รักวุ่นวายของนายกับฉัน [6] ร้อนตัว
posted on 09 Jan 2008 14:23 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
เช้าวันต่อมามาโกโตะพบว่าแม่เตรียมอาหารเช้าไว้ให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว
นานแล้วสินะ ที่ไม่ได้กินอาหารฝีมือแม่... นานแล้วสินะ ที่เขาไม่ต้องตื่นเพื่อทำอาหารเช้าให้น้องๆ...
"โธ่... แม่ครับ ผมทำให้ก็ได้"
เด็กหนุ่มเข้าไปกอดแล้วหอมแก้มมารดาต้อนรับเช้าวันใหม่
"ไม่เป็นไรจ้ะ นานๆ ทีหลับให้สบายดีกว่านะ"
"งั้นผมช่วยยกจานไปวางให้นะครับ"
มาโกโตะอาสา
"ไม่ต้องหรอกจ้ะ ไปปลุกน้องเถอะ แล้วรถมารับกี่โมงล่ะเนี่ย"
"เก้าโมงครับ"
ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมง
มาโกโตะเดินกลับเข้าห้อง มองร่างสูงใหญ่ที่ยังนอนอยู่บนเตียง
อีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาตื่นของมาโมรุ เขาควรปลุกให้เร็วหน่อยดีมั้ย? เผื่อน้องชายขี้อ้อนอยากคุยกับพ่อแม่
คิดดังนั้นก็เอื้อมมือไปเขย่าตัวเด็กหนุ่มตรงหน้าเบาๆ
"มาโมรุ... มาโมรุ..."
"อือ..."
ร่างสูงพลิกตัวมาหาคนเรียก แล้วขยี้ตาอย่างงัวเงีย
"ตื่นไปกินข้าวกันเถอะ แม่อุตส่าห์ทำ กำลังร้อนๆ เลย"
มาโมรุผุดลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย มาโกโตะเห็นดังนั้นก็ทำท่าจะเดินออกจากห้องอย่างวางใจ แต่มือใหญ่ๆ ของอีกฝ่ายรีบคว้าตัวเขาให้ล้มลงบนเตียง
"เฮ่ย มาโมรุ"
เจ้าเด็กขี้อ้อนรีบสวมกอด
"มาโกะอ่ะ... เย็นชาแบบนี้ ฉันเหงานะ"
"เย็นชา?"
เด็กหนุ่มงุนงงกับคำพูดของน้อง
...ฉันเย็นชากับนายเมื่อไหร่? ฉันก็มาปลุกนายดีๆ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย
"จูบอรุณสวัสดิ์ซักหน่อยก็ไม่ได้"
มาโมรุทำแก้มป่องย่างงอนๆ
โธ่เอ๊ย... นึกว่าอะไร
เด็กหนุ่มจูบเบาๆ บนพวงแก้มของน้องชาย ทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายยังคงไม่พอใจอยู่
"เป็นอะไรอีกล่ะ ก็จูบแล้วไง"
จูบแก้มน้องชายที่ตัวโตขนาดนี้มันรู้สึกขัดเขินยังไงไม่รู้
"ไม่ใช่... ตรงนี้สิ"
มาโมรุชี้ที่ปากตัวเอง
"บ้าน่า... นายยังไม่ได้แปรงฟะ..."
