รักวุ่นวายของนายกับฉัน [13] หวั่นไหว
posted on 09 Jan 2008 14:28 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
"พื้นฐานของการจัดดอกไม้..."
หญิงสาวในชุดกิโมโนสีชมพูอมส้มคาดโอบิสีเขียวสลับฟ้าดูนุ่มนวลสายตานั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นตรงข้ามเด็กสาวผมยาวในชุดลำลองเจ้าของบ้าน ระหว่างพวกเธอทั้งสองคน มีแจกันรูปทรงต่างๆ และดอกไม้ในถังน้ำวางอยู่
เสียงใสๆ ของหญิงสาวดังกังวานอยู่ในห้องนั่งเล่นนั้น ขณะที่ลูกศิษย์วัยซนของเธอแอบหาวอยู่เป็นระยะ
ใช่แล้ว... ท่านซายากะกำลังสอนมายุมิจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น
...แม่นะแม่... ช่างหาเรื่องให้มามิได้จริงๆ...
เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มจากการบ่นสั้นๆ ของผู้เป็นแม่ของเธอในวันหนึ่ง
"หมั้นก็หมั้นแล้ว... แต่ถ้าคู่หมั้นไม่ได้เจอกัน มันจะไปมีประโยชน์อะไร..."
ตามด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่
มาโกโตะและมาโมรุถูกจับหมั้นไปเมื่อสามวันที่ผ่านมา แต่ชีวิตประจำวันของพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันธรรมดาตื่นเช้า ออกไปทำงาน ตอนเย็นหรือหัวค่ำ ไม่ก็ดึกกว่านั้นจึงกลับบ้าน หนำซ้ำอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ยังไปนอนห้องเดียวกันอีก
"แล้วแบบนี้ที่อุตส่าห์จับหมั้นมันจะมีความหมายอะไร!!!"
เธอเริ่มใส่อารมณ์เข้าไปในเสียงรำพึงจนลูกสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ถึงกับตกใจ
"แต่ว่าแม่จ๋า... มาโกะจังกับมาโมะจังไม่เรียนก็ทำงานตลอดเวลา จะไปมีโอกาสพาสาวเที่ยวได้ยังไงล่ะ"
เด็กสาวเอ่ย เธอเป็นคนเดียวในบ้านที่รู้จักชีวิตประจำวันของพวกพี่ชายดีที่สุด
"ไม่รู้ล่ะ แม่ต้องหาทางทำอะไรซักอย่าง"
"ก็จับสองคนนั่นแยกกันนอนก็หมดเรื่อง"
"ถ้ามันทำได้ง่ายๆ อย่างนั้นแม่คงไม่ต้องมากลุ้มใจแบบนี้หรอก มามิจัง..."
ขืนบังคับแม้แต่เรื่องหลับนอน เธอเกรงว่าจะเป็นการกดดันลูกชายทั้งคู่จนไม่ใครก็ใครต้องเป็นบ้าขึ้นมาซะก่อน... แค่จับคลุมถุงชนมันก็มากเกินไปแล้ว สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่อย่างเธอ
"เฮ้อ... มีวิธีไหนมั้ยนะ ที่อ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไป แต่ได้ผลทันใจแบบชะงัด"
พูดไม่ทันขาดคำ เสียงโทรศัพท์มือถือของลูกสาวก็ดังขึ้น
"พี่โซเฟียโทรมาล่ะ"
เด็กสาวมองหน้าแม่ก่อนรับโทรศัพท์
คู่หมั้นลูกชายคนเล็กของเธอโทรมานัดมายุมิไปเที่ยววันอาทิตย์ แล้วให้ชวนมาโกโตะไปด้วยให้ได้
...รายนี้ก็รุกน่าดู... แต่ดูเหมือนจะรุกผิดตัว เพิ่งหมั้นกับน้องชายไปหมาดๆ แต่กลับมาตามตื้อคนพี่
ในขณะที่... ท่านซายากะ... เงียบฉี่... ไร้วี่แววของการติดตามคู่หมั้นโดยสิ้นเชิง...
เธอไม่ค่อยห่วงลูกชายคนเล็กเท่าไหร่ เพราะรายนั้นถึงจะดื้อยังไงแต่ก็ดูเหมือนจะยังสนใจผู้หญิงอยู่ สังเกตจากดวงตาหวานเยิ้มตอนลอบมองท่านซายากะ ดูแวบเดียวก็รู้ แต่เจ้าลูกชายคนกลางนี่สิ... ได้ข่าวว่าเป็นฝ่ายรับด้วยไม่ใช่เหรอ... ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว... เพิ่งมามีลูกสาวเพิ่มตอนโต... แถมยังเป็นลูกสะใภ้ในคนเดียวกัน
ก็ยังดีที่ไม่ถึงขั้นแต่งตัวเป็นผู้หญิง... แต่ถ้าแต่งออกมาคงจะน่ารักกว่าผู้หญิงจริงๆ อย่างแน่นอน...
เธอรีบสะบัดศีรษะไล่จินตนาการต้องห้ามออกจากหัวก่อนที่จะเคลิบเคลิ้มเมื่อแอบสวมวิกผม แต่งหน้า ใส่กระโปรงให้กับลูกชายคนกลางในความคิด
และแล้วก็เกิดไอเดียบรรเจิดขึ้นมาทันใด
"มามิจัง... วันอาทิตย์ห้ามออกไปไหนเลยนะ"
เด็กสาวหันขวับกลับมาขณะที่มือยังถือโทรศัพท์แนบหู
"อ้าว... ทำไมล่ะ มามินัดพี่โซเฟียไปแล้ว"
"งั้นก็นัดมาที่บ้าน เพราะตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป แม่จะให้มามิจังเรียนศิลปะญี่ปุ่น"
เด็กสาวทำตาโตอย่างอึ้งๆ
"หา?"
"กับท่านซายากะ..."
ด้วยเหตุนี้เอง มายุมิจึงต้องตื่นแต่เช้าทั้งที่เป็นวันอาทิตย์ เพื่อนั่งฟังการบรรยายสุดแสนจะน่าเบื่อจากหญิงสาวในชุดกิโมโนฤดูร้อนคนนี้
เดิมทีท่านซายากะเปิดโรงเรียนสอนศิลปะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น เธอสอนตั้งแต่การวาดพู่กัน จัดดอกไม้ พิธีชงชา ไปจนถึงดนตรี แต่ถ้าให้มายุมิไปเรียนที่โรงเรียนของเธอ แผนที่วางไว้ก็คงไม่มีประโยชน์
เมื่อคิดๆ ดูแล้วผู้เป็นแม่จึงต้องขอความร่วมมือจากลูกสาวคนเดียว เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกชายได้เจอะเจอคู่หมั้นบ้าง อย่างน้อยเห็นหน้ากันจนคุ้นเคยก็ยังดี
ที่สำคัญ... เธอไม่ได้หวังว่าท่านซายากะต้องลงเอยกับมาโกโตะ... ในทางกลับกัน เธอรู้มาตั้งแต่แรกแล้วว่ามาโมรุเคยมีใจให้กับผู้หญิงคนนี้ เพียงแต่ถ้าเธอให้มาโกโตะหมั้นกับคุณหนูโซเฟียล่ะก็ ลูกชายคนกลางคงมีแต่ร้องยี้ และยิ่งถอยห่างจากสาวๆ เป็นแน่
มายุมิหาวเป็นรอบที่สามสิบ หลังจากฟังท่านซายากะอธิบายความหมายของคำว่าสมดุลในการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นไปประมาณสิบห้านาที
เธอหาวประมาณนาทีละสองครั้งเชียวรึนี่?
ซายากะขยับตัว แล้วเริ่มสาธิตการจัดดอกไม้แบบง่ายๆ ให้เด็กสาวดู เธอเลือกแจกันทรงกระบอกขึ้นมา ตัดฟลอร่าโฟมให้มีขนาดพอดีกับปากแจกัน แล้วเสียบลงด้านบนก่อนค่อยๆ เทน้ำให้ซึมซับลงบนโฟมมากที่สุด
มายุมิเริ่มรู้สึกตื่นตัวเมื่อการเรียนถึงภาคปฏิบัติ
ขณะที่หญิงสาวกำลังดึงดอกไม้ออกมาจากถังน้ำแล้วกะความยาวนั้นเอง ร่างสูงโปร่งก็โผล่เข้ามาในห้องนั่งเล่น
"ตื่นแล้วเหรอมาโมะจัง ปกติวันอาทิตย์ตื่นหลังเที่ยงนี่นา"
เด็กสาวเหล่มองพี่ชายซึ่งถือแก้วนมเข้ามานั่งขัดสมาธิข้างๆ ถังใส่ดอกไม้
"วันนี้มาโกะมีคุยงานตอนบ่าย ขืนตื่นสายก็อดมอร์นิ่งคิสพี่ชายน่ะสิ"
เสียงทุ้มตอบหน้าตาเฉย แน่ล่ะ... ไหนๆ ก็รู้กันทั้งบ้านแล้วนี่ ไม่มีอะไรที่เขาต้องปิดอีกต่อไป
"ไอ้มาโมะ..." มายุมิแค่นเสียงลอดไรฟัน "พูดอะไรเกรงใจคู่หมั้นเขาหน่อยสิ"
เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าแขกของน้องสาว ท่านซายากะในตอนนี้กำลังอึ้ง ขนตายางงอนของเธอกระพริบปริบๆ แก้มสองข้างค่อยๆ แดงเรื่อจนเห็นชัดมากขึ้น
"พี่ซายากะอย่าไปสนใจมาโมะจังเลย เรียนต่อดีกว่านะ"
เด็กสาวรีบกลบเกลื่อน
ขณะที่หญิงสาวจัดดอกไม้พลางอธิบายให้เด็กสาวฟัง มาโมรุก็นั่งมองกิจกรรมของผู้หญิงทั้งคู่ด้วยความสนอกสนใจ
ไม่นาน มาโกโตะซึ่งแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็ออกมาจากห้อง เขาเดินผ่านห้องนั่งเล่นเพื่อไปยังประตูหน้าบ้าน
"มาโกะจัง พี่ซายากะมาสอนจัดดอกไม้ล่ะ"
มายุมิเอ่ยทักเสียงใส
เด็กหนุ่มหันมามองอย่างตั้งใจ แล้วจึงทักทายอย่างสุภาพ
"สวัสดีครับ ท่านซายากะ"
แวบหนึ่งดวงตาของเขาเหลือบมองน้องชายตัวใหญ่ที่นั่งเจ๋ออยู่ใกล้ๆ หญิงสาว
"สวัสดีค่ะ ...เอ่อ... วันอาทิตย์ก็ยังต้องไปทำงาน ลำบากแย่เลยนะคะ"
"ช่วยไม่ได้ครับ ก็คิวที่จะคุยกับผู้กำกับคนนี้มีแต่วันอาทิตย์"
"อยากรับงานที่ไม่มีฉันก็อย่างงี้แหละ โชคร้ายหน่อยนะพี่ชาย"
มาโมรุพูดแทรกขึ้นมา
"ช่วยไม่ได้ เขาบอกว่าฉันเหมาะกับบทนี้ที่สุดแล้ว นานๆ จะมีละครดีๆ เข้ามาซักทีนี่นา"
"ฮึ"
เด็กหนุ่มส่งเสียงออกมาอย่างหมั่นไส้ ในขณะที่พี่ชายก็มองกลับมาด้วยความหมั่นไส้ไม่แพ้กัน
หนอย... พอเป็นท่านซายากะล่ะก็มานั่งเสนอหน้านอกห้องเชียวนะ นั่นน่ะคู่หมั้นฉันนะเฟ่ย ให้มันรู้ซะบ้าง
ทั้งคู่ส่งสายตาเขม่นกันครู่หนึ่ง
"เอ้า... มาโกะจัง ไหนว่ามีนัดไง เดี๋ยวก็สายหรอก"
มายุมิต้องรีบไล่ เพราะบรรยากาศห้องชักไม่ค่อยดี
หลังจากมาโกโตะออกจากบ้าน ทั้งสามคนก็กลับเข้าสู่ห้องเรียนจัดดอกไม้เหมือนเก่า
สุดท้าย... มาโมรุก็ร่วมจัดดอกไม้กับน้องสาวด้วยในที่สุด
หลังจบการเรียนและได้ดอกไม้ในแจกันไปตั้งที่โต๊ะรับแขก โต๊ะทานอาหาร และเคาเตอร์ในห้องครัว รถของคุณหนูโซเฟียก็ขับมาจอดเทียบหน้ารั้วบ้านพอดิบพอดีราวกับรู้งาน
และก็เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าๆ ซึ่งทุกคนยังไม่ได้รับประทานข้าวเที่ยงกันเลยเพราะมัวแต่เก็บของ
"มายุมิจัง ไหนว่ามาโกโตะอยู่บ้านวันอาทิตย์ไงล่ะ"
หญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาในบ้านแอบกระซิบกระซาบเจ้าของบ้านทันที หลังจากกล่าวทักทายทุกคน
"ก็ใครจะไปคิดล่ะว่ามาโกะจังมีนัดเรื่องงานวันอาทิตย์ด้วย"
"โหย... แบบนี้ก็มาเสียเที่ยวน่ะสิ แต่ก็เอาเถอะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว กินข้าวกันรึยัง ออกไปหาอะไรกินในเมืองกันดีมั้ย"
ยังไม่ทันที่เด็กสาวจะตอบ เธอก็หันไปถามหญิงสาวในชุดกิโมโนที่กำลังจะกดโทรศัพท์เรียกคนขับรถที่บ้านมารับ
"ซายากะซังก็ไปด้วยกันนะคะ เข้าเมืองไปหาอะไรกิน"
"แต่ว่า..."
เธออิดออดเล็กน้อย พลางมองหน้ามายุมิ
เด็กสาวดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
"มาโมะจังก็ไปด้วยสิ คู่หมั้นอุตส่าห์มาชวนไปเที่ยวถึงที่บ้าน"
มาโมรุเบ้ปากเล็กน้อย
"จะบ้าเรอะ ยัยแสบ ขืนไปเกิดเป็นข่าวขึ้นมาฉันก็แย่"
เด็กสาวมองพี่ชายอย่างหมั่นไส้
...งั้นเหรอเจ้าคะ... ปกติไปไหนมาไหนกับสาวๆ ไม่เห็นคุณพี่ชายกลัวเป็นข่าวมาก่อนเลยนี่เจ้าคะ...
แต่ถ้าไปกันสองคน ก็เท่ากับปล่อยท่านซายากะอยู่กับมาโมะจังสองต่อสอง... ไม่ดีแน่ ก็ท่านซายากะเป็นคู่หมั้นของมาโกะจังนี่นา... ถึงจะอายุมากกว่ามาโมะจังหลายปี แต่ก็ยังหน้าเด็กมหา'ลัยอยู่เลย ไม่ไว้ใจเสือมือไวอย่างมาโมะจัง
"พี่ซายากะไปด้วยกันเถอะนะ ที่บ้านไม่มีอะไรกินหรอก พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ กว่าคนขับรถจะมารับหิวแย่เลย"
มายุมิคะยั้นคะยอ จนในที่สุดหญิงสาวต้องใจอ่อน
"ไปด้วยก็ได้จ้ะ... แต่ว่า... จะให้พี่ใส่กิโมโนไปเดินในเมืองเนี่ยนะ? จริงๆ มันก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่คงไม่สะดวกเท่าไหร่มั้ง"
ปกติเธอสวมกิโมโนเป็นประจำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน เนื่องจากบ้านของเธอรักษาวัฒนธรรมเก่าและเข้มงวดกับพิธีรีตองมาก แต่ถ้าเข้าเมืองหรือออกไปเที่ยวกับเพื่อนล่ะก็ เธอจะใส่ชุดปกติเพื่อให้เกิดความคล่องแคล่ว
"งั้นยืมชุดของมามิก่อนก็ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"
เมื่อเห็นว่าทุกคนตกลงกันได้แล้วว่าจะออกไปข้างนอก มาโมรุซึ่งยืนฟังอยู่ตั้งแต่แรกก็แทรกขึ้นมา
"งั้นฉันไปด้วยสิ"
เด็กสาวหันมามองพี่ชายอย่างหมั่นไส้
"ทีงี้ไม่กลัวเป็นข่าว"
"ก็ไปหลายคนนี่นา อีกอย่าง เมื่อกี้ตัวเองก็บอกเองว่าที่บ้านไม่มีอะไรกิน ถ้าฉันอดตายเธอก็ไม่แคร์ใช่มั้ย ยัยตัวแสบ"
พูดพลางขยี้ศีรษะน้องสาวจนผมยุ่ง มายุมิรีบปัดมือซุกซนของอีกฝ่ายออกจากหัว
"งั้น ตกลงตามนี้นะ"
โซเฟียพูดขึ้นบ้าง แล้วเดินไปนั่งที่โซฟา
"เอ้า... เข้าไปหยิบชุดมาให้เปลี่ยนซะทีสิ จะรีบไป"
พี่ชายดันหลังน้องสาวไปยังห้องนอน
"สองชุดนะ"
เขาพูดไล่หลังมายุมิซึ่งเดินกลับห้อง ทำเอาทุกคนหันมามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียว
...สะ... สองชุด?...
มาโมรุเดินนวยนาดขึ้นมานั่งในรถข้างๆ คนขับ เล่นเอาสาวๆ ซึ่งนั่งรอเหล่มองอย่างกลุ้มใจ
...ขนาดท่านซายากะซึ่งต้องถอดชุดกิโมโนแล้วพับอย่างบรรจงใส่ถุงแก้ขัดไปก่อน ยังเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วกว่าแม่สาวจำแลงนางนี้ซะอีก...
"คนไม่เคยแต่งหญิงออกจากบ้าน มันก็ต้องช้าเป็นธรรมดา"
พูดแก้ตัวออกมาหน้าตาเฉย
"นี่ขนาดไม่เคยนะ"
มายุมิซึ่งท้องร้องหลายรอบแล้วขณะรอ หรี่ตามองพลางชักสีหน้า
...แต่งออกมาสวยกว่าพวกฉันที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ ซะอีก ไอ้พี่บ้า!!!
แม้มายุมิจะรูปร่างสูงหุ่นนางแบบอินเตอร์แค่ไหน แต่ก็แทบจะไม่มีเสื้อผ้าไซส์พอดีกับพี่ชายของเธอ มาโมรุจึงต้องสวมเสื้อกล้ามสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อโบเรโรลูกไม้สีเขียวขี้มามีริบบินสีครีมผูกเป็นโบอยู่ด้านหน้า กับกระโปรงยาวชายย้วยเอวยางยืดสีน้ำตาลอ่อนคาดทับด้วยเข้มขัดหนังเส้นหนา สวมรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อ ผมด้านหลังรวบสูงไว้ด้านหลังติดแฮร์พีซเป็นหางม้า ด้านข้างปล่อยให้ตกล้อมกรอบใบหน้า ดูเหมือนสาวห้าวแต่งตัวหวานที่ยังไม่ทิ้งความทะมัดทะแมง
ใจจริงเขาอยากแต่งเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่มากกว่า แต่เสื้อผ้าไม่อำนวย
...แค่นี้ก็ไม่มีใครคิดว่าเป็นมาโมรุนักร้องชื่อดังแล้ว ทุกคนต่างเชื่อสนิทว่าอีตานี่เป็นผู้หญิง...
กว่าคุณหนูโซเฟียจะพามาโมรุและมายุมิกลับมาถึงบ้านก็ปาเข้าไปหัวค่ำ ที่กลับช้าก็เพราะเด็กหนุ่มในคราบผู้หญิงนั่นแหละ มัวแต่เดินช็อปปิ้งติดลม ซื้อของในแผนกเสื้อผ้าผู้หญิงกลับมาราวกับจะไปเปิดร้าน โดยอ้างว่าเพื่อใช้ปลอมตัวออกจากบ้านโดยเฉพาะ เดือดร้อนน้องสาวต้องช่วยหอบหิ้วทั้งที่ตัวเองแทบจะไม่ได้ซื้ออะไรเลยซักชิ้น ยังดีที่พี่ชายจ่ายเงินค่ารองเท้าคู่หนึ่งซึ่งเธอเล็งไว้มานานให้
มาโมรุถือถุงไปเก็บในห้องนอนตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องพี่ชายอย่างเงียบๆ
มาโกโตะกำลังนอนหลับอย่างเหนื่อยอ่อนอยู่บนเตียง เด็กหนุ่มจึงย่องเข้าไปนั่งคร่อมตัวเอาไว้
อีกฝ่ายขยับเล็กน้อยเมื่อรู้สึกว่าเบาะยวบลงไป แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะลืมตาตื่นแต่อย่างใด
...นอนยั่วกันชัดๆ...
มาโมรุยิ้มขำ ก่อนโน้มตัวลงจูบริมฝีปากของอีกฝ่ายเบาๆ
...เพราะลิปสติกหรือไงนะ จูบครั้งนี้ถึงได้รสชาติแปลกพิลึก...
มาโกโตะตอบสนองสัมผัสเหมือนอย่างเคย เขาเผยอเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นขนตางอนยาวเป็นแพอยู่ในระยะประชิด ก็สอดมือเข้าไปลูบไล้ภายใต้เสื้อของร่างเบื้องบน แล้วค่อยๆ พลิกตัวดันอีกฝ่ายให้นอนลง
"อือ..."
ไม่นานเด็กหนุ่มก็เคลื่อนกายขึ้นทาบทับร่างสาวสวยตรงหน้า ริมฝีปากเคลื่อนมาฝังรอยประทับที่ซอกคอขาว มือข้างหนึ่งค่อยๆ คลายริบบิ้น
"ผู้หญิงคงดีกว่าจริงๆ สินะ"
เสียงทุ้มเอ่ย มือใหญ่ทั้งสองข้างประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นสบสายตา
มาโกโตะถึงกับสะดุ้งเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว เขารีบผละออกจากร่างน้องชาย
"เฮ่ย... มาโมรุ... ทำไมนายแต่งตัวแบบนี้ล่ะ"
เด็กหนุ่มยิ้มพลางยันกายขึ้นมานั่ง
"อะไรกัน... นายไม่ชอบรึไง เมื่อกี้ยังเคลิ้มอยู่เลยนี่"
"เคลิ้มบ้าอะไร..."
นึกว่าเป็นนายนั่นแหละ แต่ไม่คิดว่าจะแต่งตัวสาวแตกแบบนี้
เขาคิดพลางมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า
มาโมรุยิ้มเจ้าเล่ห์ คลานเข้าไปจูบอีกฝ่ายอย่างยั่วยวน แล้วกระซิบที่ข้างหู
"ชอบแบบนี้สินะ... จริงๆ แล้วนายชอบผู้หญิงใช่มั้ยล่ะ"
มาโกโตะดันไหล่น้องชายออกห่าง
...บ้าชะมัด... หมอนี่เล่นบ้าอะไรเนี่ย...
"ฉัน... ไม่รู้... เพราะนายนั่นแหละ ทำฉันสับสนไปหมด นายทำให้ฉันไม่เข้าใจตัวเองแล้วว่าชอบเพศไหนกันแน่"
"มาโกะอ่ะ..."
เด็กหนุ่มในคราบสาวทำแก้มป่องเปลี่ยนท่าทีเป็นเด็กเล็กๆ ทันที
...ไม่ไหวเลยหมอนี่ ตั้งใจจะแกล้งแหย่เล่นแท้ๆ แต่ดันจริงจังไปซะทุกเรื่อง...
"ทีฉันยังรู้เลยว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้ชาย แล้วทำไมนายถึงไม่รู้ล่ะ"
...ฮึ่ม ยังมีหน้ามาถามอีก ไอ้เด็กบ้า...
พอเห็นน้องชายกอดอกทำท่าฮึดฮัด เขาก็มองค้อนด้วยความหมั่นไส้
...หนอย... สวมแค่เสื้อผ้าผู้หญิงก็พอ ไม่ต้องสวมวิญญาณผู้หญิงลงไปด้วยก็ได้ กระแดะจริงจริ้ง...
"หมายความว่า... ถ้าฉันเกิดเป็นผู้หญิงขึ้นมาจริงๆ นายอาจจะไม่รักฉันสินะ"
มาโกโตะเงียบ... เขาไม่เคยคิดอะไรแบบนี้มาก่อนเลย เขารู้แต่ว่าตอนนี้เขารักแต่มาโมรุเท่านั้น...
"ช่างมันเถอะ... ว่าแต่เห็นฉันแต่งตัวแบบนี้ นายยังรักฉันรึเปล่า"
เด็กหนุ่มยื่นหน้าทำตาแป๋วไปจ้องพี่ชายซึ่งก้มหน้านิ่งเหมือนใช้ความคิด
"ทำไมถึงได้ถามแบบนั้น... ไม่ว่านายจะแต่งตัวยังไง ฉันก็รักนายที่เป็นนายอยู่แล้ว ถึงจะพยายามเปลี่ยนใจตัวเองแค่ไหน แต่ตอนนี้... ฝืนยังไงก็ทำไม่ได้"
ร่างสูงโอบแขนรอบลำตัวอีกฝ่าย แล้วจดหน้าผากของตัวเองกับหน้าผากของคนตรงหน้า
"ทำไมนายต้องฝืนด้วยล่ะ... เรารักกันเพื่อมีความสุขไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมนายถึงต้องพยายามเปลี่ยนใจ"
"รักกันเพื่อมีความสุข?... จริงสินะ... แต่เพราะอย่างนี้ไงล่ะ ถึงต้องเปลี่ยนใจ เพราะไม่ว่ารักกันแค่ไหนก็คงมีความสุขไม่ได้"
วูบหนึ่งเขาเห็นความเจ็บปวดในดวงตาคู่สวยของน้องชาย
"นาย... ต้องยอมรับความจริงนะ"
เสียงแหบพร่าย้ำเตือน ทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้ากระตุกมุมปากยิ้มราวกับเสียดสี
"ทำเป็นพูดดี... ยังกับนายยอมรับได้งั้นแหละ..."
เขาผลักไหล่คนตรงหน้าให้ล้มลงไปบนที่นอน แล้วคลานขึ้นไปคร่อม
"และที่สำคัญ... ฉันไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้นเด็ดขาด... ฉันจะทำทุกวิถีทางให้ทุกคนเป็นฝ่ายยอมรับเรื่องของเรา"
มาโกโตะกระถดตัวหนี เมื่อรู้สึกถึงบรรยากาศดุดันที่เริ่มแผ่ออกมาจากตัวของมาโมรุ
ทุกครั้งที่พวกเขาคุยกันเรื่องนี้ มักจบลงที่ความรุนแรงของอีกฝ่ายเสมอ
ร่างสูงตะปบลำคอตรงหน้าแล้วกดลงบนที่นอน
"พอที... มาโมรุ... นายบอกว่ารักฉัน... แต่ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้"
เสียงทุ้มหัวเราะหึในลำคอ
"เพราะนายจะหนีฉันไปน่ะสิ... รู้รึเปล่าว่าไอ้คำพูดคิดถึงหัวอกคนรอบข้างของนาย ทำให้ฉันรู้สึกเคว้งคว้างแค่ไหน นายบอกว่ารักฉัน แต่ขณะเดียวกันนายกลับจะทิ้งฉัน หมายความว่ายังไงกัน มาโกะ"
"ฉันไม่ได้ทิ้งนาย... เพียงแต่ฉันคิดว่าถ้าพวกเรากลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม... อย่างเมื่อก่อน... ทุกคนก็จะมีความสุข"
มาโมรุแค่นยิ้ม
"เหมือนเดิม?... มีความสุขงั้นรึ?"
มาโกะโตะพยายามข่มความกลัวที่ค่อยๆ แล่นเข้ามา
บ้าชะมัด... ทั้งๆ ที่เขารู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นเหมือนปลุกอสูรร้ายในตัวน้องชายขึ้นมาแท้ๆ แต่เขาก็ไม่อาจฝืนทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาเตือนสติตัวเองเช่นไร ก็อยากเตือนสติมาโมรุเช่นนั้น เพื่อให้เรื่องต่างๆ ผ่านพ้นไปโดยเร็วที่สุด...
"นายคิดว่าเมื่อก่อนที่ฉันต้องคอยข่มใจตัวเอง ต้องคอยเล่นละครเป็นน้องของนาย มันมีความสุขนักเหรอ?"
เสียงเบื้องบนเริ่มสั่นเครือ
"ฉัน... กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอกนะ มาโกะ... เพราะฉัน... รักนายเหลือเกิน... รักจนแทบจะกลืนกินนายเข้าไปได้ทั้งตัว... เพื่อให้นายอยู่กับฉันตลอดไป"
คำพูดปนเสียงสะอื้นที่พรั่งพรูออกมาทำเอามาโกโตะถึงกับขนหัวลุก
...ราวกับว่า... หมอนี่สามารถฆ่าเขาได้ เพียงเพื่อครอบครองเขาไว้เท่านั้น
"มะ...มา... โม... รุ...?"
"หึ... ฉันมันน่ากลัวสินะ... มาโกะ... จะบอกให้ว่าฉันน่ากลัวได้มากกว่านี้อีก... ปิศาจในตัวฉันกระหายความรักจากนายตลอดเวลา... เพราะฉะนั้น..."
ร่างสูงโน้มกายลงไปกระซิบข้างหู
"ตราบใดที่มันท้องอิ่มล่ะก็... มันจะยอมอยู่อย่างสงบ ไม่ทำร้ายนายอย่างแน่นอน"
มาโกโตะสะดุ้งสุดตัวเมื่ออีกฝ่ายขบที่ใบหู ปลายลิ้นอุ่นโลมเลียรอยขบเบาๆ เด็กหนุ่มหลับตาแน่น หายใจติดขัด เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสะอื้นอยู่เงียบๆ
บ้าที่สุด... ทำไมเขาต้องกลัวน้องแท้ๆ ของตัวเองถึงขนาดนี้ด้วย... ทำไมเขาต้องกลัวคนที่เขารักมากขนาดนี้ แต่ยิ่งกลัวมาเท่าไหร่ ความลุ่มหลงในใจก็ทวีมากยิ่งขึ้น มันเพราะอะไรกัน...
เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างฝืดคอ ปล่อยให้มาโมรุเล้าโลมร่างกายอยู่ครู่หนึ่ง จนตัวเองก็เริ่มรู้สึกเคลิ้มต่อสัมผัสที่โหยหา
"มาโกะ... นายรักฉันมั้ย..."
เด็กหนุ่มถามเสียงขึ้นจมูกน้ำเสียงออดอ้อน
"รัก...สิ..."
"งั้นนายก็ทำให้ฉันมั่นใจหน่อยสิ"
"แต่..."
ดวงตาสั่นระริกที่เปียกชื้นมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยเบื้องบนที่กำลังจ้องลงมาอย่างยั่วยวน
...หมอนี่... ปิศาจชัดๆ ...ยิ่งอยู่ในชุดผู้หญิงยิ่งทำให้เขาหน้ามืดตามัวไปหมด...
"ว่าไงล่ะ?... นายปล่อยให้ฉันเหี่ยวเฉามาหลายวันแล้วนะ"
พูดพลางไล้ปลายนิ้วไปบนเรียวปากของอีกฝ่าย
แน่ล่ะว่า มาโมรุเองก็ไม่อยากทำร้ายคนที่ตัวเองรักอย่างที่เขาทำเมื่อสัปดาห์ก่อน
ทันทีที่ได้ยินเสียงกระซิบ มาโกโตะก็หลบสายตา ซ่อนใบหน้าที่ร้อนวูบขึ้นมาอย่างขวยเขิน
ไอ้เด็กลามก... สุดท้ายก็มาลงเรื่องแบบนี้ทุกที
"นาย... จะปล่อยให้ฉันโดนผู้หญิงตัวใหญ่...กะ... กอดงั้นเหรอ"
เมื่อได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ในสภาพเช่นไร
"หึ... ไม่เห็นเป็นไรเลย เดี๋ยวก็ถอดหมดแล้ว"
พูดพลางยื่นริมฝีปากเข้ามาใกล้
มาโกโตะรีบดันหน้าอีกฝ่ายออกห่างด้วยฝ่ามือ
"ถึงถอดเสื้อแต่หน้านายยังไม่ได้ล้าง... แล้วดูสิ... แต่งหน้าซะหนาเชียว ทาตาดำเป็นปื้นเลย ปัดมาสคาราซะเด้ง ปกติก็เหมือนผู้หญิงอยู่แล้ว อยากให้ฉันฝันร้ายว่าโดนผู้หญิงปล้ำรึไง ไปล้างออกให้หมดเลยนะ"
แล้วเขาก็ต้องยอมแพ้เมื่ออีกฝ่ายบ่นกลับมาเป็นชุด
"คร้าบ... คร้าบ... ก็ได้ งั้นเดี๋ยวฉันกลับมานะจ๊ะ ที่รัก... นายสัญญาแล้วนะ"
มาโกโตะบีบจมูกน้องชายหน้าทะเล้น
"ฉันสัญญาอะไรไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ไอ้เด็กหื่น... รีบอาบน้ำเลยนะ ไม่งั้นคืนนี้ก็นอนห้องตัวเองไปแล้วกัน"
เด็กหนุ่มขโมยจูบพี่ชายอย่างรวดเร็ว
"มัดจำไว้ก่อน ถ้านายล็อคประตูล่ะก็... คืนพรุ่งนี้จะโดนไม่ใช่น้อยนะจ๊ะ ฮันนี่..."
เขาตบคางอีกฝ่ายเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว แล้วเดินออกจากห้องอย่างอารมณ์ดี
สิ้นเสียงประตูปิด มาโกโตะก็ส่ายหัวอย่างเอ็นดูท่าทางกระแดะได้ใจของน้องชาย แต่แล้วสีหน้าเขาก็กลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง
มาโมรุกลายเป็นแบบนี้... เพราะเขาสินะ... ถ้าตอนนั้นเขาไม่สารภาพความในใจ... ถ้าวันนั้นเขาไม่เปิดโอกาสให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองล่ะก็... ปิศาจน้อยๆ ในตัวของน้องชาย คงไม่เหิมเกริมขนาดนี้...
ยิ่งนานวันก็ยิ่งถลำลึกมากขึ้น และตอนนี้เขาก็ปล่อยตัวเองให้แหวกว่ายอยู่ในวังวนของความสุขที่เห็นแก่ตัวนั่นอีกจนได้
...เพียงแค่เพราะอยากรักษารอยยิ้มของอีกฝ่ายเท่านั้น...
มาโมรุกลับเข้ามาในห้องด้วยกลิ่นสบู่หอมฟุ้งบนร่างกาย เขาเข้ามากอดร่างพี่ชายที่นอนหันหลังอยู่บนเตียง แล้วหอมแก้มเนียนฟอดใหญ่
"นอนรอดีๆ แบบนี้ น่ารักจริงๆ"
"ใครนอนรอ?"
เสียงที่ตอบกลับมาฟังดูกระด้าง ทว่าเด็กหนุ่มไม่ใส่ใจ เริ่มซุกไซ้ที่ซอกคอและไหล่ขาว
"นาย... ทำทุกอย่างเพียงเพื่อนอนกับฉันสินะ มาโมรุ?"
คนถูกถามถึงกับชะงัก
...อะไรกัน จู่ๆ ก็... เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย...
"ทำไมนายถึงถามแบบนั้น ฉันรักนาย ฉันก็เลยอยากกอดนาย แล้วมันผิดตรงไหน?"
"นายรักฉันถึงได้อยากกอดฉัน หรือว่า... นายอยากกอดฉันถึงได้รักฉันกันแน่"
มาโมรุพลิกตัวอีกฝ่ายให้หันมาสบตา ทำให้เขาได้รู้ว่ามาโกโตะกำลังร้องไห้อยู่
มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
"ความรักของฉันทำนายเสียใจขนาดนั้นเลยเหรอ"
ดวงตาออดอ้อนของอีกฝ่าย ทำเอามาโกโตะใจอ่อนยวบลงอีกครั้ง ขณะที่รอน้องชายออกไปอาบน้ำเมื่อครู่ เขาคิดฟุ้งซ่านหลายต่อหลายเรื่อง
"เปล่า... เพียงแต่ฉันสงสัย... ในเมื่อนายบอกว่านายไม่ได้ชอบผู้ชาย... แต่ทำไมถึงกอดฉันได้อย่างหน้าตาเฉย หรือเพราะฉันเป็นพี่... นายใช้ความเป็นพี่น้องเพื่อระบายออกรึเปล่า"
มาโมรุหน้าเครียดขึ้นมา
"ถ้าฉันทำอย่างนั้นจริง ฉันคงนอนกับมาสะจัง มาบุจัง... หรือไม่ก็... มามิจังไม่ดีกว่าเหรอ"
"แต่ในบรรดาพี่น้อง ฉันสะดวกที่สุดนี่นา"
"บ้ารึเปล่า มาโกะ"
มาโมรุเขย่าไหล่พี่ชายอย่างเหลืออด
"ใครเขาคิดอะไรซับซ้อนอย่างนั้นกันเล่า ถ้าฉันอยากจะระบายออกอย่างที่นายว่านะ ฉันไม่เห็นต้องลงทุนบอกรักใครเลย โดยเฉพาะพี่น้องด้วยกัน"
มันก็จริง... ผู้หญิงมากมายพร้อมที่จะทอดกายถวายตัวให้หมอนี่อยู่แล้ว
"ขอโทษ... ฉัน... สับสนไปหน่อย"
มาโกโตะแก้ตัว คนที่ควรจะเข้าใจความรู้สึกของมาโมรุดีที่สุดน่าจะเป็นเขาไม่ใช่เหรอ...
"มาโกะ... นายไม่เป็นไรนะ?"
อีกฝ่ายประคองแก้มพลางยื่นหน้าเข้ามาถาม
"หือ?"
มาโกโตะกระพริบตาทำหน้างง
"ก็พักนี้นายสับสนน่าดู อยู่ดีๆ ก็ชอบพูดอะไรให้เราทะเลาะกันเรื่อยเลย นายดูเหมือน... ไม่มีที่พึ่ง"
เด็กหนุ่มหลบสายตาน้องชาย
"คง...จะอย่างงั้น"
มาโมรุรวบตัวคนตรงหน้าเข้าไปกอดแน่น
"อย่าลืมสิ... นายยังมีฉันนะ... เรามีกันและกัน ต่อให้โลกนี้จะโหดร้ายกับเรา แต่ฉันจะเป็นคนเดียวที่ยังรักนายนะ"
"มาโมรุ..."
เด็กบ้า... พูดออกมาได้ เลี่ยนชะมัด แต่ฟังแล้วก็อดดีใจไม่ได้
เขากอดตอบน้องชายพลางซุกหน้าลงบนแผ่นอก
"นี่... มาโกะ... เมื่อกี้ฉันมาทบทวนหลายๆ อย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้..."
"อื้อ..."
"นาย... จะแต่งงานกับท่านซายากะรึเปล่า?"
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาน้องชายอย่างฉงน ...อะไรกัน จู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงาน...
"ตอบฉันทีสิ มาโกะ... นายจะแต่งงานกับท่านซายากะรึเปล่า?"
"ฉัน..."
มาโกโตะหลบตา บอกตรงๆ เขาไม่เคยคิดไปถึงเรื่องนั้นเลยจริงๆ สำหรับเขาคำว่า "แต่งงาน" อยู่ในอนาคตอันไกลแสนไกล ระหว่างทางไปถึงจุดนั้น ยังต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย แต่ก่อนอื่นที่เขารับหมั้นในคราวนี้ เขาคิดสั้นๆ เพียงแค่ไม่อยากให้พ่อกับแม่เสียใจเท่านั้น
"นาย... แต่งงานกับท่านซายากะเถอะนะ"
คราวนี้มาโกโตะทำตาโตแล้วกระพริบตาปริบๆ แทน เขาไม่อยากเชื่อหูตัวเองว่านั่นเป็นคำพูดของน้องชายที่เมื่อครู่เพิ่งแสดงความผูกขาดเขาไปอยู่หยกๆ
"ทำไมจู่ๆ... นายก็..."
ดวงตาคู่สวยของมาโมรุจ้องลึกเข้าไปในแววตาสนเท่ห์ของพี่ชาย ภายในนั้นเต็มไปด้วยความฉงนฉงายไม่แพ้กัน
"ฉันไม่รู้เหมือนกัน... วันนี้ฉันไปข้างนอกกับเธอมา มันรู้สึกแปลกๆ อีกแล้ว... ทั้งที่เธออายุมากกว่าฉันหลายปี แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนเธอตัวเล็ก... บอบบาง... ต้องปกป้อง..."
มาโกโตะขมวดคิ้ว... แปลกตรงไหน ในเมื่อเธอก็เป็นผู้หญิงที่มีภาพลักษณ์แบบนั้นอยู่แล้ว
"ฉันนี่... ตลกจังนะ สังเกตเห็นผู้ชายที่จะเข้ามาหาเธอได้ทันที ทั้งที่เจ้าตัวยังไม่รู้สึก แถมยังเผลอไปกันท่าให้อีก มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม... ตอนเดินก็อยากจับมือจูงไปตลอดทาง... รู้สึกหวง... ทั้งที่เธอก็ไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน"
คนฟังได้แต่อึ้ง
"ฟังดูเหมือนนาย... รักเธอ..."
มาโกโตะเอ่ยสั้นๆ ด้วยเสียงสั่นเครือ เขารู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาในใจ ...มาโมรุกำลังรักคนอื่น...
"รัก? ไม่รู้สิ... ฉันไม่น่าจะรักเธอได้ แต่ก็ไม่แน่นะ ฉันรู้สึกเหมือนฉันเคยรักเธอยังไงไม่รู้"
เล่าความรู้สึกจากใจจริงจนหมดเปลือกแบบนั้นมันก็ดีอยู่หรอก... แต่ช่วยเลือกคนฟังหน่อยได้รึเปล่า มาโมรุ!
เด็กหนุ่มเจ็บจี๊ดขึ้นมา เหมือนคนรักกำลังพูดอย่างเปิดอกว่าจะนอกใจ
"งั้น... ทำไมนายถึงอยากให้เธอแต่งงานกับฉันล่ะ ในเมื่อนายรักเธอ ก็แต่งกับเธอซะเองเลยสิ"
"ไม่ได้... ฉันทำแบบนั้นไม่ได้... ทำไมไม่รู้... โอย... มาโกะ ฉันงงตัวเองไปหมดแล้ว ฉันไม่เข้าใจเลยว่าฉันเป็นอะไร แต่ฉันแค่คิดว่าฉันคงเบาใจถ้าเธอได้แต่งงานกับคนที่ฉันรัก ทำไมนะ... ทำไมฉันถึงไม่หวงนายเลย..."
"เพราะนายไม่ได้รักฉันไงล่ะ มาโมรุ"
มาโกโตะตอบให้แทน แล้วดันตัวออกห่างอีกฝ่าย ร่างสูงรีบตะปบตัวเขาไว้ก่อนที่จะหนีไปจากอ้อมกอดตัวเองได้
"ปล่อย... ไอ้น้องบ้า... นายไม่มีเหตุผลที่จะกอดฉันแบบนั้นอีกแล้ว"
"ขอโทษ... มาโกะ... ฉันไม่ดีเองที่พูดอะไรชวนให้นายเข้าใจผิด ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าความรู้สึกต่อท่านซายากะคืออะไร แต่ที่ฉันเข้าใจอย่างแจ่มชัดมาตลอด คือความรู้สึกที่มีต่อนายนะ"
"แล้วซักวันถ้านายเข้าใจตัวเองว่ารักท่านซายากะล่ะ... นายจะมีคนรักทีเดียวสองคนงั้นรึ"
"ไม่... มาโกะ... ฉันไม่มีทางรักคนอื่นนอกจากนายอย่างแน่นอน หรือถ้าจะรัก... ก็ไม่ใช่อย่างคนรัก"
มาโมรุพลิกตัวขึ้นไปทับพี่ชาย เขากอดเด็กหนุ่มตรงหน้าไว้แน่นจนอีกฝ่ายแทบหายใจไม่ออก
"เลิกหลอกตัวเองเถอะ"
"ฉันไม่ได้หลอกตัวเอง"
"นายไม่ได้รักฉัน"
"ฉันรักนาย"
"ฉันไม่เชื่ออีกแล้ว"
มาโมรุคลายอ้อมกอดแล้วมองใบหน้าเศร้าหมองของอีกฝ่าย
"ถ้านายไม่เชื่อ ฉันจะพิสูจน์ให้ดูก็ได้... รับรองว่าคืนนี้นายจะหลับฝันดีไม่มีฟุ้งซ่านอย่างแน่นอน"
ริมฝีปากได้รูปผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผนึกลงบนเรียวปากของคนตรงหน้า มาโกโตะหันหน้าหนีพลางขัดขืน ทว่าหัวใจที่ว่างเปล่าของเขาในตอนนี้ กลับโหยหาไออุ่นของใครซักคนที่จะมาเติมเต็มจนลืมความเจ็บปวดนั้นได้ และคนที่จะทำให้เขาได้ดีที่สุดก็ไม่ใช่ใคร นอกจากผู้ชายที่กำลังกอดเขาในตอนนี้
เมื่อคำบอกรักพร่ำพรอดออกมาไม่ขาดสาย เด็กหนุ่มก็ใจอ่อนยอมจำนนในที่สุด เขาปล่อยให้อีกฝ่ายหยอกเย้าบนผิวกาย ปรนเปรอความสุขให้จนลืมทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวไปจนหมดสิ้นอย่างที่หมอนั่นพูดไว้จริงๆ
เขาไม่รู้ว่าอนาคตของพวกเขาจะยาวไกลซักแค่ไหน แต่วินาทีนี้เท่านั้น... ขอให้เขาได้รักผู้ชายคนนี้อย่างเต็มหัวใจ รักจนลืมความเจ็บปวดทั้งหลายที่เขาอาจต้องเผชิญนับจากนี้...
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 22 Jan 2008 00:04:28 by ★ひまじん★