เรื่องบนเตียง
posted on 03 Jan 2008 20:50 by i-am-hima in fan-fiction[Golf-Mike fan-fiction]
* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
ฝนตกหนักไม่ขาดสายมาตั้งแต่บ่ายแล้ว
เสียงกริ่งดังขึ้น ผมเงยหน้าจากหนังสือเรียนพลางนึกในใจว่าใครนะที่มาหาในยามวิกาลแบบนี้
เขา... ยืนหนาวสั่นเปียกปอนอยู่หน้าประตู
“เข้ามาสิ” ผมเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มร่างสูงในชุดนักเรียน
เดินตากฝนมานานแค่ไหนเนี่ย ไม่ไหวเลย... หมอนี่ โตป่านนี้แล้ว ชอบทำให้ห่วงอยู่เรื่อย
ทว่าเขากลับก้มหน้านิ่ง ไม่พูดไม่จา
“เอ้า เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก รีบเข้ามา” ผมเร่ง
“พี่กอล์ฟ”
ร่างสูงโผเข้ามากอดทั้งที่ตัวเปียกพลางสะอึกสะอื้นเหมือนเด็กเล็กๆ
“หือ... เป็นอะไรไปไมค์... เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?”
“พวกเขาทะเลาะกันอีกแล้ว...”
ผมถอนหายใจ กอดเจ้าตัวใหญ่ตอบด้วยความสงสาร
เราเคยเป็นเพื่อนบ้านกัน สนิทกันเหมือนพี่น้อง จนกระทั่งเมื่อครึ่งปีก่อน ผมสอบเข้ามหาวิทยาลัย จึงขอพ่อกับแม่ย้ายมาอยู่คอนโดใกล้ที่เรียน ไม่นึกเลยว่าหมอนี่จะอุตส่าห์ถ่อมาหามืดๆ ค่ำๆ แสดงว่าคงมีปัญหาหนักน่าดู
“ไมค์ขอค้างกับพี่กอล์ฟได้รึเปล่า... ไม่อยากกลับบ้าน”
ผมยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเห็นแววตาออดอ้อนของอีกฝ่าย
“ได้สิ... แต่นายควรรีบอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”
ไมค์ทำตามอย่างว่าง่าย ผมเข้าไปในห้อง หยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเคาะประตูห้องน้ำยื่นให้เขา จากนั้นจึงทำอะไรอุ่นๆ รอ
“หืม... หอมจัง”
เสียงทุ้มดังขึ้นข้างใบหู ทำเอาผมสะดุ้งจนหม้อที่อุ่นซุปเกือบหลุดจากมือ เขามายืนข้างหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แถมพอหันกลับไปมองก็พบว่าหมอนั่นนุ่งผ้าเช็ดตัวแค่ผืนเดียว เผยเรือนร่างท่อนบนสมส่วนได้รูป
หมอนี่สูงใหญ่กว่าผมตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ...?
“ฉันอุตส่าห์ไล่นายไปอาบน้ำจะได้ไม่เป็นหวัด แต่นายกลับออกมาทั้งอย่างนี้...”
“ก็ชุดของไมค์เปียกหมดแล้วนี่นา ไม่เว้นแม้แต่กางเกงใน”
ไอ้เด็กบ้า... พูดออกมาได้
“เออ โทษที ลืมไปน่ะ”
ผมเดินเลี่ยงไปหยิบเสื้อยืดกับกางเกงลำลองในตู้เสื้อผ้า กลับเข้ามาในครัวอีกทีก็พบว่าเจ้าตัวใหญ่กำลังสนอกสนใจของกินในหม้อ ท่าทางอารมณ์ดีขึ้นแล้ว
“ยังไม่ได้กินข้าวสินะ” ผมพูดขณะยื่นเสื้อผ้าให้เขา
“ถ้าพี่กอล์ฟมาเป็นไมค์ก็คงกินไม่ลง”
ผมถอนหายใจขณะปิดเตา แล้วสายตาก็ชำเลืองไปเห็นหมอนั่นกำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ข้างๆ
“เฮ่ย... คิดจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนเลยเรอะ โตป่านนี้แล้ว หัดอายซะบ้างสิ ไปเปลี่ยนในห้องน้ำไป๊” ผมไล่ ทว่าอีกฝ่ายกลับทำหน้าทะเล้น
“ไม่เห็นเป็นไรเลย ผู้ชายเหมือนกัน ไม่มีอะไรต้องอายซักหน่อย หรือว่าพี่กอล์ฟอาย”
“หนอย... ถ้านายผ้าเช็ดตัวหลุดตอนนุ่งกางเกงล่ะก็ นายนั่นแหละต้องอายฉัน” ผมเถียงกลับไป รู้สึกหน้าตัวเองร้อนฉ่า
“อายทำไม ของไมค์ไม่ใช่เด็กๆ แล้วซักหน่อย”
“ไอ้เด็กทะลึ่ง... ออกไปจากครัวเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผมตวาดแว้ดใส่
“ชิ... ก็ได้ๆ ทำยังกับตัวเองเป็นผู้หญิงงั้นแหละ เอ... หรือจริงๆ แล้วแอบคิดอะไรกับไมค์อยู่รึเปล่าน้า”
“ฮึ่ม... ถ้านายยังพูดต่อล่ะก็ ฉันจะไล่นายตากฝนกลับบ้านเลยคอยดู”
“โอ๋... กลัวแล้วคร้าบ... กลัวแล้ว... ออกไปก็ได้”
ผมมองค้อนแผ่นหลังที่เอากางเกงพาดบ่าเดินออกไป
หนอย... ก็คนมันคิดน่ะเซ่ สาเหตุที่หนึ่งที่ผมย้ายมาอยู่ที่ไกลๆ แบบนี้ก็เพราะอยากหนีใจตัวเองด้วย ...ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ที่ผมแอบคิดเกินเลยกับเขาอยู่ข้างเดียว มันอึดอัดทรมานเหลือเกิน ที่ต้องฝืนปั้นหน้าเป็นพี่ชายข้างบ้านที่แสนดี เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของพวกเราไว้
สำหรับเขา... ที่เข้ามาใกล้ชิดกับผม คงเพราะเป็นที่พึ่งทางใจชั่วคราวได้เท่านั้น
ท่ามกลางครอบครัวที่พ่อแม่เอาแต่ทะเลาะกัน เขาต้องการแค่ใครสักคนที่ให้ความสงบสุขกับคนอ่อนไหวอย่างเขาได้
และคืนนี้ก็เช่นกัน... คงเหมือนทุกวันในอดีต...
เขาไม่เคยเล่าปัญหาที่บ้านให้ผมฟังเลย แต่เสียงเอะอะโวยวายจากบ้านข้างๆ ทำให้ผมพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หมอนี่เป็นคนเงียบขรึม เขาหนีจากเรื่องวุ่นๆ ด้วยการหาอย่างอื่นทำขณะใช้เวลาขลุกอยู่กับผม สิ่งเดียวที่ทำให้ผมรับรู้ว่าเขากำลังมีปัญหาก็คือ... ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวต่อหน้าผม
“ว่าแต่นายหนีออกมาแบบนี้ พรุ่งนี้จะไปโรงเรียนยังไง” ผมเอ่ยขึ้นหลังจากล้างถ้วยชามเสร็จ
ไมค์หยิบเกมขึ้นมาเล่นทันทีที่อิ่มมื้อเย็น เขาตอบผมโดยไม่หันมามอง
“ไม่อยากไปอ่ะ”
“ไม่ได้ พรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดซักหน่อย”
เมื่อได้ยินเสียงดุของผม เขาก็หยุดเกมในมือแล้วหันมาอ้อน
“ขอไมค์อยู่กับพี่กอล์ฟจนกว่าจะสบายใจเถอะนะ”