ยังไม่ทันเถียงจบก็ถูกเด็กหนุ่มตรงหน้าประกบริมฝีปากเสียก่อน
"ใครเขาแคร์เรื่องนั้นกันล่ะคร้าบ"
เจ้าน้องชายตัวแสบทำหน้าทะเล้น ก่อนรีบลุกลงจากเตียงเผ่นเข้าห้องน้ำอย่างร่าเริง
มาโกโตะนั่งเหวออยู่ครู่หนึ่ง
...หนอย... เมื่อคืนสัญญากันแล้วไงล่ะ
ขณะที่เขาเปิดประตูออกจากห้อง ก็พบว่ามานาบุยืนอยู่ข้างนอก
"หวานแหววกันแต่เช้าเลยนะ"
ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบๆ แล้วเดินไปยังโต๊ะอาหาร
มาโกโตะถึงกับหน้าถอดสี
ละ...ลืมไปเลย พี่มานาบุซึ่งชีวิตเกี่ยวข้องอยู่แต่กับเสียงดนตรี หูดียิ่งกว่าสุนัข
หรือว่า... บทสนทนาที่คุยกับมาโมรุเมื่อครู่ จะถูกพี่ชายคนรองของบ้านได้ยินเข้าแล้ว!? ไม่สิ... บางทีอาจจะตั้งแต่เมื่อคืนก็ได้ พี่ชายคนนั้นน่ะ แม้แต่เสียงยุงบินอยู่ในห้องข้างๆ ยังได้ยิน
"เสาร์อาทิตย์นี้เราไปเที่ยวเกาะกันทั้งบ้านเลยดีมั้ย"
หนุ่มใหญ่ใจดีหัวหน้าครอบครัวเอ่ยขึ้นขณะกินอาหารเช้ากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
"เกาะเหรอ!?"
เจ้าหญิงน้อยของบ้านทำตาลุกวาวอย่างตื่นเต้นเมื่อได้ยินคำว่าเที่ยว แน่ล่ะ ก่อนหน้านี้พี่ชายทั้งสองของเธอเอาแต่ทำงาน อย่างมากเธอก็ได้แค่เดินซื้อของในเมืองกับเพื่อนๆ ไม่เคยได้ไปไหนไกลๆ เลย
"ลูกค้าของพ่อมีบ้านพักตากอากาศ มีหาดส่วนตัวด้วยนะ ก่อนมาเขาก็ออกปากว่าจะให้ยืมบ้านพัก แล้วคะยั้นคะยอให้ไปพักให้ได้ เพราะทะเลสวยมาก พ่อเลยคิดว่าเราไม่ได้ไปไหนกันทั้งครอบครัวมานานแล้ว..."
"ดี...ดี... มามิอยากไปเที่ยวทะเล"
เด็กสาวพูดอย่างกระตือรือร้น
"มาสะจังจะพามินะจังไปด้วยนะ"
แม่หันมาบอกลูกชายคนโต มาซากิแต่งงานกับลูกสาวคนเดียวของเจ้าของประธานบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในแถบคันไซ ปัจจุบันเขากับภรรยาแยกออกมาอยู่จังหวัดใกล้ๆ โตเกียวเพราะต้องการสร้างบ้านหลังใหญ่
"งั้นผมพาแฟนผมไปด้วยได้รึเปล่า"
มานาบุเอ่ยขึ้นมาบ้าง
"ก็ตามใจสิ แต่แยกห้องกันนอนนะ ให้เอริกะจังนอนกับมามิจังแล้วกัน"
แม่พูดดักคอไว้
"โห... งี้ก็มีแต่ผมคนเดียวที่ต้องเปล่าเปลี่ยวเอกาน่ะสิ"
"พูดอะไรของเรา ถ้าเหงาก็ไปนอนกับมาโกะจังมาโมะจังสิ"
มานาบุเบ้ปากทว่านัยน์ตากลับมีประกายเจ้าเล่ห์วาบขึ้นมา
"ไม่อยากเป็นก.ข.ค."
เคร้ง!!!
