รักวุ่นวายของนายกับฉัน [3] ความพยายาม (ตอนจบ)
posted on 09 Jan 2008 14:21 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
คืนนั้น ผมกับมาโมรุแยกห้องกันนอน ผมกลับมานอนห้องผม ส่วนมาโมรุก็ไม่มีวี่แววว่าจะเข้ามาง้อ
เชอะ ไม่เห็นจะสนใจเลย ดีเหมือนกัน ผมจะได้นอนแผ่บนเตียงกว้างๆ คนเดียวสบายๆ ซักคืน... หรืออาจอีกหลายคืน
แต่ว่า... ก็เหงาอยู่เหมือนกันนะ เจ้าเด็กนั่นตัวอุ่นยิ่งกว่าผ้าห่มผืนไหนๆ
คิดแล้วน้ำตาพาลจะไหล... มันน่าน้อยใจมั้ยล่ะครับ
ทั้งๆ ที่ผมพยายามทำทุกอย่างเพื่อประคับประคองความสัมพันธ์ของพวกเรา แต่หมอนั่นกลับทำอะไรเอาแต่ใจอยู่เรื่อย
ตั้งแต่แรก... ก็เป็นฝ่ายเข้ามาบอกรัก ใช้ความใจอ่อนของผมเข้ามากอดจูบ แล้วยังทำให้ผมบอกรักเขาจนได้ในที่สุด... ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนั่นเริ่มก่อน ผมคงไม่ต้องวุ่นวายใจกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนี้
แล้วยังจะเรื่องพี่ชิโนบุอีก... ว่าจะไม่หึงแล้วเชียว แต่เห็นท่าทางหมอนั่นแล้วหมั่นไส้ เจอสาวสวยเข้าหน่อยก็กระดี๊กระด๊า ไม่รักษาน้ำใจของผมเลย
บางที... ถ้าเรากลับไปเป็นแค่พี่น้องกันอย่างเดิมในตอนนี้... อาจจะยังไม่สายก็ได้ แม้จะเจ็บปวดในช่วงแรกๆ แต่ทั้งผมทั้งมาโมรุยังเด็ก เมื่อเราเจอคนที่ดีกว่า เราก็คงจะทำใจได้ในซักวัน...
บ้าชะมัด... กระทั่งตอนนี้ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าใครกันนะที่จะทำให้ผมรักได้มากกว่ามาโมรุ ทั้งๆ ที่ผมคบหากับผู้หญิงมามากมาย แต่ละคนก็ทั้งสวย เซ็กซี่ มีทุกอย่างที่ผู้ชายต้องเหลียวมอง แต่ก็ไม่มีใครทำให้ผมตัดใจจากมาโมรุได้เลย...
แต่หมอนั่นคงไม่ใช่ เขาไม่ค่อยได้คบกับใครจริงจัง ถึงได้ยึดติดแต่กับผม แล้วถ้าวันหนึ่งเขาพบล่ะ...? เขาก็คงจะทิ้งผมไปสินะ?
แน่ล่ะ ก็โลกนี้สร้างผู้หญิงกับผู้ชายให้เกิดมาคู่กันนี่นา... สุดท้ายก็หลีกหนีจากความจริงข้อนี้ไม่พ้น
แย่จัง... น้ำตาไหลไม่หยุดเลย ทำไงดี พรุ่งนี้มีถ่ายปกอัลบั้มด้วย ตาบวมแน่ๆ
เช้ามาห้องครัวสะอาดเอี่ยมตามที่ผมสั่ง ผมสำรวจที่ล้างจานและเตา
...ใครว่าล่ะ... ไม่มีร่องรอยการทำอาหารเลยต่างหาก เจ้าเด็กแก่แดดนั่นไม่ทำอาหารไปให้พี่ชิโนบุรึไง
ก็ดี... วันนี้ไม่ต้องเหนื่อยทำความสะอาดครัวก่อน
ผมจัดแจงทำอาหารอย่างสบายอารมณ์
"อรุณสวัสดิ์ มาโกะจัง"
น้องสาวจอมทะเล้นเข้ามาหอมแก้มรับอรุณ แล้วนั่งประจำที่
"วันนี้ไม่ไปเรียนพิเศษเหรอมามิจัง"
ผมวางจานอาหารตรงหน้าเจ้าหญิงตัวน้อยของบ้าน
"โห... มาโกะจังอ่ะ เช้ยเชย คอร์สเรียนพิเศษของมามิปิดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว จริงๆ วันนี้กะจะนอนตื่นบ่ายซะหน่อย แต่เพื่อนดันโทรนัดออกไปช็อปปิง อีกไม่กี่วันก็เปิดเทอมแล้ว มามิเลยไม่อยากขัด"
"เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย?"
ผมแกล้งแซว ในใจแอบหวั่นๆ ว่าถ้ามามิตอบว่าเพื่อนผู้ชายขึ้นมาผมจะทำหน้ายังไงดี
"มาโกะจังอ้ะ... ทำไมถามงั้นล่ะ มามิมีเพื่อนผู้ชายซะที่ไหน"
"จ้า จ้า... เห็นแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เลยนึกว่าไปเดทน่ะสิ แต่ก็กะแล้วเชียว สวยดุอย่างน้องพี่ หนุ่มๆ คงไม่กล้าเข้ามาจีบแหงๆ"
มามิแลบลิ้นแผล็บ
"ผู้ชายเดี๋ยวนี้มีแต่ขี้หลี ถ้าไม่เจอคนดีๆ มามิยอมเป็นโสดดีกว่า"
พูดจบก็ตัดไข่ดาวในจานเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
ได้ยินน้องสาวพูดแบบนี้แล้วก็โล่งใจอย่างบอกไม่ถูกแฮะ... แต่เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน... เมื่อกี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพ่อหวงลูกสาวยังไงพิกล!?
สายแล้ว มาโมรุยังไม่ออกมากินข้าว...
มายุมิรวบมีดกับส้อม รับโทรศัพท์แล้วผลุนผลันออกจากบ้าน
ผมมองส่งเธอจนประตูปิด แล้วส่ายหัวเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู
ขณะเก็บจานของมายุมิ ผมคิดว่าควรจะไปปลุกมาโมรุซักหน่อย หมอนั่นอาจนอนเพลิน หรือว่า... ไม่สบาย?
แต่พอเดินไปถึงหน้าห้องของเขา กำลังจะเคาะประตู ผมก็นึกขึ้นมาได้
ยังงอนหมอนั่นอยู่นี่นา... ถ้าขืนเป็นฝ่ายเข้าไปหาตอนนี้หมอนั่นก็จะได้ใจ คิดว่าผมไปง้อ
ไม่เอาดีกว่า... คิดแล้วก็จะหันหลังกลับ
แต่ถ้ามาโมรุไม่สบายขึ้นมาล่ะ? วันนี้มีงานสำคัญซะด้วย
ไม่ได้... ยังไงงานก็ต้องมาก่อน
ผมเคาะประตูเรียกน้องชาย ทว่าไม่มีเสียงตอบ จึงหมุนลูกบิดเปิดเข้าไปข้างใน
มาโมรุนอนฟุบอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์...
บ้าจริง... หมอนี่หลับไปทั้งอย่างนี้ตลอดคืนเลยรึไง มัวทำอะไรของเขากันนะ?
ผมเอื้อมมือไปจะเขย่าตัวปลุกเขา แต่เดี๋ยว...
จะว่าไปพักนี้... หมอนี่ชอบทำลับๆ ล่อๆ หน้าคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ต้องมีลับลมคมในอะไรแน่ๆ
ผมกลั้นหายใจ เคลื่อนมือไปยังเมาส์ แล้วขยับเบาๆ
ภาพบนจอฉายขึ้นมา เป็นเว็บไซต์อะไรบางอย่างที่มีแต่ตัวหนังสือเรียงกันเป็นพรืด
"เด็กหนุ่มครางเสียงหวานเมื่อนิ้วทั้งสามเสียดสีกับช่องทางภายใน รุกเร้าจุดกระสันปลุกสัญชาติญาณอันเร่าร้อนให้ระอุขึ้นมา..."
"ชายหนุ่มเข้าครอบครองเรือนร่างนั้นด้วยริมฝีปาก ร่างเล็กสะดุ้งเฮือก พยายามจะขัดขืน แต่โดนมือแกร่งกระชับสะโพกไว้ไม่ให้ถอยหนี"
"ร่างสูงใหญ่กระแทกกายเข้ามาเป็นจังหวะ ร่างบางกรีดร้องครวญครางอยู่ข้างใต้ แล้วก็สลบไปด้วยความสุขสม..."
ผมสุ่มอ่านเนื้อหาในหน้านั้นแบบผ่านๆ แล้วก็ต้องถึงกับ
อึ้ง
นะ... นี่มัน... บทความอะไรกัน ข้อมูลที่จะใช้เรียนในเทอมหน้าก็ไม่ใช่... มีประเทศไหนสอนวิชาเพศศึกษาด้วยเนื้อหาอีโรติคขนาดนี้~~~~~~!!!
ผมอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ เมื่อยิ่งอ่านก็ยิ่งแน่ใจว่า... มันคือนิยายเกย์!!!
มาโมรุ... นายอ่านเรื่องพรรค์นี้ด้วยเหรอ?
ผมชำเลืองมองหัวสีน้ำตาลเข้มที่ยังคงฟุบคาแป้นพิมพ์ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนอนนิ่ง ก็เริ่มสำรวจจอทีละหน้าต่าง
อะไรกันเนี่ย... เซ็กซ์ทอยส์ออนไลน์... แถมมีภาพวิธีการใช้อย่างโจ่งครึ่ม... มาโมรุ... นายน่าสงสัยเกินไปแล้ว
และสายตาผมก็ดันไปสะดุดกับอีกหน้าต่างหนึ่งซึ่งมีเนื้อหายาวเป็นพรืดเหมือนกัน
"มาโมรุดึงร่างบอบบางเข้ามากอด เขาจูบริมฝีปากสีชมพูอ่อนอย่างดูดดื่ม แล้วค่อยๆ ผลักร่างของพี่ชายลงบนเตียงนุ่ม
'พี่มาโกโตะ... เป็นของผมเถอะนะ'
ไม่ทันที่ร่างบางนั้นจะตอบ เด็กหนุ่มก็ประกบปิดริมฝีปากคู่นั้น พลางปลดเปลื้องอาภรณ์ของทั้งสองฝ่ายจนเปลือยเปล่า..."
ช็อค!!!
นะ... นี่มัน... ทะ... ทะ... ทำไมถึงมีชื่อผมกับมาโมรุล่ะ?
เสียงคลิกเมาส์ด้วยมืออันสั่นเทา ทำให้เจ้าตัวดีรู้สึกตัวขยับศีรษะเล็กน้อย
ผมรีบกดปิดหน้าจอ แล้วแกล้งเอามือไปเขย่าไหล่ปลุกเขาให้ตื่น
"เฮ่... มาโมรุ... ทำไมมานอนแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวคอก็เคล็ดหรอก"
มาโมรุโงหัวขึ้นมา ขยี้ตาอย่างงัวเงีย แล้วเช็ดน้ำลายที่ขอบปาก พอเห็นผมก็สะดุ้ง รีบหันกลับไปมองจอคอมพิวเตอร์อย่างระแวง
ผมแกล้งทำเป็นมองตามด้วยความสงสัย
"มีอะไรรึเปล่า"
เจ้าเด็กอ่อนหัดทำท่าอึกอักเล็กน้อย
"เอ่อ... เปล่า... ฉันเปิดคอมทิ้งไว้ทั้งคืนเลยเหรอ"
ผมวางท่าเทศนาเขาเต็มที่
"ฉันบอกแล้วไง ว่าพอรู้สึกง่วงให้รีบไปนอน นายยังจะฝืนเล่นคอมอยู่อีก ดูสิ ใต้ตาดำปี๋เชียว วันนี้ถ่ายปกอัลบั้มด้วย คอนซีลเลอร์จะเอาอยู่มั้ยเนี่ย..."
ผมยื่นหน้าเข้าไปมองเบ้าตาโทรมๆ มาโมรุสะดุ้งเล็กน้อย แต่แล้วมองผมตอบอย่างเอาเรื่องบ้าง
"ว่าแต่คนอื่น นายก็เหมือนกันนั่นแหละ ตาบวมเชียว เมื่อคืนร้องไห้มารึไง"
หนอย... ไอ้เด็กบ้า!!! ก็ยังดีกว่านั่นดูเว็บลามกจนดึกแล้วกันล่ะน่า
ผมได้แต่คิดอย่างเจ็บใจ แต่ไม่ได้พูดออกไป
"ช่างฉัน นายรีบไปล้างหน้าล้างตาซะ ป่านนี้อาหารเย็นชืดหมดแล้ว"
พูดจบผมก็จะเดินออกจากห้อง แต่โดนแขนยาวๆ ของมาโมรุเกี่ยวดึงให้มานั่งบนตัก
"เฮ่ย... อะไรของนาย ปล่อยนะ"
มาโมรุรั้งผมเข้าไปกอดทั้งตัว
"ฉันขอโทษนะ มาโกะ... เมื่อวานนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายเสียใจ..."
...มาโมรุ... อุ่นจังเลย... อ้อนอีกสิ อ้อนอีก... ขออย่างเดียว... ตอนนี้ห้ามจูบนะเฟ่ย!!!
คิดไม่ทันขาดคำ ริมฝีปากได้รูปก็ค่อยๆ เลื่อนเข้ามาใกล้หน้าผม
"เฮ้ย!"
ผมรีบผลักตัวเองออกจากอ้อมกอด
มาโมรุมองตอบด้วยดวงตาสั่นระริก
"ทำไมล่ะ มาโกะ? รู้มั้ย ตั้งแต่วันที่ฉันบอกรักนาย ฉันพูดคำว่าขอโทษนายไปกี่ครั้งแล้ว ทำไมล่ะมาโกะ... นายก็รู้ว่าฉันไม่หลุดคำคำนี้ออกมาง่ายๆ ทั้งๆ ที่ฉันยอมนายขนาดนี้..."
"เปล่านะ มาโมรุ... มันไม่ใช่เรื่องนั้น"
ชักไปกันใหญ่แล้วสิ... หมอนี่นอกจากขี้ลืมแล้วยังขี้น้อยใจอีกต่างหาก
"งั้นท่าทางรังเกียจเมื่อกี้หมายความว่าไง"
โอ๊ย... ให้มันได้อย่างงี้สิไอ้น้องบ้า...
ช่วยไม่ได้... ผมจึงรีบขโมยหอมแก้มหมอนั่นเพื่อกลบเกลื่อน แล้วรีบเผ่นออกมาก่อนที่เขาจะคว้าตัวผมไปอีกรอบ
มาโมรุบ้า... นายชอบทำให้ฉันเสี่ยงกับการเป็นสิวทุกทีสิน่า
การค้นพบครั้งใหม่ทำให้ผมกลุ้มใจจนแทบคลั่ง
มาโมรุเนี่ยนะ... อ่านนิยายเกย์!!! แถมเข้าเว็บขายเซ็กซ์ทอยอีกต่างหาก!!! โธ่... น้องชายที่แสนบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของผม... กลายเป็นพวกหมกมุ่นในเรื่องอย่างว่าไปแล้ว... ไม่จริงงงงง!!!
หรือว่านี่เป็นผลกรรมที่ผมฝ่าฝืนรักต้องห้าม จนถึงขั้นมีอะไรกับน้องชายตัวเอง?
โอย... ผมสับสนไปหมดแล้ว
ผมทำให้น้องชายตัวเองเป็นเกย์สินะ! ผมทำให้น้องชายแท้ๆ ซึ่งเคยประกาศตัวว่าเกลียดกระเทยเป็นพวกโฮโมไปแล้ว!!!
พ่อครับ แม่ครับ... ผมขอโทษ...
ถึงผมจะรักกับน้องชาย แต่ผมก็ไม่ได้มีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกันเลยนะครับ มาโมรุเป็นคนพิเศษ เป็นคนที่ผมรัก และก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่ผมรักด้วย โอย... มันช่างซับซ้อน
แต่ดูเหมือนสำหรับมาโมรุแล้ว ผมคงจะไม่ใช่แบบนั้น หรือจริงๆ แล้วเขาบอกรักผมเพียงเพราะต้องการจะมีอะไรด้วย... จริงสิ หมอนั่นชอบเข้ามาอ้อนแล้วก็ทำมือไวกับผมอยู่เรื่อยเลยนี่นา จริงๆ แล้วหมอนั่นอาจไม่ได้รักผมอย่างที่ผมรักเขาก็ได้
โอ๊ยยยย... บ้าที่สุด ถ้าเว็บโป๊ที่ผมเปิดเจอเป็นภาพสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อยล่ะก็ ยังจะโล่งใจกว่า อย่างน้อยถ้าซักวันหนึ่งผมเลิกกับเขา ผมจะได้เบาใจว่าเขาจะแต่งงานมีครอบครัวได้อย่างคนปกติ
"มาโกโตะคุง..."
เสียงใสๆ ของพี่ชิโนบุเรียกผมตื่นจากภวังค์
เธอเดินยิ้มถือหนังสือมากางตรงหน้าผม
"ว่างรึเปล่าจ๊ะ มีเรื่องอยากปรึกษาหน่อย"
ผมพยักหน้าแล้วก้มลงมองหนังสือ มันคือนิตยสารแค็ตตาล็อกเครื่องประดับสำหรับผู้ชาย
"คือว่า... พี่อยากซื้อของขวัญให้คนที่ชอบน่ะ แต่ไม่รู้ว่าเขาจะชอบแบบไหน ตัดสินใจไม่ถูก"
คนที่ชอบ? แถมเครื่องประดับพวกนี้... มันสไตล์มาโมรุเลยนี่นา
"พี่ถามผิดคนแล้วมั้งครับ ของแบบนี้มาโมรุถนัดกว่า"
ผมโบ้ยไปให้น้องชายซึ่งตอนนี้หายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้
"ไม่ได้จ้ะ ไม่ได้" พี่ชิโนบุรีบปฏิเสธ "คือว่า... จริงๆ แล้วคนคนนั้นเขาใกล้เคียงมาโกโตะคุงมากกว่า"
ผมแอบเหล่ใบหน้าแดงซ่านของหญิงสาว อาการแบบนี้ถ้าให้เดา... คนคนนั้นคือมาโมรุมากกว่าซะล่ะมั้ง
"เหรอครับ"
ผมยังแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไป
"งั้น ช่วยเลือกอันที่ชอบให้ทีนะ จะให้สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือว่าแหวนดีล่ะ"
เธอพูดพลางพลิกแต่ละหน้าให้ผมดู ท่าทางเธอกระตือรือร้นเป็นพิเศษ
อืม... หลังๆ มาโมรุชอบใส่แหวน งั้นเลือกแหวนให้ดีกว่า มีสาวสวยตรงสเป๊กมาให้แหวนเด็กขี้เก๊กนั่นอาจจะดีใจ
ผมเลือกแหวนวงที่มาโมรุน่าจะชอบมาวงหนึ่ง
"ขอบใจนะจ๊ะ"
พูดจบพี่ชิโนบุก็หอมแก้มผมเบาๆ แล้วลุกออกไป ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะเดินพ้นประตู ก็มีเสียงแซวของทีมงานคนหนึ่งขึ้นมาว่า
"ต๊าย ชิโนะจัง อย่าคิดว่าแต่งหญิงเนียนแล้วคนจะลืมนะยะ มาโกโตะจังก็เหมือนกัน ปล่อยให้กระเทยแต๊ะอั๋งอยู่ได้ ไหนว่าไม่ชอบไงล่ะ"
พี่ชิโนบุหันมาแลบลิ้นใส่เจ้าของเสียง แล้วเดินออกไป ในขณะที่ผมตัวแข็งทื่อ
พะ... พี่ชิโนบุเนี่ยนะ... กระเทย... ทำงานมาด้วยกันตั้งนาน ดูไม่ออกเลย จะว่าไปบางทีก็เคยรู้สึกว่าเธอแปลกนิดๆ เหมือนกัน แต่เพราะความสวยสง่าและความใจดีมันบังตา เลยไม่เคยสงสัยอย่างจริงจัง
แล้วผมก็เพิ่งช่วย (พี่) กระเทยเลือกของขวัญไปจีบน้องชาย... แถมยังเป็นของที่น่าจะถูกใจหมอนั่นซะด้วย...
อย่าบอกนะว่าเจ้ามาโมรุ... จะออกนอกเส้นทางถึงกับมีแฟนเป็นกระเทย!?
โอย... ความกลุ้มใจของคนเป็นพ่อ...เอ๊ย! พี่ชาย...
ให้ตายเถอะ... หิวชะมัด
ผมเปิดประตูเข้ามาในบ้านเพียงลำพัง
บ้านมืดเชียว... เงียบด้วย... จะว่าไปดึกป่านนี้คงนอนกันหมดแล้วล่ะมั้ง มาโมรุก็กลับบ้านตั้งแต่ตอนเย็น ผมกลับทีหลังเพราะติดอัดเสียง
ผมเปิดไฟตรงประตูหน้าบ้านแล้วถอดรองเท้า
เกร๊ง...
เสียงเหมือนช้อนตก
ผมวางรองเท้า แล้วมองเข้าไปในความมืด มีเงาตะคุ่มกำลังเคลื่อนไหวอยู่ที่โต๊ะอาหาร
แย่ล่ะสิ... ดันอยู่ในพื้นที่สว่างซะด้วย
ผมปิดไฟ หยิบไม้เบสบอลแถวนั้นขึ้นมา แล้วก้าวเข้าไปในความมืด คลำหาสวิตช์ไฟของห้องด้านใน
ทันใดนั้นเอง ก็มีมือเข้ามาล็อคคอ แล้วจ่อของแข็งบางอย่างที่กลางหลัง
ผมจำต้องปล่อยไม้เบสบอลในมือ แล้วใช้โอกาสนั้นกดเปิดสวิตช์ซึ่งอยู่ใกล้ๆ
ห้องสว่างพรึ่บขึ้นมา
บนโต๊ะมีอาหารวางอยู่สามสี่อย่าง แต่ละอย่างส่งกลิ่นหอมฉุยทำเอากระเพาะหิวๆ ของผมร้องจ๊อกออกมา
ผมหันกลับไปมองหน้าเจ้าของแขนซึ่งค่อยๆ เลื่อนจากคอมาเกาะที่เอวผมแทน
"มาโมรุ..." ผมอุทานอย่างโล่งใจ "นายเล่นอะไรของนาย ฉันใจหายหมดเลย"
สิ่งที่จ่ออยู่กลางหลังผมคือตะเกียบหนึ่งคู่
"กำลังหิวล่ะสิ ฉันอุตส่าห์รีบกลับมาเตรียมของที่นายชอบไว้"
มาโมรุยิ้มกริ่มแล้วดันหลังให้ผมไปนั่งที่โต๊ะ
"โห... นี่นายทำเองหมดเลยเหรอ?"
มาโมรุพยักหน้า ผมหรี่ตามองอย่างระแวงเล็กน้อย
จะกินได้เร้อ?
เขาจ้องตอบเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่
"ไม่ลองก็ไม่รู้... อาหารจีนสูตรพิเศษของมาโมรุเชียวนะ"
พูดจบก็ยื่นตะเกียบให้
ผมอดเหลียวหลังกลับไปดูสภาพห้องครัวในตอนนี้ไม่ได้
อืม... ค่อนข้างสะอาดใช้ได้ ถึงแม้จะไม่เนี้ยบนิ้งซักเท่าไหร่ก็ตาม
"โห... อาหารจีนอะไรกัน นี่มันอาหารญี่ปุ่นชัดๆ"
ผมพูดพลางคีบเกี๊ยวซ่าเขาปาก อื้ม... รสชาติไม่เลวแฮะ ถึงแม้จะห่อแปลกๆ แถมมีรอยแตกอีกต่างหาก
"อาหารญี่ปุ่นมีเกี๊ยวที่ไหนกัน มาโกะ"
อ้าว... สรุปแล้วทั้งเกี๊ยวปู เกี๊ยวซ่า ราเม็ง หมี่เย็น ฯลฯ ที่ผมเคยให้ๆ สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้ว่าเป็นอาหารญี่ปุ่นที่ผมชอบเนี่ย จริงๆ แล้วมันคืออาหารจีนหรอกเหรอ... โธ่... ปล่อยไก่ไว้หลายรายการเลยนะเนี่ย
มาโมรุนั่งฝั่งตรงข้าม เท้าคางจ้องหน้าผม วันนี้เขาดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษแฮะ
"แล้วนายไม่กินด้วยกันล่ะ?"
นั่งดูอยู่ได้ หรือว่าจะแกล้งอะไรผมรึเปล่า... แอบระแวงนะเนี่ย
"ไม่ล่ะ รอกินมาโกะอีกที"
ไอ้เด็กบ้า ชอบล้อเล่นแบบนี้เรื่อย ผมมองค้อนแล้วยกน้ำซุปขึ้นมาซดแก้เขิน
พอโดนจ้องมากๆ ผมก็หยุดกิน
"ทำไมล่ะ? ไม่อร่อยเหรอ?"
มาโมรุทำสีหน้าผิดหวัง
"ใครว่าล่ะ ถึงจะปะแล่มๆ ไปหน่อย แต่ก็อร่อยมากเลย มาโมรุอุตส่าห์ทำให้กินทั้งที ต้องกินให้หมดอยู่แล้ว"
ผมยิ้มหวานตอบ แกล้งหยั่งเชิงว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน
"เอ้า งั้นก็กินต่อให้หมดสิ ฉันอุตส่าห์โทรไปบอกทีมงานว่าไม่ต้องซื้อข้าวกล่องให้นายเพื่อการนี้เลยนะ..."
มาโมรุพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
หนอย... ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้เอง... ตัวการที่ทำให้ผมต้องหิ้วท้องอันหิวโหยกลับบ้านคือหมอนี่เองหรอกเหรอ
จริงสิ... จะว่าไปก่อนหน้านี้ที่เขาแอบมาทำห้องครัวเละเทะยามดึก ที่แท้ก็หัดทำอาหารเพื่อผมนี่เอง
"ฉันชอบหน้าของมาโกะตอนกำลังกินที่สุดเลย วันนั้นที่นายกินอาหารจีนที่พี่ชิโนบุทำ ฉันหึงพี่ชิโนบุที่สามารถทำให้นายทำหน้าแบบนั้นได้ ฉันก็เลยไปขอให้พี่ชิโนบุสอน แต่ว่าไม่มีที่เรียน ก็เลยต้องใช้วิธีบอกสูตร แล้วก็มาหัดทำเอง แล้วเอาไปให้พี่ชิโนบุชิม จริงๆ ก็ไม่ได้ทำเองทั้งหมดหรอก พวกวัตถุดิบพี่ชิโนบุเป็นคนเตรียมมาให้ ฉันเอามาหัดปรุงเท่านั้นแหละ"
โธ่... มาโมรุผู้น่ารัก... ผมมองหน้าน้องชายด้วยสายตาซาบซึ้ง นายจะทำให้ฉันปลื้มใจไปถึงไหน...
"เพราะฉะนั้น... คราวนี้นายต้องกินให้หมดด้วยล่ะ เพราะฉันคิดว่าคงจะไม่ได้ทำอีกแล้ว"
อ้าว... ซะงั้น
"ทำไมล่ะ"
มาโมรุยิ้มกริ่ม ไม่ตอบ เขาคะยั้นคะยอให้ผมกินอาหารให้หมดก่อน
.................................
.................................
.................................
"เอาล่ะ" ผมวางถ้วยซุปแล้วดื่มน้ำ "เมื่อกี้เหมือนนายยังไม่ตอบอะไรฉัน"
"ฉันก็แค่จะบอกว่าฉันไม่ชอบทำอาหารเท่านั้นแหละ ให้เป็นลูกมือพอได้นะ แต่เต็มตัวไม่เอา แล้วก็ที่อยากจะทำให้นายกินก็เพราะ... วันนี้เป็นวันพิเศษ"
เขาหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
มันคือแหวนที่ผมเลือกให้พี่ชิโนบุ!!!
อย่าบอกนะว่านายจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะได้ของขวัญจากสาวที่แอบชอบ...
"ไม่คิดเลยว่ามาโกะจะชอบวงเดียวกับฉัน แบบนี้เรียกว่าใจตรงกันสินะ เหมือนพรหมลิขิตเลยเนอะ"
พรหมลิขิตบ้าบออะไร ฉันกะจะเลือกให้นายต่างหากเล่า! โธ่เอ๊ย... ถ้ารู้ว่าจะเข้าตัวล่ะก็ เลือกวงที่ชอบดีกว่า
"เอ้า สวมให้หน่อยสิ"
น้องชายตัวดีออกคำสั่ง พลางยื่นมือซ้ายมาให้
ผมถึงกับงง อ้าว... ไม่ได้ให้ผมหรอกเหรอ
"นิ้วนางนะ"
ผมสวมแหวนโดยไม่คิดอะไร พอเงยหน้าขึ้นไปเห็นหน้าระรื่นของมาโมรุก็นึกขึ้นได้
"เฮ้ย... เป็นเด็กเป็นเล็กใครเขาใส่นิ้วนั้นกัน เดี๋ยวก็เป็นข่าวหรอก"
มาโมรุแลบลิ้น แล้วมองแหวนที่มือตัวเองอย่างชื่นชม จากนั้นก็ล้วงกระเป๋า หยิบอีกวงหนึ่งออกมา
"เอาล่ะ ทีนี้ตานาย..."
เอ่อ... จะดีเหรอ... ผมชักลังเล ไอ้เด็กนี่จะเล่นอะไรของเขากันนะ
"เร็วสิพี่ชาย... เอามือซ้ายมาซะดีๆ"
ผมอิดออดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือซ้ายไปให้
ช่างเถอะ... ไว้เห็นท่าไม่ดีค่อยถอดออกทีหลังก็ได้
มาโมรุสวมแหวนให้ผมเสร็จก็ยกขึ้นมาประทับริมฝีปากลงบนหลังมือ
ผมเกือบชักมือกลับด้วยความตกใจ
ไอ้เด็กบ้า!!! ผู้ชายด้วยกันนะเฟ่ย มันจั๊กกะเดียมพิลึก
"อะไรกันคร้าบ... มากกว่านี้ยังเคยแล้ว ไม่เห็นต้องอายเลย"
เจ้าตัวร้ายแซวขึ้นมาเหมือนรู้ทัน ฮึ่ม... นับวันชักจะเอาใหญ่แล้ว
"เอาล่ะ ทีนี้ก็จูบสาบาน..."
ผมเบิกตาโพลง ต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่จับฉันสวมชุดเจ้าสาวเข้าพิธีแต่งงานไปเลยล่ะ ไอ้น้องบ้า!!!
"มามะ"
ไม่พูดเปล่า กระดิกนิ้วให้เข้าไปหาอีกต่างหาก หนอย... ฉันเป็นพี่นายนะว้อยยยย
แต่สุดท้ายก็ใจอ่อน ยื่นหน้าไปให้ไอ้เด็กแก่แดดจูบจนได้
"จูบรสเกี๊ยวซ่า"
เขาเลียรอบริมฝีปาก ก่อนที่จะดึงผมเข้าไปพรมจูบอีกหลายๆ ครั้ง
"เดี๋ยวก่อนสิ... มาโมรุ"
ผมผลักตัวเองออก... มันเมื่อยนะ จูบกันข้ามโต๊ะเนี่ย
"เอาล่ะ หมดเวลารอของฉันแล้ว ตาฉันกินนายบ้างล่ะ"
"เฮ้ย!!"
ผมเด้งหงายหลังลงนั่งพิงพนักอย่างเก่าทันที
"เดี๋ยวสิ มาโมรุ ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ขอไปอาบน้ำอาบท่าก่อนไม่ได้รึไง"
มาโมรุถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
"ก็ได้คร้าบ... งั้นฉันจะไปรอที่ห้องนายนะจ๊ะ ที่รัก"
เขาขยิบตา ส่งจูบแล้วเดินออกไป
ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่... อย่าบอกนะว่าคืนนี้จะ...
ผมแกล้งอาบน้ำช้าๆ อยู่ในห้องน้ำนานๆ แต่สุดท้ายก็ทนร้อนไม่ไหวต้องเดินออกมา
มาโมรุอยู่อีกฟากหนึ่งของเตียง เขาไม่ได้นอนรอบนเตียง แต่กลับกำลังก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่างอยู่
"อะไรเหรอ"
ผมขึ้นไปนั่งบนเตียงแล้วยื่นหน้าไปดู
มาโมรุหยิบของที่อยู่ในกล่องขึ้นมาสำรวจทีละชิ้นพลางตอบ
"กำลังคิดว่าคืนนี้จะลองอันไหนดี"
"หืม?"
ผมหยิบของในกล่องขึ้นมาดูบ้าง
อะไรเนี่ย... มีทั้งกระปุก ทั้งหลอด สารพัด
พอเห็นฉลากเท่านั้นแหละ ผมถึงกับโยนประปุกในมือกลับลงก่องแล้วถอยกรูดจนเกือบตกเตียงอีกด้าน
มะ... มันคือ... มันคือ...
"อันนี้ดีกว่า สำหรับมือใหม่"
มาโมรุชูกระปุกหนึ่งขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนหันมามองผมซึ่งนั่งหน้าซีดอยู่บนเตียง
"เป็นอะไรไปอ่ะ มาโกะ... พี่ชิโนบุบอกว่าของพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดาจะตาย"
นะ... นายปรึกษาพี่ชิโนบุแม้แต่เรื่องอย่างว่าด้วยเรอะ!!!
"ตะ... แต่ว่า... วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลย ระ... เรานอนกอดกันเฉยๆ อย่างทุกทีไม่ได้เหรอ..."
มาโมรุยิ้มที่มุมปาก แล้วรีบตะปบร่างผมไว้เหมือนรู้ทัน
"ฉันปล่อยให้เป็นแบบนั้นมาหลายคืนแล้ว"
"นะ... นายก็ปล่อยอีกซักคืนจะเป็นไรไปล่ะ"
"หมดเวลาแล้วมาโกะ... ดูสิ... วันนี้เราสวมแหวนกันแล้วนะ"
...หนอย... ถ้ารู้ว่าสวมแล้วต้องเป็นแบบนี้ฉันถอดคืนนายก็ได้ ฮืออออ...
มาโมรุไม่รอช้ากดผมลงกับเตียงแล้วซุกไซ้ซอกคอ ผมดิ้นขัดขืนแต่ไม่เต็มกำลังเพราะกลัวเขาเข้าใจผิด
แต่ว่า... คืนนี้ยังไงก็ยังไม่พร้อมง่า...
ทำไมกันนะ... เพราะผมเหนื่อย? ผมกลัว? ผมยังระแวงเขาอยู่? เพราะอะไร?
มาโมรุประทับจูบไปทั่วใบหน้าและร่างกาย พลางปลดกระดุมชุดนอนที่ผมเพิ่งจะใส่ไปเมื่อกี้
"มาโมรุ... ไอ้เด็กบ้า... หยุดนะ!! เดี๋ยวก่อนสิ!!!"
ผมพยายามขัดขวางมือที่ลูบไล้หยอกล้อกับผิวกายของผมจ้าล่ะหวั่น
มาโมรุสงบลงเล็กน้อย แต่ริมฝีปากยังคงประทับจูบอยู่บนแก้มของผม
"ฉันอาบน้ำแล้ว แปรงฟันสะอาดแล้ว เช็ดครัวให้นายแล้ว นายจะเอาอะไรอีก"
มันไม่ใช่อย่างน้านนนนน ไอ้เด็กทะลึ่ง หยุดให้ทำใจหน่อยไม่ได้รึไง
"งะ... งั้น... ปิดไฟ... ก่อนได้มั้ย ฉันอายนะ"
มาโมรุยิ้มอย่างผู้มีชัย ก่อนเอื้อมมือปิดไฟทีหัวเตียง
ร่างกายของพวกเราเสียดสีกันอยู่ท่ามกลางความมืด สัมผัสของมาโมรุอ่อนโยนและอบอุ่นจนผมเคลิบเคลิ้มในเวลาไม่นาน กระทั่ง...
ผมรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นๆ ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาภายในร่างกาย
"อ๊ะ..."
ทันทีที่ได้ยินเสียงครางของตัวเอง
'เด็กหนุ่มครางเสียงหวานเมื่อนิ้วทั้งสามเสียดสีกับช่องทางภายใน รุกเร้าจุดกระสันปลุกสัญชาติญาณอันเร่าร้อนให้ระอุขึ้นมา...'
บ้าชะมัด... ดันมานึกขึ้นอะไรกันตอนนี้
ผมรู้สึกกระดากขึ้นมาดื้อๆ ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปล่ะก็...
มาโมรุเห็นผมอึ้งไป จึงกระซิบถาม
"เป็นไรรึเปล่า?"
แววตาในความมืดของเขาดูเป็นห่วงอย่างจริงจัง
ผมส่ายหน้า แล้วโน้มคอเขาลงมากอด
ไม่... ตอนนี้เป็นเวลาที่ผมกับมาโมรุกำลังมีความสุข เพราะฉะนั้น ผมต้องไม่คิดถึงข้อความพวกนั้น...
แต่แล้วเมื่อมาโมรุสอดแทรกกายเข้ามา...
'ร่างสูงใหญ่กระแทกกายเข้ามาเป็นจังหวะ ร่างบางกรีดร้องครวญครางอยู่ข้างใต้ แล้วก็สลบไปด้วยความสุขสม...'
อ๊ากกก... บ้าที่สุด... มันผุดขึ้นมาในหัวอีกแล้ว และมาโมรุเองก็คงรู้สึกได้ถึงอาการแปลกๆ ของผม
"มาโกะ... ไม่เป็นไรนะ?"
มาโมรุดูเป็นห่วงเป็นใยผมมากว่าปกติ เขาค่อยๆ ขยับกายเป็นจังหวะช้าๆ ในขณะที่ผมกัดริมฝีปากกลั้นเสียงสุดชีวิตเพราะกลัวตัวเองจะกรีดร้องออกมา
มาโมรุเชยคางผมแล้วประทับจูบอย่างดูดดื่ม เขาโลมเลียริมฝีปากล่างของผมอย่างอ้อยอิ่ง
"อือ...."
ผมหลุดเสียงครางออกมาจนได้ บ้าชะมัดเลย
แต่แล้วมาโมรุก็หยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ถอนกายออกไป แล้วเปิดไฟที่หัวเตียง
"มาโมรุ?"
ผมมองหน้าเขาอย่างงงงวย
"นายรังเกียจที่จะมีอะไรกันขนาดนั้นเลยเหรอ"
คำถามของมาโมรุทำเอาผมหัวใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม
"เมื่อกี้นายคิดอะไรอยู่น่ะ มาโกะ... นายไม่สนใจฉันเลย ร่างกายนายฝืนไปหมดจนฉันพลอยเจ็บไปด้วย..."
ผมหลบสายตาเคร่งเครียดของมาโมรุที่มองลงมา
"ฉ... ฉัน... ฉันขอโทษ... ฉันแค่..."
มาโมรุยังคงจ้องหน้าผมนิ่ง
"ตลอดมาฉันพยายามทำทุกอย่างแล้วนะ มาโกะ... ฉันพยายามเพื่อให้พวกเรามีความสุข แต่นายเอาแต่หนี..."
เปล่านะ... มาโมรุ ฉันไม่ได้หนี เพียงแต่...
"มาโมรุ... ฉันขอถามหน่อยได้มั้ย... นาย..."
ผมลังเลที่จะพูดนิดหน่อย แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องถามออกไปให้แน่ใจอยู่ดี
"นายมีรสนิยมอย่างว่าเหรอ?"
มาโมรุอึ้งไปหลายวินาที
"อย่างว่าคืออย่างไหน?"
ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
"กะ...ก็กับผู้ชายไง... อย่างครั้งแรกนายก็เป็นคนเริ่มก่อน..."
เขาหัวเราะออกมาเสียงดังครู่หนึ่งแล้วจึงจ้องตาผมพลางตอบ
"นอกจากนายแล้ว เคยเห็นฉันสนใจผู้ชายอื่นงั้นเรอะ?"
ผมหน้าร้อนฉ่าขึ้นมาทันที แล้วทำแก้มป่อง
"ไม่รู้สิ เห็นนายอ่านนิยายเกย์ เลยนึกว่าชอบ"
มาโมรุหุบยิ้มทันที หน้าเจื่อนไปเล็กน้อย
"นะ... นายรู้?"
"ก็... ฉันเห็นมากับตาเลยนี่ รึนายจะเถียง"
เจ้าเด็กทะลึ่งมองหน้าผมแล้วยิ้มละไม
"ก็ก่อนหน้านี้นายเคยบอกว่าเจ็บนี่นา ฉันก็เลยพยายามหาวิธีให้นายรู้สึกดี พี่ชิโนบุแนะนำเว็บเกย์มาให้ แต่พอฉันเข้าไปอ่านแล้วรับไม่ได้ เธอเลยแนะนำเว็บนิยายแบบเบาๆ มาให้ฉันอ่านแล้วลองจินตนาการดู"
"รวมทั้งไอ้สารพัดเจลนั่นด้วยสินะ ที่พี่ชิโนบุแนะนำ"
มาโมรุคลี่ยิ้มออกมา
"นั่นน่ะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่พี่ชิโนบุภูมิใจเสนอเชียวนะ บอกว่าไม่เกิดอาการระคายเคือง รู้สึกดีทั้งสองฝ่าย มีอะโรมาเธอราปี ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด แล้วยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้ออีกด้วย..."
ผมรีบเอามือปิดปากอีกฝ่าย เพราะรับไม่ได้สุดฤทธิ์ อย่าเอาแววตาและน้ำเสียงไร้เดียงสามาใช้ขณะพูดเรื่องทำนองนั้นอยู่ได้มั้ย โอยยยย อยากจะบ้าตาย... หมอนี่มันเด็กหรือผู้ใหญ่กันแน่เนี่ย ผมงงไปหมดแล้ว
"พอเถอะมาโมรุ... ฉันเข้าใจแล้ว... ฉันเข้าใจนายทุกอย่างแล้ว..."
ผมดึงเขามากอดแน่น... หมอนี่ทำเพื่อผมสินะ... ทั้งเรื่องอาหารจีน... ทั้งเรื่องนิยายเกย์นั่น...
"งั้นคืนนี้... ฉันยอมนอนกอดนายแบบนี้อีกคืนก็ได้ ถ้านายยังไม่พร้อม"
มาโมรุเองยอมถอยไปอีกก้าวหนึ่ง
"ไม่ต้องหรอก... จริงๆ แล้วฉันก็อยากกอดนายนะ..."
มาโมรุยิ้มหวาน แล้วประทับจูบลงมาที่ริมฝีปาก จากนั้นเพลงรักของพวกเราก็เริ่มบรรเลงขึ้นอีกครั้ง...
แต่คืนนี้ทุกอย่างคงลงเอยอย่างมีความสุข หากไม่มีเสียงกระซิบภายใต้แสงไฟสลัว
"จริงๆ นิยายพวกนั้น อ่านๆ ไปมันก็เพลินดีเหมือนกันนะ"
ผมถึงกับอึ้ง หยุดชะงักทุกอย่าง
"ตอนนี้ฉันกำลังติดเรื่องนึง มีฉันเป็นพระเอก นายเป็นนางเอก สนุกชะมัดเลย"
โป๊ก!!!
"โอ๊ย!"
ผมเขกหัวน้องชายจอมทะเล้นไปมะเหงกใหญ่ๆ ก่อนผลักตัวเขาออกไป แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมตัวจนมิด
"อะไรอ่ะ มาโกะ ฉันเจ็บนะ"
ดี... สม... พี่ชิโนบุคงไม่ได้บอกนายสิท่า ว่าเรื่องไหนที่ห้ามพูดเวลาแบบนี้ ไอ้เด็กบ้า!!!!
ฮึ่ม!!! หมดอารมณ์ นอนดีกว่า
"โธ่... มาโกะจ๋า..."
มาโมรุยังคงพยายามออดอ้อนผมต่อไป แต่เสียใจ ผมจะหลับแล้วล่ะ
ราตรีสวัสดิ์ น้องรัก...
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 12 Jan 2008 02:54:11 by ★ひまじん★