White Sin
posted on 17 Jan 2008 03:05 by i-am-hima in fan-fiction[Golf-Mike fan-fiction]
* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
ปีกสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด... ลบล้างเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันบริสุทธิ์ได้เหมือนเก่า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง ประตูเปิดออก ปรากฏร่างสูงชะลูดของเด็กหนุ่มสวมแว่นกันแดดสีดำสนิท เขาเดินเข้ามาภายในห้องสีขาวที่ตรงกลางมีเตียงผู้ป่วย
“ไมค์มาล่ะ”
หญิงสาวซึ่งนั่งปอกผลไม้อยู่ข้างเตียงวางมีดแล้วลุกขึ้นไปหยิบเก้าอี้มาต้อนรับผู้มาใหม่ ทว่าเด็กหนุ่มกลับยกมือขึ้นข้างหนึ่งเป็นทำนองว่าไม่ต้องก็ได้
“รู้แล้วล่ะ ว่าไงไมค์... วันนี้ใส่เสื้อสีดำอีกแล้วสินะ นายยังมองเห็นอยู่ น่าจะเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันซะบ้าง” ชายหนุ่มบนเตียงเอ่ยขึ้น แม้จะทักแบบนั้นแต่เขากลับมีผ้าพันอยู่รอบดวงตา
“อย่ามาทำเป็นรู้ดีหน่อยเลย ถึงไมค์จะแต่งดำ แต่ชั้นในสีอื่นนะ จะลองดูมั้ย” ไมค์พูดติดตลก ทำเอาหญิงสาวที่อยู่ในห้องหลุดยิ้มเขินออกมา
“ไมค์มาก็ดีแล้ว งั้นเบลขอตัวไปทำธุระข้างนอกก่อนนะคะ ซักช่วงเย็นๆ จะกลับ” เธอพูดพลางหยิบกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ตรงโซฟา
“ตามสบายครับ ต้องขอบคุณเบลต่างหาก ที่อุตส่าห์มาอยู่เป็นเพื่อนพี่กอล์ฟแต่เช้า”
“ไม่เอาน่า เบลเป็นคู่หมั้นกอล์ฟ เวลาแบบนี้ต้องอยู่เคียงข้างกันสิคะ” เธอพูดยิ้มๆ แล้วเดินไปหาคนบนเตียง “เบลไปนะกอล์ฟ แล้วเย็นๆ จะมาใหม่” พูดจบก็จูบเบาๆ ที่แก้มของอีกฝ่าย
“ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร เบลมาเฝ้ากอล์ฟหลายวันแล้ว กลับไปดูแลแม่บ้างเถอะ” คู่หมั้นหนุ่มน้ำเสียงอ่อนโยน
ไมค์เบือนหน้าหนีบทสนทนาของคู่รักตรงหน้า อันที่จริงเขาควรจะยินดีที่ว่าที่พี่สะใภ้ยังรักพี่ชายของตนไม่เสื่อมคลาย แต่ก็ยังไม่อาจห้ามความเจ็บปวดที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของหัวใจได้
เมื่อหญิงสาวออกจากห้อง ไมค์ก็เข้าไปนั่งเก้าอี้แทนที่เธอ
“เข้ามาใกล้ๆ หน่อยสิ”
เด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้าไปหาตามคำขอ พลางจับมือทั้งสองข้างของพี่ชายขึ้นมาสัมผัสใบหน้า
กอล์ฟแตะพวงแก้มอย่างอ่อนโยน แล้วค่อยๆ ลูบใบหน้านั้นอย่างแผ่วเบา
ตั้งแต่เดือนก่อน จู่ๆ พี่ชายของเขาสูญเสียความสามารถในการมองเห็น เป็นเหตุให้ชีวิตที่กำลังไปได้สวยพังทลายลงในพริบตา ทั้งที่เพิ่งเรียนจบปริญญาโทด้วยคะแนนสูงลิบลิ่ว ไหนจะงานที่รุ่งโรจน์ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ชื่อเสียงที่กำลังโด่งดัง และ... กำลังเตรียมตัวแต่งงาน
“นายดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย... มีอะไรรึเปล่า”
ไมค์ยิ้มบางๆ แล้วซบใบหน้าลงบนฝ่ามือของอีกฝ่าย
“พูดยังกับมองเห็นงั้นแหละ”
“ถึงมองไม่เห็นแต่ฉันก็สัมผัสได้ นายดูหม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก”
ดวงตาคู่สวยฉายแววปวดร้าว
“ไมค์สบายดี... แต่พี่กอล์ฟเป็นแบบนี้ จะให้ไมค์เบิกบานอยู่ได้ยังไงล่ะ”
“ไม่เอาน่าไมค์... ถึงจะมองไม่เห็น แต่ฉันก็ยังอยู่ได้... เพราะฉันรู้ว่าทุกคนรักฉัน ฉันไม่อยากให้ดวงตาของฉันทำให้พวกนายไม่มีความสุข”
เด็กหนุ่มโผเข้าไปกอดพี่ชาย
“ถ้าเปลี่ยนกันได้ ไมค์อยากตาบอดแทน...”
เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอยากทำอีกเยอะ ถ้าตาไม่บอดเสียก่อน เขาคงมีโอกาสได้ทำอีกหลายอย่าง และต้องทำได้ดีด้วย
“เราพูดกันรู้เรื่องแล้วนะไมค์ ขอร้องล่ะ อย่าพูดแบบนี้อีก... ดูสิ ถึงฉันจะมองไม่เห็น แต่ฉันก็ยังได้ยินเสียง ฉันยังแต่งเพลงได้”
ทุกวันนี้แม้แต่หมอก็ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่เขาตาบอด มันเกิดขึ้นอย่างกะทันหันมาก เมื่อวันหนึ่งกอล์ฟตื่นขึ้นและพบว่าโลกของเขาเป็นสีดำสนิท ไม่สิ... เขามองไม่เห็นแม้แต่สีดำด้วยซ้ำ ดวงตาของเขาไม่ตอบสนองแม้แต่แสงและเงา
โชคดีที่ทุกวันนี้มีเทคโนโลยีแก้วตาเทียม แม้ยังไม่รับรองผลว่าดวงตาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยก็ยังเป็นความหวังที่เขาจะกลับมาเห็นใหม่อีกครั้ง และนี่เป็นเหตุให้พี่ชายของเขาต้องนอนโรงพยาบาลหลายอาทิตย์
แสงจันทร์สาดสว่างผ่านบานหน้าต่างของบ้านหลังเล็กหลังโบสถ์คริสต์ใหญ่ใจกลางเมือง ฉายให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนจมกองเลือดอยู่บนพื้น สภาพศพนอนคว่ำ มือข้างหนึ่งยื่นออกไปสุดแขน ดวงตาเบิกโพลง หน้าผากมีรอยถูกยิง เลือดอาบเต็มใบหน้า ชุดบาทหลวงสีดำที่ใส่ขาดวิ่นเผยให้เห็นปานรูปดาวหกแฉกที่กลางหลัง
ร่างสูงใหญ่ในชุดดำมองภาพอุจาดนั้นด้วยสีหน้าเย็นชา เขาหันฝ่ามือเหนือรอยปาน เพียงไม่นานปานก็เรืองแสงสีแดงแล้วหายวับไปจากผิวกายของร่างไร้วิญญาณ ปรากฏลูกแก้วดวงเล็กใสขึ้นในมือของมัจจุราชชุดดำนั้นแทน
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“คุณพ่อครับ”
ร่างสูงหันขวับไปยังต้นเสียง เพียงไม่ถึงวินาที เขาก็หายวับไปจากสถานที่เกิดเหตุก่อนที่ประตูจะเปิดออก ตามด้วยเสียงกรีดร้องของผู้เข้ามา
“ทำได้ดีมาก... บริวารแห่งข้า...”
เสียงทุ้มดังขึ้นภายในห้องอันมืดมิด เมื่อหันหลังไปมองก็พบร่างสูงใหญ่ ใบหน้าดุจเทพบุตร ผมสีดำยาวสยาย เบื้องหลังมีปีกกาขนาดใหญ่ดูน่าเกรงขาม สวมสูทสีดำดูงดงามอย่างประหลาด
เด็กหนุ่มหยิบลูกแก้วออกมาจากแจ็คเก็ตหนังที่เขาสวมอยู่ แล้วโยนให้ชายปริศนานั้น
ทันทีที่ลูกแก้วลอยเข้าไปในมือของอีกฝ่าย หน้าผากด้านซ้ายของเขาก็ร้อนวาบขึ้นมา
“อีกไม่นานหรอกเด็กน้อย... อีกไม่นานเจ้าจะสมปรารถนา... รูปร่างหน้าตา? ความสามารถ? ชื่อเสียงเงินทอง? ความรัก? อยากได้อะไรล่ะ... เจ้าจะได้มาทุกอย่าง...”
สิ้นสุรเสียง ร่างในสูทดำก็อันตรธานหายไป
เด็กหนุ่มเปิดไฟในห้อง แล้วเดินมายังโต๊ะเครื่องแป้ง เขาเสยผมที่ปรกหน้าผากพลางส่องกระจก
ตัวเลขโรมันสีดำเหมือนรอยสักบนหน้าผากด้านซ้ายเปลี่ยนเป็น IX
...อีกเก้ารายสินะ... เขาต้องฆ่าคนอีกเก้าราย แล้วจะได้ในสิ่งที่ปรารถนา...
รูปร่างหน้าตา ความสามารถ ชื่อเสียงเงินทอง ความรัก... ทั้งหมดนั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลยสักอย่าง ในตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่เขาพร้อมดิ้นรนทำทุกทางเพื่อให้ได้มา
ดวงตาของพี่ชาย... หากถึงวันที่พรนั่นส่งผลเมื่อไหร่ เขาจะขอให้พี่ชายกลับมามองเห็นได้ดังเดิม
...แม้จะต้องแลกด้วยความสุขทั้งหมดในชีวิตของเขาก็ตาม...
“ออกไป!!!”
“กอล์ฟ... แต่ว่า...”
เสียงเกี้ยวกราดดังตีกันในห้องผู้ป่วย
“บอกว่าออกไปไงล่ะ กอล์ฟไม่อยากเห็นหน้าใครทั้งนั้น ออกไปเดี๋ยวนี้ ไปเซ่!!!”
