รักวุ่นวายของนายกับฉัน [15] เดท? อลวน
posted on 09 Jan 2008 14:29 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
เฮ้อ... หงุดหงิดชะมัด...
นั่นเป็นคำพูดที่ออกมาทางสีหน้าของเด็กสาวในชุดนักเรียนม.ปลายซึ่งกำลังกินไอศกรีมถ้วยใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่มีกะจิตกะใจ
หญิงสาวลูกครึ่งพอจะรู้ดีว่าสาวน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะเธอเองก็มีเรื่องกลุ้มใจที่เกี่ยวข้องกัน
“พักนี้มาโมะจังดูสนิทสนมกับท่านซายากะมากเกินไปแล้ว”
เด็กสาวพูดออกมาในที่สุด
“พี่โซเฟียน่าจะทำอะไรซักอย่างได้แล้วนะ ขืนปล่อยไว้อย่างนี้เดี๋ยวคู่หมั้นเกิดปันใจไปให้คนอื่นจะแย่เอา”
ทว่าหญิงสาวกลับยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ
แหงล่ะ... ก็เป้าหมายของเธอไม่ใช่คู่หมั้นซึ่งเป็นคนน้องซักหน่อย
“แล้วถ้ามาโมรุคุงลงเอยกับท่านซายากะ... มายุมิจังไม่ชอบงั้นเหรอ”
เด็กสาวทำตาโตอย่างฉงน
“เอ่อ... ก็เปล่า... แต่... ไม่รู้สิ... ถึงท่านซายากะจะสวย แต่ก็อายุมากกว่ามาโมะจังตั้งหลายปี และที่สำคัญ... หมั้นกับมาโกะจังอยู่ แต่ไปไหนมาไหนกับมาโมะจังแบบนี้ไม่เหมาะเลย”
“แหม... มายุมิจังหวงคู่หมั้นพี่ชายไปได้ กะอีแค่หมั้น ยังไม่ได้แต่งงานซักหน่อย”
โซเฟียเริ่มพูดปูทาง ฟังเผินๆ เหมือนเธอเป็นคนใจกว้างเสียเต็มประดา
“แล้วพี่โซเฟียไม่หวงมาโมะจังมั่งเลยเหรอ ถ้ามาโมะจังเกิดรักกับท่านซายากะจริง พี่โซเฟียก็เท่ากับแพ้คนแก่กว่า”
หญิงสาวหัวเราะขันคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะพยายามจับคู่ให้ด้วยความปรารถนาดีแบบซื่อๆ
“มายุมิจังเนี่ย... คิดอะไรซับซ้อนไปได้ ถ้าเขารักกันจริงก็ปล่อยเขาไปเถอะ”
“แล้วพี่โซเฟียไม่เสียใจเหรอ โดนแย่งคู่หมั้นเชียวนะ”
“ไม่เสียใจหรอก... ก็มายุมิจังยังเหลือพี่ชายอีกหนึ่งคนไม่ใช่เหรอ”
น้ำเสียงของเธอทีเล่นทีจริง ทว่ามายุมินิ่งไปนิดหนึ่ง
“หมายความว่า...”
โซเฟียพยักหน้า
“ถ้ามายุมิจังช่วยจับคู่มาโกโตะซังให้กับพี่ล่ะก็...”
เด็กสาวเห็นแววตาเป็นประกายของอีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าคนที่คุณหนูโซเฟียผู้นี้มีใจให้หาใช่พี่ชายคนเล็กของเธอไม่ แต่เป็นพี่ชายคนกลางต่างหาก
จริงสิ... ถ้างั้นแค่สลับคู่ที่หมั้นกัน ทุกอย่างก็ลงตัว... สินะ?
แต่มันติดอยู่ที่ว่า... เธอเคยได้ยินมาว่ามาโกโตะไม่ชอบคุณหนูโซเฟีย ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนก็ตามด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ
“งั้น... มายุมิจะลองพยายามดูแล้วกัน ทำยังไงก็ได้ ให้มาโกะจังหันมาชอบพี่โซเฟีย”
“จริงนะ”
ทันทีที่ได้ยินเด็กสาวพูดเช่นนั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอก็เบิกโตด้วยความดีใจ เหมือนเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่
“ไม่รับรองผล แต่เพื่ออนาคตของพี่ๆ มามิจะพยายาม”
ใช่แล้ว... ก่อนอื่นต้องรักษาอาการตกหลุมรักกันเองของพี่ชายให้ได้เสียก่อน
แล้วความพยายามองเธอก็เริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่ง...
“มาโกะจัง... วันเสาร์นี้ว่างรึเปล่า”
เด็กสาวเจ้าของดวงตากลมโตสดใสออกมาต้อนรับพี่ชายที่เพิ่งกลับบ้านด้วยคำถาม อันที่จริงเธอแอบดูตารางงานของมาโกโตะแล้ว แต่แค่อยากให้แน่ใจว่าพี่ของเธอไม่มีธุระที่ไหน
“อืม... คิดว่าว่างนะ มีอะไรเหรอ”
มาโกโตะถามพลางเก็บรองเท้า
“งั้นไปซื้อของกับมามิได้ป่าว... แต่ว่าถ้ามาโกะจังเหนื่อยอยากพักก็ไม่เป็นไรนะ”
ประโยคสุดท้ายเธอเพียงพูดหยอดเพื่อให้อีกฝ่ายตอบตกลงเท่านั้น คนใจดีอย่างมาโกโตะ หากใครแสดงท่าทางเกรงใจล่ะก็ เขาจะยิ่งตอบรับด้วยความเกรงใจตอบ
และก็ได้ผล
เด็กหนุ่มนิ่งคิดนิดหนึ่ง
เสาร์นี้... มาโมรุคงไปเดทกับท่านซายากะอีกตามเคย
เขาเรียกมันว่า “เดท” ได้อย่างไม่เคอะเขิน แม้จะรู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้อยู่กันตามลำพัง แถมมาโมรุยังแต่งหญิงออกจากบ้านเสียอีก
“อืม... ได้สิ จะไปกี่โมงก็มาปลุกด้วยแล้วกัน”
“ไชโย... มาโกะจังใจดีที่สุดเลย”
เธอตะโกนลั่นแล้วหอมแก้มพี่ชายก่อนกลับเข้าห้องไป
ขอโทษนะมาโกะจัง... มามิไม่ได้โกหก แค่ไม่ได้บอกนั้นว่ามีพี่โซเฟียไปด้วย
และแล้วก็ถึงวันเสาร์...
ขณะเดินออกจากห้อง มาโกโตะก็สวนกับร่างสูงใหญ่ของน้องชาย
“โอ๊ะ มาโกะจะออกจากบ้านเหรอ”
“อื้ม ไปซื้อของกับมามิจังน่ะ”
มาโมรุจ้องหน้าพี่ชายอย่างครุ่นคิดนิดหนึ่ง
“กับมามิจัง... เท่านั้น?”
มาโกโตะทำหน้างงกับคำถาม เขาไม่ได้ตอบ แต่เดินไปยังห้องครัวเพื่อหาอะไรกินตอนเช้า
...คุณหนูโซเฟียนั่งจิบกาแฟอยู่ตรงนั้น...
“สวัสดีค่ะ มาโกโตะซัง”
เธอร้องทักเสียงหวาน ท่าทางครึ้มอกครึ้มใจกว่าปกติ เพียงเท่านี้เขาก็เข้าใจแล้วว่ามาโมรุถามเขาอย่างนั้นทำไม
“อ้าว มาโกะจัง แต่งตัวเร็วจัง งั้นเราออกกันเลยดีมั้ย”
เสียงมายุมิเข้ามาในห้องนั้นก่อนตัวเสียอีก
“มามิจัง... นี่หมายความว่าไง”
เขาหันไปถามน้องสาวที่ถือกระเป๋าเตรียมออกจากบ้านเต็มที่
“ก็... พอดีพี่โซเฟียก็ว่าง เลยอาสาขับรถไปส่งให้ แหม... ทีมาโมะจังยังไปกับท่านซายากะได้เลย แล้วทำไมมาโกะจังจะไปกับพี่โซเฟียบ้างไม่ได้”
“แต่มามิจังก็รู้นี่... ถ้าขืนใครมาแอบถ่ายรูปไป...”
“เอ่อ... ถ้ามาโกโตะซังรังเกียจ ฉันไม่ไปก็ได้ค่ะ”
คุณหนูลูกครึ่งหยอดมารยาลงไปบ้าง ปกติเธอเป็นประเภทรุกไม่ถอย อยากได้อะไรต้องได้ แต่ตอนนี้เธอเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างด้วยการเลียนแบบกิริยาของท่านซายากะ ไหนจะคำแนะนำของมายุมิอีก
“ไม่เห็นต้องกลัวเลยนี่”
เสียงมาโมรุดังขึ้นบ้าง เมื่อหันไปมองก็พบว่าเด็กหนุ่มฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
“ทีฉันออกไปกับท่านซายากะยังไม่เห็นเป็นข่าวอะไรเลย... เพราะฉะนั้น...”
พูดพลางฉวยข้อมือพี่ชายแล้วพาเข้าห้อง
“มาโมรุ?”
เด็กหนุ่มทักท้วง
“เฉยเถอะน่า ฉันมีวิธีทำให้นายออกไปเดินตะแล้ดแต๊ดแต๋ในเมืองได้โดยปลอดภัยแล้วกัน”
“อย่าบอกนะ...ว่า...”
มาโกโตะถึงกับหน้าซีด
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง
สาวสวยสองคนก็เดินออกมาจากห้องของมาโมรุ
คุณหนูโซเฟียเบิกตาโพลงด้วยความตะลึง
...อยากจะกรี๊ดดดดด... มาโกโตะซังแต่งหญิงออกมาสวยกว่าเราอีก
“เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปเดินเฉิดฉายในเมืองได้อย่างสบายแล้ว”
“แต่ว่า...”
เด็กหนุ่มหันไปมองน้องชายอย่างเสียความมั่นใจเล็กน้อย
“ฉันว่ามันจะเด่นกว่าเดิมรึเปล่า”
“เอาน่า... มาโกะ... ถึงจะเด่นก็เด่นเพราะนายน่ารัก ไม่มีใครจับได้หรอก ถ้าฉันเดินอยู่แล้วสวนกับนาย ต้องหยุดขอเบอร์แหงๆ สาบานได้เลย”
“อ่ะแฮ่ม!”
มายุมิกระแอมอย่างหมั่นไส้ เมื่อเห็นพี่ชายส่งตาหวานเยิ้มให้กัน
“ว่าแต่... คนจะออกไปมีแค่มาโกะจังคนเดียว ทำไมมาโมะจังต้องแต่งหญิงด้วยล่ะ”
“อ๋อ... เดี๋ยวท่านซายากะจะมารับฉันน่ะ เธอจะมาด้วยกันฉันก็ไม่ว่านะยัยแสบ”
ตอนนี้คนที่หน้าเสียสุดๆ กลับเป็นคุณหนูโซเฟียมากกว่า
ตามแผนของมายุมิมีอยู่ว่า พวกเธอจะออกไปกันสามคน แล้วระหว่างเดินเที่ยวมายุมิจะแกล้งทำเป็นบังเอิญเจอเพื่อน ปล่อยให้เธออยู่กับมาโกโตะตามลำพังสองต่อสอง
และด้วยเหตุนี้ เธอจึงซ้อนแผนด้วยการแอบนัดเพื่อนของตัวเองให้มาเห็นเธอตอนอยู่กับมาโกโตะแค่สองคน จะได้เอาไปเม้าท์ให้มันส์อีกทีในภายหลังว่าเธอกำลังคบอยู่กับดาราที่ชอบ แม้จะไม่เป็นข่าว แต่สำหรับสาวไฮโซอย่างเธอ ถือเป็นงานอดิเรกที่เอาไปอวดในวงสังคมได้เหมือนกัน
ตอนนี้ได้อะไรนิดๆ หน่อย เธอก็เอาทั้งนั้นแหละ กว่าจะถึงหัวใจของมาโกโตะยังอีกตั้งไกลลิบๆ
แต่เป้าหมายดันถูกจับแต่งหญิงซะนี่... แถมเนียนซะจนมองไม่ออก
ขืนเดินควงกันล่ะก็ ไม่แคล้วมีแมวมองรี่เข้าหา จนคุณหนูอย่างเธอเสียความมั่นใจอย่างแน่นอน
เผลอๆ เพื่อนเอาไปนินทาว่าควงผู้หญิงอีกต่างหาก
เธอสะบัดศีรษะ สวมวิญญาณแม่พระในทันทีว่า
...เอาก็เอา... เรารักมาโกโตะซังนี่นา ต่อให้แต่งหญิงยังไง ก็ยังเรียกได้ว่าไปเดทกับมาโกโตะซังอยู่ดี...
และแล้วทั้งสามนารีก็ออกจากบ้านไป
ทันทีที่เสียงรถลับไปจากบริเวณหน้าบ้าน มาโมรุก็กดโทรศัพท์หาคนที่นัดไว้
“ฮัลโหล อยู่ไหนแล้วครับ?”
“............”
“ดีเลย งั้นตามรถคุณหนูโซเฟียเลยนะครับ ผมออกจากบ้านเมื่อไหร่จะโทรไป”
หลังจากวางหู มาโมรุก็กลับเข้าห้องไปเตรียมอะไรอีกนิดหน่อย
มาโกโตะ มายุมิ และโซเฟียกำลังเดินช็อปปิ้งกันอยู่ในเมือง
เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาหลายครั้ง เมื่อนึกถึงท่าทีของน้องชายก่อนที่เขาจะออกจากบ้าน
...หมอนั่นทำท่าดีใจใหญ่เชียว ที่เราออกมาเที่ยวกับสาว... ถึงขนาดจับแต่งหญิงพรางร่างที่แท้จริงให้ จริงสิ ถ้าเป็นแบบนี้จะได้ไปเดทกับท่านซายากะได้อย่างสบายใจสินะ... คิดแล้วอดน้อยใจไม่ได้
ใครว่าล่ะ... ตรงกันข้ามเลยต่างหาก
หลังเสาไฟฟ้าด้านนอก ปรากฏร่างของเด็กสาวตัวสูงใหญ่ในชุดโลลิตายืนสอดส่องสายตาเข้าไปในร้าน
“ตอนนี้อยู่ xxx แล้วครับ มาทางนี้คาดว่าเดี๋ยวคงต้องแวะร้านรองเท้าที่มามิจังชอบเข้าอย่างแน่นอน... ท่านซายากะช่วยไปดักให้ทีได้มั้ยครับ”
เด็กสาวร่างสูงคนนั้นกำลังสื่อสารกับหญิงสาวในชุดเมดหูกระต่ายอีกคนที่ตามดักอยู่อีกฟากหนึ่งของตรอก
“รับทราบค่ะ”
เสียงตอบรับกลับมาจากปลายสาย
แต่ดูเหมือนหนุ่มสาวปริศนาที่ทำตัวลับๆ ล่อๆ เป็นเป้าสายตาของใครต่อใครด้วยชุดคอสเพลย์จะไม่เป็นที่สนใจของคนที่พวกเขากำลังตามเลย
หลังจากเวลาผ่านไปสักพัก ทั้งสามก็แวะร้านกาแฟซึ่งตกแต่งอย่างน่ารัก
ภายในร้านมีแต่คู่หนุ่มสาวนั่งคุยกันสมเป็นวันสุดสัปดาห์
ทั้งสามนั่งไม่ถึงห้านาที เสียงโทรศัพท์ของมายุมิก็ดังขึ้น
“ฮัลโหล...”
เด็กสาวแกล้งทำหน้างง ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าคือเพื่อนที่เธอนัดไว้
“ไม่ได้... บอกว่าไม่ได้ไง วันนี้มามิอุตส่าห์ได้อยู่กับพี่ชายทั้งที... หา? ว่าไงนะ? เอ่อ...”
เธอพูดพลางทำตาปะหลับปะเหลือกมองหน้าเด็กหนุ่มและหญิงสาวตรงหน้า
“ก็ได้ๆ... เดี๋ยวไม่เกินสิบนาทีจะไปถึง แต่แป๊บเดียวนะ ยังไงมามิต้องกลับพร้อมพี่ชาย”
แล้วเธอก็วางสาย
มาโกโตะเหล่น้องสาวอย่างรู้ทัน
“เพื่อนโทรมาตามสิท่า”
“ง่า... คือ... ขอโทษนะมาโกะจัง แต่มามิสัญญาว่าจะไปหาเพื่อนแป๊บเดียว”
“กี่นาที”
เด็กหนุ่มรีบสวนเสียงห้วน
“โห... นับเป็นนาทีเลยเหรอ มาโกะจังขี้งก”
“เอ่อ... ไปเถอะจ๊ะ มายุมิจัง กี่นาทีพวกพี่ก็รอได้”
โซเฟียรีบพูดเปิดทางทันที
“งั้นมามิไปนะ พวกพี่อยากไปไหนต่อก็ไปได้ ไม่ต้องรอมามิหรอก เดี๋ยวมามิโทรหาเอง”
พูดจบสาวน้อยก็ผุดลุกออกจากร้านโดยไม่คิดจะฟังเสียงพี่ชายอีก
มาโกโตะได้แต่นั่งหน้าเซ็ง เพราะออกมาในสภาพแบบนี้ เขาจึงรู้สึกหงุดหงิดที่ไม่ได้เข้าร้านที่อยากเข้า ของที่อยากได้ก็ไม่ได้ซื้อ แถมน้องสาวตัวแสบดันมาเบี้ยวกันกลางคันทำให้เขาต้องมาอยู่กับผู้หญิงคนนี้สองต่อสอง
“มาโกโตะซังจะรับอะไรเพิ่มมั้ยคะ”
หญิงสาวหันมาถามเสียงหวาน
คนถูกถามคลี่ยิ้มออกมาตามมารยาท
“ไม่ล่ะครับ”
เขาตอบสั้นๆ แล้วปั้นหน้านิ่งเฉยเช่นเดิม
มวลอากาศบริเวณโต๊ะหนักอึ้งขึ้นมาทันใด
ปกติมาโกโตะเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีเยี่ยม แถมพูดเป็นต่อยหอยต่อหน้าสาวๆ อีกต่างหาก ถ้าเป็นคนอื่น ไม่ว่าจะสนิทหรือไม่ เขาจะไม่มีทางทำให้กร่อยเช่นนี้แน่นอน
ขณะที่มุมหนึ่งนอกร้านกาแฟ
“ฮัลโหล... มาโมรุซัง ฉันว่าฉันเห็นคนหน้าคุ้นๆ สองคนกำลังเดินออกมาจากห้างฝั่งตรงข้ามค่ะ”
เสียงใสๆ ลอดออกมาจากหูโทรศัพท์
“มาทางนี้เหรอครับ”
“ค่ะ... เดี๋ยวนะคะ... ฉันคิดว่าฉันนึกออกแล้ว คนนึงเป็นเพื่อนคุณหนูโซเฟียที่ไปงานหมั้นของพวกเรา ส่วนอีกคนนึงเป็นคนที่ชอบเม้าท์เรื่องไฮโซให้นักข่าวค่ะ สังเกตง่ายๆ เพื่อนคุณหนูโซเฟียสวมวันพีซสีดำคาดผ้าสีแดงใต้อก หมวกคาวบอย รองเท้าบู๊ต ส่วนอีกคนใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกชบา กระโปรงยีนส์ มีเข็มขัดหัวใหญ่รูปหัวใจค่ะ เด่นทั้งคู่ ดูไม่ยาก อ๊ะ กำลังจะถึงแล้วค่ะ”
มาโมรุนิ่งประมวลผลเล็กน้อย
เขารู้สึกคุ้นๆ กับสถานการณ์แบบนี้อย่างบอกไม่ถูก
ถ้าเขาไม่มองโลกในแง่ร้ายจนเกินไป... อย่าบอกนะว่า... นี่เป็นแผนการของคุณหนูโซเฟียนั่น
เด็กหนุ่มยิ้มที่มุมปาก
“เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากนะครับท่านซายากะ อีกไม่เกินสิบห้านาทีสตาร์ทรถเตรียมไว้แล้วเจอกันที่เดิมนะครับ”
หึหึหึ... คุณหนูโซเฟีย ถ้ามาไม้นี้ล่ะก็ ขอบอกได้เลยว่า ยังตามหลังเขาอยู่หลายก้าวทีเดียว
เมื่อผู้มาใหม่สองคนปรากฏตัวขึ้น เด็กหนุ่มในชุดโลลิตาเหมือนหลุดออกมาจากปกอัลบั้มของวงวิชวลก็เยื้องกรายเข้าไปในร้าน ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ของลูกค้าที่หันมามองเขาเป็นตาเดียว
“มาโกโตะคุง... อยู่นี่เอง เนเนะหาจนทั่วเลยนะ โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย”
มาโมรุรี่โผเข้าพี่ชายจนคนแตกตื่นยิ่งกว่าเดิม แม้แต่ผู้จัดการร้านยังเดินออกมามอง เด็กหนุ่มดึงต้นแขนเป้าหมายเหมือนให้ลุกขึ้นไปกับตนให้จงได้
“นะ... เนเนะ?”
มาโกโตะแอบงงกับชื่อใหม่ที่น้องชายตั้งในเวลาอันเร่งรีบ
ทว่า สีหน้าน้องชายในร่างตุ๊กตาตัวใหญ่ก็เปลี่ยนไปฉับพลัน
“อะ... อะไรกันเนี่ย... มาโกโตะคุง... แอบมาจู๋จี๋กับผู้หญิงคนอื่นเหรอเนี่ย... แสดงว่าที่ไม่รับสายเนเนะก็เพราะอยู่กับนังนี่สินะ!”
มาโมรุกรีดเสียงลั่นร้าน ลูกค้าบางคนค่อยๆ ขยับออกไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์อย่างหวาดๆ
ดูเหมือนทุกคนกำลังคิดว่าสงครามแย่งผู้หญิงระหว่างเลสเบี้ยนกำลังจะเกิดขึ้น แต่ถ้าดูจากไซส์ของสาวๆ แล้ว เหมือนกระเทยกำลังทะเลาะกันมากกว่า... แถมยังเป็นกระเทยที่สวยสุดๆ ไปเลย
“เอ่อ... นี่มันอะไรกันคะ”
คุณหนูโซเฟียหันไปถามหน้าเจื่อน แม้จะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายคือคู่หมั้นของตัวเอง แต่ก็อดงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันแบบนี้ไม่ได้
“หล่อนน่ะ เงียบไปเลย แย่งแฟนคนอื่นเขามาแล้วยังจะตีหน้าเซ่ออีกนะ หาผู้หญิงอื่นไม่ได้แล้วหรือไง ถึงได้มาคว้ามาโกโตะสุดที่รักของเนเนะแบบนี้”
หญิงสาวถึงกับหน้าซีดเมื่อโดนตวาดกลับมา
เธอไม่ได้โกรธคำด่า แต่เธอรู้สึกอายมากกว่าที่ทุกคนกำลังมองมาที่เธอ
ไหนจะ...
“อ้าว... นั่นคุณหนูโซเฟียนี่คะคุณน้อง”
สาวใหญ่ในเสื้อเชิ้ตลายดอกชบาเดินเข้ามาในร้านพอดี
หญิงสาวสบตาเพื่อนที่ยืนจดๆ จ้องๆ อยู่ที่ประตู แล้วมองไล่
...โอย... ออกไปก่อน... ทำไมถึงเข้ามาตอนนี้...
ดูเหมือนเพื่อนสาวจะเข้าใจ
“คุณพี่คะ น้องว่าเราไปร้านอื่นดีมั้ยคะ ดูเหมือนข้างในบรรยากาศไม่ค่อยจะดี”
“อะไรกันคุณน้อง เมื่อกี้ยังเซ้าซี้ให้พี่มาที่นี่อยู่เลย เพื่อนคุณน้องก็อยู่ข้างใน อย่างน้อยเข้าไปทักก่อนเถอะนะคะ”
“ตะ... แต่น้องว่าอย่าเพิ่งดีกว่าค่ะ ดูเหมือนเขาจะมีปัญหา...”
“ปัญหา? ได้เลยค่ะ เดี๋ยวคุณพี่เคลียร์ให้ ของชอบอยู่แล้วเรื่องแบบนี้”
แล้วเธอก็เดินนวยนาดไปยังโต๊ะที่มีสาวตัวโตในชุดโลลิตายืนยื้อยุดฉุดกระชากหญิงสาวอีกคนอยู่
“ไม่รู้แหละ มาโกโตะคุงต้องกลับกับเนเนะเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเนเนะจะร้องกรี๊ดให้คนหนีออกจากร้านให้ดู”
ผู้จัดการร้านได้ยินดังนั้นก็หน้าซีด ย่างสามขุมไปยังสาวตัวใหญ่ใจน้อยที่มาถึงก็วีนเอาวีนเอา ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้พูดอะไร
ทว่ายังไม่ทันถึงโต๊ะตัวปัญหา มือเรียวมีแหวนเพชรเม็ดเท่าไข่ไก่ก็สะกิดหลังไว้เสียก่อน
เธอบุ้ยใบ้ทำนองว่า ให้เดี๊ยนจัดการเองนะคะ แล้วก็เข้าไปยืนแทนที่
“อ้าว... คุณน้องโซเฟีย... สวัสดีค่า”
เสียงดัดจริตตามประสาสาวเจนสังคมดังขึ้นลั่นร้าน
หญิงสาวบนเก้าอี้หน้าขาวซีดยิ่งกว่าเดิม เธอหันไปค้อนเพื่อนที่ทำหน้าจ๋อยอยู่หลังผู้เข้ามาใหม่
“พวกคุณเป็นใคร... อย่าบอกนะว่าเป็นเพื่อนของแม่นี่”
มาโมรุใส่วิญญาณสาวขี้หึงหันขวับมามองตาเขียวใส่ทันที
“เอ่อ... นะ... เนเนะจัง... ฉันว่า...”
มาโกโตะเขย่าแขนน้องชาย
มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว... เจ้ามาโมรุคิดจะทำอะไรกันแน่
ทว่าสาวน้อยโลลิทำหูทวนลม เขาโวยวายอย่างเอาเรื่องต่อ
“ดีเลย มากันทั้งแก๊ง ให้มันรู้ไปเลยว่า เพื่อนเธอน่ะ หาคนดีๆ ไม่ได้แล้ว เลยคิดจะแย่งแฟนคนอื่น ฉันขอบอกเลยนะว่า... มาโกโตะคุงเป็นของฉัน”
เมื่อได้ยินคำประกาศ เล่นเอาสาวเสื้อลายชบาถึงกับทำตาโตเอามือปิดปาก แต่ยังอุตส่าห์มีเสียงลอดออกมาว่า
“มาโกโตะคุงงั้นเหรอ...?”
“เอ่อ...พอทีเถอะ คนมองใหญ่แล้ว... มาโม... เอ๊ย เนเนะจัง ไหนบอกว่าจะพาฉันกลับ...”
“จะให้จบง่ายๆ ได้รึไง... แบบนี้ต้องมีตบล้างอายกันหน่อยแล้ว”
เด็กหนุ่มอินกับบทสุดฤทธิ์ ทว่าร่างที่เล็กกว่าของพี่ชายรีบเอาตัวรั้งไว้เสียก่อน พลางออกแรงทั้งหมดที่มีผลักแม่ตุ๊กตาตัวโตออกจากร้านให้เร็วที่สุด
ก่อนพ้นประตู เขาได้ยินเสียงแหลมสูงแว่วตามหลังมาว่า
“ที่แท้มาโกโตะที่คุณน้องโซเฟียพูดถึง... ก็เป็นผู้หญิงเหรอเนี่ย? ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณน้องจะเป็น... แถมยัง...”
แย่งแฟนชาวบ้านอีกต่างหาก...
มาโมรุแอบต่อคำพูดสุดท้ายในใจเมื่อพ้นบริเวณร้านออกไปแล้ว
ร่างสูงเปลี่ยนท่าทีจากดึงดันจะกลับไปเอาเรื่อง เป็นคว้าแขนพี่ชายแล้วจูงไปยังจุดนัดพบกับท่านซายากะ
หลังจากขึ้นรถ เขาก็หัวเราะลั่น
แต่คนที่ไม่ตลกด้วยเลยคือเด็กหนุ่มในร่างหญิงสาวอีกคนที่นั่งกอดอกหน้าบึ้ง
เมื่อมาโมรุสังเกตเห็น ก็เข้าไปประจบทันที
“ไม่เอาน่าคุณพี่... ฉันอุตส่าห์หวังดีไปช่วยนายเชียวนะ”
“แต่นายไม่เห็นต้องทำอย่างนั้นเลย เล่นแรงเกินไปแล้ว ถึงฉันจะไม่ชอบยัยนั่น แต่มนุษย์ทุกคนก็มีหน้าตาที่ต้องรักษานะ”
ซายากะออกรถ เธอเหลือบมองผ่านกระจกมองหลังด้วยแววตาอยากรู้เรื่องใจจะขาด
“คนที่ควรจะรักษาหน้าตาของตัวเองให้ดีก่อนคือนายต่างหาก... รู้รึเปล่าว่ายัยนั่นซ้อนแผนอะไร ถ้าฉันเดาไม่ผิด อีกสองคนที่ตามมาทีหลังคงไม่ได้บังเอิญมาเจอหรอก”
“ขอบใจนะที่ช่วย แต่วันหลังถ้าจะช่วยอย่างเอิกเกริกแบบนี้ล่ะก็... ไม่ต้อง”
น้ำเสียงประชดประชันเต็มที่
“ฉันไม่ปรานีให้ศัตรูหัวใจหรอกนะ”
คำสั้นๆ ที่พูดออกมาด้วยใบหน้านิ่งของมาโมรุทำเอาอีกสองคนถึงกับหูผึ่ง
ซายากะเหยียบเบรคกะทันหันจนเด็กหนุ่มข้างหลังทั้งสองถึงกับหัวกระแทกเบาะหน้า
“อ๊ะ... ขอโทษค่ะ ฉันตกใจไปหน่อย”
หญิงสาวหันมายิ้มเจื่อนๆ แล้วออกรถอีกครั้ง
“มาโมรุ!!! นายพูดอะไรออกมา”
เด็กหนุ่มหันมาแหวใส่น้องชายปากพล่อย
“ฮึ... คิดจะมาออกเดทกับนายสองต่อสองเหรอ... ฝันไปเถอะ ต่อจากนี้ไปสาวคนไหนบังอาจเข้าใกล้นาย ฉันจะกันออกให้หมด คนที่จะแต่งงานกับนายได้มีเพียงท่านซายากะเท่านั้น”
ไม่ทันขาดคำรถก็เบรคจนทั้งคู่หัวทิ่มอีกรอบ
“มาโมรุ / มาโมรุซัง!!!”
มาโกโตะและซายากะประสานเสียงกันลั่น
“กะ... ก็มาโกะหมั้นกับท่านซายากะแล้วนี่...”
เด็กหนุ่มแก้ตะกุตะกัก
“แต่ว่า... มาโมรุซัง... คือว่าฉัน...”
หญิงสาวดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง เธอสบตาเด็กหนุ่มทั้งสองสลับกันไปมา
เสียงบีบแตรจากรถข้างหลังดังขึ้น ทำให้รถกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ซายากะรีบออกรถอย่างเกรงอกเกรงใจคันอื่นทันที
“หนึ่ง สอง สาม สี่...”
“นับอะไรของนายน่ะ มาโมรุ”
เสียงของคนนอนข้างๆ ร่างสูงบ่นท่ามกลางความมืด
...อุตส่าห์ตามใจให้มานอนด้วยแล้ว ยังจะกวนเวลาพักผ่อนอีก วันนี้เขาทั้งเครียด ทั้งเหนื่อยจะแย่ ไม่รู้คุณหนูโซเฟียนั่นจะเอาไปฟ้องพ่อทำให้มีปัญหาในเรื่องธุรกิจต่อมาด้วยรึเปล่า
ใจจริงคืนนี้เขาอยากเทศนาน้องชายจอมพิลึกของตัวเอง แต่หลังจากก้าวเท้าเข้าบ้านในหัวมันโล่งอย่างบอกไม่ถูก ไม่อยากพูดถึงหรือแม้แต่ย้อนกลับไปคิดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาอีกเลย
“ก็กำลังนับอยู่ว่าเราไม่ได้สวีทกันมากี่คืนแล้วน่ะสิ”
เหมือนได้ใจ แขนยาวๆ เข้าตะปบคนข้างๆ เข้ามากอด
ชิ... ก็นายมัวแต่อะไรๆ ก็ท่านซายากะ
“ไม่ต้องมาอ้อนเลยนะ พักหลังนายเอาแต่ใช้กำลัง”
พูดพลางข่มตาให้หลับ
อันที่จริงเขาเองก็ต้องการอ้อมกอดของคนที่รักอยู่ตลอด แต่ตั้งแต่มีเรื่องหมั้น... ตั้งแต่มาโมรุรุนแรงกับเขาในตอนนั้น ความอ่อนโยนที่มีให้กันแทบจะนับครั้งได้ หรือจริงๆ แล้วหมอนี่จะเป็นพวกซาดิสต์แต่เขาเพิ่งจะรู้กันนะ?
“ก็นายทำให้ฉันโมโหอยู่เรื่อยนี่นา”
“แต่ฉันไม่ใช่ที่ระบายความโกรธของนายนะ ที่สำคัญ... นายเคยสำนึกบ้างรึเปล่าว่าตอนนี้พ่อแม่เรากลับมาแล้ว”
นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาเตือนจนไม่รู้จะเตือนยังไงแล้ว
เจ้าตัวใหญ่ซบแก้มลงบนต้นคอของอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน
“ก็เพราะนายไม่ใช่ที่ระบายความโกรธไง ฉันถึงอยากมีคืนที่อ่อนโยนกับนายบ้าง ทำไมฉันจะไม่รู้ตัว... ที่หลังๆ ฉันรุนแรงกับนายน่ะ นะ นะ นะ ให้โอกาสฉันแก้ตัวบ้างสิ”
เสียงกระซิบชวนระทวยวนเวียนอยู่ข้างหู
มาโกโตะขมวดคิ้ว พยายามใจแข็งให้ถึงที่สุด
“พอทีเถอะน่า ที่ฉันอนุญาตให้นายมานอนด้วยทุกวันนี้ฉันก็ให้โอกาสนายสุดๆ แล้วนะ”
“.........”
เจ้าตัวดีเงียบไป ดูเหมือนจะยอมจำนน
ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมา สัมผัสอุ่นๆ ก็ประทับลงบนคอและหัวไหล่
“มาโมรุ... นอนนิ่งๆ ได้มั้ย”
เสียงทุ้มเอ่ยอย่างรำคาญ
“มาโกะขี้งก แค่จูบก็ไม่ได้”
หนอย... ขืนยอมให้จูบสุดท้ายฉันก็ต้องคล้อยตามนายน่ะเซ่
เด็กหนุ่มคิดอย่างโมโห
แต่เมื่อตั้งสติได้ เขาก็พลิกตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับน้องชาย
ลมหายใจอุ่นๆ กระทบใบหน้า และยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรต่อ ริมฝีปากของอีกฝ่ายก็เข้ามาแนบสนิท
“อื้อ...”
มาโกโตะครางขัดขืนเบาๆ ทว่าความอ่อนหวานที่ถาโถมเข้ามานั้น ทำเอาเขาถึงกับหมดเรี่ยวแรง
ร่างสูงตรงหน้าถอนริมฝีปากออกครั้งหนึ่ง
“ฉันรักนายนะ... ต่อให้ฉันต้องพูดคำนี้อีกกี่ครั้ง ฉันก็ไม่เบื่อ และไม่คิดจะเปลี่ยนเป็นคำอื่นด้วย”
จู่ๆ น้ำตามันก็พาลจะไหล... เพียงเพราะคำพูดเดียวของเจ้าเด็กบ้าคนนี้
“ถ้ารักฉัน... แล้วทำไมนายถึงจะให้ฉันแต่งงานกับท่านซายากะล่ะ แล้วทำไมนายถึงทำเหมือนกับสนใจเธอนักหนา...”
“มาโกะ... นายหึงใช่มั้ย”
“เปล่า”
“ขอแค่นายบอกมาว่านายหึง ฉันจะตัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับท่านซายากะให้หมด”
“ฉันบอกว่าเปล่า”
มาโกโตะตอบอย่างรำคาญ
“ฉันแค่ไม่เข้าใจนายเลย... ไม่เข้าใจว่านายกำลังคิดอะไรอยู่”
มาโมรุจูบหน้าผากพี่ชายเบาๆ
“ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เหตุผลมันเลือนรางอย่างบอกไม่ถูก และฉันก็ยังไม่อยากค้นหาคำตอบนั่น สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดตอนนี้คือความรักจากนาย... ฉันเข้าใจแค่นี้”
ฉันเองก็ต้องการความรักจากนายเหมือนกัน... เด็กหนุ่มอยากพูดคำนี้ออกไปใจจะขาด แต่มือซุกซนที่ค่อยๆ สอดเข้าไปใต้เสื้อนอนทำเอาเขาแทบหมดเรี่ยวแรง ริมฝีปากอุ่นประกบกันอีกครั้งอย่างดูดดื่ม
มาโมรุ... ได้โปรด... ทะนุถนอมฉันแบบนี้ตลอดไป... ได้รึเปล่า
เขาอยากบอกอีกฝ่ายเหลือเกิน แต่... เมื่อนึกถึงความเป็นจริง เวลาที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ ยังจะเหลือซักกี่คืนกันนะ
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 22 Jan 2008 00:02:05 by ★ひまじん★
หิมะจ๋า...ได้ฟังเพลง YOU ของไมค์รึยัง???
...เราฟังแล้วคิดถึงหิมะหล่ะ...>///<
(หรือพูดให้ถูก...ต้องบอกว่าคิดถึง มาโมรุกะมาโกโตะหล่ะ!)
ตะเอง...จึ๊ก...จึ๊ก(เอานิ้วจิ้มคนแต่ง)จะมีภาค 3 มั้ย???
เค้าอยากอ่านง่ะ...นะ..นะ TT^TT
#1 By i-love-hima (61.91.160.1) on 2009-01-23 04:02