* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

                "มาโมรุ ตื่น!!!"

                ผมดึงผ้าห่มออกจากเจ้าตัวขี้เซาที่นอนขดอยู่บนเตียง

                มาโมรุงัวเงียขึ้นมาคว้าหมับที่ผ้าห่มแล้วกระชากจากมือผมกลับไปนอนต่อ

                "ไม่ได้นะ มาโมรุ... ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้"

                ผมเข้าไปเขย่าเจ้าตัวดี ปกติตอนเช้าเขาไม่ได้ตื่นยากเย็นอะไรขนาดนี้หรอกครับ แต่ว่าเมื่อคืนเขานอนดึกมาก แล้วผมก็ปลุกเขาตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่อีกต่างหาก ผมเลยทำใจแล้วว่าวันนี้คงต้องมีงอแงกันบ้าง

                "อื้อออออ... ไมไหวอ่ะ..."

                เขาขมวดคิ้วนิ่วหน้า แล้วพลิกตัวหนีจากมือผม

                "แล้วใครใช้ให้นายนอนดึกขนาดนั้นเล่า"

                "ก็อ่านฟิคยังไม่จบนี่นา"

                โอย... จะบ้าตาย... ถ้านายนอนดึกเพราะอ่านหนังสือเรียนฉันจะไม่ว่าเลยซักคำ

                "ลุกเลยไอ้ตัวดี..."

                ขณะที่ผมดึงแขนน้องชายให้ลุกขึ้น เจ้าวายร้ายก็ดึงแขนผมลงไปนอนเอ้งเม้งอยู่ข้างๆ บนเตียง

                "มาโกะจ๋า..."

                แล้วมันก็ตะเกียกตะกายขึ้นมานอนบนตัวผม

                แอ่ก... ตื่นจะไม่ไหวแล้วยังมีแรงมาออดอ้อนกันแบบนี้อีก ไอ้น้องบ้า

                "มาโมรุ... ฉันบอกให้ตื่นไงเล่า วันนี้วันอะไร นายจำได้มั้ย"

                "ไม่เอาอ่ะ... วันอะไรก็ช่าง จะนอน"

                หนอย... ไม่ได้สำนึกเล้ยยยยย

                "มาโมรุ วันนี้พ่อกับแม่จะกลับมานะ"

                เด็กดื้อโงหัวขึ้นมาเผยอเปลือกตามองเล็กน้อย แล้วฟุบลงบนหน้าอกผมเหมือนเดิม

                "แล้วไงอ่ะ"

                ถามเสียงอู้อี้

                "แล้วไงน่ะเหรอ พี่มาซากิกับพี่มานาบุบอกว่าจะกลับมาค้างที่บ้าน เพราะฉะนั้นนายต้องย้ายของนายมาห้องฉัน"

                ผมเริ่มมีน้ำโห จะไม่ให้มีได้ยังล่ะครับ ก็พี่ๆ เล่นมายึดห้องคืนกะทันหันแบบนี้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงไม่มีปัญหาหรอก แต่ตอนนี้...

                "ย้ายอะไรอ่ะ มาสะจังกับมาบุจังไม่น่าจะมีของเยอะนี่นา"

                ฮึ่ม... ชักเหลืออด

                "ก็ไอ้ของที่นายซื้อจากเซ็กซ์ทอยส์ออนไลน์นั่นไงเล่า!!! ถ้าพี่ๆ มาเจอเข้าจะแก้ตัวว่ายังไง ไอ้ตัวแสบ!"

                ผมพูดพลางชี้ไปยังกล่องพัสดุที่วางกองอยู่ที่มุมห้อง หมอนี่... ซื้อของพรรค์นี้มาเก็บไว้เยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แถมแต่ละอย่าง... นอกจากเจล โลชั่นแล้วยังมีอุปกรณ์ SM อีกสารพัด ไม่รู้จะซื้อมาทำไม ถ้าบอกว่าจะมาใช้กับผมล่ะก็ ผมจะขนไปทิ้งให้หมดเลย คอยดูเถอะ!!!

                "ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย แค่ย้ายกล่องไปไว้ห้องมาโกะเฉยๆ"

                มาโมรุยังคงอิดออด

                สรุปแล้วยังไงก็จะไม่ตื่นใช่มั้ย!?