“กอล์ฟ...” เสียงหญิงสาวสั่นเครือ
ไม่ทันที่ไมค์จะเอื้อมมือไปจับลูกบิด ประตูก็เปิดพร้อมกับร่างบอบบางของคู่หมั้นพี่ชายเดินออกมา
หญิงสาวสบตาเด็กหนุ่ม นัยน์ตาของเธอแดงก่ำ
ไมค์มองเธออย่างงุนงง ปล่อยให้เธอเดินจากไป
เมื่อเขาเข้าไปในห้องจึงได้เข้าใจ
พี่ชายของเขาอาละวาดอีกแล้ว... ข้าวของส่วนตัวกระจัดกระจาย ในขณะที่เจ้าตัวนั่งนิ่งอยู่ที่พื้น
“นั่นนายสินะ...” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงสงบ ผิดกับเสียงตะโกนที่ดังผ่านประตูมาเมื่อครู่
คนถูกถามไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาในห้อง แล้วนั่งลงตรงหน้าอีกฝ่าย สังเกตเห็นร่างกายที่สั่นระริก และสีหน้าที่ปวดร้าว
ทั้งที่น่าจะทำใจได้ แต่ระยะหลังพี่ชายของเขาอาละวาดบ่อยขึ้น... โดยเฉพาะต่อหน้าคู่หมั้นสาว... คนที่เขาบอกว่ารักมากที่สุด
เด็กหนุ่มเอื้อมมือคว้าไหล่ของคนตรงหน้าเข้ามากอด
“เธอไปแล้วใช่มั้ย” กอล์ฟถามเสียงแผ่ว
“ใช่... เธอไปแล้ว”
สิ้นเสียงตอบ ร่างในอ้อมแขนก็ปล่อยโฮออกมาเสียงดังราวคนบ้า
...ใครก็ได้... บอกที... นี่มันเรื่องอะไร...
ไมค์กระชับอ้อมแขน พลางลูบผมพี่ชายอย่างอ่อนโยน
...อย่าร้องสิกอล์ฟ... เสียงร้องไห้ของนายมันกรีดลึกเข้าไปในหัวใจของฉัน น้ำตาของนายปลุกความเศร้าอย่างหาที่สุดมิได้ขึ้นในกายของฉัน ตลอดชีวิตนี้... นายคือแสงสว่างเดียวที่ฉันมีอยู่ เพราะฉะนั้น... ได้โปรด อย่าเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้อีกเลย
เด็กหนุ่มอุ้มร่างพี่ชายที่หลับใหลด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการร้องไห้เป็นเวลานาน เขาวางอีกฝ่ายลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน แล้วเช็ดสองแก้มที่เปรอะน้ำตา ริมฝีปากได้รูปจูบเบาๆ ลงบนเปลือกตาผ่านผ้าเปียกชุ่มที่พันรอบศีรษะ แล้วจ้องดวงหน้าอย่างพินิจ
เขาอยากลอบจุมพิตริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้า แต่แล้วก็ต้องตัดใจ
มือใหญ่หยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายคนบนเตียง แล้วทำท่าจะเดินออกไป ทว่ามือของอีกฝ่ายฉวยข้อมือของเขาไว้เสียก่อน
“ไมค์ นายจะไปไหน”
เด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้ง นึกว่ากอล์ฟหลับไปแล้วเสียอีก
“ไมค์จะไปยกเก้าอี้มานั่งข้างๆ ไง”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ อย่างโล่งใจ
“ไมค์... นายอยู่ข้างๆ ฉันนะ นายอยู่เคียงข้างฉันนะ”
เขายกมือของพี่ชายขึ้นมาจูบ
“อืม... ไมค์อยู่ข้างพี่กอล์ฟเสมอแหละ”
ขอโทษนะกอล์ฟ... แต่ที่ตรงนั้นมันไม่คู่ควรกับฉันอีกต่อไปแล้ว... ฉันสกปรกเกินกว่าที่จะอยู่ตรงนั้น... เคียงข้างนาย...
ฆาตกรรมต่อเนื่องยังคงดำเนินต่อไป เหตุที่แน่ใจว่าเป็นคนร้ายคดีเดียวกันก็คือกระสุนออกแบบพิเศษซึ่งหาแหล่งที่มาไม่ได้ บนตัวกระสุนมีรอยสลักรูปดาวห้าแฉกอยู่ในวงกลม ทำให้ตำรวจตั้งสมมติฐานว่าอาจเป็นคดีที่เกี่ยวกับลัทธิ หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อและไสยศาสตร์ นอกจากนี้เหยื่อแต่ละรายถ้าไม่ใช่คนที่มีความเกี่ยวข้องกับศาสนา ก็เป็นบุคคลที่มีความสามารถพิเศษทางจิต
“ทำไมคุณต้องฆ่าพวกเขา” เด็กหนุ่มถามขึ้นในคืนหนึ่งหลังจากปฏิบัติหน้าที่เสร็จ
เขาพบชายปริศนาในคืนที่หัวใจตกอยู่ในวังวนแห่งความมืดมิด นั่นคือวันที่เขารู้ว่าพี่ชายไม่สามารถมองเห็นได้อีก สภาพของคนคนนั้นไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว เหม่อลอย ไร้ความหวัง ไม่พูดไม่จากับใคร ไม่ตอบสนองสิ่งใดๆ ราวกับคนไร้สติ
“ทำไมเพิ่งถามเอาตอนนี้” รอยยิ้มเย้ยหยันผุดขึ้นที่ริมฝีปาก ทั้งที่ใบหน้านั้นยังเรียบเฉย
ไมค์รู้ดีว่าคนตรงหน้าเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เขายื่นข้อเสนอมาว่า หากทำงานให้เขาสำเร็จ จะมอบสิ่งที่ปรารถนาซึ่งไม่อาจเป็นไปได้ให้แก่เด็กหนุ่ม
“ผมไม่มีสิทธิสงสัยงั้นเหรอ ในเมื่อคนที่ผมฆ่าไม่เคยมีความเคียดแค้นใดๆ กับผมเลย”
“หึ... บอกให้ก็ได้ ปานรูปดาวหกแฉกที่เจ้าเห็นอยู่บนร่างกายของแต่ละคน มีอำนาจในการกำจัดข้า ข้าจึงจำเป็นต้องตัดไฟแต่ต้นลม”
มิน่าล่ะ... เหยื่อทุกรายถึงได้มีปานรูปดาวหกแฉก...
“ลูกแก้วที่เจ้านำมา จะถ่ายเทอำนาจมายังข้า เพราะฉะนั้น หากเจ้าหามาได้ครบเมื่อไหร่ ข้าก็จะมีอำนาจบันดาลสิ่งที่เจ้าต้องการได้เมื่อนั้น”
เขาไม่เคยเชื่อเรื่องนางฟ้า เขาไม่เคยเชื่อเรื่องปิศาจ แต่สิ่งที่ทำให้เขาหน้ามืดตามัวทำสัญญากับบุคคลตรงหน้า มีเพียงดวงตาของพี่ชายผู้เป็นที่รักเท่านั้น
หากกอล์ฟกลับมามองเห็นอีกครั้ง... เขาก็จะได้ทำในสิ่งที่เขารัก... อยู่กับคนที่เขารัก... อย่างมีความสุข...
หลังจากชายปริศนาหายลับไป เด็กหนุ่มมองตัวเลขโรมันบนหน้าผากผ่านกระจกอย่างพึงพอใจ
กอล์ฟ... รออีกหน่อยนะ อีกเพียงแค่ไม่กี่ราย... นายก็จะกลับมาเห็นดังเดิม
“ออกไปได้แล้ว กอล์ฟไม่อยากเจอเบลอีก” เสียงทุ้มนุ่มกล่าวเรียบๆ ทำเอาหญิงสาวที่ยืนอยู่แทบหมดแรง เธอตั้งสติ สูดหายใจเข้าลึกๆ
“เข้าใจแล้ว... ไว้เบลจะมาเยี่ยมใหม่นะกอล์ฟ”
เธอเดินออกจากห้องอย่างเซื่องซึม ขณะนั้นเองก็สวนกับเด็กหนุ่มที่เปิดประตูเข้ามาข้างใน
“ขอให้มีความสุขกับเขานะเบล” คนบนเตียงพูดไล่ตามหลังมา
“กอล์ฟ...”
หญิงสาวเบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้
เธอรีบออกจากห้องโดยไม่สนใจว่าตัวจะกระแทกไหล่ของร่างสูงผู้มาใหม่หรือไม่
...เกิดอะไรขึ้น...
ไมค์เดินเข้าไปหยุดข้างๆ เตียง กอล์ฟเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วเริ่มสะอื้น
เด็กหนุ่มจับมือพี่ชายข้างที่กำแน่นขึ้นมา ในนั้นมีแหวนทองคำขาวสองวง เพียงแค่นั้นเขาก็เข้าใจเหตุการณ์
เขาดึงอีกฝ่ายเข้ามากอด ร่างที่บางกว่าอิงซบแผ่นอกกว้าง พลางปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสาย
“เบลไปแล้ว... เบลไปจริงๆ แล้ว...” เสียงคร่ำครวญลอยแผ่วอย่างใจหาย
เขารู้ดีว่าพี่ชายรักเธอมากแค่ไหน... หลายปีที่คบกันฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย จนกระทั่งเกือบได้แต่งงานกันแล้วแท้ๆ
ถ้าตาของกอล์ฟไม่มาเป็นแบบนี้เสียก่อน... เพียงแค่เพราะตาที่มืดบอดเท่านั้นเองน่ะหรือ หญิงสาวผู้อ่อนโยนคนนั้นจึงถึงกับทิ้งพี่ชายของเขาไป
ทั้งๆ ที่ในเวลานี้ มีแต่เธอเท่านั้นที่จะทำให้กอล์ฟยิ้มได้... แต่เธอกลับถอดใจ หนีไปหาคนใหม่อย่างเลือดเย็น?
...ไม่อยากจะเชื่อเลย...
ไมค์กระชับกอดอีกฝ่ายแน่น
หากเพียงแค่เขาไม่ใช่น้องชาย... เขาจะแย่งชิงหัวใจของชายหนุ่มตรงหน้ามา
แต่ถึงเป็นเช่นนั้นก็ตาม... เขาก็ไม่ควรค่าแก่รอยยิ้มของกอล์ฟเสียแล้ว
เพราะมือของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดขนาดนี้...
กอล์ฟ... อย่าร้องไห้... ฉันจะพาเธอกลับมาหานายอีกครั้ง... ฉันสัญญา...
ไมค์นั่งรอหญิงสาวในร้านกาแฟเล็กๆ อันเงียบสงบ ไม่นานคนที่รอคอยก็มาถึง
สีหน้าเธอดูไม่ดีขึ้นจากวันนั้นเลย นี่น่ะหรือ... คนที่ทิ้งพี่ชายของเขาไปหาคนใหม่ รึเธออาจละอายใจจนปล่อยให้ร่างกายซูบโทรมขนาดนี้
“เรียกเบลมาทำไมคะ คิดว่าคุยกันรู้เรื่องแล้วซะอีก” เธอเอ่ยทักเสียงเครือ
“ได้ข่าวว่าจะแต่งงานเหรอ”
เธอเบือนหน้าไปทางอื่นพลางตอบสั้นๆ
“ค่ะ”
“จะสั่งอะไรรึเปล่า” ไมค์เปลี่ยนบรรยากาศ
“ไม่ดีกว่าค่ะ เบลหวังว่าเรื่องที่จะพูดคงไม่นาน”
“งั้น ขอพูดตรงๆ เลยแล้วกัน... ช่วยกลับไปหาพี่กอล์ฟได้มั้ย”
หญิงสาวหันกลับมามองด้วยสายตาฉงน
“กลับ? กอล์ฟเป็นคนบอกให้ไมค์มาง้อเบลเหรอ”
เด็กหนุ่มอึกอัก ทว่าดูเหมือนหญิงสาวจะเข้าใจคำตอบจากอาการนั้นดี
“มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้วล่ะไมค์... เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว”
เด็กหนุ่มนิ่วหน้า อาการของเธอขัดลูกนัยน์ตาเขาอย่างบอกไม่ถูก
“เป็นไปไม่ได้? ทำไมล่ะ? เพราะเบลจะแต่งงาน? หรือเพราะพี่กอล์ฟตาบอด? เบลไม่รักพี่กอล์ฟแล้วเหรอ?”
“พอทีเถอะ ไมค์กำลังเข้าใจเบลผิดนะ”
เสียงตวาดของหญิงสาว ทำให้ไมค์ได้สติ
“ขอโทษ... ไมค์คงเห็นแก่ตัวเกินไป จริงสินะ เบลมีอนาคตที่สดใสกว่าพี่กอล์ฟรออยู่... แต่ไมค์เชื่อนะว่าอีกไม่นานพี่กอล์ฟก็จะหาย...”
ใช่แล้ว... อีกไม่นานพี่ชายเขาก็จะหลุดพ้นจากโลกแห่งความมืดนั้นแล้ว
“ไมค์... มันไม่ใช่อย่างนั้น” เบลทำหน้าหงุดหงิด “คนที่บอกเลิกในวันนั้นคือกอล์ฟต่างหาก... กอล์ฟบอกเบลว่าในใจกอล์ฟไม่มีเบลแล้ว”
“ไม่จริง พี่กอล์ฟรักเบลจะตายไป ถ้าพี่กอล์ฟพูดแบบนั้นแสดงว่าพี่กอล์ฟกำลังโกหก พี่กอล์ฟไม่อยากให้เบลต้องมาจมปลักดูแลพี่กอล์ฟ พี่กอล์ฟอยากให้เบลเจอคนที่ดีกว่า ได้โปรดกลับไปหาพี่กอล์ฟเถอะเบล”
“ถ้าเป็นอย่างที่ไมค์พูดมันยังจะดีกว่า... ถ้าเป็นอย่างที่ไมค์พูด ต่อให้กอล์ฟอาละวาดใส่ เบลก็จะไม่ยอมหนีไปไหนเลย แต่ว่า...”
หญิงสาวหลุบสายตามองโต๊ะอย่างเศร้าสร้อย
“เบลก็รู้... พี่กอล์ฟไม่มีใคร”
“ใครว่าล่ะ กอล์ฟยังมีน้องชายที่เขารักอยู่ทั้งคน... กอล์ฟบอกเบลว่ากอล์ฟรักไมค์ กอล์ฟเลยรักเบลไม่ได้ ที่คบกันมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเบลเชื่อว่าซักวันกอล์ฟอาจเปลี่ยนใจมารักเบล แต่พอกอล์ฟมองไม่เห็น กอล์ฟก็เลยไม่อยากให้เบลต้องพยายามอีก เพราะไม่ว่ายังไง ในใจกอล์ฟก็มีแต่ไมค์คนเดียว”
เด็กหนุ่มถึงกับอึ้งในคำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากของหญิงสาว เธอเริ่มสะอื้นเบาๆ แต่ยังคงกลั้นน้ำตาไว้
ไมค์ตั้งสติ แม้ใจจะพองโตกับสิ่งที่ได้ยิน แต่กลับเจ็บปวดจากส่วนลึกของหัวใจ
“เบล... แต่ความรักแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้... ทำไมถึงไม่สู้ต่อล่ะ ไม่รักพี่กอล์ฟแล้วเหรอ”
“สู้ต่อ?” เธอหัวเราะหึอย่างเสียดสี “แล้วเบลจะสู้ไปเพื่ออะไรล่ะ ในเมื่อกอล์ฟไม่มีใจให้เบลมาตั้งแต่ต้น ที่สำคัญ... กอล์ฟตัดสินใจแล้วนี่ ตัดความหวังทั้งหมดที่เคยให้เบลไปแล้ว...”
เด็กหนุ่มมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ
ถ้าหญิงสาวตรงหน้าเขาในตอนนี้ไม่อาจทำให้พี่ชายของเขามีความสุขได้ เขาก็นึกไม่ออกอีกแล้วว่าจะมีใครที่เหมาะกับตำแหน่งนั้น
“ยังหาคนสุดท้ายไม่เจออีกรึ”
ชายปีกดำปรากฏกายขึ้นขณะเด็กหนุ่มกำลังตั้งสมาธิตามหาเหยื่อรายสุดท้ายที่เขาต้องสังหาร
“สงสัยพลังที่คุณให้ผมจะเสื่อมลงล่ะมั้ง ผมสแกนหาคนที่มีปานศักดิ์สิทธิ์นั่นจนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบใครอีกเลย... ตัวเลขที่คุณให้ผมมามันผิดเพี้ยนรึเปล่า”
“พลังของข้านับวันยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น จากลูกแก้วที่เจ้านำมานั่นแหละ”
“หวังว่าคุณคงไม่เล่นสกปรกกับผมนะ บอกว่าให้ฆ่าคนพวกนั้น แต่พอหมดประโยชน์ก็หลอกให้ผมเข้าใจผิดว่าหาไม่เจอ จะได้ไม่ต้องทำตามคำขอ”
ชายปีกดำยิ้มอย่างพอใจ
“ฉลาดใช่ย่อย ไม่เสียแรงที่ข้าเลือกเจ้ามาทำงานให้ แต่คนสุดท้ายพลังรุนแรงยิ่งกว่าคนก่อนๆ หากเจ้าหาไม่เจอข้าเองก็ต้องเดือดร้อน เพราะฉะนั้นวางใจเถอะ... ข้าไม่หลอกเจ้าอย่างแน่นอน”
แม้จะหวั่นใจว่ากลัวโดนหลอก แต่หากคนสุดท้ายไม่มีตัวตนจริง ชายปริศนาคนนี้ก็คงไม่ปรากฏกายเร่งให้เขาทำงานอีกตั้งแต่รายที่แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นคุณมีลู่ทางอื่นที่จะหาตัวเจอบ้างรึเปล่าล่ะ”
“ข้าเองก็ใช่ว่าจะอยู่เฉย ใช้พลังเสาะหาคนคนนั้นอยู่ตลอดเวลาไม่ต่างกับเจ้านั่นแหละ”
หน้าประตูห้องผู้ป่วย เด็กหนุ่มยืนลังเลอยู่พักใหญ่ที่จะเปิดเข้าไป
นึกถึงคำพูดของเบลทีไร รู้สึกกระดากอายที่จะพบพี่ชายทุกที
กอล์ฟรักเขาอย่างที่เขาคิด... หรือเป็นเพียงข้ออ้างในการบอกเลิกเบลกันแน่?
แต่เธอพูดราวกับว่าพี่ชายคนนั้นรักเขามาตั้งแต่แรก
มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ? เพราะต่อให้กอล์ฟใจตรงกับเขาจริง เขาก็สกปรกเกินกว่าที่จะคู่ควรกับพี่ชายผู้ขาวสะอาดคนนั้นแล้ว
เด็กหนุ่มมองลูกบิดอย่างเศร้าสร้อย แล้วถอยออกห่างจากประตู
ทว่า...
“ไมค์ นายอยู่ตรงนั้นใช่มั้ย เข้ามาสิ” เสียงดังลอดผ่านออกมา
น่าแปลก... ทั้งที่เขาอยู่ห่างขนาดนี้ ทั้งที่ยังไม่ทันได้เข้าไปหา แต่ทำไมถึงได้รู้ว่าเป็นเขา
ร่างสูงเปิดประตูแล้วเดินเข้าห้อง
“ทำไมนายไม่ยอมเข้ามาซักทีล่ะ มีอะไรรึเปล่า”
ไมค์หรี่ตามองคนที่นั่งบนเตียงอย่างสนเท่ห์
“ทำไมพี่กอล์ฟรู้...”
“ฉันแค่รู้สึกว่านายอยู่ตรงนั้น... ไมค์... ไหนนายสัญญาว่าจะอยู่ข้างฉันไงล่ะ”
“พี่กอล์ฟ...”
“เลิกเถอะนะไมค์... สิ่งที่นายทำอยู่... บางทีมันอาจไม่ได้ช่วยอะไรฉันเลยก็ได้”
เด็กหนุ่มนิ่วหน้า ...พูดถึงเรื่องอะไร? หรือเบลโทรมาเล่าให้กอล์ฟฟังเรื่องที่เขานัดคุยกับเธอ?
“เข้ามาใกล้ๆ ฉันสิ... ฉันอยากเห็นหน้านาย”
ไมค์ยื่นหน้าเข้าไปเช่นทุกครั้ง อีกฝ่ายยกมือขึ้นลูบผิวเนียนของใบหน้านั้นอย่างอ่อนโยน
“นายหม่นหมองเกินไปแล้ว... ฉันไม่อยากให้นายเป็นแบบนี้เลย ฉันอยากได้น้องชายที่น่ารักของฉันคืนมา”
ในใจเด็กหนุ่มเหมือนโดนแทงลึกด้วยคำพูด
...ไม่ได้แล้วล่ะกอล์ฟ... ฉันไม่ใช่น้องชายที่น่ารักคนนั้นอีกแล้ว...
“ไมค์... เมื่อก่อนนายเคยเป็นเทวดาตัวน้อยของฉันยังไง วันนี้นายก็ยังเป็นอย่างนั้น... ได้โปรด อย่าคร่าชีวิตใครอีกเลยนะ”
เด็กหนุ่มเบิกตาโพลง ถอยห่างจากคนตรงหน้าไปครึ่งก้าว
“พี่กอล์ฟ...”
“หรือถ้าจะฆ่า... ก็ฆ่าฉันให้ตายซะเถอะ”
มือใหญ่คว้าไหล่บางเขย่า
“จะบ้าเหรอพี่กอล์ฟ พูดอะไรออกมา... ไมค์ทำทุกอย่างก็เพื่อให้พี่กอล์ฟมีความสุขนะ แล้วจะให้ไมค์ฆ่าพี่ได้ยังไง”
“แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันจะมีความสุขถ้าได้ตายด้วยน้ำมือไมค์ล่ะ... แต่ขอร้องอย่างเดียว... ขอให้ฉันเป็นคนสุดท้ายที่จะตายแบบนั้น”
“พี่กอล์ฟ... พี่กอล์ฟพูดอะไร...”
“เอ้า ดูสิ ที่หลังของนายมีปีกสีดำขึ้นมาด้วยล่ะ”
เด็กหนุ่มถึงกับขนลุก เขาหันกลับไปมอง ทว่าไม่พบของดังกล่าว
“พี่กอล์ฟ... อย่าล้อเล่นแบบนี้สิ ปีกสีดำอะไรกันมีที่ไหน”
กอล์ฟคลี่ยิ้มเย็นยะเยือก พลางยกมือขึ้นแกะผ้าที่ปิดตาออก
“พี่กอล์ฟ... ทำอะไร...”
“ไม่ต้องห่วง ผ้านี้ฉันเป็นคนขอให้หมอพันไว้เอง”
จู่ๆ ความหวาดหวั่นที่ไม่รู้สาเหตุก็จู่โจมเข้ามา ไมค์รู้สึกเหมือนตัวเองขาสั่น
“เอ้า... มองตาฉันสิ”
“ไม่... พี่กอล์ฟ... เล่นตลกอะไร...”
“ไมค์... ฉันบอกให้มองตาฉันไงล่ะ” เสียงนั้นหนักแน่นขึ้นกว่าปกติ
เด็กหนุ่มยื่นหน้าไปใกล้ เชยคางอีกฝ่ายจ้องลึกลงไปในดวงตาอันไร้จุดหมายคู่นั้น
เหมือนหัวใจแตกสลาย... ไม่อยากเชื่อสายตา
ดาวหกแฉกสีแดงลอยเด่นอยู่บนดวงตาสีดำสนิทของคนตรงหน้า
“หึหึหึ... อย่างนี้นี่เอง... มิน่าล่ะถึงได้หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ” เสียงอันคุ้นหูดังขึ้นเบื้องหลังเด็กหนุ่ม เมื่อหันกลับไปก็พบชายปีกดำกำลังยื่นอาวุธประจำกายของเด็กหนุ่มให้
“เพราะปานนั่นทำให้พี่เจ้าสูญเสียการมองเห็น แต่ในทางกลับกันมันจะทำให้เขาเห็นในสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปมองไม่เห็น โดยเฉพาะจิตด้านมืด... เขาจึงสัมผัสเจ้าได้ทันที”
“ไมค์... กลับมาหาพี่ มาอยู่เคียงข้างพี่... โลกที่ไม่มีนายสำหรับฉันมันไม่ต่างไปจากโลกแห่งความมืดมนหรอก...” ร่างบนเตียงมองคนตรงหน้าเขม็ง
“แต่ถ้าเจ้าฆ่าเขาซะ เจ้าจะขอพรให้เขาฟื้นขึ้นมาใหม่ก็ได้... ข้าจะแถมให้ด้วยดวงตาที่กลับมามองเห็นด้วย” ชายชุดดำกล่าวน้ำเสียงโน้มน้าว
“ถ้าความตายของฉันเรียกรอยยิ้มของนายกลับคืนมาได้ ฉันก็ยินดีให้นายฆ่า... แต่ว่าไมค์... ถ้านายทำเพราะสัญญากับปิศาจล่ะก็ เราจะไม่มีวันได้พบกันอีกเลย... หากนายใช้อาวุธนั่นปลิดชีวิตฉันซึ่งเป็นรายสุดท้ายสำเร็จล่ะก็... นายจะกลายเป็นทายาทของมันโดยสมบูรณ์”
“ไม่... พี่กอล์ฟ... ไมค์ฆ่าพี่กอล์ฟไม่ได้... ไมค์จะไม่มีวันทำอย่างนั้นแน่”
“ไอ้เด็กโง่เอ๊ย... ข้าบอกอยู่นี่ไงว่าจะทำให้พี่ชายเจ้าฟื้นขึ้นมา...”
“อย่าไปเชื่อมัน”
กอล์ฟปรายหางตาไปยังชายปริศนา ทันใดนั้นร่างของเขาก็เหมือนถูกมวลบางอย่างผลักจนลอยกระแทกผนัง
ทว่าเจ้าของปีกสีดำกลับหัวเราะหึในลำคอ
“ปานเพิ่งปรากฏไม่เท่าไหร่ แต่กลับมีพลังมากมายขนาดนี้ ข้าชักอยากครอบครองอำนาจนั่นเสียแล้วสิ”
อำนาจที่ว่าคือลูกแก้วจากดวงตาสินะ... ไมค์คิด
แต่ก่อนจะได้มาคงต้องฆ่ากอล์ฟเสียก่อน
ไม่มีทาง... ต่อให้คนคนนี้เสกกอล์ฟให้ฟื้นขึ้นมาใหม่ได้ แต่หากต้องตายด้วยมือของน้องชาย... หมอนั่นคงทุกข์ทรมานใจก่อนสิ้นลมอย่างแน่นอน
แล้วคนที่ทำร้ายพี่ชายตัวเอง ก็คือเขา...
