รักวุ่นวายของนายกับฉัน [8] สับสน
posted on 09 Jan 2008 14:24 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
เย็นวันนั้น เก้าคนพ่อแม่ลูก ลูกสะใภ้และแฟนลูกฉลองการหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่ริมสระ แม้น้ำทะเลจะสูงขึ้นกลบหาดทรายขาวเมื่อตอนกลางวันไปครึ่งหนึ่ง แต่จากโต๊ะอาหารมองผ่านประตูบานกว้างซึ่งเปิดโล่งออกไป ยังคงเห็นวิวโพล้เพล้ของทะเลยามอาทิตย์อัสดง
อาหารทะเลถูกนำมาเรียงรายอย่างสวยงามบนโต๊ะยาว พนักงานเสิร์ฟในชุดเสื้อฮาวายเปิดจุกก๊อกแล้วรินไวน์ขาวใส่แก้วให้ทีละคน
"มามิขอลองดื่มมั่งนะ"
เด็กสาวทำเสียงใส หันสายตาออดอ้อนไปยังพ่อกับแม่ที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม
"นิดหน่อย ให้ลูกเขาไปเถอะนะพ่อ ไหนๆ ก็มีแต่พวกเราอยู่แล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น พ่อก็ยอมพยักหน้าอนุญาต
ทุกคนรับประทานอาหารพลางจิบไวน์กันอย่างเอร็ดอร่อย ไม่นานไวน์แดงก็ถูกนำมาเสิร์ฟหลังจากอาหารบางอย่างถูกยกออกจากโต๊ะ
"ขวดนี้ท่านประธานให้เป็นของขวัญครับ"
พนักงานเสิร์ฟบอกก่อนรินใส่แก้วอีกใบหนึ่งให้คุณผู้ชายใหญ่ของบ้าน
หลังจากรับประทานอาหารกันไปครู่หนึ่ง ทุกคนบนโต๊ะก็เริ่มสังเกตความผิดปกติของใครบางคน...
มาโกโตะนิ่งสนิท เขากินอาหารเงียบๆ แทบจะไม่พูดจากับใคร ทั้งๆ ที่ปกติพี่คนกลางจอมเอาใจจะต้องตักนู่นส่งนี่ให้คนรอบข้างบนโต๊ะเสมอ จะมีแต่มาโมรุน้องชายคนเล็กนั่นแหละ ที่ฉกของกินในจานพี่ชายเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีแม้แต่สายตามองค้อนจากเจ้าของจานแม้แต่น้อย
อีกคนที่ดูแปลกๆ ไม่แพ้กันก็คือน้องสาวคนสุดท้องของบ้าน เธอส่งสายตามองพี่ชายรุ่นเล็กทั้งสองคนอยู่เป็นระยะๆ
มาโมรุจึงเอื้อมไปหยิบกุ้งที่แกะแล้วในจานของน้องสาวใส่ปากด้วยความหมั่นไส้
"อ๊า... ไอ้มาโมะ เค้าอุตส่าห์แกะเอง เอาคืนมานะ"
เด็กสาวเริ่มโวยวาย
ถ้าเป็นทุกทีไม่มาซากิก็มาโกโตะจะต้องพูดไกล่เกลี่ยโดยเสนอตัวว่าจะแกะให้ใหม่ แต่คราวนี้มาซากิมัวแต่ดูแลภรรยาสาว ในขณะที่มาโกโตะเอาแต่เซื่องซึม
"โอ๋... น้องรัก เดี๋ยวพี่แกะให้ก็ได้"
เสียงมานาบุแทรกขึ้น ทำเอาทุกคนบนโต๊ะหันมามองอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
"ทำไมล่ะ? ฉันก็เป็นพี่เหมือนกันนี่นา นานๆ จะเทคแคร์น้องสาวบ้างไม่เห็นเป็นไรเลย"
พูดพลางหยิบกุ้งตัวใหญ่ในจานตรงกลางขึ้นมาแกะ
"ไม่ต้องเลยมาบุจัง มามิไม่กินกุ้งแล้ว"
เด็กสาวพูดอย่างขัดใจ
"น่า... ไม่ต้องเกรงใจนะจ๊ะ มื้อนี้พี่เซอร์วิสเต็มที่"
"งั้น... เดี๋ยวฉันอาสาดูแลเอริกะจังแทนแล้วกัน ดีมั้ยคร้าบ"
น้องชายคนเล็กแทรกขึ้นมาทันทีพลางหันไปทำตาหวานใส่สาวสวยข้างพี่ชายในตอนท้ายประโยค
"ไม่ต้องเลยเจ้ามาโมะ แฟนฉันอย่ามายุ่ง ดูแลหวานใจตัวเองก่อนเถอะ นั่งเฉา เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินไม่สนใจใครเลย"
มาโกโตะถึงกับสำลัก
"แค่ก แค่ก แค่ก"
เขาหยิบแก้วที่วางข้างจานขึ้นมาดื่มเป็นการใหญ่ มาโมรุลูบหลังพี่ชาย แต่พอได้สติคนสำลักก็เบี่ยงตัวออกห่างจากทันที
พนักงานเสิร์ฟเข้ามาเติมไวน์ มาโกโตะจึงซดรวดเดียวจนหมดแก้ว
ทุกคนบนโต๊ะกระพริบตาปริบๆ
...พอเข้าใจอาการสำลักอยู่หรอก... แต่ที่ดื่มเอาๆ เมื่อกี้น่ะ มันไวน์นะ...
"มาโกะดื่มซุปซักหน่อยมั้ย จะได้คล่องคอ"
มาโมรุเลื่อนถ้วยซุปปูมาวางตรงหน้าพี่ชายอย่างเป็นห่วงเป็นใย มาโกโตะเหลือบเห็นอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของพี่คนรอง จึงยกฝ่ามือขึ้นที่ถ้วย
"ไม่ต้อง ฉันไม่เป็นไร นายกินของนายไปเถอะ"
พูดจบก็ดื่มไวน์ที่เพิ่งเติมไปหยกๆ อีกจนเกลี้ยง
"มาโกะจัง... เดี๋ยวก็เมาหรอกลูก"
แม่หันมาปราม ทว่าเจ้าตัวดูเหมือนจะยังไม่สำนึกอีกว่าของเหลวที่ตัวเองดื่มไปหลายยกแล้วนั้นคืออะไร
"ไม่เป็นไรหรอกครับ มาโกะจังโตแล้ว อีกอย่างห้องก็อยู่แค่นี้เอง"
มาซากิออกรับให้
"จริงด้วย มาโมะจังก็อยู่"
มานาบุเสริม
"ยิ่งไม่ได้เข้าไปใหญ่!!!" เด็กสาวส่งเสียงแหลมขึ้นมาทันที "พี่คะ ขอน้ำผลไม้ให้มาโกะจังแทนแล้วกันค่ะ"
ไม่มีใครคัดค้าน แต่ทุกคนมองแก้วที่นำมาเสิร์ฟด้วยสายตาแตกต่างกัน
...แอลกอฮอล์กับน้ำผลไม้เนี่ยนะ?...
...น้ำผลไม้นี่แหละปลอดภัยที่สุด!!!
...มาโกจังเอ๋ย... เมาเละแน่...
...เปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้ก็ดีเหมือนกัน จริงสิ... มีน้ำผลไม้พื้นเมืองรึเปล่านะ?