                "อย่ามาพูดง่ายๆ นะเฟ่ย ตอนอยู่ในห้องนายเวลาแม่บ้านมาเห็นมันก็เรื่องของนาย แต่ถ้ามาอยู่ในห้องฉัน ยังไงก็ต้องหาที่ซ่อน ฉันไม่ใช่คนซื้อ ฉันไม่ยอมถูกใครเข้าใจผิดหรอก!!!"

                มาโมรุยอมลุกซักที แต่ก็ยังไม่ออกไปจากตัวผม

                "เรื่องมากจริง"

                หนอย... ยังมีหน้ามาบ่น

                "หอมก่อนสิ แล้วจะตื่น"

                หมอนั่นทำแก้มป่องแล้วเอียงเข้ามาหาอย่างน่ารัก

                ผมเลยหยิกแก้มเข้าให้ แล้วผลักน้องชายออกจากตัว

                "เอ้า รีบไปอาบน้ำซะ ห้ามอืดอาดเชียวนะ พ่อกับแม่จะมาถึงบ่ายๆ ยังไงเราก็ต้องเก็บของให้เสร็จก่อนไปบริษัท"

                "คร้าบ คร้าบ"

                มาโมรุลากเสียงอย่างงอนๆ

 

                และแล้วพวกเราก็ช่วยกันย้ายของและซ่อนในที่ที่แน่ใจว่าจะไม่มีใครมาวุ่นวายจนเสร็จ



                หลังจากเลิกงาน พ่อแม่ พี่มาซากิ พี่มานาบุ และมายุมิรอพวกเราอยู่ที่บ้านอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

                "พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."

                มาโมรุโผเข้าไปนัวเนียกอดหอมพ่อกับแม่เหมือนเด็กเล็กๆ ไม่มีผิด

                จริงสิ... คราวที่แล้วที่พ่อกับแม่กลับมา หมอนั่นนอนไม่ได้สติอยู่ในโรงพยาบาลอยู่เลย

                "มาโกะจัง... มาโมะจัง..."

                ว่าแล้วพวกเราทั้งสี่คนก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันด้วยความคิดถึง

                มายุมิซึ่งยืนดูอยู่ไม่ไกล หลังจากออดอ้อนพี่มาซากิจนหนำใจแล้วก็ไม่ยอมน้อยหน้า เข้ามาร่วมวงอีกคนเป็นห้าคนพ่อแม่ลูก

                "โห... มาโมะจัง ตัวโตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย สูงแซงทุกคนในบ้านแล้วนะ"

                แม่มองลูกชายคนเล็กด้วยความดีใจระคนทึ่งๆ

                "เดี๋ยวนี้มีแต่คนนึกว่าผมเป็นพี่ของมาโกะ"

                มาโมรุได้ทีพูดพลางยิ้มย่องแล้วมองมาทางผม

                "โธ่เอ๊ย... ยังไงนิสัยนายก็ยังเด็กอยู่วันยังค่ำน่ะแหละ"

                ผมสวนทันควันด้วยความหมั่นไส้

 

                เย็นวันนั้นพวกเรากินข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน พ่อแม่ซื้อของมาฝากมากมาย พี่มาซากิกับพี่มานาบุก็ซื้อของอร่อยๆ มาฉลองการกลับบ้านของท่านทั้งสอง มายุมิเตรียมจัดตารางเที่ยวกับพ่อแม่ไว้เต็มที่ แต่ดูแล้วเหมือนตารางทัวร์ช็อปปิงเสียมากกว่า

 

                หลังจากอาบน้ำเสร็จ มาโมรุก็นอนแผ่หลากลางเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน

                แหงล่ะ ก็เมื่อคืนหมอนั่นนอนไปไม่กี่ชั่วโมงเองนี่

                "มาโมรุ... นอนดีๆ สิ นายนอนแผ่แบบนี้แล้วฉันจะนอนยังไง"

                ผมหันไปท้วงขณะกำลังจะเข้าห้องน้ำ

                มาโมรุหลับตานิ่งสนิท ...อย่าบอกนะว่าหลับแล้ว

                ผมเข้าไปอาบน้ำ คิดว่าเดี๋ยวออกมาเขาคงจะพลิกตัวนอนตะแคงในท่าถนัด

 

                แต่ทว่า...

