำยังไงอีกแล้ว
"ไอ้หนู... ทำใจซะเถอะ พี่ชายเธอเขาไม่หายใจตั้งแต่เธอแบกเขามาแล้ว"
บุรุษพยาบาลคนหนึ่งเข้ามาตบไหล่เบาๆ อย่างให้กำลังใจ แล้วแกะมือของแม็กซ์ออกจากแขนของนางพยาบาล
"ฮึก... ฮึก... ยะ... อย่างน้อย... ช่วยเอาเศษกระจก... ออกจากหลังเขาทีได้มั้ยครับ"
แม็กซ์ขอร้องทั้งน้ำตา สภาพหลังของเกรย์ในตอนนี้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงเข้มจนเกือบดำและเศษกระจกที่ปักทิ่มลงบนเนื้อเต็มไปหมด
บุรุษพยาบาลยิ้มแห้งๆ ใจหนึ่งยังลังเลว่าจะเสียเวลามากเกินไปรึเปล่า แต่เมื่อเห็นแววตาที่น่าสงสารของเด็กหนุ่มตรงหน้า เขาก็ต้องใจอ่อน
"แค่ชิ้นใหญ่ๆ เท่านั้นนะ เศษเล็กเศษน้อยคงทำไม่ไหว ยังมีคนอื่นรออยู่"
เขาต่อรอง
ชายหนุ่มสวมถุงมือยาง ใช้กรรไกรตัดเสื้อของเกรย์ออก เผยให้เห็นแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยแผลเหวอะหวะ
แม็กซ์ถึงกับเบือนหน้าหนีด้วยความสยอง
บุรุษพยาบาลหยิบเสปรย์ขึ้นมาขวดหนึ่ง แล้วฉีดไปทั่วบริเวณแผ่นหลัง
"เสปรย์อะไรอ่ะ"
แม็กซ์ขมวดคิ้วถาม คงไม่ใช่ฟอร์มาลีนหรอกนะ
"ป้องกันปากแผลกระเทือน ผิวหนังจะได้ไม่ช้ำมากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็จะได้หยิบเศษกระจกออกมาง่ายขึ้น"
พูดพลางค่อยๆ ดึงกระจกแผ่นที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา
ร่างของเกรย์กระตุกทันทีที่เศษกระจกเคลื่อนไหว แม็กซ์ถึงกับสะดุ้ง หันไปมองใบหน้าที่ยังสงบนิ่งของพี่ชาย
"เห็นมั้ย... เขายังไม่ตาย เมื่อกี้เขาขยับตัวด้วย"
เด็กหนุ่มอุทานอย่างมีความหวัง
บุรุษพยาบาลวางเศษกระจก แล้ววัดชีพจร
"เซลล์ในร่างกายกำลังเน่าสลายก็อย่างนี้แหละ"
เขาพูดเสียงเรียบๆ แล้วหันไปหยิบเศษกระจกออกจากหลังเกรย์ต่อ
แม็กซ์ตัวสั่นระริก เขารู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง เคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าไม่กี่นาทีต่อมา
"แม็กซ์... นั่นแม็กซ์ใช่มั้ย"
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางเข้าโรงพยาบาล เมื่อเขาหันไปก็พบร่างสูงใหญ่กำลังวิ่งผ่านคนเจ็บที่นอนเรียงรายเข้ามาหา
"อาจารย์... อาจารย์ครับ... เกรย์เขา..."
ยังไม่ทันพูดจบก็ปล่อยโฮอีกรอบ
บุรุษพยาบาลยืนขึ้นเมื่อเห็นว่ามีคนรู้จักมารับแล้ว
"เสียใจด้วยจริงๆ ครับ"
เขาเอ่ยเสียงเรียบๆ ก่อนจะเดินไปทำหน้าที่ให้คนเจ็บอื่นต่อ
เอลวิคดึงตัวแม็กซ์เข้ามากอดแน่น เขาตบหลังเด็กหนุ่มเบาๆ แล้วพูดใส่ไมค์เล็กๆ ที่ติดอยู่ตรงคอเสื้อ
"พบตัวทั้งสองคนแล้ว เอาเปลเคลื่อนที่มารับตัวด่วน"
ร่างของเกรย์ถูกส่งกลับศูนย์อบรมในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
แม็กซ์หายสะอื้นแล้ว เขามีสติมากขึ้น และสงบขึ้นกว่าเดิม เขาฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เจ้าหน้าที่พยาบาลในศูนย์
...ต้องช่วยได้แน่ๆ... คนพวกนั้นรู้เรื่องร่างกายของพวกเขาดี... ต้องช่วยได้แน่ๆ...
ทว่าเมื่อไปถึง
"แม็กซ์..."
คุณหมออิริคนั่งยองๆ ข้างหน้าเด็กหนุ่มซึ่งกำลังรอคอยข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อ
เด็กหนุ่มดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีอย่างมีความหวัง ทำให้หนุ่มใหญ่ซึ่งเคยอารมณ์ดีอยู่เสมอหลบสายตาด้วยความลำบากใจ
"...เรา... เสียใจด้วยจริงๆ..."
เขาพูดออกไปในที่สุด
"...ไม่..."
แม็กซ์ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก เขาพยายามรวบรวมสติเต็มที่
...ไม่จริง... เขาฝันไปใช่มั้ย... คุณหมอโกหก... ไอ้พี่บ้านั่น... ไอ้พี่บ้านั่นตายง่ายขนาดนี้เชียวเหรอ!? เป็นไปไม่ได้
"แต่เมื่อกี้ตอนเอาเศษแก้วออก เขายังกระตุกอยู่เลยนะครับ"
วินาทีนี้ แม้จะใจหายแต่แม็กซ์กลับร้องไห้ไม่ออก ไม่รู้ทำไม
อิริคถอนหายใจ
"เราตรวจชีพจร การเต้นของหัวใจ แล้วก็คลื่นสมองของเขาแล้ว... แม็กซ์... ทำใจเถอะนะ พวกเราไม่รู้ว่าจะชดใช้ต่อความสูญเสียนี้ยังไง..."
"ทำแผล... คุณหมอครับ ทำแผลให้เขารึยัง? รักษาเขารึยัง?"
ดูเหมือนเด็กหนุ่มจะไม่ยอมรับฟังอะไรอีกต่อไปแล้ว
"เราเอาเศษแก้วออกจากตัวเขาหมดแล้วล่ะ... แล้วก็ล้างแผลจนสะอาดแล้วด้วย แต่ว่าแม็กซ์... ฟังนะ!!!"
หนุ่มใหญ่เอื้อมมือมาบีบไหล่อีกฝ่ายแน่นแล้วเขย่าเบาๆ
"ทำแผล... ได้โปรด... ช่วยเย็บแผลให้เขาก่อนได้มั้ย ช่วยรักษาเขาเหมือนกับว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ถึงคุณจะสรุปว่าเขาตายแล้วก็ตาม นะ... ได้โปรด..."
...ไม่ว่าใครก็คงไม่อาจปฏิเสธดวงตาออดอ้อนของเด็กคนนี้ได้สินะ...
อิริคเหงื่อตก
น่าแปลก... เจ้าเด็กนี่ไม่ร้องไห้ซักแอะ ผิดกับตอนก่อนที่จะขนเกรย์ขึ้นรถ
เขามองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เปี่ยมไปด้วยประกายแห่งความหวัง แล้วจึงพยักหน้า ลุกเดินเข้าไปในห้องซึ่งมีร่างของเกรย์อยู่อีกครั้ง
แม็กซ์ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ แล้วหลับตาลงอย่างอ่อนล้า
...เกรย์... ทำไมไม่รู้ แต่ฉันเชื่อว่านายยังอยู่... ฉันยังรู้สึกว่านายยังนอนอยู่ตรงนั้น ถ้าได้ยินฉันล่ะก็ รีบลืมตาตื่นซักทีเซ่!!!
เย็นวันนั้น นายพลชารีมาและคุณหมออิริคเข้ามาพูดคุยกับแม็กซ์เรื่องพาร่างของเกรย์กลับโลก
แม็กซ์แววตาเหม่อลอย เหมือนคำพูดของคนตรงหน้าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
ก่อนหน้านี้ เขายืนยันขอให้ทีมแพทย์รักษาร่างของเกรย์ไว้ อย่าเพิ่งฉีดสารใดๆ เข้าไปเหมือนที่ทำกับศพ เกรย์ซึ่งได้รับการพยาบาลอย่างเรียบร้อยจึงยังนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องปลอดเชื้อ
"ท่านคงเข้าใจนะ ว่าเราต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเพื่อไม่ให้เรื่องวุ่นวาย... แต่ยังไงก็แล้วแต่ เราจะรอจนกว่าท่านจะเข้มแข็ง และพร้อมที่จะกลับบ้าน"
"ผมจะยังไม่กลับตอนนี้..." แม็กซ์ขัดขึ้น "ผมจะไม่ยอมกลับไปด้วยร่างที่มีชีวิตเพียงคนเดียวเด็ดขาด"
นายพลและคุณหมอมองหน้ากันแล้วส่ายหัว
ดูเหมือนแม็กซ์ยังคงช็อคกับการตายของพี่ชายอยู่ เขาจึงปฏิเสธความจริงทั้งหมดรอบตัว
คืนนั้น... แม็กซ์เข้าไปขดตัวอยู่ข้างๆ ร่างไร้ลมหายใจของพี่ชายซึ่งนอนตะแคงอยู่บนเตียงในห้องปลอดเชื้อ
ไม่มีใครห้ามเขา ทุกคนมองเด็กหนุ่มด้วยแววตาสลดผ่านกระจกใสบนบานประตู
ร่างของเกรย์เย็นเฉียบ บนผิวขาวซีดนอกเขตผ้าพันแผลมีรอยฟกช้ำสีเขียวอยู่ประปราย
แม็กซ์มองใบหน้าสงบนิ่งของพี่ชาย
...ลืมตาซักทีสิ... ไอ้พี่ใจร้าย... ถ้านายตายไปจริงๆ แล้วฉันจะอยู่ยังไง...
ภาพเลวร้ายในอดีตฉายขึ้นมาในหัว
...บ้าจริง... ทั้งๆ ที่หมอนี่เคยกดขี่ข่มเหงเขาทุกอย่าง ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายจิตใจเขามาตลอดสี่ปี... แต่ทำไมเขาถึงได้ปวดร้าวเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ในสภาพแบบนี้...
แม็กซ์สูดหายใจสะอื้นเบาๆ ทว่า... ลมหายใจเริ่มติดขัด
...บ้าชะมัด... อาการดันมากำเริบตอนนี้...
เขาเอามือกุมหน้าอกด้วยความอึดอัด ตั้งสติแล้วนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองอยู่ได้โดยไม่ต้องหายใจ
ทว่าไม่ได้ผล... ร่างกายเจ้ากรรมดิ้นรนที่จะสูดหายใจเข้าให้ได้
เด็กหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความทรมาน
...เกรย์ไม่อยู่แล้ว... วินาทีแบบนี้เขาต้องการเกรย์มากที่สุด... แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้ว...
หากหมอนั่นกำลังมองดูเขาอยู่ที่ไหนซักแห่ง คงหัวเราะเยาะในความอ่อนแอของเขาสินะ คงกำลังยิ้มอย่างสะใจที่เห็นเขาทุกข์ทนจากโรคประจำตัวซึ่งไม่มีทางรักษาหาย
...หมอนั่นเกลียดเขาจะตายไป...
แม็กซ์น้ำตาคลอเบ้า แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อร่างตรงหน้าเขากระตุกเล็กน้อย
"เกรย์..."
เขารีบผุดลุกขึ้นแล้วหันกลับไปมองที่ประตู
ข้างนอกไม่มีใครอยู่แล้ว... บรรยากาศวังเวงพิกล เขาควรจะเรียกหมอหรือเจ้าหน้าที่ดีรึเปล่า...
แม็กซ์หัวใจเต้นถี่
เกรย์ตอนยังอยู่ก็ว่าโหดแล้ว... ถ้ากลายเป็นผีจะเฮี้ยนกว่าเดิมซักกี่เท่ากันนะ...
เด็กหนุ่มหน้าซีด อาการป่วนเมื่อครู่เหมือนหายเป็นปลิดทิ้ง เขาหันกลับไปมองพี่ชายซึ่งยังนอนแน่นิ่งอยู่ท่าเก่า ริมฝีปากอิ่มแห้งผากบนใบหน้าขาวซีดเหมือนกำลังยิ้มบางๆ ชวนขนลุกอย่างบอกไม่ถูก
เขารีบสะบัดความกลัวออกจากหัว
...ไม่!!! เกรย์ยังไม่ตายซักหน่อย เขาต้องดีใจมากกว่า ถ้าอีกฝ่ายลืมตาฟื้นขึ้นมา ต่อให้เกรย์จะเกลียดชังเขาซักแค่ไหน แต่เขาก็อยากให้ฟื้น
...ฟื้นสิเกรย์... ฟื้นสิ ต่อให้ฟื้นขึ้นมาแล้วจะหักคอฉันให้ตายก็ยอม... ฉันเป็นหนี้ชีวิตนาย เพราะฉะนั้น... จะฆ่าจะแกงกันก็ช่าง ขอแค่นายฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง...
แม็กซ์รวบรวมความกล้าทั้งที่กลัวจนขนหัวลุก เขาเอนกายนอนลงซุกที่หน้าอกของพี่ชายดังเดิม
ฮึ่ม... ต่อให้ต้องกลัวจนฉี่ราดก็ยอมแล้ว... ขอแค่นายตื่นขึ้นเท่านั้น ตื่นขึ้นมาซะทีเซ่!!!
แม็กซ์ผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้แต่ว่าก่อนหน้านั้น เขานอนตัวสั่นหวาดผวาเกือบทั้งคืน
...ทุเรศตัวเองสิ้นดี กลัวผีก็กลัว ยิ่งเป็นผีพี่ชายยิ่งน่ากลัว แต่เลือกแล้วที่จะอยู่ที่นี่ ยังไงก็ต้องอยู่!
เด็กหนุ่มเถียงกับตัวเองด้วยความสับสน เขาพยายามเรียกความเชื่อว่าเกรย์ยังไม่ตายกลับมาทุกครั้งเพื่อข่มอาการขวัญหนีดีฝ่อ
เช้ามาเขาพบว่าบนร่างกายมีผ้าห่มผืนหนาคลุมอยู่ ใครซักคนคงเอามาห่มให้เขาด้วยความเวทนา
เกรย์ยังคงนอนนิ่งอยู่เช่นเดิม
พอฟ้าสาง ความน่ากลัวบนใบหน้าของอีกฝ่ายก็จางหายไป เหลือเพียงความเศร้าสลดใจที่ดวงตาคู่นั่นหลับใหลไม่ยอมตื่นเสียที
"ไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วหาอะไรกินก่อนเถอะนะ"
เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นจากทางประตู
คุณหมออิริคยืนยิ้มอย่างใจดีพลางกวักมือเรียก
"น่า... เมื่อวานคุณกินไปนิดเดียวเอง แค่ไปหาอะไรยัดใส่ท้องนิดหน่อย หมอนั่นไม่หนีไปไหนหรอก"
"แต่ผมไม่หิว..."
แม็กซ์พูดเสียงอ่อย
"ไม่หิวก็ต้องกิน เกรย์คงไม่ดีใจแน่ ถ้าเห็นน้องชายตัวเองเอาแต่จมความทุกข์จนไม่กินอะไรเลยแบบนี้"
คุณหมอพูดพลางเข้ามาดึงแขนเด็กหนุ่มให้ลุกออกไป
...เกรย์คงไม่ดีใจงั้นเหรอ... น้อยไปสิ หมอนั่นคงหัวเราะชอบใจมากกว่า ที่เห็นเขาจมกองทุกข์อยู่แบบนี้
จู่ๆ แม็กซ์ก็หายใจติดขัดขึ้นมาอีกรอบ เขาเข่าอ่อนทำท่าจะล้มลงไปกองกับพื้น
อิริครีบประคองไว้แล้วถามอย่างเป็นห่วง
"เป็นอะไรรึเปล่า"
เด็กหนุ่มพยุงกายเดินให้เป็นปกติที่สุด
"ไม่มีอะไรครับ... คงเหนื่อยนิดหน่อย"
"เห็นมั้ยล่ะ ว่าแล้วเชียว... แบบนี้ต้องกินเยอะๆ เอาแรงไว้ก่อนรู้มั้ย..."
แพทย์หนุ่มใหญ่พูดพลางเปิดประตูแล้วประคองร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากห้อง
สิ้นเสียงประตูปิดนั้นเอง... ร่างไร้ลมหายใจบนเตียงก็กระตุกอีกครั้ง...
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:42:28 by ★ひまじん★