เด็กหนุ่มหยิบน้ำผลไม้หวานเย็นชื่นใจขึ้นมาดูด แต่แล้วเมื่อรู้สึกถึงสายตาแปลกๆ ของใครบางคนบนโต๊ะ เขาก็รวบช้อน
"ผมอิ่มแล้วล่ะ ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ"
"อ้าว... ทำไมอิ่มเร็วจังล่ะ ยังไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ"
พ่อท้วงขึ้นมา
"เหนื่อยนิดหน่อยครับ อยากตื่นเช้าลงทะเลด้วย"
มาโกโตะพูดพลางลุกขึ้น ทว่าทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกเหมือนโลกหมุน
"เอ้า มาโกะ"
น้องชายสุดท้องซึ่งนั่งข้างๆ รีบเข้าไปประคอง
"สงสัยจะเมาซะแล้ว"
มานาบุเอ่ยขึ้น ฟังดูเหมือนกำลังลุ้นอย่างบอกไม่ถูก
"ก็เล่นดื่มอย่างเมื่อกี้..."
มาซากิพูดขึ้นบ้าง
"คออ่อนแล้วยังซดเอาซดเอาอีก"
มินามิขอร่วมแซว
"งั้นฉันพามาโกะไปนอนก่อนแล้วกันนะ"
ได้ยินดังนั้นมามิก็รีบขัดขึ้นทันที
"ไม่ได้นะ!"
พ่อกับแม่หันมามองเด็กสาว
"ทำไมล่ะจ๊ะมามิจัง"
"ฮึ่ม บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้สิ!"
เด็กสาวยืนกรานหนักแน่น
อย่ามาถามเหตุผลกันได้มั้ย... ขืนพูดไปเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ...เธอยังไม่อยากทำลายบรรยากาศของครอบครัวในตอนนี้
"ไม่ต้องหรอกมาโมรุ ฉันไม่เป็นไรจริงๆ"
มาโกโตะผลักตัวเองออกจากอ้อมแขนน้องชาย แล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
มาโมรุลุกขึ้นบ้างอย่างไม่ไว้ใจ และก็เป็นดังคาด มาโกโตะเดินออกจากโต๊ะไปไม่กี่ก้าวก็ตัวเซ
เด็กหนุ่มเข้าไปฉุดแขนพี่ชายก่อนที่จะตกลงไปในสระน้ำ
"ไม่ไหวแล้วแฮะ มาโมะจังพาพี่เขากลับห้องเถอะลูก"
แม่มองลูกชายคนกลางอย่างเป็นห่วง
"ฝากผิดคนรึเปล่าน้า"
มานาบุพูดขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงยียวน ทำเอามายุมิถึงกับหน้าเสีย
"งั้นมามิไปดูอาการมาโกะจังด้วย"
ทว่ายังไม่ทันที่เด็กสาวจะลุกจากเก้าอี้ แม่ก็วางกุ้งบนจานของเธอ
"เอ้า พ่อเขาอุตส่าห์แกะให้ กินซะก่อน"
...ของที่พ่อให้ ยังไงก็ปฏิเสธไม่ลง...
มายุมิหน้าเหี่ยวลงทันใด เธอมองตามหลังพี่ชายทั้งสองตาละห้อย
มาโมรุประคองพี่ชายซึ่งคอพับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ออกจากบริเวณสระว่ายน้ำ เมื่อพ้นสายตาทุกคนเขาก็อุ้มร่างไร้สติขึ้นมาแล้วพาเข้าห้อง
มาโกโตะค่อยๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าแผ่นหลังสัมผัสกับเตียงนุ่ม ร่างสูงที่เพิ่งวางเขาลง ทรุดตัวที่ขอบเตียง มือใหญ่เขี่ยผมด้านหน้า แล้วลูบแก้มอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา
...อา... รู้สึกดีจัง...
เขาปรือตามองเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า แม้ภาพจะไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่ก็พอจะรู้ว่าเป็นใคร
"ท่าทางนายจะเป็นไข้ ฉันเช็ดตัวให้นะ จะได้สบายขึ้น"
เสียงทุ้มเหมือนลอยมาจากที่ไกลๆ
มาโมรุลุกขึ้นเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำเข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็ออกมาอีกครั้งพร้อมกะละมังเล็กๆ และผ้าขนหนู
เขานั่งลงที่เดิมแล้วบิดผ้า ก่อนค่อยๆ ซับบนใบหน้าแดงเรื่อของพี่ชาย
"อือ..."
มาโกโตะตอบสนองสัมผัสอันเย็นเฉียบด้วยเสียงคราง
...สบายจัง...
มาโมรุโปะผ้าเย็นๆ ลงที่ซอกคอ เด็กหนุ่มตรงหน้าก็พริ้มตาหลับลงอย่างเคลิบเคลิ้ม
เมื่อเห็นใบหน้าอันยั่วยวนอย่างไม่ได้สติของอีกฝ่าย เขาก็ยิ้มที่มุมปกเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
เด็กหนุ่มลุกไปยังตู้เย็นอีกครั้ง คราวนี้เขาหยิบน้ำแข็งออกมาใส่แก้ว วางที่หัวเตียง แล้วก้มลงกระซิบที่ข้างหูคนที่กำลังนอนอยู่
"ขอโทษนะมาโกะ... แต่นายผิดเองนะ ที่น่ารักขนาดนี้"
เขาจัดการถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย ขึ้นไปนั่งคร่อมอย่างใจเย็น หยิบน้ำแข็งในแก้วออกมาก้อนหนึ่ง แล้วค่อยๆ วางลงบนแผ่นอก
"ฮะ!"
ร่างที่นอนอยู่สะดุ้งเฮือก เรียวคิ้วขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นไม่มีทีท่าว่าจะตื่น มาโมรุก็ค่อยๆ ละเลงลากน้ำแข็งลงมาที่หน้าท้อง
"ยะ... อย่า..."
มาโกโตะปัดน้ำแข็งออกให้พ้นตัวอย่างรำคาญ เมื่อฝืนลืมตามองคนตรงหน้า ก็พบว่าเห็นเป็นเงาคนซ้อนทับกันอยู่
...โอย... มึนชะมัด...
เขาขยับพลิกกายเพราะเริ่มรู้สึกหนาว ทว่ากลับโดนมือใหญ่กดหัวไหล่ไว้ ตามด้วยสัมผัสอุ่นๆ ที่หน้าท้อง
ลิ้นอ่อนนุ่มของมาโมรุค่อยๆ เลียน้ำจากน้ำแข็งที่หลงเหลือบนผิวกายขาวเนียน แล้วค่อยๆ โลมไล้ขึ้นไปยังแผ่นอก
"อา..."
มาโกโตะรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาจากภายใน
...อย่า...มาโมรุ... อย่าทำให้ฉันต้องการนาย...
ร่างเบื้องบนทาบทับบนตัวของอีกฝ่าย ริมฝีปากซุกซนเข้าซุกไซ้ที่ซอกคออันหอมหวาน
"ฉันรักนาย... มาโกะ... ฉันรักนาย"
เสียกระซิบแผ่ววนเวียนอยู่ข้างหูไม่ห่าง
"มา...โม...รุ..."
ร่างข้างใต้เริ่มกอดก่ายเพรียกหาความอบอุ่น
...ไม่ไหวแล้ว... คืนนี้เขาปรารถนาอ้อมกอดของคนตรงหน้านี้เหลือเกิน
มาโกโตะรู้สึกอ่อนแอขึ้นมาในทันใด ยิ่งได้รับการปรนนิบัติที่อ่อนโยน ก็ยิ่งทวีความรู้สึกโหยหา
"มาโกะ..."
คำบอกรักยังคงวนเวียนไม่ขาดสาย
สัมผัสอันเร่าร้อนเคลื่อนมาที่ริมฝีปาก มาโมรุค่อยๆ เลียแล้วดูดริมฝีปากล่างเบาๆ
มาโกโตะสนองตอบด้วยการเผยอปากรับลิ้นที่สอดแทรกเข้ามา
เสียงหอบหายใจของทั้งคู่เหมือนยิ่งเร่งเร้าให้อารมณ์กระเจิดกระเจิง
มาโมรุถอนริมฝีปากออกมาครั้งหนึ่ง เขาพิศใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างหลงใหล
ขอโทษนะ มาโกะ...แต่นายสวยขนาดนี้... ฉันคงเสียใจไปอีกนาน ถ้ายอมไม่ผิดสัญญา...
เด็กหนุ่มถอดเสื้อของตัวเองออกบ้าง เวลาแบบนี้เขาอยากสัมผัสคนที่รักด้วยทุกส่วนของร่างกาย
มาโกโตะเองก็ไม่มีทีท่าจะขัดขืน หนำซ้ำยังตอบสนองด้วยความต้องการที่ไม่แพ้กัน
มาโมรุไล้ปลายจมูกเบาๆ บนพวงแก้ม ดวงตาสีดำสนิทของคนตรงหน้ากระพริบตาช้าๆ เป็นระยะ น้ำในตาทำให้ดูระยิบระยับเหมือนมีหมู่ดาวส่องแสง
"มาโกะ... รู้สึกดีมั้ย...?"
พูดพลางคลอเคลียอยู่ตรงซอกคอไม่ห่าง
"อือ..."
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับ ร่างสูงก็พลิกตัวคนข้างล่างให้นอนคว่ำหน้า แล้วกดริมฝีปากลงบนหัวไหล่และต้นคอ
มือใหญ่หยิบน้ำแข็งที่เริ่มละลายขึ้นมาอีกก้อน แล้วค่อยๆ วางลงบนแนวกระดูกสันหลังช้าๆ
"ฮึก"
มาโกโตะสะดุ้งสุดตัว
"ตาสว่างขึ้นรึยัง"
เสียงทุ้มถามพลางเลื่อนน้ำแข็งไปตามแนวกระดูกสันหลัง
"หนาว..."
รอยยิ้มที่มุมปากผุดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงตอบรับอู้อี้ เขาสอดมือไปทางด้านหน้า มือหนึ่งคลำหายอดอก ขณะที่อีกมือเข้าครอบครองส่วนกลางลำตัวของอีกฝ่าย
มาโกโตะกำหมอนแน่น เมื่อมือทั้งสองข้างเริ่มขยับพร้อมกับสัมผัสจากริมฝีปากที่หัวไหล่ ความร้อนจากภายในก็ยิ่งปะทุขึ้น เขาระบายออกด้วยเสียงครางอันสั่นเครือ ผสานด้วยลมหายใจหอบถี่
"ฮือ... มาโมรุ..."
เด็กหนุ่มเบื้องบนรุกรานแรงขึ้นอีก มาโกโตะเริ่มดิ้น ตัวสั่นระริกเมื่อใกล้ถึงขีดสุดของอารมณ์ ทว่า... ทันใดนั้นอีกฝ่ายกลับหยุดชะงักเอาดื้อๆ
หยาดน้ำตาที่ไหลลงมาสองข้างแก้มเปียกชุ่มอยู่บนหมอน
แล้วร่างข้างใต้ก็สะดุ้งอีกครั้งเมื่อสัมผัสอันรุ่มร้อนสอดแทรกเข้ามาจากทางด้านหลัง มาโกโตะบิดเกร็งไปทั้งตัวด้วยความเจ็บปวด ทว่าการเสียดสีภายในก่อให้เกิดอารมณ์วาบหวามระคนสุขสันต์
...หยุดไม่ได้อีกแล้ว...
ร่างกายทั้งคู่กำลังหลอมละลายเป็นหนึ่งดียว
มาโกโตะกัดหมอนแน่น เหมือนร่างกายกำลังแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่อารมณ์ปรารถนาที่พวยพุ่งอยู่ไม่ขาดสายมีอำนาจต่อจิตใจมากกว่า
ริมฝีปากของมาโมรุยังคงนัวเนียอยู่บริเวณต้นคอ พยายามปรนเปรอความอบอุ่นให้กับร่างตรงหน้าอย่างเต็มที่
คำบอกรักยังคงดังแผ่วซ้ำไปซ้ำมาอยู่ข้างหูเหมือนมนตร์สะกด
"มาโกะ... รักฉันรึเปล่า..."
"ระ... รักสิ..."
เด็กโง่เอ๊ย... อย่าเพิ่งมาถามอะไรตอนนี้ได้มั้ย...
คนตอบรู้สึกเหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง เขายังคงมึนงงด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ไหนจะถูกปลุกอารมณ์แปลกๆ นี้ขึ้นมาอีก ในเวลาแบบนี้... ไม่ว่าจะถามอะไรมา คำตอบก็คือใช่ไปเสียทุกอย่างแล้ว
หลังจากนั้นเวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วนะ... ท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสนิท ทว่ายินเสียงนกร้องบอกเวลาของวันใหม่
มาโมรุกกกอดพี่ชายหลายครั้งหลายครา ยิ่งเห็นหยาดเหงื่อและน้ำตาที่ผุดพราวขึ้นมาจากร่างอันงดงามนั้น เขาก็ไม่อาจฝืนทนข่มใจของตัวเองไว้ได้ แม้บางครั้งอาจดูเป็นการรังแกร่างกายของผู้เป็นที่รักก็ตาม ถึงกระนั้นเขาก็พยายามถ่ายทอดความรักและความอ่อนหวานลงในทุกสัมผัสอยู่ตลอดเวลา
...ช่วยไม่ได้นะ มาโกะ... ต้องโทษตัวนายเองที่ทำให้ฉันต้องการขนาดนี้...
มาโมรุในชุดคลุมอาบน้ำ นั่งพิงหัวเตียงอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเตียงข้างๆ เขาทอดสายตาพิจารณาร่างที่หลับใหลอย่างอ่อนแรงอีกครั้ง ก่อนปิดสมุดสเก็ตช์ภาพ แล้ววางทั้งสมุดและดินสอไว้ที่หัวเตียง
เด็กหนุ่มปิดไฟในห้อง เข้าไปนอนกอดร่างบนเตียงจากทางด้านหลังอย่างหวงแหน แล้วจมดิ่งเข้าสู่นิทราอย่างรวดเร็ว
แสงแดดจากภายนอกสาดส่องเข้ามา
มาโกโตะลืมตาขึ้นอย่างทรมาน เขากระพริบตาถี่ รู้สึกหนักหัวอย่างบอกไม่ถูก
บ้าชะมัด... นี่คงไม่ใช่ว่าเขาไม่สบายหรอกนะ...
เขามองเตียงอีกเตียงหนึ่ง แล้วพลิกตัวไปทางด้านหลัง
เงียบกริบ... และว่างเปล่า... ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่นอนห้องเดียวกัน
เสียงวี้ดว้ายอย่างสนุกสนานของสาวๆ แว่วมาจากชายหาดด้านนอก... คงเป็นเสียงมินามิกับเอริกะกำลังเล่นกับพวกพี่ชายของเขาอยู่
เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นนั่ง แต่แล้วเขาก็ต้องกุมขมับเมื่ออาการปวดจี๊ดแล่นเข้ามาในหัว
พอตั้งสติได้ เขาก็เริ่มสำรวจสภาพของตัวเอง
เตียงที่ยับยู่ยี่... เต็มไปด้วยร่องรอยของบทเพลงรักเมื่อคืน บนร่างกายเขามีเพียงผ้าห่มและเสื้อคลุมอาบน้ำเท่านั้น
หนอย... เจ้าน้องชายตัวแสบ นอกจากผิดสัญญาแล้ว ยังทำเขาซะยับเยิน ป่านนี้คงระริกระรี้ออกไปเล่นน้ำทะเลแล้วสินะ
...แต่จะว่าไป ก็ไม่ใช่ความผิดของหมอนั่นเสียทั้งหมด...
เขาเองก็เป็นฝ่ายต้องการหมอนั่นเช่นกัน... แต่ก็ต้องโทษฤทธิ์ไวน์ด้วย ที่ทำให้เขาขาดสติถึงขนาดนั้น
บ้าที่สุด!! ต่อไปนี้จะไม่ดื่มของพรรค์นั้นอีกแล้ว!
มาโกโตะทำหน้าบึ้ง ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ
...ไม่ได้ ขืนอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไปมีหวังได้ป่วยจริงแน่ๆ...
คิดแล้วก็ลุกจากเตียงเพื่อไปห้องน้ำ แต่ทันทีที่ยืนขึ้นกำลังจะก้าวขา เขาก็ต้องทรุดฮวบลงกองกับพื้น
...อูย... ระบมไปหมดทั้งตัว...
เสียงประตูเปิดออก พร้อมกับตัวต้นเหตุถือถาดอาหารเดินเข้ามา
"มาโกะ!!"
มาโมรุส่งเสียงเรียกอย่างตกใจ เขาวางถาดอาหารลงบนเตียงข้างๆ แล้วรีบเข้ามาประคอง
ทว่ากลับถูกปัดมือออก
เจ้าตัวดีหน้าจ๋อย แต่ไม่ยอมแพ้ เขาก้มตัวลงแล้วโอบเอวอีกฝ่ายขึ้นมาพาดบนบ่า
"ตัวหนักชะมัด"
"หนักก็ปล่อยเซ่ ไม่ต้องมายุ่งเลย ฉันเดินเองได้"
มาโมรุแลบลิ้น ถ้ามีปัญญาดิ้นแล้วไม่เจ็บก็ดิ้นไป... แต่ดูท่าทางอีกฝ่ายจะทำได้แค่ขืนตัวสะบัดแขนขาเพียงเบาๆ เท่านั้น
เด็กหนุ่มวางร่างที่เล็กกว่าของพี่ชายให้นั่งลงบนขอบอ่างอาบน้ำ
ในอ่างมีน้ำอุ่นโรยด้วยกลีบดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอบอวล
มาโมรุยิ้มบางๆ เมื่อเห็นพี่ชายว่าง่ายกว่าที่คิด ความจริงที่สงบลงไปคงเพราะกำลังอึ้งมากกว่า
เขาถอดเสื้อคลุมบนตัวมาโกโตะ แล้วประคองให้อีกฝ่ายลงไปแช่น้ำ
"นะ... นี่มันอะไรกัน มาโมรุ"
เด็กหนุ่มยังไม่หายงง
"ปกติเวลาฮันนีมูนเขาน่าจะทำแบบนี้กันไม่ใช่เหรอ"
พูดพลางหยิบฟองน้ำขึ้นมาถูตัวให้พี่ชาย
มาโกโตะถึงกับหน้าเหวอ
ไอ้เด็กแก่แดด... นี่นายสวมบทสามีอย่างเต็มตัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?
เขาปัดมือน้องชายออก
"นายออกไปเถอะ ฉันอาบของฉันเองได้ ถ้าอยากทำอะไรให้ฉันจริงๆ ล่ะก็ ช่วยอยู่ให้เหมือนพี่น้องคนอื่นๆ ทีเถอะ"
"นายนั่นแหละ อยู่เฉยๆ เลย ถ้าไม่อยากให้คนอื่นสงสัยล่ะก็ อย่าเพิ่งฝืนอะไรตอนนี้ เกิดไม่สบายขึ้นมาจริงๆ คนอื่นจะพลอยหมดสนุกไปด้วย"
...อ๋อ... ที่แท้มานั่งบริการก็เพราะอย่างนี้เองสินะ
จู่ๆ ความน้อยใจก็ผุดขึ้นมา ...ที่หมอนั่นทำอยู่ก็เพียงเพราะจะรับผิดชอบเรื่องเมื่อคืนเท่านั้นเอง...
"เป็นอะไรไป"
มาโมรุยื่นหน้าเข้ามามองเมื่อเห็นอีกฝ่ายจมูกแดงเรื่อ
"น้ำร้อนไปรึเปล่า?"
มาโกโตะหลบดวงตาคู่สวยตรงหน้า
"นายไม่ต้องกลัวหรอกว่าฉันจะเป็นอะไร ฉันเข้มแข็ง สบายดี... ไม่ทำให้คนอื่นสงสัยบ่อยๆ เหมือนนายหรอก"
มาโมรุชะงักมือแล้ววางฟองน้ำลง เขาประคองหน้าพี่ชายให้หันมาสบตา
"ทำไมนายถึงผลักไสฉันเรื่อยเลยล่ะ มาโกะ... เรารักกันไม่ใช่เหรอ? คนรักกันทำดีต่อกันมันผิดตรงไหน แถมที่นี่ ตอนนี้ก็ไม่มีใคร"
มาโกโตะนึกโกรธตัวเองที่ทำตัวไร้สาระ เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตอนนี้เขาอ่อนแอได้ขนาดนี้ เพราะเรื่องเมื่อคืน? หรือเพราะเมาค้าง? เขารู้สึกเหมือนสามารถโทษทุกอย่างให้เป็นความผิดของตัวเองได้ แล้วพาลโกรธทุกถ้อยคำของน้องชายซึ่งเป็นที่รัก
"มันไม่เกี่ยวหรอกว่ามีหรือไม่มีใคร..."
น้ำตาอุ่นๆ เริ่มไหลเผาะลงมา
"ความผิดไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็คือความผิด ต่อให้ความรู้สึกของพวกเราสวยงามแค่ไหน... แต่มันก็คือความผิดอยู่วันยังค่ำนั่นแหละ"
ดวงตาคู่สวยของมาโมรุฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาไม่แพ้กัน
"ฉันเคยคิดอย่างมีความหวังมาตลอด... ว่าความผิดมันแค่ขึ้นอยู่กับการยอมรับเท่านั้น ฉันเลยคิดว่าจะค่อยๆ พยายามทำให้ทุกคนยอมรับพวกเราให้ได้ในซักวัน... แต่มาโกะ... ถ้าแม้แต่นายยังพูดแบบนั้น ฉันก็คงไม่เหลือใครอีกแล้ว"
มาโมรุพูดพลางเช็ดน้ำตาบนแก้มให้พี่ชาย แล้วลุกขึ้นเดินจากไป
"อ้อ... ฉันยกอาหารเช้ามาให้ นายรีบกินซะนะ เดี๋ยวจะชืดหมด"
ร่างสูงใหญ่ทิ้งท้ายโดยไม่หันมามอง ก่อนเปิดประตูแล้วออกนอกห้อง
มาโกโตะ... นายมันแย่ที่สุดเลย... รู้ทั้งรู้ว่าเจ้าเด็กเอาแต่ใจนั่นไม่เคยทำเพื่อใครขนาดนี้ นายยังเผลอทำร้ายจิตใจคนที่นายรักจนได้...
เด็กหนุ่มเริ่มสะอื้น เขารู้สึกเหมือนตกลงไปในบ่อน้ำแห่งความสับสน ก้นบ่อมีกอสาหร่ายพันขาไว้ ยิ่งตะเกียกตะกายขึ้นมาเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกฉุดให้จมลึกลงไปมากเท่านั้น
To be continued...
| ตอนต่อไป |
edit @ 19 Jan 2008 01:34:58 by ★ひまじん★