                "มาโมรุ!"

                ผมเรียกพลางสะกิด หมอนั่นยังคงนอนอยู่ท่าเดิมเด๊ะๆ

                "อือ..."

                มาโมรุทำขมวดคิ้วเหมือนรำคาญ แต่ก็ยังไม่ขยับไปไหน

                ผมเลยต้องใช้วิธีบังคับกันเล็กน้อย ด้วยการดึงและดันเจ้าแมวขี้เซาตัวใหญ่อย่างทุลักทุเล

                แต่ดูเหมือนเจ้าแมวยักษ์จะไม่ได้หลับจริง หมอนั่นดึงผมลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียง กว่าจะตั้งสติได้ ก็โดนแมวยักษ์เจ้าเล่ห์นอนคร่อมอยู่ข้างบนแล้ว

                "หนอย... หลอกกันงั้นเรอะ? ร้ายกาจที่สุด"

                ผมแยกเขี้ยวใส่

                มาโมรุไม่รอฟังอะไรทั้งสิ้น พรมจูบหน้าผมไปทั่ว

                "มาโกะ... คืนนี้ขอเถอะนะ ไม่ได้กอดมาโกะมาหลายคืนแล้ว"

                จ๊ากกกกก... ผมหน้าร้อนฉ่า... อะไรดลจิตดลใจให้เจ้าเด็กแก่แดดพูดออกมาแบบนี้...

                ผมรีบดันตัวเขาออกไปทันที

                "ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้"

                "ทำไมล่ะ... ที่รัก..."

                ไอ้บ้า... อย่ามาทำหน้าเซ็กซี่ใส่นะเฟ่ย ยังไงฉันก็ไม่ใจอ่อนเด็ดขาด

                "จะบ้าเหรอ... พ่อแม่ก็อยู่ นายทำลงรึไง"

                ผมเถียงให้เสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

                มันกระดากใจมั้ยล่ะครับ มีอะไรกับน้องชายตัวเองในบ้าน ทั้งๆ ที่สมาชิกทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า ตอนที่พวกท่านยังไม่กลับผมก็ละอายใจจะแย่อยู่แล้ว ทั้งๆ ที่พวกท่านฝากน้องๆ ไว้กับผม แต่ผมกลับ...

                อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเจ้าน้องชายตัวดีจะไม่ได้สำนึกอะไรเลยแม้แต่น้อย

                "ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา ฉันรักมาโกะ เลยอยากกอดมาโกะ พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันซักหน่อย"

                โอยยยย พูดมาได้หน้าตาเฉย แบบนี้ให้พวกเราทะเลาะกันซะยังจะดีกว่า

                "มาโมรุ! ไม่ว่ายังไงนายกับฉันก็เป็นพี่น้องกันนะ"

                "แล้วไง?"

                "ถ้าพ่อแม่รู้ พวกท่านจะรู้สึกยังไงล่ะ ไหนจะพี่มาซากิกับพี่มานาบุอีก"

                "โธ่... มาโกะ นายคิดมากไปแล้ว ความไม่แตกหรอกน่า"

                พูดจบก็จูบปิดปากผมซึ่งกำลังจะบ่นต่อ

                "อื้อ..."

                หนอย... คิดจะทำให้เคลิ้มงั้นเรอะ!? ไม่มีทาง

                ผมทั้งผลักทั้งดันขัดขืนอย่างเต็มที่

                แต่เจ้าตัวยุ่งก็จู่โจมอย่างเต็มที่เช่นกัน

                หมอนั่นกดแขนผมลงบนหมอน แล้วเริ่มซุกไซ้ต่อที่ซอกคอ

                "อึ่ก..."

                โธ่เว้ย... อย่าขบสิฟะ เดี๋ยวเป็นรอย...

                ผมกัดริมฝีปากล่างกลั้นเสียงสุดชีวิต ถึงแขนจะโดนล็อคไว้ แต่ขายังมีอยู่ ผมเริ่มถีบเริ่มดันลำตัวช่วงล่างของน้องชาย

                มาโมรุแทรกกายเข้ามาระหว่างต้นขาเหมือนรู้ทัน เขาโถมกายลงกดทับผมทั้งตัว ขณะที่ริมฝีปากซุกซนของเขาก็ยังไม่หยุดนิ่ง

                บ้าชะมัด... จะขืนใจกันงั้นเรอะ!?

                ในเมื่อห้ามปรามไม่สำเร็จ ร้องตะโกนโวยวายก็ไม่ได้ เห็นทีผมคงต้องใช้ไม้ตาย

                "ฮึก... ฮึก..."

                ได้ผล มาโมรุเงยหน้าขึ้นมองผมซึ่งกำลังน้ำตาคลอ

                "มาโกะ..."

                เขารีบจูบซับน้ำตาที่ผมปล่อยให้ไหลอาบแก้ม แต่ผมสะบัดหน้าหนีทันที

                "นายไม่สนว่าคนอื่นจะคิดยังไง แต่ฉันสนนี่... ฉันเป็นพี่นายนะ แต่ฉันกลับทำให้น้องชายตัวเองต้องเป็นแบบนี้ ฉันมันเหลวไหล ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจตัวเอง"

                มาโมรุมองผมอย่างเจ็บปวด เล่นเอาผมใจหายวาบ... นี่ผมพูดแรงเกินไปรึเปล่า?

                "ไม่เอา มาโกะ... อย่าโทษตัวเองอย่างนั้นสิ ฉันต่างหากที่น่าจะโดนว่าแบบนั้น ฉันเป็นคนเริ่มก่อน... แต่ว่า... ฉันรักนายนี่นา"

                เสียงทุ้มของมาโมรุกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูจนผมขนลุกไปทั้งตัว

                "นาย... ไม่รักคนอื่นๆ เหรอ ไม่สนเลยเหรอว่าเขาจะรู้สึกยังไง"

                ผมถามออกไปเพียงแค่ตั้งใจจะให้คืนนี้ผ่านไปได้ด้วยดีเท่านั้น แต่ขณะที่พูดกลับรู้สึกว่าคำถามของตัวเองมันทิ่มแทงใจอย่างบอกไม่ถูก... ในโลกของความเป็นจริง มันไม่ใช่แค่คืนนี้... หรือเฉพาะช่วงเวลาที่พ่อแม่และพี่ๆ กลับมา แต่ตราบใดที่พวกเราทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน ความผิดนั้นจะจารึกอยู่ในใจของผมเสมอเหมือนตราบาป

                "สนสิ ฉันเองก็รักทุกคนนะ แต่ระหว่างนายกับฉันมันคนละเรื่อง ครอบครัวก็คือครอบครัว แต่ฉันรักมาโกะที่เป็นมาโกะในตอนนี้ ไม่เกี่ยวว่านายจะเป็นพี่หรือเป็นคนอื่น..."

                ดวงตาคู่สวยของมาโมรุจ้องลึกเข้ามาในตาของผมเหมือนตั้งใจจะส่งผ่านความในใจอย่างเต็มที่

                บ้าชะมัด... ผมมักแพ้สายตาเว้าวอนขอความเมตตาและความอบอุ่นจากหมอนี่ทุกที

                ผมลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน แล้วดึงตัวเขามากอดแน่น

                "ฉันก็รักนายแบบนั้นเหมือนกัน มาโมรุ... แต่ขอร้องล่ะ... แค่ช่วงเวลาที่พ่อแม่กลับมาเท่านั้น... ได้มั้ย? ฉันไม่อยากรู้สึกผิดต่อพวกท่าน เพราะฉะนั้น ช่วงนี้เท่านั้น ขอให้พวกเรากลับไปเป็นพี่น้องเหมือนอย่างเดิม..."

                มาโมรุนิ่งไปพักใหญ่ แล้วจึงพยักหน้า เขาค่อยๆ ดันตัวเองออกจากอ้อมกอดผม แล้วล้มตัวลงนอนหันหลังอยู่ข้างๆ อย่างเศร้าซึม

                ...ขอโทษนะ มาโมรุ...

                ผมยกแขนขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วปิดไฟนอนหันหลังให้เขาเช่นกัน

                ...คืนนี้ทุกคนอยู่พร้อมหน้ากันในบ้าน แต่ในใจผมกลับเงียบงันอย่างบอกไม่ถูก...


To be continued...

| ตอนต่อไป |

 

edit @ 19 Jan 2008 01:41:04 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet