* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *


                มายุมิเปิดประตูเตรียมออกไปเล่นน้ำทะเลกับพวกพี่ๆ ทว่าขณะที่เธอเดินก้าวออกจากห้อง พี่ชายคนเล็กก็เดินตัดหน้าไปโดยไม่หันมามองเด็กสาวแม้แต่น้อย แผ่นหลังที่ดูเงียบขรึมทำให้มายุมินึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เธอแน่ใจว่าขณะนี้พี่ชายตัวใหญ่คนนั้นกำลังอารมณ์ไม่ดีสุดๆ

                ...เป็นอะไรของเขาอีกล่ะ...

                เด็กสาวแอบย่องไปยังห้องที่เขาเดินออกมา ประตูห้องถูกปิดไว้ ภายในเหมือนมีคนอยู่

                ...มาโกะจังสินะ...

                เธอเอาหูแนบบานประตู เสียงสะอึกสะอื้นที่เล็ดรอดออกมาทำเอาเด็กสาวหัวใจหล่นวูบ

                ...มาโกะจังกำลังร้องไห้... มาโมะจังกำลังโกรธ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น!? สองคนนั่นทะเลาะกัน!?

                เธอเอื้อมมือไปจับลูกบิด ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเปิดเข้าไปดีหรือไม่ แต่แล้วก็ตัดสินใจนั่งฟังเสียงร้องไห้ของพี่ชายอยู่ตรงนั้น

                ...เมื่อกี้มาโมะจังยังอารมณ์ดียกอาหารไปให้มาโกะจังอยู่เลย ไม่ถึงสิบห้านาที ทำไมถึงทะเลาะกันแล้วล่ะ...

                หลังจากเสียงร้องไห้ ซักพักก็ได้ยินเสียงประตูข้างในเปิด มาโกโตะคงออกมาจากห้องน้ำ มายุมิยังนั่งพิงประตูอย่างเหม่อลอยฟังเสียงกิจกรรมในห้องของพี่ชายด้วยความเป็นห่วง กระทั่ง...

                แกรก... แอ๊ด... ตุ่บ!!

                เด็กสาวถึงกับหงายท้องลงไปนอนกับพื้นเมื่อประตูห้องเปิดออก

                "อ้าว... มามิจัง มาทำอะไรตรงนี้"

                มาโกโตะก้มลงมองอย่างประหลาดใจ มือข้างหนึ่งของเขารองอยู่ใต้ถาดอาหาร

                "อ๋อย... มาโกะจัง... ตกใจหมดเลย"

                สาวน้อยรีบลุกขึ้นพลางหัวเราะแหะ

                "คนที่ตกใจน่าจะเป็นพี่มากกว่า ว่าไง มาทำอะไรตรงนี้"

                เด็กสาวกลอกตาใช้ความคิดเล็กน้อย

                "ก็มารอมาโกะจังไปเล่นน้ำทะเลด้วยกันน่ะสิ นี่ไง มามิเพิ่งเปลี่ยนชุดมาเมื่อกี้"

                มาโกโตะยิ้มให้น้องสาว พลางปิดประตูห้องแล้วเดินโอบไหล่อีกฝ่าย น้ำอุ่นๆ ทำให้เขารู้สึกสบายตัวขึ้นมาก มายุมิแอบสังเกตใบหน้าพี่ชาย แม้จะมีแว่นกันแดดกรอบใหญ่พรางดวงตาอยู่ แต่เธอก็ยังคงรับรู้ถึงความหม่นหมองบางอย่างอยู่ในดวงหน้านั้น

                ...เห็นมาโกะจังเป็นแบบนี้ แล้วมามิจะบอกพ่อกับแม่เรื่องนั้นลงได้ยังไง...

                มาโกโตะผู้แสนจะอ่อนโยนกับน้องสาว ถ้าโดนพ่อแม่ดุว่าเพราะมามิเป็นต้นเหตุ ต้องยิ่งน่าสงสารแน่ๆ

                เด็กหนุ่มวางถาดอาหารบนโต๊ะ พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวทักทายขณะเดินเข้ามายกไปเก็บ

               

                ที่ชายหาด มาโมรุนั่งทอดสายตาออกไป ดูเผินๆ เหมือนเขากำลังชมวิวของทะเลยามสายที่มีพวกพี่ๆ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน

                "มาโมะจัง... มาเล่นด้วยกันสิ"

                พี่สะใภ้สุดสวยหันมาเรียกขณะที่กำลังขว้างจานร่อนกันอยู่ริมทะเล ทว่าเด็กหนุ่มกลับนิ่งเฉยเหมือนกำลังหมกมุ่นคิดอะไรบางอย่าง

                มาซากิสะกิดภรรยาที่เรียกเก้อ

                "เดี๋ยวถ้าอยากเล่นก็คงจะมาเองนั่นแหละ"

                มาโกโตะกับมายุมิเดินหยอกล้อเล่นหัวกันออกมาจากบ้านพัก ในขณะที่พ่อกับแม่เดินมาจากอีกด้านหนึ่งของชายหาด

                "เอ้า... ใครจะไปดูปะการังยกมือขึ้น"

                หนุ่มใหญ่หัวใจวัยรุ่นส่งเสียงประกาศเหมือนให้ลูกๆ ทุกคนมารวมตัวกัน

                "มามิค่า..."

                เสียงใสๆ ขานตอบแล้ววิ่งไปกอดพ่อและแม่

                "เตรียมตัวพร้อมรึยังล่ะ เรือมารออยู่แล้ว ครบเมื่อไหร่ก็ไปกันได้เลย"

                มินามิและเอริกะขอตัวไปหยิบของในห้อง และเมื่อทุกคนพร้อมก็พากันขึ้นเรือที่จอดตรงหาดหน้ารีสอร์ทก่อนแล่นออกจากฝั่งไปยังอ่าวเล็กๆ ที่จะไปดูปะการัง

               


                ตลอดทางที่นั่งเรือ มาโกโตะและมาโมรุนั่งแยกกัน ต่างคนต่างหันหน้ามองทางอื่นโดยไม่คุยเลยแม้แต่คำเดียว แม่ปอกส้มแล้วแบ่งพ่อและลูกๆ ทุกคนในเรือ มีแต่มาโมรุเท่านั้นที่แยกออกมานั่งนิ่งสนิทเหมือนรูปปั้น มาโกโตะเหลือบมองน้องชายเป็นระยะ แต่เขาก็ไม่คิดจะทำอะไรมากกว่านั้น

                เพราะเขาเป็นคนผลักไสเด็กหนุ่มเอง...

                "มาโมรุเขาเป็นอะไรของเขา"

                แม่เริ่มซุบซิบถามลูกๆ

                "นั่นสิ... เมื่อวานยังร่าเริงอยู่ดีๆ เลย"

                มินามิถามขึ้นบ้าง เพราะท่าทีของเด็กหนุ่มพลอยทำให้เธอเหี่ยวเฉาตามไปด้วย

                มายุมิลอบมองหน้าพี่ชายคนกลาง มาโกโตะตีหน้าเรียบเฉย เหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่กำลังคุยกัน

                "ทะเลาะกับแฟนล่ะมั้ง"

                มานาบุโพล่งขึ้นมาบ้าง เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็หันไปค้อนพี่ชายปากเสียของเธอทันที

                "เอ๋... มาโมรุคุงมีแฟนแล้วเหรอ"

                เอริกะถามแฟนหนุ่มอย่างสนอกสนใจ

                มาโกโตะละสายตาจากคนในครอบครัวหันไปดูวิวรอบข้างเหมือนไม่อยากรับรู้อะไรอีก แต่จริงๆ แล้วเขากำลังเงี่ยหูฟังต่างหากว่ามานาบุจะหลุดพูดอะไรออกไปบ้าง แล้วเขาควรจะรับมือยังไงในภายหลัง

                "ว่าไงล่ะ มาโมะจังมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นพามาแนะนำเลย"

                มินามิส่งเสียงดังขึ้นมาเพื่อให้เจ้าตัวได้ยิน

                ทว่า... มาโมรุก็ยังคงนิ่ง

                "ถ้ามาโมะจังมีมามิก็ต้องรู้สิ มาบุจังนี่พูดอะไรชุ่ยๆ"

                น้องสาวสุดท้องช่วยแก้ เพราะกลัวว่าเดี๋ยวจะไปกระทบพี่ชายคนกลาง เวลานี้เธอรู้สึกสงสารมาโกโตะอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งตอนได้ยินเสียงร้องไห้เมื่อเช้า เธออยากจะร้องไห้ตามเลยทีเดียว

                "ไม่มีหรือว่าช่วยกันปิด"

                พี่คนรองไม่ยอมเลิกรา คราวนี้หันมาเหล่น้องสาวจอมแก่น

                มายุมิไม่ตอบแต่ส่งสายตาโหดเหี้ยมใส่พี่ชายแทน ทำเอามานาบุหน้าจ๋อยไปเล็กน้อย

                "พอได้แล้วน่ามาบุจัง เป็นอะไรนะเรา ชอบยั่วโมโหน้องเรื่อยเลย"

                แม่หันมาปรามบ้างเมื่อเห็นสองพี่น้องเหมือนเตรียมจะทะเลาะกัน

                "ว่าแต่มาโกะจังวันนี้ดูซึมๆ ไม่สบายรึเปล่า หรือว่าเมาค้าง?"

                มาโกโตะหันมายิ้มให้แม่

                "เปล่านี่ครับ ไม่เป็นไรจริงๆ"

                "ปวดเมื่อยเนื้อตัวล่ะมั้ง ...เมื่อคืนคงจะหนักไปหน่อยสิท่า"

                มาโกโตะถึงกับหน้าซีด

                "ไอ้มาบุ!!!"

                มามิหันไปส่งเสียงแหลมใส่

                "อ้าว รึว่าไม่จริง กระดกไวน์เป็นว่าเล่นแบบนั้น สำหรับคนไม่ดื่มอย่างหมอนั่นฉันว่าหนักเกินไปนะ"

                มานาบุพูดแก้ยืดยาว มายุมิทำตาเขียวใส่พี่ชายราวกับจะพูดว่า 'ฝากไว้ก่อนเถอะ'

                มาโมรุเหมือนจะได้ยินพวกพี่น้องคุยกัน เขาถอนหายใจแล้วลุกเดินมา

                "ว่าไง มาโมะจัง เอาส้มมั้ยลูก?"

                มาโมรุส่ายหัวเล็กน้อยพลางยิ้มให้แม่ แล้วหันไปหามาโกโตะซึ่งนั่งเหม่อมองไปทางอื่น

                เขาก้มลงดึงข้อมืออีกฝ่ายขึ้นมา

                มาโกโตะเงยหน้ามองน้องชายอย่างงงๆ แววตาหลังแว่นกันแดดเตรียมประท้วงเด็กหนุ่มตรงหน้าอยู่ทุกเวลา ทว่ามาโมรุเองก็ส่งสายตากดดันพี่ชายผ่านแว่นเช่นกัน

                ดูเหมือนทุกคนกำลังมองมาทางพวกเขา

                มาโมรุพยักหน้า เหมือนจะพูดว่ามาสิ แล้วดึงแขนคนตรงหน้า มาโกโตะไม่อยากให้คนอื่นสนใจพวกเขามากไปกว่านี้จึงยอมลุกตามไปแต่โดยดี

                เขาทรุดตัวลงนั่งข้างน้องชายซึ่งพาดแขนไว้ที่พนักเก้าอี้

                เมื่อเห็นพี่ชายนั่งเกร็งเหมือนทำตัวไม่ถูก มือใหญ่ก็ดันหัวอีกผ่ายให้ซบลงที่ไหล่ของตัวเอง

                "ยังปวดหัวอยู่ใช่มั้ยล่ะ นั่งตรงนั้นเสียงดัง นายไม่ได้นอนหรอก"

                เด็กหนุ่มพูดเหมือนจงใจให้พวกพี่ๆ ได้ยิน

                มาโกโตะแอบหวั่นๆ คิดว่าจะมีเสียงแซวจากมานาบุมาอีกระลอก แต่ผิดคาด ดูเหมือนทุกคนจะหันไปคุยกันเรื่องอื่นแทนและคลายความสงสัยที่มีต่อพวกเขา

                มายุมิเหลือบมองพี่ชายทั้งสองอย่างโล่งอก แน่ล่ะว่าเธอยังคงไม่เห็นด้วยหากทั้งคู่เป็นอย่างที่มานาบุบอก แต่ในตอนนี้ถ้ามาโกโตะจะรู้สึกดีขึ้นได้บ้างล่ะก็... เธอจะยอมให้ซักครั้ง

                "เมื่อกี้มาโมะจังเท้...เท่เนอะ ถ้ามินะเป็นมาโกะจังนะ สงสัยกรี๊ดสลบ"

                มินามิแอบซุบซิบพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

                มาโกโตะหลับตาลงอย่างโล่งใจ มาโมรุหายเจ็บปวดจากคำพูดของเขารึยังนะ หมอนั่นจะโกรธรึเปล่าที่ความคิดของพวกเขาไม่ตรงกัน

                บ้าชะมัด... น้ำตาดันไหลจนได้

                มาโกโตะยกมือขึ้นเช็ดหน้าตัวเอง ในขณะที่มาโมรุยังคงนั่งนิ่ง ทอดสายตาออกไปไกลแสนไกล

                ...ถ้าพวกเขาโอบกอดกันได้อย่างสบายใจท่ามกลางสมาชิกคนอื่นๆ ของครอบครัวก็คงจะดีไม่น้อย...

                ไม่กี่นาทีต่อมาพ่อก็เดินมานั่งข้างๆ ถัดจากมาโกโตะซึ่งหลับไปแล้ว มาโมรุหันมายิ้มให้พ่อ แล้วทั้งคู่ก็เริ่มคุยกัน

 

                อ่าวที่ชมปะการังน้ำทะเลสีเขียวใสสะอาด อันที่จริงไม่ต้องดำน้ำก็สามารถเห็นก้นอ่าวได้อย่างชัดเจน ปะการังสีสันสดใสเรียงอยู่เป็นแถว ท่ามกลางฝูงปลาเล็กๆ นับพันที่ว่ายกันเป็นขบวนอยู่ที่ผิวน้ำ

                เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของเกาะส่วนตัว จึงไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาที่นี่มากนัก จัดได้ว่ายังคงสภาพเดิมตามธรรมชาติได้เกือบสมบูรณ์

                "น้ำตรงนี้ไม่ค่อยลึกมาก สวมสน็อกเกิลว่ายได้สบายๆ ครับ แต่ถ้าอยากดำน้ำลึกๆ ต้องเลยไปอีกหน่อย รับรองว่าสวยกว่านี้แน่ๆ"

                แต่ไม่มีใครเตรียมตัวที่จะดำน้ำ ทุกคนจึงตกลงใจว่าจะลงเล่นน้ำดูปะการังไปเรื่อยๆ

                ก่อนหน้าที่จะมาถึงทั้งหมดเตรียมควักอาวุธ นั่นคือครีมกันแดดมาทาให้กันเรียบร้อย

                พนักงานนำอุปกรณ์และเสื้อชูชีพแจกทุกคน

                แล้วทั้งหมดก็ลงไปว่ายน้ำ ดูปะการังกันอย่างเพลิดเพลิน

                มาโกโตะรู้สึกโล่งใจที่น้องชายไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาเกาะแกะเขาตลอดเวลาเหมือนเมื่อวาน แต่เขาก็อดนึกกลัวไม่ได้ว่าหมอนั่นกำลังโกรธอยู่รึเปล่า

                "มาโกะจัง ตรงนี้มีตัวอะไรแปลกๆ ด้วยล่ะ"

                มายุมิเรียกพี่ชายเสียงสดใส คนที่เอาแต่ติดมาโกโตะแจอย่างผิดปกติในวันนี้กลับเป็นน้องสาวคนนี้มากกว่า

                ในขณะที่มาโมรุหันไปเล่นกับมาซากิและมินามิแทน

              

                หลังจากว่ายน้ำกันไปพักหนึ่ง พ่อกับแม่ก็ขึ้นมาดูลูกๆ อยู่บนเรือ บางครั้งก็หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปให้ มานาบุชอบเข้าไปแกล้งดึงขามายุมิให้ตกใจร้องวี้ดว้าย พอรู้ว่าโดนแกล้งเธอก็ว่ายน้ำเข้าไปเล่นงานพี่ชายตัวแสบคืน

                มาโกโตะถอดชูชีพออกซักพักหนึ่งแล้ว เพราะอยากดำลงไปดูปะการังใกล้ๆ อันที่จริงเขาไม่อยากอยู่บนผิวน้ำนานๆ เพราะรู้สึกถึงสายตาของน้องชายที่หันมามองเป็นระยะๆ

                พวกเขาไม่ได้สบสายตากันเลย บางครั้งเด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนจ้อง แต่พอหันไป ก็พบว่าน้องชายกำลังหันหน้าหนี

                ...เป็นอะไรของเขานะ... ทั้งที่ตอนที่ให้เขาซบไหล่ออกจะใจดีแท้ๆ ไหนจะตอนที่ทาครีมกันแดดให้ แต่อยู่ๆ ก็เย็นชาใส่อีกแล้ว ถ้าไม่อยากมองหน้ากันล่ะก็ เขาไม่อยู่ให้เห็นหน้าก็ได้

                ฝูงปลาและแนวปะการังในน้ำตื้นทำให้เด็กหนุ่มสบายขึ้นมาได้เล็กน้อย

                ...แถวนี้สวยดีแฮะ จริงสิ ไปขอยืมกล้องพี่มาซากิมาถ่ายรูปดีกว่า...

                มาโกโตะพุ่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ ทว่าทันใดนั้น เขาก็รู้สึกปวดเกร็งขึ้นมาที่ขาข้างซ้าย

                ...บ้าชะมัด... ดันมาเป็นตะคริวตอนนี้...

                เด็กหนุ่มพยายามตะเกียกตะกายขึ้นสู่เบื้องบน แต่ดูเหมือนตัวจะยิ่งจมดิ่งลงข้างล่าง

                ยิ่งดิ้นรน อากาศในปอดก็เริ่มหมดลง เขารู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก

                ขณะที่เขากำลังจะหมดสติ เหมือนมีแขนของใครบางคนเกี่ยวรอบคอของเขาแล้วฉุดให้ขึ้นไปด้านบน...

 

                "มาโกะจัง... มาโกะจัง..."

                เสียงเรียกที่แว่วมาเรียกสติของมาโกโตะให้กลับคืน เด็กหนุ่มไอสำลักน้ำทะเลออกมา ค่อยๆ ลืมตาแล้วกระพริบอย่างช้าๆ

                ใบหน้าที่ถอยห่างออกไปคือใบหน้าอันคุ้นเคยของน้องชาย ข้างหลังคือสมาชิกในครอบครัวที่เข้ามายืนมุงด้วยความเป็นห่วง

                "มาโกะจังฟื้นแล้ว"

                เสียงมายุมิเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ ในขณะที่มาโมรุดึงตัวคนเพิ่งฟื้นเข้ามากอดแน่น

                แม่เอาผ้าขนหนูมาซับหน้าซับตัวให้ มาโมรุจึงคลี่ผ้าออกแล้วห่มให้พี่ชาย

                "โอ๊ย... ขา..."

                เด็กหนุ่มนิ่วหน้าขณะลุกขึ้น

                "เมื่อกี้มาสะจังนวดให้แล้ว เส้นคลายแล้วล่ะ แต่คงปวดค้างอยู่"

                พ่อพูดพลางเข้ามาจับขาซ้ายของลูกชายเพื่อสำรวจ

                "วันหลังถ้าจะถอดชูชีพก็อย่าไปที่ไกลๆ ล่ะ ถ้ามาโมะจังไม่ว่ายไปหาล่ะก็ ป่านนี้คงยังไม่มีใครรู้ว่าลูกจมน้ำ"

                มาโกโตะหันไปมองน้องชายที่ช่วยชีวิตตัวเองไว้ ในขณะที่เจ้าตัวทำเป็นไม่สนใจ

                "ลุกไหวรึเปล่า... ฉันจะได้อุ้มนายไป"

                ประโยคสุดท้ายเสียงเบาจนเหมือนกระซิบ

                "อื้อ... ไหว..."

                มาโมรุโอบไหล่พี่ชายให้ลุกขึ้นยืน มาโกโตะจึงเพิ่งสังเกตว่าขณะนี้ทุกคนกำลังอยู่ระหว่างทางกลับบ้านพัก

                "เอ่อ... ทุกคน... เลยหมดสนุก... เพราะผม..."

                แม่หันมายิ้มแล้วขยี้หัวเปียกโชกของลูกชาย

                "ใครว่าล่ะ ทุกคนกำลังจะกลับกันอยู่แล้วต่างหาก มาโมะจังถึงได้ว่ายไปตามลูกไงล่ะ"

                เมื่อแน่ใจว่ามาโกโตะไม่เป็นอะไรมากแล้ว คนอื่นๆ ก็แยกย้ายกันนั่งในเรือตามอัธยาศัย มาโมรุจับพี่ชายใส่เสื้อแล้วเช็ดศีรษะให้

                "พอเถอะ มาโมรุ"

                เด็กหนุ่มรีบห้ามเมื่อเห็นน้องชายกุลีกุจอจัดการให้ทุกขั้นตอน

                มาโมรุสีหน้าสลดลงเมื่อได้ยินดังนั้น

                "จริงสิ... ขอโทษนะ ฉันเผลอทำให้นายลำบากใจอีกแล้ว"

                มาโกโตะยิ้มบางๆ

                "ไม่ใช่อย่างนั้น นายมัวแต่ทำให้ฉัน แล้วดูสภาพนายสิ เดี๋ยวก็เป็นปอดบวมหรอก"

                พูดจบก็ยื่นเสื้อของน้องชายที่อยู่ใกล้มือให้

                แม่เดินเข้ามาแล้วยื่นขวดน้ำเปล่าให้กับทั้งคู่

                "หิวมั้ยลูก"

                มาโกโตะส่ายหัว ในขณะที่มาโมรุรีบอ้อน

                "อยากกินข้าวกลางวันแล้วอ่ะ เมื่อไหร่จะถึงฝั่งซักที"

                "เอาอะไรรองท้องหน่อยมั้ย ขนมปังก็มี"

                เธอยิ้มเอ็นดูลูกชายคนเล็ก แล้วเดินไปที่เก้าอี้ด้านหลังเพื่อหยิบขนม แต่เมื่อเห็นพ่อยืนมองอยู่ตรงนั้น เธอก็เข้าไปสะกิดสามี

                "นี่คุณ... ฉันรู้สึกตะหงิดๆ ตั้งแต่กลับมาแล้ว สองคนนั่นมีอะไรแปลกๆ"

                สายตาของทั้งคู่มองไปยังลูกชายรุ่นเล็กซึ่งคนน้องกำลังดึงพี่ชายเข้ามากอดแนบอก

                ข้างๆ ผู้เป็นพ่อ มายุมิกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ

                ...ท่าทางเรื่องนี้ จะรู้ผลเร็วกว่าที่คิด...

                ก็แน่ล่ะ... ตอนที่มาโกโตะไม่ยอมฟื้นซักที มาโมรุออกอาการตีโพยตีพายซะขนาดนั้นนี่นา ทำยังกับตัวเองเป็นห่วงพี่ชายอยู่คนเดียวงั้นแหละ

 

                เย็นวันนั้นทุกคนมีปาร์ตีบาร์บีคิวริมชายหาด นี่คงเป็นมื้อสุดท้ายแล้วที่จะได้กินอาหารทะเลสดๆ เพราะพรุ่งนี้พวกเขาต้องออกเดินทางจากที่นี่แต่เช้า

                มาโมรุคอยหยิบนู่นหยิบนี่บริการพี่ชายคนกลางไม่ห่าง มาโกโตะเองก็เริ่มปล่อยวาง ไม่อยากว่าอะไรมากอีกแล้ว เพราะทุกครั้งที่เขาเริ่มแคร์สายตาคนอื่น เสียงของมาโมรุเมื่อตอนกลางวันจะผุดเข้ามาในหัวเขาทุกครั้ง

                'ฉันคงทนอยู่ไม่ได้... ถ้านายไม่ฟื้น'

                มานาบุเองก็เลิกพูดเหน็บแนมพวกเขา หมอนั่นใช้เวลาที่เหลือบนเกาะนี้หวานแหววกับแฟนสาวอย่างเต็มที่

 

                หลังจากอิ่มท้องกันเรียบร้อย ทุกคนก็เคลื่อนทัพมาที่ห้องโฮมเธียเตอร์ แต่ละคนป้อนเพลงคาราโอเกะที่ตัวเองชอบแล้วแย่งกันร้อง

                แม่เหลือบเห็นลูกชายสองคนซึ่งกำลังนั่งดูพี่ๆ จีบกันด้วยเสียงเพลงอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง มาโมรุโอบไหล่พี่ชายของเขาแทบจะตลอดเวลา บางครั้งก็ดึงมือเข้ามาจูบเบาๆ เหมือนคิดว่าไม่มีใครเห็น บางทีก็หยอกล้อเล่นกันแบบแปลกๆ เช่น หันไปหอมแก้มบ้างล่ะ ไม่ก็กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างจนหัวแทบจะติดกันอยู่แล้ว ส่วนมาโกโตะเองก็ไม่มีท่าทางขัดขืนอย่างในวันแรกๆ ทั้งที่เธอจำได้ว่าก่อนเธอไปต่างประเทศลูกชายที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลาหาโอกาสแยกห่างกันแทบตายเหมือนเบื่อหน้า

                ที่สำคัญ... เธอไม่คิดว่าลูกชายคนเล็กจอมอ้อนจู่ๆ จะลุกขึ้นมาเป็นฝ่ายเอาใจพี่ชายคนกลางซะเองแบบนี้

                เธอสะกิดมายุมิซึ่งกำลังก้มดูรหัสเพลงในเมนูอยู่

                "มามิจัง... แม่คุยด้วยหน่อยสิจ๊ะ"

                เหมือนเด็กสาวจะรู้ตัวอยู่แล้ว เธอเดินออกจากห้องไปพร้อมแม่แต่โดยดี


To be continued...

| ตอนต่อไป |

 

edit @ 22 Jan 2008 00:09:30 by ★ひまじん★

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet