ลิขิตรักต่างมิติ [8]

posted on 06 Dec 2007 22:37 by i-am-hima  in fan-fiction

 

[Golf-Mike fan-fiction]

* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                บ่ายวันนั้น องค์ชายพิชญะไม่เสด็จมาหาพระอนุชาอีกเช่นเคย
                เด็กหนุ่มร่างสูงจึงใช้เวลาว่างสำรวจปราสาทของตนเอง และเรียบเรียงข้อมูลต่างๆ
                ปราสาทแห่งนี้สมกับเป็นปราสาทจริงๆ ...เรียกว่าวังยังไม่เหมาะเลย
                กำแพงก่อด้วยอิฐสีเทาอมชมพู บรรยากาศดูทึมๆ แม้มีแสงอาทิตย์ส่อง เครื่องเรือนต่างๆ ล้วนเป็นของเก่าที่ได้รับการรักษาเป็นอย่างดี บริเวณรอบนอกด้านหน้าแม้เป็นสวนที่มีดอกไม้นานาชนิดบานสะพรั่ง แต่ด้านหลังกลับเป็นลานน้ำพุที่ปูพื้นด้วยอิฐแดงที่รอบๆ มีแต่ต้นกุหลาบ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่สิ สงัดวังเวงเสียมากกว่า ให้ความรู้สึกโศกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก
                ทั่วทั้งปราสาทเห็นจะมีแต่ห้องรับรองชั้นล่าง และห้องบรรทมของเขาเท่านั้นที่ได้รับการตกแต่งใหม่อย่างหรูหรา
                “ก็... พระองค์ทรงรับสั่งเองว่าให้รักษาสภาพเหมือนครั้งพระมารดาประทับนี่พะย่ะค่ะ”
                มหาดเล็กบดินทร์แอบกระซิบด้วยเกรงว่านางข้าหลวงที่อยู่ในห้องนั้นจะได้ยิน
                ทว่าทันทีที่เด็กหนุ่มปรายตามองนางข้าหลวงสองสามคนที่อยู่ในห้องนั้น พวกเธอก็สะดุ้งแล้วรีบเดินออกจากห้องไป
                “ปราสาทนี้เดิมทีเป็นของพระราชินีพะย่ะค่ะ อันที่จริงไม่ได้ประทับ เพียงแต่สร้างขึ้นมาให้เป็นเหมือนปราสาทตุ๊กตาที่ใช้เก็บของรักและสิ่งที่พระองค์ทรงสะสมไว้ แต่เพราะองค์ชายพิชญะกับองค์ชายพิรัชต์ประสูติที่ปราสาทหลังนี้ พระราชินีจึงประทานที่นี่ให้เป็นของพระองค์ทั้งสอง”
                “งั้นทำไมเสด็จพี่ถึงไม่อยู่กับข้าล่ะ”
                “หลังจากพระราชินีหายสาบสูญไป องค์ชายพิชญะก็ทรงถูกแยกไปอยู่อีกวังหนึ่งพะย่ะค่ะ”
                “ถูกแยกงั้นเหรอ?”
                เด็กหนุ่มทวนคำ เพราะรู้สึกแปร่งๆ
                “พะย่ะค่ะ... องค์จักรพรรดิทรงเสียใจกับการจากไปอย่างลึกลับของพระมเหสีมาก พระองค์จึงมีแต่ความคิดที่จะเลี้ยงดูองค์ชายพิชญะให้เป็นจักรพรรดิที่สมบูรณ์แบบให้ได้เร็วที่สุด เดากันว่านั่นเป็นเพราะทรงอยากรีบสละบัลลังก์ออกตามหาพระมเหสีและพระราชโอรสด้วยพระองค์เอง”
                อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ ราวกับไม่ใช่เรื่องของตน
                มหาดเล็กลอบมองสีหน้าด้วยความสงสัย ปกติเวลาพูดถึงพระเชษฐาทีไร สีพระพักตร์จะขุ่นเคืองเหมือนไม่อยากฟังเรื่องใดๆ อีก บางทีถึงกับตะเพิดข้าหลวงรอบข้างให้ไปพ้นๆ หน้าอย่างหงุดหงิด
                “ยังจำอะไรไม่ได้อีกหรือพะย่ะค่ะ?”
                “เอ่อ... ก็... เห็นภาพลางๆ ขึ้นมาบ้าง... สรุปแล้วตอนนี้เสด็จพ่อเราเลยไม่อยู่ในวังแล้วสินะ”
                “ทางพระราชวังลือกันว่าอย่างนั้นพะย่ะค่ะ”
                “ลือ?”
                ทำไมต้องลือด้วย อยู่หรือไม่อยู่ก็น่าจะรู้อย่างชัดเจนได้ไม่ใช่เหรอ เขาเป็นถึงลูกชายแท้ๆ ทำไมจึงปิดข่าว...
                แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาอย่างนึกได้
                จริงสิ... เขาเป็นองค์ชายที่อยู่ฝ่ายกบฏสินะ ก่อนหน้านี้คิดจะฆ่าพี่ชายเพื่อหมายเอาบัลลังก์ มีขุนนางฝ่ายซ้ายคอยหนุนหลังอยู่ หากทางพระราชวังจะปิดข่าวที่พ่อเขาไม่อยู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
                ไม่ทันที่ไมค์จะอ้าปากถามเรื่องต่อไป นางข้าหลวงคนหนึ่งก็เคาะบานประตูที่เปิดอ้าไว้ แล้วเดินตัวลีบเข้ามาในห้อง
                “ท่านเสนาบดีพลานุมาขอเข้าเฝ้าเพคะ”
                นั่นไงล่ะ... ตัวการใหญ่มาหาอีกแล้ว... เทียวไล้เทียวขื่อหัวกระไดไม่แห้ง เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดที่ขยันขันแข็งจริงๆ
                เด็กหนุ่มทำหน้าเซ็ง ก่อนเดินออกไป
                ทีรายที่อยากเจอใจแทบขาด กลับไม่มาให้เขาเห็นแม้แต่เงา...


                ไมค์นั่งพาดขาข้างหนึ่งไว้บนเข่า เอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางจิบน้ำชายามบ่ายขณะนั่งฟังชายสูงวัยผมแซมสีดอกเลาเล่าเรื่องต่างๆ ในปัจจุบัน
                ดูเหมือนเสนาบดีฝ่ายซ้ายคนนี้จะรู้ว่าจักรพรรดิไม่อยู่ในพระราชวังแล้ว และเขากำลังดำเนินแผนบางอย่างระหว่างที่องค์ชายรัชทายาทสำเร็จราชการแทนพระองค์อย่างลับๆ
                ...แสดงว่าใกล้ตัวเชษฐาอาจมีเกลือเป็นหนอน...
                “กระหม่อมอยากให้พระองค์อภิเษกสมรสกับอลิฏาบุตรีของกระหม่อม”
                เด็กหนุ่มถึงกับสำลักของว่างที่เพิ่งเอาเข้าปากไปไม่ถึงสองวินาที
                “แค่ก แค่ก แค่ก”
                เขาจิบชาอึกใหญ่ ก่อนถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่า
                “อะไรนะ”
                “เราเคยคุยกันเรื่องนี้แล้วมิใช่หรือพะย่ะค่ะ อลิฏาเองก็ไม่ขัดข้องที่จะเกี่ยวดองกับพระองค์”
                “ตะ... แต่ว่า...”
                เด็กหนุ่มถึงกับหน้าซีด
                จะบ้าเหรอ... อยู่ดีๆ จะจับเขาแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน แถมยังเป็นลูกสาวศัตรูของพี่...
                “ข้ายังไม่พร้อมที่จะแต่งงานนี่”
                คราวนี้คนที่สีหน้าฉงนกลับเป็นพลานุ
                “แต่พระองค์เคยรับปากกับกระหม่อมแล้วนี่พะย่ะค่ะ อีกอย่างการแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงการแต่งงานการเมืองเท่านั้น พระองค์พร้อมหรือไม่นั้นไม่สำคัญ”
                “ข้าเนี่ยนะ? รับปาก?”
                เสนาบดีพยักหน้า
                “หลังคืนงานเต้นรำที่องค์ชายพิชญะมาโค้งอลิฏาไงพะย่ะค่ะ วันต่อมาพระองค์ก็ตรัสกับกระหม่อมว่าหากได้เป็นคู่หมายบุตรีของกระหม่อมก็คงดีไม่น้อย”
                นี่... มันเรื่องอะไรกัน? กะอีแค่กอล์ฟเต้นรำกับสาว ตัวเขาก่อนหน้านี้ถึงกับคิดจะแย่งเชียวหรือ?
                เรื่องนี้เสนาบดีรู้อยู่แก่ใจ เขาเป็นคนออกอุบายให้ลูกสาวล้มต่อหน้าพระพักตร์ท่ามกลางแขกเหรื่อมากมาย สร้างความอับอายให้องค์ชายรัชทายาทนึกสงสาร จึงโค้งสาวเจ้าท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนรอบข้าง
                ทว่าพระอนุชากลับเพิ่งมาเห็นตอนที่เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าสาวงามนางนั้นคือคนที่พี่ชายหมายตาไว้
                นี่เป็นแผนซ้อนเพื่อดึงความสนใจขององค์ชายพิรัชต์ให้มาอยู่กับลูกสาวตน
                “เอาเป็นว่ากระหม่อมจะพาอลิฏามาร่วมรับประทานอาหารกับองค์ชายสักครั้ง หวังว่าองค์ชายจะทรงกรุณาให้โอกาสนะพะย่ะค่ะ”
                โอกาสน่ะ... ไม่มีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่ท่าทีของเสนาบดีตรงหน้า ทำให้เขาถึงกับปฏิเสธไม่ออก
                เขาจะทำยังไงดี... แต่ถ้าบอกว่าไม่ในตอนนี้ อาจเกิดพิรุธได้
                งั้น... ก่อนอื่น ลองยอมๆ ดูซักครั้งจะเป็นไร แล้วค่อยหาวิธีปฏิเสธอย่างนุ่มนวลในภายหลัง


                “ว่าไงนะ? พิรัชต์จะแต่งงาน?”
                รัชทายาทหนุ่มถึงกับร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินข่าว
                “กับใคร?”
                “บุตรีของเสนาบดีพลานุพะย่ะค่ะ ชื่อว่าอลิฏา”
                สิ้นเสียงรายงาน องค์ชายพิชญะถึงกับกุมขมับ
                “หากน้องชายจะแต่งงาน เราก็ดีใจ แต่... ทำไมต้องเกี่ยวดองกับทางฝ่ายซ้าย...”
                “เป็นแผนของท่านพลานุอย่างแน่นอนพะย่ะค่ะ”
                เสนาบดีวาชิตกล่าว
                “บางทีท่านพลานุคงเตรียมเคลื่อนไหวบางอย่างในเร็วๆ นี้แน่ จึงรีบจัดงานแต่งงานให้บุตรสาวตน ที่สำคัญ เรื่องแต่งงานก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะคนคนนั้นเอ่ยปากกับองค์ชายพิรัชต์หลายครั้งแล้วพะย่ะค่ะ”
                “แต่จะแต่งโดยที่เสด็จพ่อไม่อยู่เนี่ยนะ... เราว่าไม่เหมาะแน่”
                “นั่นแหละพะย่ะค่ะ อาจเป็นสิ่งที่เขาต้องการ... เพราะจักรพรรดิจะไม่มีโอกาสเรียกตัวเขาเข้าพบเพื่อคัดค้าน ที่สำคัญ... หากงานอภิเษกไม่มีจักรพรรดิเข้าร่วม ความจริงที่พระองค์ไม่ได้ประทับในพระราชวังก็จะเปิดเผย เป็นช่องว่างให้เกิดความโกลาหลในจักรวรรดิได้ง่ายนะพะย่ะค่ะ”
                พิชญะถอนหายใจเฮือกใหญ่
                “จะคัดค้านก็ทำไม่ได้ แต่ถ้าปล่อยไว้ก็อาจเกิดภัยสินะ อำนาจของหุ่นเชิดอย่างเราในตอนนี้พอจะทำอะไรได้บ้างล่ะ”
                เด็กหนุ่มกล่าวอย่างจนปัญญา
                “พระองค์ไม่ใช่หุ่นเชิดนะพะย่ะค่ะ เพียงแค่พระองค์ใช้อำนาจของผู้สำเร็จราชการ...”
                องครักษ์เอ่ยขึ้นมาบ้าง
                “นั่นก็ไม่ได้... การแต่งงานเป็นเรื่องส่วนตัวของน้องชาย เราไม่ควรไปก้าวก่าย อีกอย่างบุตรีของเสนาบดีพลานุก็มีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะมาเป็นคนของราชวงศ์ ที่สำคัญ เราไม่อยากให้ฝ่ายนั้นไม่ว่าใครรู้ว่าจักรพรรดิไม่อยู่”
                “คาดว่าคงรู้กันหมดแล้วล่ะพะย่ะค่ะ”
                ท่านวาชิตแย้ง
                “แต่เราไม่อยากให้มันโจ่งแจ้ง... ทางนั้นอาจจะรู้ก็จริง แต่ตราบใดที่ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้ เราก็ยังพออุ่นใจได้ว่าหากมีข่าวเล็ดรอดออกไปถึงหูคนภายนอก มันก็เป็นได้เพียงข่าวลือที่ช่วยไม่ได้เท่านั้น”
                เด็กหนุ่มครุ่นคิดอย่างลำบากใจ
                ...ถึงเสด็จพ่อจะบอกว่าไปหนึ่งเดือน แต่จริงๆ แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้...
                “เอาล่ะ... เราตัดสินใจแล้ว”
                เขาประกาศ
                “เราจะขัดขวางการแต่งงานของพิรัชต์”

 

 

                ก่อนออกจากบ้าน กอล์ฟสอนวิธีใช้โทรศัพท์มือถือให้กับน้องชายกลายพันธุ์โหดอย่างพะอืดพะอม
                พิรัชต์หัวไวใช้ได้ เขาเข้าใจสิ่งใหม่ๆ อย่างไม่มีสับสน
                ทว่า...
                “เอ่อ แค่นี้ก่อนนะ มีสายซ้อนเข้ามา”
                กอล์ฟขมวดคิ้วพลางก้มมองหน้าจอโทรศัพท์
                “อะไรของหมอนี่กันนะ”
                เขาบ่นพลางกดรับสาย
                “เอ่อ... กอล์ฟ ตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน”
                เสียงที่ผ่านหูโทรศัพท์มาทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับหน่าย
                ให้ตายเถอะ... นี่มันรอบที่สี่สิบกว่าแล้วสินะ
                หลังจากทำความรู้จักอุปกรณ์ชิ้นใหม่ หมอนี่ก็กดโทรหาเขาเกือบทั้งวัน แม้แต่อยู่ห้องเดียวกันยังอุตส่าห์ยืนหันหลังหลบมุมโทรมาหา อ้างว่าไม่อยากเห็นน้ำหน้าอย่างพี่ชาย แต่ก็มีเรื่องต้องพึ่งพาเขามากมายอย่างช่วยไม่ได้
                เช่นตอนนี้เป็นต้น
                กะอีแค่ออกไปเข้าห้องน้ำ หลงทางเป็นว่าเล่น
                “นายก็ยังอยู่ชั้นเดิมนั่นแหละ เดินออกมาจากประตูรึยัง เลี้ยวขวานะ แล้วเลี้ยวซ้ายอีกที เข้าประตูกระจกมาเลย”
                รู้สึกเหมือนเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ แถมยังเต้นตุบๆ เป็นทำนองฮิปฮอปอีกด้วย
                เหตุที่หมอนี่จำทางไม่ได้ เพราะดูเหมือนองค์ชายในร่างไมค์จะไม่เคยใช้ลิฟต์มาก่อน
                ...กะอีแค่จำเลขชั้น...
                จำไม่ได้... หรือไม่ยอมจำกันแน่...
                พอบ่นก็อ้างว่าขึ้นลงหลายรอบ งง... ซะงั้น
                ตอนนี้กอล์ฟเริ่มแน่ใจและอยากฟันธงไปเลยว่า... น้องกูไม่ได้บ้า... แต่นี่มันคนแปลกหน้าจากโลกคู่ขนานชัดๆ
                คิดแล้วก็คิดถึงไมค์คนเดิมขึ้นมา... เจ้าเด็กขี้อ้อนคนนั้นหายไปไหนนะ
                เมื่อองค์ชายพิรัชต์กลับมายังห้องเดิมได้อย่างปลอดภัย ก็เชิดหน้าใส่อย่างไม่ใยดี
                ...ฮึ่ม ขอบคุณซักคำก็ไม่มี นายยังต้องพึ่งฉันอีกหลายเรื่องนะเฟ่ย!!!
                กอล์ฟเชิดหน้าใส่บ้าง
                หมอนี่... ทำให้อารมณ์อยากทำงานหดหายหมด

 

                หลังจากกลับถึงคอนโด ต่างคนก็แยกย้ายเข้าห้องตัวเอง แต่น้องชายจอมเพี้ยนก็ยังไม่วายต่อโทรศัพท์มาอีก
                “ฉันอยากอาบน้ำอุ่น มาผสมให้หน่อย”
                เสียงปลายสายมาอย่างห้วนๆ ทำเอาเส้นเลือดที่ขมับมันขยับลุกมาเต้นฮิปฮอปอีกรอบ
                “ฉันไม่ใช่คนใช้นายนะเฟ่ย”
                “ก็ฉันทำไม่เป็น”
                เสียงกวนโอ๊ยตอบกลับมาทำเอาเด็กหนุ่มพูดอะไรไม่ออก
                “แล้วเมื่อวานกับเมื่อเช้านายอาบยังไงล่ะ”
                “ก็เพราะเมื่อวานกับเมื่อเช้าฉันต้องทนอาบน้ำเย็นน่ะเซ่ ถึงได้โทรมาถามนาย”
                ...ถาม? แน่ใจนะ ที่เขาได้ยินครั้งแรกมันใช้กันชัดๆ
                “เออๆ จะไปสอนเดี๋ยวนี้ล่ะ อยู่บ้านเดียวกันวันหลังไม่ต้องโทรก็ได้ มันเปลืองตังโดยไม่จำเป็น”
                “...เปลืองตัง?”
                โอ๊ยยยยย... ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ หมอนี่รู้อะไรมั่งมั้ยเนี่ย ตั้งแต่เช้าจรดเย็นเขาต้องคอยเป็นมือเป็นเท้าทำให้เกือบทุกอย่าง ต้องคิดเหตุผลจนหัวแตกในการอ้างเหตุผลสารพัดไม่ให้ใครจับได้ว่าหมอนี่เพี้ยน ทั้งบอกว่าคอนแท็กต์เลนส์ตกหาย ปวดหัวไม่สบาย ฯลฯ เครียดเป็นเหมือนกันนะเฟ่ยยยย ขอบอกกกก
                “เงิน อ่ะ เงิน ค่าโทรศัพท์ไง ใครโทรคนนั้นก็จ่าย นายโทรมากนายก็เสียเงินมาก โธ่เว้ย นั่นมันเรื่องของนาย ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้ว”
                “แต่ฉันไม่มีเงินนี่”
                เสียงจองหองสวนกลับมาอย่างซื่อๆ
                กอล์ฟถอนใจเฮือกใหญ่... ให้ตายเถอะ... ชักโกรธไม่ลง
                เขากดตัดโทรศัพท์แล้วเดินไปห้องน้องชายด้วยอาการอ่อนเพลียสุดๆ
                แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป
                ร่างสูงใหญ่นอนกระดิกเท้าอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์
                เห็นแล้วมัน... ของขึ้นอีกรอบ
                “ไมค์ จะสอบอยู่ไม่กี่วันแล้ว อ่านการ์ตูนอยู่ได้”
                “สอบ? อะไร? ...อ๋อ... ไอ้เรื่องเพ้อเจ้อที่นายบอกเมื่อวานน่ะเหรอ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันมิทราบ”
                “เกี่ยวเซ่... ถึงตอนนี้นายจะสมองเพี้ยนแค่ไหน หรือมาจากอาณาจักรอะไรก็ตาม แต่คนที่นายเป็นอยู่ในตอนนี้คือไมค์น้องชายฉัน เพราะฉะนั้นนายต้องไปสอบ”
                “เฮอะ... ไม่เห็นจะสน นั่นมันเรื่องของน้องชายนาย”
                กอล์ฟกำมือแน่น เนื้อตัวสั่น
                “หนอย.... อย่ามาพูดชุ่ยๆ อย่างงี้นะเฟ่ย ไมค์อุตส่าห์ออกจากโรงเรียนเพื่อจะได้มาทำงานด้วยกันอย่างเต็มตัว แล้ววันดีคืนดีจะเสียอนาคตไปฟรีๆ เพราะไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาสิงในร่างเพียงไม่กี่วันงั้นเรอะ!?”
                “หือ? ไอ้บ้าเหรอ?”
                อีกฝ่ายเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครบังอาจมาใช้วาจาผรุสวาทอย่างคำว่า “ไอ้บ้า” กับเขาเลยซักคน
                “ใช่ ไอ้บ้า นายมันเป็นไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ เข้ามาอยู่ในตัวไมค์ แกเอาน้องชายที่น่ารักของฉันไปไว้ไหน”
                ร่างสูงคิ้วกระตุกขึ้นมาทันที
                ...น้องชายที่น่ารัก?...
                พิรัชต์กระแทกหนังสือลงบนเตียง แล้วลุกขึ้นย่างสามขุมเข้าไปหาอีกฝ่าย กอล์ฟรู้สึกถึงอาการแปลกๆ จึงรีบกระถดกายถอยหลังอย่างระแวดระวัง
                “เมื่อกี้นายว่าไงนะ ...น้องชายที่น่ารักงั้นรึ? ...ใครเป็นน้องชายที่น่ารักของนาย”
                “กะ...ก็... ไมค์ไง”
                เมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าซีด ร่างสูงนึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
                “รักน้องมากสินะ... ดี... อยากรู้เหมือนกันว่า ถ้านายโดนน้องชายฆ่า แล้วยังจะบอกว่าหมอนั่นน่ารักอยู่อีกมั้ย”
                พูดจบก็บีบคอแล้วดันร่างที่เล็กกว่าเข้าติดกำแพง
                กอล์ฟดิ้นสุดกำลังเพื่อให้พ้นจากมือใหญ่คู่นั้น
                “อุ่ก... แอ่ก... ปะ... ปล่อย... อึ่ก”
                เมื่อเห็นหน้าตาเหมือนพี่ชายทุรนทุรายอยู่ในเงื้อมมือตน ร่างสูงก็เหยียดยิ้มอย่างสาสม ออกแรงมากขึ้นไปอีก
                เด็กหนุ่มเริ่มหมดแรง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เขาลดการเคลื่อนไหวลง แล้วปล่อยมือที่พยายามจะดึงมือใหญ่ที่คอออก
                ดวงตากลมโตเปียกชื้นเหลือบขึ้นมองร้องขอชีวิต
                “หึ... ขอโทษทีนะ... นายโชคร้ายเองที่เกิดมาหน้าเหมือนพี่ชายฉัน”
                ทีแรกร่างสูงคิดว่าจะออกแรงเพิ่มให้ทรมานกว่าเดิม แต่เมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตากับตัวสั่นระริกของอีกฝ่าย เขาก็เปลี่ยนใจ
                ...ยังก่อนดีกว่า... ขืนฆ่าให้ตายตอนนี้ก็หมดสนุกน่ะสิ... หากสวรรค์ส่งหมอนี่มาเป็นพี่เรา ณ ที่แห่งนี้ เราก็จะตอบสนองความหวังดี ทดแทนพระคุณเสด็จพี่ให้สาแก่ใจไปเลย
                เขาเหยียดรอยยิ้มหยัน คลายมือออกจากร่างที่แทบหมดแรง ทว่ายังไม่ทันที่กอล์ฟจะทรุดตัวลงกองกับพื้น ก็ถูกมือใหญ่ๆ คว้าตัวไว้แล้วเหวี่ยงไปที่เตียง แล้วถูกกดข้อมือไว้
                “ฉันอ่านบันทึกของหมอนั่นแล้ว... นายปฏิเสธความรู้สึกของหมอนั่นมาตลอด ด้วยการเสแสร้งแกล้งทำเป็นพี่ชายที่แสนดีสินะ”
                กอล์ฟซึ่งยังไม่ทันได้ตั้งหลัก ถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย
                “ฉันเปล่า... นายเป็นน้องของฉัน ฉันรักนายที่เป็นน้องของฉัน”
                “หึ... งั้นเหรอ? แต่ดูเหมือนหมอนั่นจะไม่ได้คิดแบบนั้นกับนายนะ”
                “นะ... นายจะทำอะไรฉัน... อย่ามาทำบ้าๆ นะเฟ่ย นี่มันร่างของไมค์ ร่างของน้องชายฉัน”
                ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้เด็กหนุ่มเบื้องบนฉีกยิ้มอย่างพอใจมากกว่าเดิม
                “ใช่... ฉันคือไมค์... น้องชายของนาย... อยากจะรู้จริงๆ ว่าถ้านายโดนน้องชายที่น่ารักคนนั้นทำร้าย จะเจ็บปวดซักแค่ไหน”
                “อย่านะ”
                กอล์ฟออกแรงดิ้นอีกรอบเมื่อร่างของอีกฝ่ายโถมเข้าทาบทับร่างกาย ใบหน้าของน้องชายซุกไซ้อยู่ที่ต้นคอ เขารู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นที่ประทับผิวเนื้อ ทว่าไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นกลับเป็นความเจ็บปวดจากฟันที่ขบลึกเข้ามา
                “ปล่อย... ปล่อยเซ่ นายไม่ใช่ไมค์... ไมค์ไม่มีทางทำแบบนี้กับฉันเด็ดขาด”
                เสียงทุ้มเลื่อนมากระซิบกรอกที่ข้างหู มือใหญ่ข้างหนึ่งบีบสองข้างแก้มของใบหน้าเรียวไม่ให้ดิ้น
                “เพราะหมอนั่นไม่มีทางทำแบบนี้กับนายไงล่ะ ถึงได้ต้องเสียใจอยู่เพียงคนเดียว แต่ฉันจะช่วยสงเคราะห์ลงโทษพี่ชายใจร้ายนั่นให้ รับรองว่าน้องของนายจะต้องขอบคุณฉันอย่างแน่นอน”
                พูดจบก็พรมจูบไปทั่วใบหน้า ก่อนประกบริมฝีปากอิ่ม แล้วรุกรานเข้าถึงภายในอย่างรวดเร็ว
                กอล์ฟทั้งดิ้น ทั้งทุบบนลำตัวของอีกฝ่ายด้วยมือข้างที่เป็นอิสระ เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังร้องไห้อยู่
                ...อย่าเอาหน้าของไมค์มาทำแบบนี้กับเขา... อย่าเอาร่างของน้องชายมาบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของพี่น้องที่เขาเฝ้ารักษามาเนิ่นนาน...
                “อื้อ... อย่า...” เสียงสั่นเครือครางออกมาหลังจากอีกฝ่ายถอนริมฝีปาก “นายไม่ใช่ไมค์... นายไม่ใช่น้องชายฉัน”
                มือที่เริ่มสอดเข้าไปใต้เสื้อของอีกฝ่ายถึงกับหยุดชะงักเมื่อได้ยินประโยคหลัง
                เขารู้สึกเจ็บขึ้นมาลึกๆ ในหัวใจเมื่อภาพพระเชษฐาซ้อนทับกับร่างตรงหน้า
                “...ทำไม... ทำไมท่านต้องโกหกข้าด้วย... ทำไมท่านต้องโกหกว่าท่านรักน้องชายอย่างข้ามาตลอด... ทำไม...”
                กอล์ฟถึงกับหน้าซีดด้วยความตกใจ ที่จู่ๆ เด็กหนุ่มที่เพิ่งหน้ามืดจะปล้ำเขาอยู่หยกๆ เปลี่ยนอารมณ์เป็นเศร้าเสียใจขึ้นมากะทันหันเหมือนพวกสติไม่ดี
                ...เรียกศรีธัญญาตอนนี้อาจยังทัน...
                “เอ่อ... ฉันไม่รู้หรอกนะ... ว่านายไปเจออะไรมา แต่ว่า... ฉันรักน้องชายของฉัน บางที... พี่นายอาจไม่ได้โกหกก็ได้...”
                เด็กหนุ่มทำใจดีสู้เสือ ทั้งที่ตัวเองยังสะอึกสะอื้นไม่หาย
                สภาพแบบนี้... ตูจะรอดพ้นจากการโดนร่างของน้องชายทำมิดีมิร้ายรึยังเนี่ย?
                “ตะ... แต่ว่า... คนเป็นพี่น่ะ เขาไม่ได้รักน้องชายแบบนั้นกันหรอกนะ”
                ...อย่าปล้ำผมเลยค้าบบบบ ได้โปรดเถอะ... กอล์ฟได้แต่ภาวนาทั้งน้ำตาอยู่ในใจ
                “แล้วใครว่าฉันรักหมอนั่นแบบนั้นล่ะ... ฉันเกลียดมันต่างหาก เพราะฉะนั้นฉันจะแย่งทุกอย่างของมัน ฉันจะทำทุกทางเพื่อเห็นวันที่มันแหลกสลายคามือของฉันเอง”
                แววตาเศร้าสลดกลับเกรี้ยวโกรธขึ้นมาอีกครั้ง
                “แต่ฉันไม่ใช่พี่นายนะ”
                กอล์ฟตะโกนเสียงสั่น ทว่าแทนที่จะเตือนสติ นั่นกลับทำให้อีกฝ่ายกลับผุดรอยยิ้มเย็นยะเยือกขึ้นมา
                “ต่อให้นายไม่ใช่ แต่นายก็ผิดอยู่ดี... ที่หน้าตาแบบนี้ แถมยังพูดคำเมื่อกี้ออกมาอีกด้วย”
                ใบหน้าสวยก้มลงมาจนจมูกชิดแก้มเนียนที่สีเปลี่ยนเป็นซีดสนิท
                ...ไม่ว่ายังไงเราก็โดนทั้งขึ้นทั้งล่องใช่มั้ยเนี่ย...
                กอล์ฟตัวแข็งทื่อ น้ำตาไหลพราก เขาไม่อยากยอมรับความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้เลย
                “ไม่ต้องกลัวหรอกพี่ชาย... ฉันจะอ่อนโยนให้นายก่อนก็ได้... ถือว่าเป็นครั้งแรก...”
                หมายความว่าครั้งต่อไปนายจะรุนแรงกับฉันสินะ... ไม่ใช่สิ... ฉันไม่ยอมให้มีครั้งแรกหรอกเฟ่ย
                เด็กหนุ่มเบี่ยงหน้าหลบริมฝีปากที่ใกล้เข้ามา พลางขืนตัวออกจากอ้อมอกของร่างสูงตรงหน้าอย่างเต็มกำลัง
                “นายไม่รังเกียจแล้วรึไง ฉันหน้าตาเหมือนพี่ชายที่นายเกลียดเชียวนะ”
                กอล์ฟหลับตาปี๋พยายามถามออกไปเพื่อเอาตัวรอด
                “ตอนแรกน่ะใช่... แต่พอเห็นอาการแบบนี้แล้วมันสะใจชะมัด”
                แปลว่ายิ่งขัดขืนก็ยิ่งชอบสินะ ถ้างั้น...
                เด็กหนุ่มตั้งสติ เปลี่ยนท่าที เขายอมรับริมฝีปากที่แนบลงมาแต่โดยดี มือข้างที่ทั้งผลักทั้งดันก็เปลี่ยนเป็นโอบรอบคออีกฝ่าย ตอบสนองการรุกรานของลิ้นที่ล่วงลึกเข้ามาเรื่อยๆ
                “อือ...”
                อีกฝ่ายอ่อนโยนขึ้นอย่างตายใจ ริมฝีปากอุ่นวนเวียนจุมพิตราวกับสำรวจรสชาติใหม่อย่างไม่จบไม่สิ้น
                แม้ร่างสูงจะลดความรุนแรงลงดังที่เขาคาดไว้ แต่ดูเหมือนร่างกายของเขาเองจะไม่เป็นไปตามคำสั่ง เด็กหนุ่มรู้สึกอ่อนปวกเปียกเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง
                “ชิ... อ่อนชะมัด”
                เสียงพึมพำลอดออกมาขณะริมฝีปากเบื้องบนค่อยๆ ห่างออกไป
                เพียะ
                กอล์ฟรวบรวมกำลังทั้งหมดตบหน้าอีกฝ่ายฉาดใหญ่
                เขาหอบหายใจพลางยันกายลุกขึ้นนั่ง มือข้างที่ตบสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
                ทว่าดวงตาสวยซึ้งของอีกฝ่ายที่มองหน้าเขาอยู่อย่างอึ้งๆ ก็สั่นระริกไม่แพ้กัน
                เด็กหนุ่มหัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ห้องเงียบเหมือนเวลาหยุดเดิน ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยตบหน้าน้องชายเลยสักหน
                ขณะที่อีกฝ่ายตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยโดนตบหน้าเช่นกัน
                ...มันชาขึ้นมาจากข้างในเชียวล่ะ...
                ฝ่ามือแดงจากแรงตบเมื่อครู่กำลังจะเอื้อมไปแตะรอยที่ตัวเองทำเอาไว้บนแก้มของร่างสูง แต่แล้วก็ต้องชะงัก
                “ฉัน... จะไปเปิดสวิตช์น้ำอุ่นให้นาย... ถอยไปสิ”
                พูดเสียงเครือ แต่ไม่รอให้อีกฝ่ายหลีกทางให้ เขาผลักตัวร่างสูงออกก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำ

                เขาปิดประตูขังตัวเองไว้ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ อย่างไม่ตั้งใจ ทันทีที่หลังพิงกำแพงร่างกายก็ทรุดฮวบลงไปกองอยู่ที่พื้นกระเบื้อง
                เด็กหนุ่มกุมปากช้ำของตัวเอง น้ำตาคลอเบ้า ทั้งที่สมองยังมึนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่
                สิ่งที่เขาอยากเชื่อมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ คนที่อยู่อีกฝั่งของบานประตูไม่ใช่น้องชายแท้ๆ ของเขา
                ถ้าไมค์ความจำเสื่อมล่ะก็... รีบนึกให้ออกไวๆ
                ถ้าไมค์เป็นบ้าไป... ขอให้สติรีบกลับมา
                แต่ถ้า... คนคนนั้นไม่ใช่ไมค์จริงๆ ล่ะก็... ขอให้น้องชายของเขากลับมาอย่างปลอดภัยในเร็ววันด้วยเถอะ
                กอล์ฟรีบสลัดความสับสนในหัวออก เขาเริ่มตั้งสติใหม่อีกรอบ
                ใช่แล้ว... ตอนนี้น้องชายของเขาไม่ปกติ... เขาต้องอดทน ต้องเข้มแข็ง ต้องทำทุกอย่างให้ไมค์คนเดิมกลับคืนมา
                และสิ่งแรกที่ต้องจัดการก็คือ...

                หลังจากจัดการกับน้ำอุ่นให้น้องชาย กอล์ฟสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเปิดประตูห้องน้ำ
                พิรัชต์นอนเอกเขนกอ่านการ์ตูนเหมือนทองไม่รู้ร้อนอยู่บนเตียงดังเดิม
                ฮึ่ม... ทั้งที่เมื่อกี้ทำอะไรไว้ยังไม่สำนึก คนอะไรเย็นชาชะมัด
                เด็กหนุ่มพยายามระงับความโกรธที่เริ่มปะทุขึ้นอีกระลอก
                “ฉันปรับอุณหภูมิให้นายแล้ว เปิดก๊อกทิ้งไว้ซักพักให้น้ำเย็นไหลออกก่อนแล้วกัน”
                “ฉันไม่ชอบอาบน้ำฝักบัวแบบนั้น ผสมน้ำใส่อ่างให้หน่อยสิ”
                เจ้าตัวปัญหาสวนกลับมาเสียงเรียบเฉย
                “หนอย... ชักจะมากไปแล้วนะ ฉันไม่ใช่ทาสของนายนะ”
                “ก็ฉันกำลังจะทำให้เป็นอยู่”
                อีกฝ่ายกวนโทสะโดยที่ตายังไม่ละจากหนังสือตรงหน้า
                กอล์ฟพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ แต่ยังไม่ทันถึงหกเขาก็ทนไม่ไหว ตรงเข้าไปดึงหนังสือการ์ตูนออกจากมือคนที่อยู่บนเตียง
                “เอาล่ะ... ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกนะ เอางี้แล้วกัน ฉันให้เวลานายถึงวันประกาศผลสอบ ถ้านายสอบได้คะแนนเต็มทุกวิชาล่ะก็ ฉันยอมเป็นทาสนายก็ได้”
                เด็กหนุ่มยื่นข้อเสนอออกไปเพราะสติขาดผึง ลึกๆ ในใจคิดว่าแค่ให้ผ่านก็อ่านจนจะอ้วกอยู่แล้ว ถึงอีกฝ่ายจะไม่ได้คะแนนเต็ม แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาอยากเห็นน้องชายสนใจอ่านหนังสือเรียนบ้าง
                อีกฝ่ายชำเลืองมองหนังสือกองโตที่มุมห้องแล้วยิ้มมุมปาก
                “แน่นะ?”
                กอล์ฟพยักหน้าอย่างมั่นใจ
                “แต่ถ้านายขาดไปซักคะแนนล่ะก็... นายต้องเป็นทาสฉัน”
                “คิดว่าฉันทำไม่ได้งั้นเรอะ?”
                พิรัชต์มองกลับมาอย่างรู้ทัน
                “เปล่า... แต่ถ้าอยากต่อรองอะไรซักหน่อยล่ะก็ ลองเสนอมาก็ได้นะ ฉันจะรับฟังให้”
                พูดพลางทำท่าแคะขี้หูออกมาเป่าทำเอาอีกฝ่ายชักหมั่นไส้ขึ้นมาเหมือนกัน
                หนอย... แบบนี้ไม่ต้องพูดเปิดทางซะเลยยังจะดีกว่า
                “ได้ ทั้งหมดกี่วิชาล่ะ”
                “สี่”
                “งั้น ฉันขอต่อรองแค่สองวิชา”
                “ได้... แต่มีข้อแม้ว่าอีกสองวิชานายต้องผ่าน”
                “อย่ามากลับกลอกกันทีหลังแล้วกัน”
                ทั้งคู่ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงอย่างท้าทายครู่ใหญ่ ก่อนที่กอล์ฟจะระเห็จจากห้องน้องชายเพราะกลัวภัยอารมณ์ร้ายอีกรอบ


To be continued...

ตอนต่อไป |

 

edit @ 17 Jan 2008 23:02:48 by ★ひまじん★

edit @ 29 Jul 2009 00:03:13 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

องค์ชายพิชญะ ได้โปรดอย่าให้ไมค์แต่งงานโดยเด็ดขาด
องค์ชายพิรัชต์อย่าทำไรกอล์ฟของเค้านะ
ไมค์กลับมาเร็วๆ
โอ๊ยย! ลุ้นตัวโก่งงง
รอตอนต่อไปค่า สนุกมาก

#1 By ysky (203.150.136.168) on 2007-12-06 23:29

ต....ต่อรองอะไรกันเนี่ยยย

ใครจะเป๋นทาสใครกัน =A=?

อยากอ่านแล้วล่ะค่ะ แอบจะติดเรื่องนี้มากๆเสียแล้ววว

รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ
ขัดขวางลูกเดียวเลยนะองค์พิชญะ

ส่วนองค์ชายพิรัชต์ สู้ๆนะจ๊ะ อิอิ

big smile

#3 By :+:Sakura_badzZ:+: on 2007-12-07 00:06

ขอเม้นในนี้ด้วนอีกทีละกัน

ชอบไมค์รัชทายาทกะกอล์ฟปัจจุบันมากๆๆๆ

อีกคนโก๊ะ อีกคนบ๊องร้าย ฮาพอกันเลย

อัพเร็วๆนะจ้า

รออย่างใจจดใจจ่อ

#4 By rasie (125.25.205.40) on 2007-12-07 00:24

อ๊ากกกก กอล์ฟ
เกือบไปไหมล่ะ(ได้ข่าวว่าเสียดาย)
เอ่อ...แง่มๆๆ
ลุ้นๆๆๆ อยากให้ไมค์กลับมาในโลกของความจริงเร็วๆอ่ะ

#5 By drakyuchi (58.137.93.130) on 2007-12-07 08:17

ช้านนนนน ร้ากกกกก คุณณณณณ

ไม่มีคำบรรยายค่ะ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก

จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ สู้ๆสู้ๆ

เอาล่ะ ตามสัญญา ว่าถ้ามาอัพ จะเต้นโชว์

1...2...3...

ชูมือขึ้น และ หมุน หมุน

ชูมือขึ้น โบก ไปมา

กางแขน ขึ้นและลง

พับแขน มือแตะใหล่

กางแขนขึ้นและลง

ชูมือตรง หมุนไปรอบตัว

วี้ดดด วิ้ววววว รีบมาอัพน้า.....

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#6 By Levi (202.28.78.130) on 2007-12-14 09:49

ขอเม้นท์ก่อน เดี๋ยวมาตามอ่านนะจ้ะ

เป็นแฟนพันธ์แท้ของหิมะอ่า ชอบทุเกเรื่องเลย

รีบๆมาอัพต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่า

#7 By pinkangel (203.155.232.86) on 2007-12-24 00:40

สนุกมาก ๆ เลยค่ะ รบกวนอัพด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

#8 By คอนยัคกี้ (58.147.54.107) on 2007-12-28 11:20