ส้อมหลุดจากมือมาโกโตะกระทบจานเสียงดังลั่นทำเอาทุกคนหันมามองเป็นตาเดียว
"เอ่อ... ขอโทษครับ ใจลอยนิดหน่อย"
เด็กหนุ่มแอบเห็นพี่ชายคนรองแลบลิ้นแผล็บ
"จริงสิ... มาโกะจังกับมาโมะจังไม่มีติดงานใช่มั้ยลูก"
ผู้เป็นแม่ถามขึ้นบ้าง เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
"ไม่มีเป็นพิเศษหรอกครับ อย่างมากก็ซ้อมเต้น เดี๋ยวขอฮิโรมิซังจัดการให้ได้ครับ"
"งั้นตกลงตามนี้นะ เสาร์อาทิตย์นี้เราไปเที่ยวเกาะกัน กลับซักวันจันทร์เป็นไง"
พ่อสรุปการประชุม หลังจากนั้นทุกคนก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องจิปาถะที่ไม่เคยเล่าสู่กันฟังมาก่อน
มาโกโตะลอบถอนหายใจเบาๆ อย่างโล่งอก ดูเหมือนไม่มีใครใส่ใจคำพูดของมานาบุอีกแล้ว
มาโมรุเอาเท้าสะกิดขาพี่ชายคนกลางเบาๆ ใต้โต๊ะ มาโกโตะเงยหน้ามองน้องชายเพราะคิดว่าหมอนั่นคงรู้ตัว แต่ทว่ากลับพบว่าอีกฝ่ายยักคิ้วหลิ่วตาอย่างทะเล้น
...หาดทราย สายลม แสงแดด... งานนี้นายเสร็จฉันแน่... มาโกะ...
สายตาของหมอนั่นราวกับจะพูดอย่างนั้น
มาโกโตะแอบมองค้อนน้องชาย
ฮึ่ม... งานนี้ถ้าความแตก ได้ตายทั้งคู่แน่ๆ เจ้ามาโมรุ...!!!
เย็นวันนั้นมานาบุขอตัวกลับอพาร์ตเมนต์เพราะต้องไปจัดการงานที่ค้างไว้เพื่อเตรียมตัวไปทะเลในวันเสาร์
"เอ่อ... พี่มานาบุ"
มาโกโตะยืนคอยอยู่หน้าห้อง ขณะที่พี่ชายถือกระเป๋าเดินออกมา
เขาไม่รู้ว่ามานาบุรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวเขาและมาโมรุแค่ไหน แล้วคิดยังไง จึงอยากจะมาตะล่อมถามให้แน่ใจ
พอเห็นสีหน้าเครียดของน้องชาย มานาบุก็ยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทัน
"ทำหน้าตลกชะมัดเลยว่ะ มาโกะจัง แต่ฉันชอบหน้านายแบบนี้นะ แถมพักนี้นายดูสวยขึ้น ขนาดเพื่อนฉันยังชม"
มาโกโตะหน้าซีดลงกว่าเก่า จริงๆ เขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายคนนี้กวนโอ๊ยขนาดไหน
"ไม่เห็นจะน่าดีใจเลย คำชมแบบนั้น"
"งั้นนายคงต้องไปโทษมาโมะจังเองแล้วล่ะ"
เด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้ง
"แล้วทำไมต้องโทษมาโมรุด้วยล่ะ ไม่เห็นเกี่ยวกันตรงไหนเลย"
ทั้งที่เถียงกลับแบบนั้น แต่หน้ากลับร้อนผ่าวขึ้นมา
"นายก็รู้อยู่แก่ใจนี่..."
มานาบุปรายตามองน้องชายอย่างมีเลศนัย
"พี่มานาบุ... คือว่า..."
มาโกโตะตั้งท่าจะอธิบาย
"นายทำตัวนายเองนะ... ช่วยไม่ได้ อยากเลี้ยงเจ้าน้องชายหน้าสวยนั่นให้หล่อวันหล่อคืนแบบนั้น นายก็รับกรรมถูกหาว่าสวยซะเองก็แล้วกัน"
พูดจบก็หัวเราะร่วน มาโกโตะรู้สึกโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็เพียงแป๊บเดียวเท่านั้น เพราะอีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามา
"เอ้า... ฉันจะไปแล้ว ไม่จูบส่งพี่ชายซะหน่อยเหรอ?"
จะ... จูบเนี่ยนะ!?
ไม่พูดเปล่า จงใจเลื่อนหน้าเข้ามาจนเกือบประชิด
วะ...เหวอ... เอาไงดีล่ะทีนี้ หมอนี่... แกล้งกันชัดๆ
ทันใดนั้นเอง ก็มีท่อนแขนเข้ามาคว้าตัวมาโกโตะจากด้านหลัง แล้วดึงร่างของเขาให้ถอยออกมา
"มาบุจัง มัวโอ้เอ้อยู่ได้ ขับรถดึกๆ มันอันตรายนะ"
เสียงของมาโมรุ
"เออ... รู้แล้วน่า เป็นน้องเป็นนุ่ง ทำพูดจาซะใหญ่โต"
มานาบุทำสีหน้ายุ่งยาก ก่อนเดินออกไป
"อ้อ... แล้วก็ถ้านายอิจฉาก็ไปอ้อนเอริกะจังคนสวยของนายสิ อย่ามายุ่งกับมาโกะ"
มาโมรุพูดไล่หลังพี่ชาย ทำเอาหัวใจมาโกโตะหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาเหมือนหูฝาดได้ยินคำว่า "ของฉัน" อยู่ท้ายประโยค
"มาโมรุ!"
มาโกโตะหันไปแยกเขี้ยวใส่ทันทีที่หลังของมานาบุลับตา
"ค่อยยังชั่ว... ช้ากว่านี้อีกหน่อย เจ้าพี่ลามกนั่นต้องทำริมฝีปากนายแปดเปื้อนแหงๆ"
มาโมรุพูดหน้าตาเฉย
หนอย... ยังไม่สำนึกอีก!!!
"พี่มานาบุไม่ทำอย่างนั้นหรอกน่า หมอนั่นแค่จงใจจะแหย่ฉันเล่นเท่านั้น!!"
"คร้าบ คร้าบ รู้แล้วล่ะคร้าบ แต่เห็นแล้วมันอดหึงไม่ได้นี่ ก็มาโกะเล่นไม่หลบเลยอ่ะ ทีฉันทำมั่งนายเอาแต่ขัดขืน"
"มาโมรุ! นั่นมันพี่ชายของเรานะ!"
"แล้วไง? มาโกะก็พี่ชายของฉันเหมือนกัน"
"......"
ความรู้สึกผิดแล่นเข้ามาจุกอยู่ที่อกจนมาโกโตะพูดอะไรต่อไม่ออก
บ้าชะมัด... ทำไมเขาต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้ด้วย มาโมรุก็อีกคน หึงอะไรไม่เข้าท่า กับพี่กับน้องก็ไม่เว้น
"ไม่รู้แหละ นายสัญญาอะไรไว้กับฉัน อย่าลืมทำตามด้วยแล้วกัน"
พูดจบมาโกโตะก็ผลักตัวน้องชายออกแล้วรีบหนีเข้าห้อง
คืนวันศุกร์ มายุมิวุ่นวายกับการจัดกระเป๋า
"แม่จ๋า... ของใช้ส่วนตัวมามิขอเอากระเป๋าไปใส่ต่างหากได้ป่าว"
เด็กสาวหอบเสื้อผ้ามาที่ห้องรับแขกซึ่งมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่วางอยู่สองใบ
"อื้ม... แม่ก็คิดว่าหากระเป๋าใบเล็กถือไปด้วยดีกว่า เสื้อผ้าค่อยไปแยกกันแขวนที่นู่นก็ได้ จะได้ไม่ต้องหอบรุงรังหลายใบ"
แต่กระเป๋าที่กองอยู่แถวนั้นไม่มีใบขนาดย่อมอยู่เลย
"งั้น เดี๋ยวมามิไปหยิบกระเป๋าเดินทางในห้องมาโกะจังมาซักใบแล้วกันเนอะ"
พูดจบก็วิ่งเข้าไปในห้องนอนของมาโกโตะ
ไม่มีใครอยู่ในห้องเลย... แต่ประตูห้องน้ำปิดอยู่พร้อมกับเสียงร้องเพลงดังลั่นลอยออกมา คาดว่าเด็กหนุ่มเจ้าของห้องคงกำลังอาบน้ำอยู่ในนั้น เพราะเธอได้ยินเสียงพ่อกับมาโมรุคุยกันอยู่อีกห้องหนึ่ง
"มาโกะจัง มามิขอค้นห้องหน่อยนะ แม่ให้มาเอากระเป๋า"
เด็กสาวตะโกนแล้วจัดแจงเปิดตู้ต่างๆ โดยไม่สนใจว่าพี่ชายของเธอจะได้ยินที่เธอพูดรึเปล่า
"ฮึบ!"
มายุมิดึงกระเป๋าใบหนึ่งออกมาจากตู้เก็บของด้านบนสุด
...ใบนี้แหละ กำลังดี... แต่ว่า ดูเหมือนมีของอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน...
เธอรูดซิปเปิดกระเป๋าเพื่อดูว่าของข้างในสามารถรื้อออกมาชั่วคราวได้หรือไม่ แต่แล้ว...
เด็กสาวกระพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นของไม่คุ้นตา
...อะไรกัน? ของพวกนี้...?
แม้เธอแทบจะไม่รู้จักเลยซักชิ้น แต่บางอย่างก็ดูน่าสงสัยว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมชวนขนหัวลุกยังไงพิกล
ไม่! ไม่! เด็กสาวสะบัดศีรษะไล่ความคิดแย่ๆ ออกจากหัว นี่มันห้องของมาโกโตะ จะมีของพรรค์นั้นอยู่ได้ยังไงล่ะ คงเป็นของที่ใช้ทำอย่างอื่นซึ่งเธอไม่รู้มากกว่า
คิดได้ดังนั้น มายุมิก็รูดซิปปิด แล้วปีนเก้าอี้เก็บกระเป๋าไว้ที่เดิม ก่อนออกจากห้องไปทั้งที่ยังค้างคาใจ
เช้ามืดวันเสาร์ ทุกคนออกจากบ้านอย่างง่วงงุนเพื่อไปขึ้นเครื่องบินไปยังเกาะทางใต้
พวกเขานั่งรถกันไปสองคัน โดยนัดให้คนขับรถของบริษัทสาขาโตเกียวมารับรถกลับ
พ่อ แม่ มาโกโตะ มาโมรุ และมายุมิไปรถคันหนึ่ง ส่วนมาซากิ มินามิสะใภ้คนโต มานาบุและเอริกะแฟนสาวไปรถอีกคัน เพราะมาซากิต้องขับรถไปรับมานาบุซึ่งอยู่ใกล้กันก่อนแล้วจึงเลยมาที่สนามบิน
ในรถของพวกมาโกโตะ ลูกๆ ทั้งสามคนนอนหลับสนิทอยู่ที่เบาะหลัง
มาโมรุนั่งริมหน้าต่างหลังเบาะคนขับ มาโกโตะนั่งถัดมา และมายุมินั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง ตอนเพิ่งออกจากบ้านต่างคนก็ต่างเอนหลังพิงพนักหลับตัวใครตัวมัน แต่เมื่อขับรถมาครึ่งทาง ศีรษะน้องๆ ซ้ายขวาก็เอนมาซบไหล่พี่ชายซึ่งนั่งอยู่ตรงกลาง
มาโมรุเอื้อมมือมาโอบเอวเหมือนมาโกโตะเป็นหมอนข้าง มือที่พาดไปอีกฝั่งของเขาสะกิดแขนขาวๆ ของน้องสาวจอมแก่น
มายุมิเผยอเปลือกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อโดนสะกิด เมื่อเธอเห็นแขนของมาโมรุพาดอยู่บนหน้าท้องของพี่ชายสุดที่รักก็ไม่ยอมน้อยหน้า เธอพลิกตัวตะแคงโอบมาโกโตะในท่าเดียวกันแล้วหลับต่อ
มาโมรุรู้สึกเหมือนมีอีกแขนหนึ่งเข้ามาทับแขนตัวเอง เขาจึงดึงตัวมาโกโตะเข้ามากอดอย่างเต็มที่เหมือนกลัวจะโดนแย่ง
เมื่อคนในอ้อมกอดถูกเคลื่อนออกห่าง เด็กสาวก็ออกแรงดึงกลับมาด้วยปฏิกิริยาตอบสนองเช่นกัน
เด็กหนุ่มซึ่งอยู่ตรงกลางเริ่มรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แม้ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศจะพัดตรงที่ตัวเขา แต่เมื่อถูกบีบอัดจากร่างกายคนอุ่นๆ ทั้งสองข้าง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ก็เริ่มผุดขึ้นตามไรผม
น้องชายและน้องสาวผลัดกันแย่งตัวเขาทั้งๆ ที่ทั้งคู่ก็ยังหลับ ตัวคนถูกแย่งชักจะหลับไม่ลงเสียแล้ว เขาลืมตาขึ้นและพบว่าตอนนี้ตัวซีกหนึ่งโดนน้องชายก่ายอยู่ ส่วนอีกซีกที่เหลือมีน้องสาวกอดแน่น
"อือ... อึดอัด..."
แขนทั้งสองข้างก็ดันถูกน้องซึ่งตัวก็ไม่ใช่เล็กๆ ทั้งคู่นอนทับ แล้วทีนี้จะดันหมีโคอาลาสองตัวออกไปจากตัวเขายังไงดีล่ะ
"แม่ครับ..."
ทางออกสุดท้ายที่น่าจะดีที่สุด
หญิงสาวซึ่งนั่งเบาะข้างคนขับหันกลับมามองลูกชาย เธอถึงกับยิ้มขำเมื่อเห็นสภาพ
"ช่วยด้วย..."
มาโกโตะครางออกมาเบาๆ แม่ส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนหันกลับไปด้านหน้า เธอหยิบกระเป๋าแล้วหาอะไรบางอย่าง
"แม่... ผมอึดอัดแล้วนะ หายใจไม่ออก"
"เดี๋ยวสิ"
แม่บอกปัดอย่างรำคาญ
"ทำอะไรน่ะคุณ"
พ่อหันมาถามบ้าง
"หากล้อง"
แม่ตอบสั้นๆ แล้วหัวเราะชอบใจ
พวกมาซากิกับมานาบุถึงก่อนและรอเพื่อเช็คอินอยู่ที่สนามบิน พวกมาโกโตะนึกไม่ออกเลยว่าพวกพี่ๆ ต้องตื่นกันซักกี่โมง
"มาโมะจัง"
มินามิ สาวสวยในชุดสุดเปรี้ยววิ่งเข้ามากอดเด็กหนุ่มร่างสูง
"ไม่ได้เจอตั้งนานคิดถึงจังเลย หล่อขึ้นนะเนี่ย"
มาโมรุกอดพี่สะใภ้ตอบ
"คิดถึงมินะจังเหมือนกันคร้าบ"
มาซากิเขกหัวน้องชายขี้หลีไปโป๊กใหญ่ แล้วดึงตัวมินามิกลับมา
"ทะลึ่งแล้ว เจ้ามาโมะ ให้มันรู้ซะบ้างว่าเมียใคร"
เจ้าเด็กตัวโตลูบหัวตัวเองป้อยๆ แล้วหันมากอดพี่ชายอีกคนเลียนแบบท่าทางของพี่ชายคนโต
"'ให้มันรู้ซะบ้างว่าเมียใคร' เชอะ... มาสะจังขี้งก"
มาโกโตะเหงื่อตกเพราะคนที่มาโมรุเข้ามากอดคือเขาเอง
"เค้ากอดมาโกะแทนก็ได้ มาโกะจ๋า...จุ๊บๆ"
มาโกโตะรีบผลักตัวน้องชายออกไปก่อนที่มาโมรุจะได้โอกาสคลอเคลียเขามากกว่านี้
"เล่นอะไรบ้าๆ คนมองกันใหญ่แล้ว เดี๋ยวก็เป็นจุดเด่นหรอก"
ต่อให้ไม่ต้องเล่นกันก็เด่นพออยู่แล้ว คนในสนามบินพากันเมียงมองเด็กหนุ่มทั้งคู่ว่าใช่ดาราที่พวกเขารู้จักหรือเปล่า
"เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็มาโกะนะ มาโมะจัง"
มานาบุส่งเสียงแซวขึ้นมาบ้าง
"นายเป็นโรคติดพี่ชายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มามะ มาติดฉันมั่งสิ"
พูดจบก็วิ่งไล่กอดน้องชายคนเล็ก ทำให้มาโมรุรีบคว้าตัวมาโกโตะเข้ามากัน
"หึย... อย่าเข้ามานะ ขนลุก..."
มานาบุเหล่มองสงสัยอย่างเห็นได้ชัด
"อะไรกัน ทีมาโกะจังนายหาเรื่องกอดเรื่อยเลย แต่ทีกับฉันทำเป็นรังเกียจ มาโกะจังเนี่ย มีอะไรดีน้า..."
มาโกโตะกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเมื่อเห็นท่าทีของพี่ชาย
"แน่ล่ะ อย่าว่าแต่กอดเลย ถ้าเป็นมาโกะล่ะก็มากกว่านั้นยังได้"
พูดจบก็ทำปากจู๋ยื่นเข้ามาใกล้ใบหน้าพี่ชายในอ้อมแขน ขณะที่มาโกโตะดันเจ้าตัวแสบออกไปอย่างเต็มที่
"เอ้า ได้เวลาแล้ว เลิกเล่นเป็นเด็กๆ กันซะที คนมองกันใหญ่แล้วนะ"
แม่หันมาปรามแล้วเรียกมาซากิ มินามิ มายุมิและเอริกะซึ่งกำลังลองกล้องใหม่ของมาซากิ โพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน
และแล้วก็มาถึงเกาะสวรรค์ทางใต้
หลังจากการเดินทางอันยาวนาน ทุกคนก็มาถึงที่พักซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศที่ลูกค้าของบริษัทพ่อภูมิใจเสนอ
"ว้าว... นี่มันรีสอร์ทส่วนตัวระดับห้าดาวชัดๆ"
เอริกะพึมพำ
จากสนามบินมาถึงที่นี่ก็มีรถลีมูซีนไปรับ แถมเมื่อมาถึงก็พบว่าที่นี่คือบ้านสีขาวหลังใหญ่ตกแต่งภายในแบบร่วมสมัย ประตูหน้าต่างเปิดโล่งรับลมทะเลจากชายหาดสีขาวสะอาดซึ่งอยู่ด้านหลัง มีสระว่ายน้ำอยู่กลางบ้านซึ่งหลังคาเปิดโล่งรับแสงอาทิตย์ ทำให้ดูโปร่งและสว่างโดยไม่ต้องเปิดไฟ
"เห็นชายหาดขาวๆ แบบนี้นะครับ แต่พอน้ำขึ้นเมื่อไหร่ จะดูเหมือนบ้านลอยอยู่บนน้ำเลยล่ะ โดยเฉพาะห้องนั้น"
คนขับรถและแม่บ้านซึ่งทำหน้าที่ขนกระเป๋าพาครอบครัวไปยังห้องพักแนะนำส่วนต่างๆ ของบ้านพลางชี้ไปยังห้องนอนด้านริมสุดซึ่งยื่นเอียงออกไปบนชายหาดเพียงห้องเดียว
แน่นอนว่าพ่อและแม่จับจองห้องนั้นสำหรับการฮันนีมูนครั้งที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้แล้ว
"ท่านประธานโทรมาบอกว่าพวกคุณจะมา เราเลยจัดเตรียมแม่บ้าน กับพนักงานไว้ ถ้าพวกคุณต้องการอะไรก็เรียกใช้ได้เลยนะครับ ทางด้านนั้นมีห้องสปา ถ้าอยากใช้บริการก็โทรเรียกได้ พนักงานสปาจะมาถึงภายในสิบห้านาทีครับ"
พูดจบคนขับรถก็นำกระเป๋าใบใหญ่ไปส่งที่ห้องของพ่อแม่ และมาซากิกับมินามิ
ปัญหาอยู่ที่กระเป๋าของมานาบุและมายุมิ
แม่กำชับนักหนาว่ายังไงเอริกะก็ต้องนอนห้องเดียวกับมายุมิ ส่วนมานาบุถ้าจะนอนห้องเดียวกับเอริกะล่ะก็ ไม่เป็นปัญหาอยู่แล้ว ขอแค่มีมายุมิอยู่ด้วยเท่านั้น แต่เอาเข้าจริง...
"มามิจังก็ไปนอนห้องมาโกะจังสิ"
มานาบุเสนอ อุตส่าห์มาเที่ยวทะเลทั้งที ใครๆ ก็อยากจู๋จี๋กับแฟนสองต่อสองกันทั้งนั้น
"ไม่ได้ แม่สั่งให้มามินอนเป็นเพื่อนเอริกะจัง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเอริกะจังกับมามิต้องนอนห้องเดียวกัน ถ้ามาบุจังไม่ชอบก็ย้ายไปนอนห้องมาโกะจังเองสิ"
เด็กสาวเถียง เธอรู้เหตุผลดีว่าทำไมแม่จึงให้เธอมาเป็นก้างขวางคอพี่ชาย
"โธ่... มามิจังอยู่ก็เป็นก.ข.ค. แล้วพอพวกพี่จู๋จี๋กันเองมามิจังก็งอนอีก เพราะงั้น ขอร้องเถอะเพื่อสุขภาพจิตของมามิจังเองด้วยนะ"
"ถ้ามามิอยู่พี่ก็จะได้ไม่ต้องจู๋จี๋กันไง มามิก็ไม่เสียสุขภาพจิต ไม่เอาอ่ะ มาบุจังมีเหตุผลหน่อยสิ ผู้หญิงกับผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงานกันนอนห้องเดียวกันมันไม่ดีหรอกนะ... ถ้าเป็นที่อื่นอยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่มากันแบบนี้เหมือนพ่อแม่รู้เห็นเป็นใจ มันไม่ดีอ่ะ"
เด็กสาวเริ่มเทศน์ ถึงแม้เธอจะเด็ก แต่เธอก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
"แต่ถ้าให้พี่ไปนอนกับพวกมาโกะจังพี่ก็ไม่เอาเหมือนกันนะ ไม่อยากเป็นก.ข.ค."
มานาบุแย้ง
"ไม่ได้บอกซักหน่อยว่าจะให้มาบุจังไปนอนกับพวกมาโกะจังเป็นก.ข.... ว่าไงนะ?"
มายุมิเหมือนเพิ่งจะเอะใจ เธอย้อนถามพี่ชายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ในขณะที่มานาบุหลบตาทำนองว่า 'หลุดปากไปแล้วจนได้' แต่จริงๆ อาจจะจงใจหลุดปากออกมามากกว่า
"คือว่าอย่างงี้นะมามิจัง"
มานาบุคว้าตัวน้องสาวมาซุบซิบเล่าความ
"หา!?"
"เพราะอย่างนี้ไง พี่ถึงพยายามจะบอกว่าคู่นั้นอันตรายกว่าพวกพี่ตั้งเยอะ"
มายุมิเบิกตากลมโตของเธออย่างอึ้งๆ
"ไม่จริง... มาบุจังโกหกแหงๆ เลย มามิอยู่กับสองคนนั่นมาตั้งนานไม่เห็นมีอะไรอย่างที่มาบุจังพูดเลยอ่ะ คิดจะกำจัดมามิให้ไปนอนห้องมาโกะจังล่ะสิ"
มานาบุถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"ก็ตามใจ คอยดูเอาเองก็แล้วกันนะ"
พูดจบก็ยกกระเป๋าเข้าไปในห้องซึ่งเอริกะกำลังพักผ่อนอยู่แล้วข้างใน
น้องสาวสุดท้องกระพริบตาปริบๆ จู่ๆ ภาพสิ่งของต้องสงสัยที่เธอเพิ่งค้นพบเมื่อคืนก็ผุดเข้ามาในหัว ทำเอาเด็กสาวขนลุกขึ้นมาทันที
...ไม่จริงน่า... มาโกะจังกับมาโมะจังเนี่ยนะ?... จะเป็นอย่างนั้น?
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 19 Jan 2008 01:38:51 by ★ひまじん★