รักวุ่นวายของนายกับฉัน [14] สวนทาง
posted on 09 Jan 2008 14:28 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
สองสัปดาห์ผ่านมาแล้วที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเหมือนรักสามเส้า... ไม่สิ ถ้าไม่ลืมคุณหนูโซเฟียอีกคนล่ะก็ เรียกว่าสี่เส้าต่างหาก
คุณแม่ของเด็กหนุ่มทั้งสองเจ้ากี้เจ้าการนัดหมายให้ทั้งสองคู่ไปกินมื้อเย็นนอกบ้านด้วยกันบ่อยๆ ตอนแรกเธอนัดแค่มาโกโตะและซายากะเท่านั้น แต่มาโมรุไม่ยอมขอตามไปด้วย จึงกลายเป็นเดทคู่ขึ้นมา... ไม่สิ เรียกว่าเดทยังไม่ได้เลย เพราะมายุมิร้องตามพี่ชายไปนั่งกินร้านอาหารหรูๆ จนได้
“จะไปเป็นก.ข.ค. คู่หมั้นเขาทำไมล่ะเรา”
หญิงสาวหันมาค้อนลูกคนเล็ก
“มามิอุตส่าห์ยอมไปเป็นเพื่อนเชียวนะ ขืนปล่อยไปแค่สี่คนสิ ไม่ใครก็ใครจะได้เป็นก.ข.ค.”
และที่เด็กสาวพูดก็ไม่ผิดเลย คนที่นั่งหน้าหงิกท่ามกลางบทสนทนาทุกๆ ครั้งก็คือคุณหนูโซเฟีย
สุดท้าย เธอก็ลากน้องสาวของคู่หมั้นที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยไปช็อปปิ้งต่อ ปล่อยให้หญิงหนึ่งชายสองนั่งคุยเรื่องน่าเบื่อ อย่างเช่นการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่นกันตามใจชอบ
ใช่แล้ว ละครเรื่องใหม่ที่มาโกโตะเพิ่งเซ็นสัญญาแสดงไปนั้น เขาต้องเล่นเป็นคุณชายไฮโซนักจัดดอกไม้มือฉมัง และด้วยนิสัยเอาจริงเอาจังกับงานจนถึงที่สุด เขาจึงสนใจเกี่ยวกับการจัดดอกไม้ขึ้นมาทันใด เผื่อจะนำไปใช้กับบทบาทที่จะแสดงได้
ส่วนมาโมรุดูเหมือนจะเพลิดเพลินกับทุกๆ ถ้อยคำที่ซายากะอธิบาย แม้เด็กหนุ่มจะไม่ค่อยได้ออกความเห็นหรือซักถามอะไรมาก แต่ก็ตั้งใจฟัง และส่งสายตาชื่นชมอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา
เป็นภาพที่ชวนหงุดหงิดสำหรับลูกสาวคนเดียวที่ทุกคนคอยให้ความสนอกสนใจมาตลอดชีวิตอย่างเธอเป็นที่สุด
“ยัยป้านั่นมีดีอะไรนะ ทำไมผู้ชายทุกคนถึงได้หันไปรุมตอมกันหมด”
โซเฟียแค่นเสียงลอดไรฟันออกมาเบาๆ
...ถึงจะป้าแต่ก็ยังสาว สวย สง่า ดูดีกว่าผู้หญิงเอาแต่ใจนิสัยเหมือนเด็กแถวนี้นะ...
มายุมิลอบมองว่าที่พี่สะใภ้อย่างเห็นใจระคนกริ่งเกรง
ไม่ใช่แค่มื้อเย็นเท่านั้น แม้แต่วันอาทิตย์ก็ดูเหมือนจะมีการนัดพบโดยไม่ผ่านผู้ใหญ่
มาโมรุแต่งตัวหล่อเฟี้ยวเดินออกมาจากห้อง ทำเอาแม่ซึ่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ
“จะออกข้างนอกเหรอมาโมะจัง”
เด็กหนุ่มยักไหล่เล็กน้อยแทนคำตอบ แล้วหยิบนักเก็ตปลาในจานบนโต๊ะเข้าปาก
“ไปกับใครเหรอจ๊ะ”
แม่ถามดักคอไว้ ...ถ้าไปกับมาโกโตะล่ะก็ เธอจะได้รีบโทรหาใครซักคนให้มาขัดลูกชายทั้งสอง
“คู่หมั้น”
มาโมรุตอบสั้นๆ ทำเอาหญิงสาวเบิกตาโพลงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง เธอเผลอยิ้มออกมาอย่างหยุดไม่อยู่ ในที่สุด... ลูกชายก็ออกไปเดทกับสาวซักที
ทว่ายังไม่ทันจะได้ดีใจอย่างเต็มที่ เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น
“มาแล้ว”
และเมื่อลูกชายคนเล็กเดินไปเปิดประตูหน้าระรื่นนั้นเอง
สาวสวยในชุดกิโมโนก็ปรากฏกายขึ้นหลังบานประตูนั้น
“เข้ามานั่งรอก่อนสิ”
หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย เธอกล่าวทักทายว่าที่แม่สามี ขณะที่มาโมรุแจ้นเข้าไปในห้องแล้วกลับออกมาพร้อมกระเป๋ามีล้อลากใบเล็ก
“ไปก่อนนะครับแม่”
ไม่ทันที่จะได้ซักถามอะไร เด็กหนุ่มกับคู่หมั้นของพี่ชายก็หายวับไปจากบ้านราวกับหนีตามกัน ทิ้งแม่ให้นั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่คนเดียว
“เขาไปถ่ายรูปกันน่ะครับ”
เสียงทุ้มของลูกชายคนกลางซึ่งเพิ่งเดินออกมาจากห้องดึงสติของหญิงสาวกลับมา
“มาโกะจัง...”
ใช่ว่าเธอไม่ยินดีที่ลูกชายกลายเป็นหนุ่มแท้เสียที... แต่ทำไมมันรวดเร็วขนาดนี้!? แถมยังสลับคู่เสียอีก!?
แต่จะว่าไปก็แอบภูมิใจที่แม้จะไม่ค่อยได้อยู่กับลูกชาย แต่สายตาอันแหลมคมของเธอก็มองคนไม่ผิด ที่ให้ซายากะมาช่วยคราวนี้
“ไม่ได้ไปเดทกันหรอกครับ ไปถ่ายรูปน่ะ มาโมรุนัดเพื่อนที่เรียนถ่ายภาพกับเพื่อนเก่าอีกสองสามคน”
ผู้เป็นแม่ถึงกับหุบยิ้ม
“แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย... แค่สงสัยว่าทำไมมาโกะจังถึงได้ปล่อยคู่หมั้นไปกับน้องกันสองต่อสองเท่านั้นเอง”
“ช่วยไม่ได้ครับ ผมไม่ว่าง เดี๋ยวต้องออกไปซ้อมละคร”
“แล้ว...” หญิงสาวมองหน้าลูกชายอย่างชั่งใจ ก่อนจะถามออกไปเสียงอ่อยๆ “ไม่หึงเหรอจ๊ะ”
มาโกโตะเหลือบมองหน้ามารดานิดหนึ่ง แล้วยิ้มขื่น
“หึงเหรอครับ? จะให้ผมหึงฝ่ายไหนดีล่ะ?”
“.........”
ห้องเงียบไปครู่ใหญ่ ขณะที่ลูกชายเปิดตู้เย็นรินนมดื่ม
“รถมาแล้วล่ะครับ งั้นผมไปก่อนนะ”
พูดจบก็เดินไปหอมแก้มหญิงสาวซึ่งกำลังสะอึกกับคำพูดเมื่อครู่จนแทบไม่ได้ยินเสียงรถหน้าบ้าน
“อยากกินสปาเก็ตตี้จัง เย็นนี้แม่ทำให้หน่อยนะ”
อ้อนเสร็จก็เดินออกจากบ้านตามปกติ
บ้านเงียบสนิท...
ผมเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง เปิดประตู แล้วเดินเข้าไปอย่างเหนื่อยอ่อนจนไม่ทันเอะใจว่าทำไมไฟในห้องถึงได้เปิดอยู่
แล้วก็ต้อง...
ตุ่บ!!!
กระเป๋าที่ถืออยู่ในมือร่วงลงพื้น
“กลับมาแล้วเหรอคะ ที่รัก...”
สาวสวยนางหนึ่งนอนเอกเขนกอยู่บนเตียงท่ามกลางกองอัลบั้มรูป
“มา...โมรุ?”
ร่างในชุดวันพีซปกเชิ้ตผ่าหน้าตัวยาวสีดำลุกขึ้นนั่งส่งสายตาหวานเยิ้มดูเจ้าเล่ห์พิกล
“มาโมรุอะไรกันค้า...”
เจ้าเด็กทะเล้นทำเสียงเหมือนต่อมแต๋วแตก พลางลงจากเตียงค่อยๆ เยื้องย่างเข้ามา
“มาริโกะต่างหาก... ไม่เห็นหน้ากันแค่วันเดียว ลืมกันซะแล้วเหรอ”
ผมเริ่มขนลุก เมื่อมือหมอนั่นเข้ามาลูบไล้ตามเนื้อตัวผมซึ่งยืนแข็งทื่อด้วยความอึ้ง
และขณะที่ริมฝีปากได้รูปกำลังเลื่อนเข้ามาใกล้ใบหน้า ผมก็รีบยกมือขึ้นกันแล้วดันออกทันที
“เล่นบ้าๆ อะไรของนาย เอาชุดผู้หญิงมาใส่อีกแล้ว น้องชายฉันเป็นกระเทยตั้งแต่เมื่อไหร่”
“ใจร้าย ทุกทีนายจะขำแท้ๆ”
“ฉันขำแน่ ถ้านายไม่คิดจะปล้ำฉันด้วยสารรูปแบบนี้”
“ไม่ได้จะปล้ำซักหน่อย แต่ถ้านายคิดจะปล้ำฉันแทนฉันก็ยอมนะ”
“ไอ้บ้า”
ผมเบือนหน้าร้อนฉ่าหนีเมื่อมาโมรุมองลงมา
“มาดูนี่สิ”
น้องชายตัวดีโอบเอวแล้วพาผมไปยังเตียง
“นายทำเตียงฉันเละหมดแล้ว”
“อย่าเพิ่งบ่นเลยน่า ฉันแค่อยากอวดรูปถ่ายเท่านั้นเอง โซระกับมิเนะเพิ่งล้างให้เสร็จหมาดๆ เลยนะ”
ใช่แล้วครับ มาโมรุไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ที่สตูดิโอและพาท่านซายากะไปด้วย
ผมมองรูปถ่ายอย่างอึ้งๆ
“สวยใช่มั้ยล่ะ ฉันจับท่านซายากะแต่งเลยนะเนี่ย”
จากนั้นมาโมรุก็หยิบรูปมาให้ดูอีกหลายใบพร้อมกับบรรยาย แต่คำพูดเหล่านั้นไม่เข้าหูผมอีกต่อไปแล้ว
เพราะ...
ท่านซายากะในรูป... ถูกแปลงโฉมเป็นตัวการ์ตูนในชุดแนวโกธิคโลลิต้าที่ดูโหดนิดๆ น่ารักหน่อยๆ
“ทะ... ทำไมท่านซายากะถึงได้...”
“น่ารักใช่ม้า ฉันกะแล้วเชียวว่าถ้าใส่ชุดแบบนี้ต้องขึ้นแน่ๆ จริงๆ แล้วท่านซายากะก็อยากแต่งแบบนี้มานานแล้ว แต่ติดอยู่ที่ทางบ้านไม่ยอมรับ ฉันเลยสานฝันของหญิงสาวให้เป็นจริง”
มาโมรุพูดอย่างภูมิอกภูมิใจ
แสดงว่าที่นัดกันไปถ่ายรูป... คือแบบนี้เองสินะ
“ส่วนรูปนี้... แก๊งคอสเพลย์ของเรา เจ๋งมั้ยล่ะ ตอนแรกฉันจะแต่งเป็นพระเอก แต่ถ้ารูปหลุดออกไปล่ะก็ซวยกันหมดแหง เลยแต่งเป็นตัวร้ายที่เป็นผู้หญิงซะเลย... เป็นไง สวยมั้ย”
ผมพยักหน้าหงึก... ง่า... น้องชายผม สวยกว่าผู้หญิงซะอีก
“นี่ๆ นายรู้รึเปล่า ท่านซายากะชอบการ์ตูนเรื่องเดียวกับฉันเลย แอบอ่านมาตั้งแต่สมัยมัธยม แถมยังชอบวงร็อควงเดียวกันอีก เธอบอกว่าเคยปีนกำแพงหนีแม่ไปดูคอนเสิร์ตด้วย น่าอิจฉาจังเลยน้า... พอฉันบอกว่ายังไม่เคยดูคอนของวงนั้นเลย ท่านซายากะก็บอกว่าไว้เราแอบไปกัน แต่งคอสเพลย์ไปด้วย รับรองไม่มีใครจำได้ น่าสนุกใช่มั้ยล่ะ นายก็ไปด้วยกันนะ”
“ฉันขอบาย”
ผมตอบกลับฉุนๆ ความหงุดหงิดแปลกประหลาดเริ่มก่อตัวขึ้นโดยที่ผมไม่รู้ตัว
น่าโมโหชะมัด มาโมรุเอาแต่พล่ามถึงท่านซายากะ แต่ผมกลับรู้สึกเกลียดผู้หญิงคนนั้นไม่ลง มันรู้สึกแย่สุดๆ
ทำไมผมถึงเกลียดเธอไม่ลงน่ะเหรอ... ไม่รู้สิ ผมไม่ได้รู้สึกว่าเธอจะมาแย่งคนรักของผมไป แต่... ผมรู้สึกอิจฉาที่มาโมรุเปิดใจให้ถึงขนาดเล่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับเธอให้ผมฟังอย่างไม่สะทกสะท้าน บวกกับรู้สึกเสียหน้าอย่างบอกไม่ถูก ที่น้องชายตัวดีกลับรู้จักคู่หมั้นของผมดีกว่าตัวผมเอง
ดูเหมือนมาโมรุจะรู้สึกได้ถึงอาการไม่พอใจของผม เขากระชับอ้อมแขนรอบเอวผมแน่นขึ้นอย่างเอาใจ
“คราวหน้าไปถ่ายรูปด้วยกันสามคนนะมาโกะ ฉันอยากให้นายอยู่ด้วยเวลาที่ฉันเจอเรื่องสนุกๆ”
ผมทำหน้าหน่าย
“คงอีกนานแหละมาโมรุ ช่วงนี้ฉันต้องเริ่มท่องบทแล้ว”
เจ้าเด็กตัวโตทำสีหน้าเหมือนลูกหมาหูตก แต่แล้วจู่ๆ ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาอีกครั้ง
“ใช่แล้ว ละครเรื่องใหม่ของนาย... ต้องเรียนชงชากับจัดดอกไม้สินะ งั้นให้ท่านซายากะ...”
“พอได้แล้ว ผู้กำกับเขาจัดคอร์สให้ฉันเรียนแล้ว”
ผมตัดบทอย่างเซ็งๆ ถึงก่อนหน้านี้ที่ได้พูดคุยถึงพื้นฐานของเรื่องเหล่านี้กับเธอ ผมยอมรับว่าสนุกมาก เธออธิบายได้ทุกอย่างสมกับเป็นคุณหนูที่เติบโตมากับเรื่องพวกนี้ตั้งแต่เด็ก แต่มาโมรุอะไรก็ท่านซายากะ น่ารำคาญชะมัด แต่ว่า... บางทีก็คงจะดีเหมือนกัน... ถ้าปล่อยให้มาโมรุสนิทสนมกับนางในฝันแบบนี้ต่อไป... ถ้าหมอนั่นเกิดลงเอยกับท่านซายากะจริงๆ ขึ้นมาซักวัน เรื่องราวต่างๆ ในครอบครัวของเราคงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
...แม้จะต้องจบลงบนความเจ็บปวดของผมก็ตาม...
ถึงจะคิดอย่างนั้น แต่ผมก็ยังไม่อาจกำจัดความเห็นแก่ตัวในใจลึกๆ ของผมให้หมดไปได้
ผมยังต้องการเขา ผมยังอยากครอบครองมาโมรุไว้แต่เพียงผู้เดียวอยู่
ยิ่งเขายังรักผมอยู่อย่างนี้ ผมก็ยิ่งหวงแหน ไม่อยากยกให้ใคร ไม่อยากให้เขาเปลี่ยนใจไปจากผม
นับวันความสับสนในใจยิ่งชัดเจนและรุนแรงขึ้นทุกที
หลายครั้งที่อยากเปลี่ยนใจฮึดสู้ไปพร้อมๆ กับมาโมรุ แต่กลับต้องพ่ายแพ้น้ำตาของพ่อแม่
ยิ่งเห็นรอยยิ้มของมาโมรุเวลาพูดถึงท่านซายากะ... ทำให้ผมแน่ใจว่าผมอาจคิดถูกแล้ว ที่จะเลิกกับเขาในฐานะคนรักซักวัน
มาโมรุ... ฉันขอโทษ... ฉันไม่เคยทอดทิ้งให้นายอยู่เพียงลำพัง แต่นายช่วยทำให้ฉันแน่ใจหน่อยได้มั้ย ว่าฉันควรจะสู้ต่อไปเพื่อเรารึเปล่า? อย่าเอาแต่แสดงความรักต่อฉันอย่างลมๆ แล้งๆ แบบนี้
“...มาโกะ... เฮ่...”
เสียงเรียกของร่างสูงที่นั่งเกยคางไว้ที่ไหล่ของผมดังอยู่ข้างหู
“หือ? ว่าไง”
ผมหันไปตอบพลางขยับตัวให้พ้นจากวงแขนแข็งแรงคู่นั้น
“เหม่ออีกแล้ว พักนี้นายใจลอยตลอดเลย”
เจ้าเด็กตัวโตตัดพ้อ จริงสิ เมื่อกี้คุยกันถึงไหนแล้วล่ะ... ไม่ได้ฟังเลย
“เอ่อ... มาโมรุ ฉันเหนื่อย อยากพักแล้วล่ะ”
มาโมรุคงเห็นว่าสีหน้าผมเป็นอย่างนั้นจริงๆ เขายอมเก็บอัลบั้มรูปบนเตียงใส่ถุง
“ฉันคงรบกวนนายสินะ”
“เปล่า เพียงแต่...”
“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ฉันลืมไปว่านายทำงานมาเหนื่อยๆ งั้นคืนนี้ฉันกลับไปนอนที่ห้องตัวเองก็ได้ นายจะได้พักสบายๆ”
ทั้งที่น้ำเสียงของมาโมรุเป็นปกติ ไม่มีอารมณ์ประชดหรือน้อยใจแม้แต่น้อย ทั้งที่ผมควรจะดีใจที่เขายอมเป็นเด็กว่าง่ายและมีเหตุผล ทั้งที่เขายอมพูดแบบนั้นออกมาเพื่อผม
แต่ทำไม...
ผมถึงรู้สึกเหงาและเคว้งคว้างขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
หรือผมจะเคยตัวเสียแล้ว กับการที่มีเขาอยู่เคียงข้างทุกคืน
ไม่ใช่อย่างนั้นนะ... มาโมรุ...
ฉันอยากพักก็จริง แต่ไม่ได้อยากอยู่คนเดียว
ฉันอยากพัก แต่ก็อยากให้นายอยู่ด้วยกัน
อ้อมกอดของนายคือที่พักพิงเพียงหนึ่งเดียวของฉัน... เป็นแหล่งกำเนิดพลังใจของฉัน...
มาโมรุเดินออกจากห้องไปอย่างว่าง่ายพร้อมถุงรูปถ่าย
เขาไปแล้ว...
แต่ทำไมนะ ผมถึงพูดสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดออกไปไม่ได้
คนสับสนโลเลอย่างผมในตอนนี้... ไม่มีสิทธิเรียกร้องขอความรักใดๆ จากเขาอีกแล้ว
ผมทิ้งตัวลงบนที่นอน ผ้าห่มตรงที่มาโมรุนั่งทับเมื่อไม่กี่นาทีก่อน... ช่างอบอุ่นเหลือเกิน...
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 22 Jan 2008 00:03:11 by ★ひまじん★