“ไม่ได้... จนกว่าสบายใจของนายน่ะ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้”
“แต่มันไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนนี่ กลับบ้านไปก็ไปเจออะไรเดิมๆ อีก เบื่อออออ”
ผมถอนหายใจ เข้าใจความรู้สึกและสภาพแวดล้อมของเขาดี
“ก็ได้ๆ งั้นฉันให้เวลานายแค่วันพรุ่งนี้... ฉันมีเรียนตอนบ่าย อนุญาตให้นายอยู่ได้แค่ถึงตอนนั้น”
“รักพี่กอล์ฟที่สุดเลย”
เจ้าตัวใหญ่โผเข้ามากอดพลางคลอเคลีย
ผมนึกเกลียดตัวเองขึ้นมาที่รักหมอนี่มากกว่าระดับความเป็นพี่เป็นน้อง
“เอ้าๆ... พอได้แล้ว ฉันจะไปนอนซักที ให้ตายเถอะ... เพราะนายแท้ๆ ไม่ได้อ่านหนังสือเลย”
ผมเดินเข้าห้องนอน โดยมีเจ้าตัวใหญ่เดินจับชายเสื้อของผมด้านหลังตามต้อยๆ เหมือนลูกเป็ด
พอจะล้มตัวลงนอน
“เอ้า... ปิดไฟข้างนอกให้ด้วยสิ นายออกมาทีหลังนะ”
ไมค์นิ่วหน้า พูดเสียงงอนๆ ว่า
“เดี๋ยวนี้พี่กอล์ฟดุจัง”
ผมทำเป็นไม่ได้ยิน ดึงผ้าห่มมาคลุมตัว ขณะที่ไฟด้านนอกดับลง ตามด้วยเสียงปิดประตูและความมืดภายในห้อง
ที่นอนข้างๆ ผมยวบลงตามน้ำหนักของร่างที่ล้มตัวลงนอน
ผมพลิกตัวหันหลัง พยายามข่มตาให้หลับอย่างเต็มที่ แต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ภายในกระตุ้นให้ตาสว่างอยู่ตลอดเวลา
...เขาจะรู้รึเปล่านะ ว่าเพียงแค่เขาอยู่ใกล้ๆ ก็ทำผมหวั่นไหวได้ถึงขนาดนี้...
เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังชัดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของยามราตรี เวลาผ่านไปนานกี่ชั่วโมงกี่นาทีแล้วนะ?
แสงไฟจากนอกหน้าต่างส่องเข้ามาทำให้ห้องสลัวมองเห็นสิ่งต่างๆ เพียงลางๆ
ผมเผลอพลิกกายหันไปอีกด้านเพราะความเมื่อย แล้วก็พบใบหน้าหลับใหลของเขาอยู่ใกล้แค่คืบ
หมอนั่นเข้ามานอนใกล้ผมโดยไม่ระแวงแม้แต่น้อย... แถมยังหลับสบาย...
ผมเอื้อมมือไปยังร่างสูงใหญ่ แต่แล้วก็ชะงัก
ทั้งที่อยากขโมยไออุ่นจากร่างกายนั้น... อยากซุกซบลงบนแผ่นอกกว้าง... แต่ก็ทำไม่ได้... เพราะถ้าเขาตื่นขึ้นมา แล้วรู้ว่าผมคิดยังไง เขาอาจจากผมไปตลอดกาล
ผมข่มใจพลิกตัวกลับไปทางเดิม รู้สึกถึงความอบอุ่นจากทางด้านหลังแม้ไม่ได้สัมผัส
อุ่นเหลือเกิน... แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว... เพราะถ้ามากกว่านี้ ความต้องการของผมอาจไม่มีที่สิ้นสุดก็ได้
ผมซุกหน้าลงบนหมอน พริ้มตาหลับลงอย่างเป็นสุขใจ แล้วผล็อยหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้
ความอ่อนโยนบนใบหน้าปลุกผมตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ขณะค่อยๆ ลืมตาภาพแรกที่ผมเห็นก็คือ นิ้วมือที่กำลังเกลี่ยเส้นผมที่หน้าผากค่อยๆ ขยับห่างออกไป พร้อมกับเจ้าของนิ้วซึ่งขยับตัวลุกขึ้นแล้วเดินทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ที่หน้าต่าง
ผมตาสว่างเต็มที่ แต่ยังทำทีเป็นหลับตาอย่างง่วงงุนพลางนึกถึงภาพเมื่อครู่
...ไมค์นั่งข้างๆ ลูบเส้นผมพลางพิศใบหน้า... ไหนจะรีบออกห่างเพื่อกลบเกลื่อนนั่นอีก...
ผมไม่อยากเข้าข้างตัวเอง... แต่... บรรยากาศมันชวนให้คิด
สัมผัสอ่อนโยนจากมือนั้น... มีผู้ชายด้วยกันที่ไหนทำอย่างนี้บ้าง โดยเฉพาะคนอายุน้อยกว่าอย่างหมอนี่
ตอนที่เขากำลังทำอย่างนั้น... เขามองผมด้วยสายตาแบบไหนกันหนอ
แค่นี้ก็มีความสุขสุดๆ แล้ว
ทว่าเคลิบเคลิ้มอยู่กับฝันกลางวันของตัวเองได้เพียงไม่นาน ผ้าห่มบนตัวผมก็ถูกดึงออกไป
“เอ้า... สายโด่งแล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน”
เจ้าตัวใหญ่ยืนจังก้าคว้าผ้าห่มจากทางปลายเท้าของผม
“ยุ่งน่า... คนอุตส่าห์มีเรียนบ่าย ขอนอนให้เต็มอิ่มก่อนไม่ได้รึไง”
ผมโงหัวขึ้นมองค้อน
เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับเพราะนายนะเฟ่ย ไม่เหมือนนายหรอก หลับเป็นตายสบายใจเฉิบ บ้านตัวเองกำลังมีปัญหาอยู่แท้ๆ
“ขืนปล่อยให้พี่กอล์ฟนอนอิ่ม ไมค์ก็หิวแย่สิ นี่มันสิบโมงแล้ว เลยเวลาอาหารเช้าของไมค์มาหลายชั่วโมงแล้วนะ”
“หนอย... หิวก็ไปหาอะไรกินเองสิ กระเพาะนาย ไม่ใช่กระเพาะฉัน”
ยิ้มเจ้าเลห์ผุดพรายขึ้นที่มุมปาก
“พี่กอล์ฟพูดเองนะ... ดีล่ะ งั้นเช้านี้ไมค์จะกินพี่กอล์ฟ”
พูดจบหมอนั่นก็กระโจนพรวดขึ้นเตียงมาทับตัวผม
“เฮ่ย... จะบ้าเรอะ... หนัก ออกไปเลยนะเฟ่ย”
“นะ นะ นะ... ไมค์หิวแล้ว ขอกินหน่อยเถอะนะ”
ใบหน้าสวยก้มลงจนเกือบชิด... มันใกล้ยิ่งกว่าระยะห่างเมื่อคืนเสียอีก
ผมพยายามสั่งหัวใจไม่ให้เต้นโครมคราม ขืนหมอนั่นได้ยินเข้าล่ะก็... นั่นสินะ... ถ้าหมอนั่นได้ยิน เขาจะคิดยังไง?
จะดีใจรึเปล่า?
ริมฝีปากอิ่มค่อยๆ เคลื่อนลงมาใกล้ทุกที... ทุกที... ผมหลับตาเตรียมรับมอร์นิ่งคิสเต็มที่...
ไม่อยากเชื่อเลย... ว่าจะมีวันนี้
ไม่อยากเชื่อเลยว่าไมค์อาจจะคิดเหมือนกัน...
ไม่อยากจะเชื่อเลย
...........................
...........................
...........................
“อุ๊บ!”
ผมดิ้นพราดเมื่อรู้ตัวว่าหายใจไม่ออก ทันทีที่ลืมตาขึ้น เงามืดของหมอนใบใหญ่กำลังทับหน้าผมพร้อมกับแรงอัดมหาศาลที่กดลงมา
“นี่แน่ะ พี่กอล์ฟ ปลุกตั้งนานแล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน วันนี้มีอัดรายการนะ”
ผมรวบรวมแรงทั้งหมดในร่างกาย ผลักน้องชายที่สวมวิญญาณฆาตกรออกให้พ้นตัว
“แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก... เล่นบ้าอะไรของนาย เกิดฉันขาดอากาศตายใครจะรับผิดชอบ”
ผมตะโกนลั่น ทว่าเจ้าตัวแสบกลับทำท่าจะฟาดหน้าผมด้วยหมอนข้างใบใหญ่อีกระลอก
“อย่างนายไม่ตายง่ายๆ หรอก รู้ว่าวันนี้มีงาน ยังจะนอนดึกอีก แล้วอะไรกัน... ไอ้ท่านอนจู๋ปากนั่น ฝันเห็นสาวๆ อยู่รึไง ไอ้พี่ลามก”
ผมหน้าแดงขึ้นมาทันที
“จะบ้าเรอะ จู๋ปากอะไร ไม่ได้ทำซักหน่อย”
ไมค์ยิ้มที่มุมปาก ก่อนเดินออกจากห้องเมื่อเห็นว่าผมตื่นแน่นอนแล้ว
บ้าที่สุด... ทั้งที่ในฝันไมค์ออกจะน่ารักแท้ๆ แต่ทำไมตัวจริงถึงได้ใจร้ายกับผมแบบนี้
...แต่ร้ายแค่ไหน ผมก็ยังรักอยู่ดี...
ถ้าเราไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริงๆ อย่างในฝันก็คงดี... อย่างน้อย ถึงจะไม่สมหวัง แต่ผมก็อาจบอกเขาได้บ้าง
...ผมล้มตัวลงนอนใหม่อีกครั้ง... ถ้าไม่ตื่นมาเสียก่อนจะเป็นยังไงนะ? ริมฝีปากของไมค์จะอบอุ่นแค่ไหน? เขาจะอ่อนหวานกับผมรึเปล่า?
ผมยิ้มแล้วพริ้มตาหลับลงอีกครั้งอย่างมีความสุข
ทว่าไม่ถึงสิบนาที ก็มีหมอนข้างใบใหญ่ฟาดเข้าที่อกเต็มแรง
“โอ๊ย... เจ็บนะ”
“กะแล้วเชียว นี่ถ้าไม่เอะใจย้อนกลับมาดู นายคงหลับสบายอีกยกล่ะสิ”
“จะบ้าเรอะ ฉันไม่ได้เหลวไหลอย่างนั้นซักหน่อย”
“คร้าบ รู้แล้วคร้าบ ว่าพี่ชายผมมันขยัน ยกเว้นตอนตื่นเท่านั้น แล้วไม่ต้องนอนต่อเลยนะ ขืนยังไม่ลุกล่ะก็ ไมค์จะปล้ำจริงๆ ด้วย”
โหย... ดูมัน... ขอเปลี่ยนเป็นจูบอ่อนโยนอย่างเจ้าหญิงนิทราได้มั้ย
ผมแกล้งทำเป็นนอนต่อท้าทาย อยากจะรู้นักว่าไมค์จะทำจริงอย่างที่พูดรึเปล่า
ที่นอนข้างตัวผมยวบลงพร้อมแรงกดที่หัวไหล่ เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบใบหน้าอีกฝ่ายระยะใกล้
แง่ะ... หมอนั่นเอาจริงเหรอเนี่ย...
“ตะ... ตื่นก็ได้... กลัวแล้วจ้า..”
ผมหน้าร้อนฉ่า พลางขยับตัวหนี ทว่าหมอนั่นยังเลื่อนใบหน้าที่ดูจริงจังเข้ามาชิดจนผมต้องหลับตาปี๋
ถ้าหมอนั่นจูบผมจริงๆ... จะเป็นยังไงนะ?
ถ้าผมโดนจูบ ผมจะทำหน้ายังไงดี?
ทว่าขณะที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำนั้นเอง เสียงหัวเราะหึก็ดังขึ้น
“คิดว่าจะจูบล่ะสิ... ฝันไปเหอะ ถ้าอยากได้จูบจากท่านไมค์คนนี้ ไปแปรงฟันให้สะอาดซะก่อนเถอะนะพี่ชาย... อี๋ เหม็นน้ำลายบูด”
กวนประสาทจบก็เดินออกจากห้องไป
ความเป็นจริงที่โหดร้าย... เอาฝันดีๆ ของฉันคืนมานะ ไอ้น้องบ้า ฮือๆๆๆๆ
ถ้าหมอนั่นรู้ว่าผมรักเขาแบบไหนล่ะก็... ยังจะแกล้งแบบเมื่อกี้กับผมรึเปล่านะ หรืออาจไม่คิดจะเข้าใกล้ผมอีกเลยก็ได้
อยากหลับตาอยู่อย่างนั้น ทำอยู่อย่างนั้น ฝันถึงเธอเรื่อยไป
เพราะว่าความจริง ไม่มีทางใด ทำให้เราได้รักกัน
ทำได้แค่นั้นทำได้แค่นี้... ทำได้เพียงแค่ฝัน
ต้องหลอกตัวเอง ฝันไปวันๆ
ไม่มีทางที่ฝันมัน...
จะเป็นจริง
The End
edit @ 3 Mar 2008 02:30:02 by ★ひまじん★

เรื่องนี้ อ๊ายยยย
น่ารักได้อีกนะ
แต่ก็นะเฮีย ทำได้แค่ฝันแหละ 55+
#1 By :+:Sakura_badzZ:+: on 2008-01-04 00:00