The Devil Called "My Brother" [5]

posted on 08 Jan 2008 23:58 by i-am-hima  in fan-fiction

[Golf-Mike fan-fiction]

* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

คิดมาก ฝันมั่ว... รั่วได้อีก


                บ่ายวันอาทิตย์... ผมนัดเพื่อนสนิทที่โรงเรียนไปเดินเล่นกันในเมือง

                อันที่จริงเราเพิ่งนัดกันเมื่อคืนตอนคุยผ่าน msn แม้เธอจะเป็นผู้หญิง แต่เราสนิทกันมาก คบกันมาตั้งแต่ประถมแล้ว คุยได้ทุกเรื่องยิ่งกว่าพี่น้องเสียอีก ผมจึงตั้งใจว่าจะลองคุยๆ เรื่องความรู้สึกแปลกๆ ของผมให้เธอฟัง แต่ดูเหมือนเธอเองก็มีเรื่องจะคุยกับผมเหมือนกัน เราจึงตกลงกันว่าวันพรุ่งนี้จะมาเจอหน้าเพื่อคุยกันอย่างจริงจังดีกว่า

                ผมไปรอเธอในร้านไอศกรีมซึ่งคนไม่พลุกพล่านบนชั้นสองของตึกหลังจากเธอโทรมาบอกว่าถึงสยามแล้ว

                ไม่กี่นาทีเด็กสาวหน้าหมวยแต่งตัวเรียบง่ายแต่อินเทรนด์ก็ปรากฏตัวขึ้น

                “รอนานรึเปล่าไมค์”

                “สองชั่วโมง”

                ผมตอบเสียงยียวน ทว่าแทนที่อีกฝ่ายจะหน้าจ๋อย กลับแลบลิ้นใส่

                “สม... บอกแล้วไงว่ามาถึงจะโทรหา อยากมาเช้าเองช่วยไม่ได้”

                “ล้อเล่นน่า เพิ่งมาเมื่อกี้ จะสั่งอะไรรึเปล่า”

                เธอทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามผม มองไปรอบๆ ร้าน

                “ไม่ดีกว่า รีบๆ พูดธุระของนายมา ฉันจะได้พูดธุระของฉันมั่ง”

                ผมตั้งท่าจะเริ่มเรื่อง แต่... เดี๋ยว อีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เราควรให้เกียรติเขาก่อนสิ ถึงผมจะไม่เห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงก็ตาม

                “เธอนั่นแหละ พูดธุระตัวเองมาก่อน ของฉันเมื่อไหร่ก็ได้ อาจจะยาว”

                “ของฉันยาวกว่า ฉันแน่ใจ”

                เธอสวนกลับมา

                “ไม่ ของฉันยาวกว่า”

                “รู้ได้ไง ของฉันน่ะ ยาวแน่ๆ”

                “ฉันก็ยาวเหมือนกัน”

                “แต่ฉันยาวกว่านายชัวร์ๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

                “ก็ได้ๆ ของเธอยาวกกว่าก็ได้ แต่ในฐานะที่เธอเป็นผู้หญิง ฉันยอมให้เธอพูดก่อน เชิญเลยคร้าบ”

                “เชอะ ทีงี้เห็นฉันเป็นผู้หญิงได้ ช่างเหอะ เพศไม่เกี่ยวหรอก ฉันให้นายพูดก่อนดีกว่า”

                “เธอนั่นแหละ พูดก่อน”

                “นายนั่นแหละ”

                “เธอแหละ”

                “นายแหละ”

                “เอ่อ... ไม่ต้องเถียงกันครับ”

                เสียงชายหนุ่มพนักงานในร้านขัดขึ้น

                “ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับ เชิญสั่งได้เลยที่เคาเตอร์”

                พวกเราหันมามองหน้ากัน ยัยเพื่อนตัวดียิ้มแหยๆ ส่งสายตาทำนองว่า “ไปกันเถอะ อายเขา”

                ให้ตายเถอะ... มากับยัยนี่ทีไรเป็นแบบนี้ทุกที เมื่อไหร่จะทำตัวน่ารักแบบผู้หญิงทั่วไปเขาเป็นกันนะ

                ผมยอมรับว่าพอขึ้นม.ต้นเคยจีบยัยนี่อยู่หนหนึ่ง ตอนนั้นด้วยความเพี้ยนอะไรมิทราบได้ หยอกล้อเล่นหัวกันมาตั้งแต่ประถม และเธอเองก็ให้ความสนิทสนมกับผมมากกว่าใคร โดยเฉพาะในบรรดาเพื่อนผู้ชายรอบตัวเธอ จนผมคิดว่าบางทีตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธออาจมีใจแอบชอบผมอยู่ ผมเลยลองจีบดู กระทั่งวันที่ผมหลุดปากพูดคำนี้ออกไป

                “จ๊ะจ๋า... เราคบกันนะ”

               เธอมองตอบผมด้วยสีหน้างงๆ

                “หือ? เราก็กำลังคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ”

                “ฉันหมายความว่า... เรามาเป็นแฟนกันน่ะ”

                เธอกระพริบตาปริบๆ

                “ขอโทษนะไมค์ ฉันไม่มีรสนิยมชอบผู้หญิงด้วยกันอ่ะ”

                กึก...........................

                ................................

                ................................

                ผะ... ผู้หญิงด้วยกัน!?

                ดั่งสายฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมากลางกระหม่อม... นี่แสดงว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอนึกว่าผมเป็นผู้หญิง มิน่าล่ะ ถึงได้ทำตัวสนิทสนมยิ่งกว่าเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆ

                “ไม่ยักรู้ว่านอกจากนายจะเป็นทอมแล้ว ยังเป็นเลสด้วย ไม่เอานะ อย่ามาจีบฉัน ฉันไม่ใช่ดี้”

                นี่คือจ๊ะจ๋า... เพื่อนสาวที่ซี้ปึ้กสุดๆ กับผมทั้งในตอนนั้นจนถึงทุกวันนี้ เธอพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยว่าผมเป็นทอม... แถมยังเชื่ออย่างสนิทใจว่าผมเป็นผู้หญิงตลอดหลายปีที่ผ่านมา

                ดังนั้นหลังจากที่รู้ความจริง เธอถึงกับช็อคจับไข้ไปหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ จนผมต้องไปง้อถึงที่บ้านเพราะคิดว่าเธอโกรธและพาลนึกว่าผมหลอกเธอ แต่ที่ไหนได้ เธอแค่อยู่ในอาการ “ไม่อยากจะเชื่อ” ต่างหาก

                และหลังจากนั้นเราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

                ...อย่างยัยนี่คงไม่ยี่หระกับอะไรง่ายๆ หรอก ไม่ว่าผมจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย ทอม หรือกระเทยก็ตาม...

                “งั้นฉันจะให้เกียรตินาย... พูดเรื่องของฉันก่อนก็ได้”

                สุดท้ายเธอก็ยอมแต่โดยดี โธ่เอ๊ย...แค่นี้ก็หมดเรื่อง...

                “แต่ธุระของฉันพูดที่นี่ไม่ได้ ฉันจะพานายไปอีกร้านนึงแล้วกัน”

 

                ว่าแล้วเธอและผมก็พากันย้ายไปยังอีกร้านหนึ่งซึ่งเธอแนะนำ

                เมื่อเดินเข้าไปในร้าน

                “กี่ที่คะ”

                พนักงานออกมาต้อนรับ

                “มีเพื่อนรออยู่แล้วข้างในค่ะ”

                ผมมองหน้าจ๊ะจ๋าอย่างงุนงง

                “โทษทีนะไมค์... จริงๆ แล้วธุระของฉันน่ะ แค่มีคนอยากแนะนำให้นายรู้จักเท่านั้น”

                เธอหันมายิ้มพลางขยิบตา แล้วเดินนำผมเข้าไปข้างใน

                “จ๊ะจ๋า...”

                เสียงร้องทักพลางโบกไม้โบกมือดังขึ้น เมื่อผมเดินตามไปถึงก็ต้องตกตะลึง...

                เด็กสาวเจ้าของเสียงทักที่นั่งอยู่ก่อนแล้วผมสีน้ำตาลประกายทองผ่านการม้วนและเซ็ตมาดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย ผิวขาวใส แต่งกายสไตล์เซ็กซี่นิดๆ สปอร์ตหน่อยๆ ประดับประดาด้วยสร้อยและต่างหูดูบลิงค์ บลิงค์อย่างสาวฮิปฮอป

                อย่างไรก็ตามสิ่งที่สะกดสายตาผมกลับไม่ใช่ลุคหวาน เปรี้ยว เฮี้ยว เท่ ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในตัวเธอ หากแต่เป็นใบหน้าที่ละม้ายคล้ายเจ้ากระต่ายน้อยที่บ้านต่างหาก

                “ไมค์ นี่เพื่อนข้างบ้านสมัยเด็กของฉันเอง เพิ่งย้ายกลับมาจากอเมริกา ชื่อกอล์ฟ”

                ชะ... ชื่อยังเหมือนกันอีกต่างหาก...

                “Hi, Mike. Nice to meet you.”

                เธอทักด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร ผมพูดอะไรไม่ออกจึงได้แต่ผงกหัวมองเธออย่างอึ้งๆ

                สาวสวยขนาดนี้... ชื่อกอล์ฟ มิน่าล่ะ ยัยนี่ถึงได้ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเพื่อนสนิทผู้หญิงของเธอถึงได้ชื่อไมค์

                และทันทีที่เราสบสายตากัน... เหมือนห้วงอากาศรอบตัวผมหยุดการเคลื่อนไหว

                โอ้... ความรู้สึกนี้มันคืออะไร ใครช่วยบอกที...

                “เอ้า จะจ้องกันอีกนายมั้ย นั่งก่อนสิ”

                เสียงจ๊ะจ๋าเรียกสติผมกลับคืนมา

                “ตะลึงล่ะสิ สวยใช่ม้า... เพื่อนบ้านฉัน”

                ยัยเพื่อนตัวดีทำเสียงกระหยิ่มยิ้มย่อง

                “สะ... สวย...”

                ไม่คิดเลยว่าพี่ชายกระต่ายน้อยของผมเวลาแต่งหญิงจะสวยจนโลกตะลึงขนาดนี้...

                “เอ้า เฮ้ย ไมค์... มองจนเพื่อนฉันเขินหมดแล้ว เกิดสึกหรอขึ้นมานายต้องรับผิดชอบนะ”

                “ยินดีครับ...”

                ผมพูดพลางคว้ามือขาวผ่องของอีกฝ่ายขึ้นมากุม เจ้าของมือนิ่มก้มหน้างุด ดูเธอเรียบร้อยกว่าภาพลักษณ์ที่เห็นจากการแต่งกาย

                เพื่อนสาวมองมือผมด้วยอาการหมั่นไส้ก่อนตีเพียะอย่างแรงที่หลังมือ

                “มือไวจริงนะนาย”

 

 

                ผมสะดุ้งตื่นทันที

                มองซ้ายมองขวา... นี่มันห้องนอนผม...

                แสดงว่าเมื่อกี้... ฝันสินะ...

                ผมหลับตาลง นึกภาพนางในฝันคนนั้นอีกครั้ง

                ชื่อกอล์ฟเหรอ... ตรงสเป๊กสุดๆ

                ตัวเล็กๆ ผิวขาว... จมูกโด่ง... ดวงตากลมโต ริมฝีปากอิ่ม... น่าจูบชะมัด...

                “เฮ้ยยยยย!!!”

                ผมเด้งผึงลุกขึ้นมานั่ง ตาสว่างทันใด

                ไม่... นั่นมันกอล์ฟภาคผู้หญิงชัดๆ แล้วทำไมผมถึงหวั่นไหวได้ล่ะเนี่ย

                ใครก็ได้... ช่วยบอกที...

 

                ผมนอนต่อไม่ลงแล้ว แอบย่องไปยังห้องนอนของเจ้ากระต่ายน้อย

                ดูเหมือนสุดท้ายคืนนี้พี่แซนด์ไปนอนคอนโด... แบบนี้ก็ทางสะดวกผมน่ะสิ ฮิฮิฮิ

                เจ้ากระต่ายขาวหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง หมอนี่ลืมล็อคประตูอีกแล้ว สงสัยเมื่อคืนแช็ตกับเพื่อนเพลินหลับคาคอมสินะ

                แล้วก็จริงดังคาด โน้ตบุ๊ตสีขาววางอยู่บนเตียงข้างกายเจ้าพี่ชายขี้เซา

                ผมจัดแจงเคลียร์พื้นที่ แล้วดำเนินการตามแผนที่เพิ่งวางในใจอย่างลิงโลด

                เริ่มจาก... วิกผมเจ้าปัญหาอันเดิม

                “อืม... แจ่บๆ”

                หมอนั่นพลิกตัวมาทางผมซึ่งนั่งลงข้างๆ หัวยุ่งเหยิงเข้ามาซบที่ตักเหมือนเปิดทาง

                ...นายเป็นใจให้ฉันเองนะ หึหึหึ...

                ผมประคองศีรษะของเขา แล้วกลั้นหายใจ บรรจงใส่วิกผมยาวให้

                ...เบามือหน่อยไมค์... เดี๋ยวพี่ชายนายตื่นซะก่อน หมดสนุกกันพอดี...

                เมื่อใส่เสร็จ ก็วางหัวลงบนหมอน ได้ยินเสียงอือออในลำคอหมอนั่นเล็กน้อย แต่ไม่ตื่นหรอกครับ... ลองถึงขั้นนี้ยังไม่รู้สึกตัว แสดงว่าเมื่อคืนนอนดึกชัวร์ๆ

                อ๊ะๆ ไม่ใช่แค่วิกนะ ผมยังเตรียมเสื้อผ้ามาให้ใส่ด้วย

                คัดสรรมาอย่างดีโดยสไตลิสต์ชื่อดังอย่างไมค์กี้เชียวนะ หยิบมาสดๆ ร้อนๆ จากราวตากผ้า เลือกแล้วว่าแห้งสนิท พี่กอล์ฟไม่มีทางเป็นหวัดอย่างแน่นอน ฮ่าๆๆๆ

                สายเดี่ยวลูกไม้... สวมหัวไม่ได้ ทาบไว้ก็ยังดี อ๊ะ เลิกขึ้นไปให้เห็นพุงขาวๆ หน่อย ทำเป็นเสื้อเอวลอยก็สวยดี แต่เอ๊ะ... เป็นสาวเป็นนางโชว์ซิกซ์แพ็คก็คงไม่ดีเท่าไหร่ ไมค์หวง... ดึงกลับมาปิดเหมือนเดิมดีกว่า คลุมทับด้วยแจ็คเก็ตแขนยาว... เปิดไหล่ซะหน่อย กระโปรงยีนส์ตัวสั้นโชว์ขาอ่อนขาวๆ ...เอ... ไม่ดีแฮะ พี่กอล์ฟนอนโป๊ งั้นไมค์จะใส่เลกกิ้งให้แล้วกันนะ อืม... ท่าจะใส่ยาก เดี๋ยวตื่นซะก่อน เปลี่ยนเป็นถุงน่องตาข่ายยาวขึ้นไปถึงต้นขาแทนแล้วกัน

                เจ้าพี่ขี้เซายังคงหลับไม่รู้เรื่อง ส่วนผมอมยิ้มอย่างมีความสุข พลางยกมือถือขึ้นมาเล็ง

                ...เอ๊... ยังขาดอะไรอีกน้า... อะไรซักอย่างที่ทำให้นางในฝันของผมยังไม่สมบูรณ์

                เมคอัพ! ใช่แล้ว... ต้องแต่งหน้า

                ว่าแล้วเมคอัพอาร์ตติสต์มือฉมังอย่างไมค์กี้ต้องออกโรงแต่งหน้าฟรีซะหน่อยแล้ว

                คิดดูสิครับว่าผมรอบคอบขนาดไหน พกอุปกรณ์แต่งหน้ามาด้วย แต่เกือบลืมใช้

                ถึงจะไม่ได้แต่งฉบับสมบูรณ์ แต่อย่างน้อย... อายแชโดว์ บลัชออน และลิปสติก

                เจ้ากระต่ายยุกยิกเล็กน้อยเมื่อแปรงอ่อนนุ่มสัมผัสใบหน้า แต่ไม่กี่นาทีต่อมา นางฟ้าของผมก็ถือกำเนิด

                ต้องยอมรับล่ะครับ ว่าหมอนี่หน้าสวยไร้ที่ติอยู่แล้ว แต่งแค่นิดหน่อยก็ดูสวยเด้งขึ้นมาทันตาเห็น

                ผมยกมือถือขึ้นเล็งถ่ายรูปเต็มที่ ขอแบบเต็มตัวซักสองใบ จากนั้นก็ถ่ายใบหน้ายามหลับใกล้ๆ

                นี่ถ้าได้เซ็ตผมและใส่เสื้อผ้าให้ดีๆ กว่านี้อีกซักหน่อย ไปเดินสยามโดยไม่มีใครจับได้อย่างสบายเลยล่ะ

                ขณะที่ผมกำลังเล็งถ่ายใบหน้าอยู่นั้นเอง

                “...อืม... งึมงึม...จ๋า...”

                เสียงละเมอลอดริมฝีปากออกมา

                ไอ้งึมๆ นั่นอะไรกัน...??? แต่ฟังจากหางเสียงแล้ว สงสัยจะเป็นชื่อผู้หญิงแฮะ โฮ่... ฝันลามกอยู่เหรอเนี่ย หึหึหึ

                ผมจึงแกล้งยื่นหน้าไปกระซิบตอบข้างหูด้วยน้ำเสียงเซ็กซี่สุดๆ

                “จ๋า...”

                ทันนั้นเอง เจ้าพี่ลามกก็คว้าคอผมไปกอด วงแขนที่รัดรอบคอผมรั้งให้ริมฝีปากของพวกเราสัมผัสกันอย่างแนบชิด

                “อื้ออออ... ฮื่ออออ...”

                ผมส่งเสียงประท้วงอยู่ในลำคอ แต่เมื่อได้สติก็หยุดนิ่ง ทำให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวสุดสยิวบนกลีบปากของคนข้างล่าง

                ...ฝันบ้าอะไรของมันเนี่ย ไอ้กระต่ายลามก!...

                เมื่อลองสนองตอบดู... ไม่เลว หมอนี่จูบเก่งเหมือนกันแฮะ

                ขณะที่ผมกำลังเพลินๆ อยู่นั้นเอง เขาก็หยุด และคลายวงแขนจากรอบคอผม พลางหันหน้าไปทางอื่นซะดื้อๆ ไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวแม้แต่น้อย

                ผมอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้ เวลาหลับพี่ชายผมน่ารักเหมือนเด็กไร้เดียงสาจริงๆ

                เสียงนกร้องจากด้านนอกเรียกสติผมกลับมาอีกครั้ง

                ...แย่ล่ะ เช้ามืดแล้ว ผมยังไม่ได้นอนเลยนี่หว่า... คิดแล้วก็ง่วงขึ้นมาทันที หมดเวลาสนุกแต่เพียงเท่านี้

                ผมเก็บสัมภาระที่หอบมาโดยทิ้งไว้แค่วิกผม กับเสื้อผ้าบางชิ้นที่ขี้เกียจถอด แล้วค่อยๆ ย่องออกจากห้องเจ้ากระต่ายอย่างอารมณ์ดี

                ต่อจากนี้ตาผมหลับเป็นตายบ้างล่ะ... กว่ารถจะมารับก็เกือบเที่ยงนี่นา ฮ่าๆๆๆๆๆ

                อรุณสวัสดิ์ ไม่สิ... ราตรีสวัสดิ์นะครับ คุณพี่ที่น่ารัก...


To be continued...

| ตอนต่อไป |

 

edit @ 12 Jan 2008 02:50:18 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ากกกกกกกก

ไมค์กี้ หนูทำอะไรนะลูก

ทำอะไรลูกชายสุดที่รักเจ้แบบนั้นละลูก

#1 By คนบ้า (125.27.75.209) on 2008-01-09 08:05