พอที... แค่ตัวเขาในตอนนี้ก็น่าสะอิดสะเอียนจะแย่อยู่แล้ว
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาชายปริศนา ร่างสูงใหญ่นั้นยื่นปืนให้พลางแสยะรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ
ไมค์ถือปืนแล้วเดินไปหาพี่ชาย เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนกระซิบข้างหู
“กอล์ฟ... ฉันรักนาย...”
เสียงนั้นเหมือนลั่นระฆังในใจของชายหนุ่ม ทว่าไม่ทันได้ยินดีกับคำบอกรัก สังหรณ์ใจประหลาดก็ผุดขึ้นมาเสียก่อน
เด็กหนุ่มยกปืนในมือช้าๆ
“ก็ได้... เจ้านาย คุณอยากได้พลังนั้นมากสินะ”
“อย่านะไมค์...”
ปลายกระบอกปืนจ่ออยู่ที่ผมอ่อนนุ่มสีดำบริเวณขมับของผู้เหนี่ยวไก
“ผมรู้ว่าปืนนี่ฆ่าคุณไม่ได้... แต่ถ้าคุณบังคับให้ผมฆ่าพี่ชายล่ะก็...”
“ไมค์... อย่า...” กอล์ฟห้ามเสียงเครือ
ขณะที่ชายปริศนาเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึงเช่นกัน
และแล้ว
“ไม่.....................!!!”
ทั่วทั้งห้องสว่างวาบ ร่างสูงของไมค์ทรุดตัวลงคุกเข่าที่พื้น
เขาตายแล้วสินะ... น่าเสียดายที่ต้องตายต่อหน้าคนที่เขารัก... แต่อย่างน้อยก็ได้บอกไปแล้ว...
ไมค์รักพี่กอล์ฟ... รักมาตลอด...
แสงสีขาวค่อยๆ อ่อนลงจนเห็นประกายระยิบระยับสีทอง ตามด้วยขนนกสีขาวที่โปรยปรายลงมาจากเพดานเหมือนภาพลวงตา
ชายปีกดำปริศนาหายตัวไปแล้ว...
เด็กหนุ่มรู้สึกอ่อนแรง ...เขาตายแล้วจริงๆ ด้วย... จึงไม่เจ็บปวดต่อกระสุนที่ทะลุเข้ามาในหัว
ความตายคงเป็นเช่นนี้เอง... อ่อนโยน... อบอุ่น... เหมือนสวรรค์... คนบาปอย่างเขายังมีโอกาสได้ขึ้นสวรรค์อีกงั้นรึ?
กอล์ฟ...
เด็กหนุ่มพริ้มตาหลับลง พลางเรียกชื่อผู้เป็นที่รักในหัวอย่างมีความสุข
เสียงนกร้องปลุกเขาให้ลืมตาตื่น
เพดานห้องที่คุ้นเคย... อะไรกัน... ฝันไปหรอกหรือนี่ ช่างเป็นฝันที่ยาวนาน ทุกข์ทรมาน แถมยังเหมือนจริงจนน่าใจหาย
เด็กหนุ่มพลิกกายตะแคงเตรียมหลับต่อด้วยความเพลีย แต่แล้วก็ตาสว่างเมื่อเห็นคนที่นอนอยู่ข้างๆ
ใบหน้าสวยหลับสนิทเอียงหน้าเข้ามาใกล้เขาจนชิด เห็นแพขนตางอนยาวที่ทำให้เขาหัวใจเต้นโครมคราม จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากแดงเรื่อ ผิวขาวใส ยามนอนเหมือนเด็กไร้เดียงสา
เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปเพื่อสัมผัสผิวกายของคนตรงหน้า แต่แล้วกลับต้องชะงัก
...ไม่ได้... อีกฝ่ายเป็นพี่ชาย... นี่เขาคิดจะทำอะไร...
ทว่าขณะขยับกายออกห่าง ร่างข้างๆ ก็รู้สึกตัว
“อือ...” มือเล็กๆ ขยี้ตาอย่างง่วงงุน แต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้า ก็โผเข้าไปกอดอย่างดีใจ
“ไมค์... นายฟื้นแล้ว...”
คนถูกกอดถึงกับงง
“ฟื้น? ไมค์เป็นอะไรไปงั้นเหรอ?”
ทว่าอีกฝ่ายหาฟังไม่
“วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกรู้มั้ย... ถ้าตอนนั้นฉันห้ามไม่ทัน นายคงตายไปแล้วจริงๆ ฮือ...” นอกจากพูดไม่เป็นภาษาแล้ว ยังปล่อยโฮออกมาอีกต่างหาก
เด็กหนุ่มยิ้มบางๆ พลางโอบรอบเอวอีกฝ่าย
“ไมค์รอดมาได้เพราะพลังของพี่กอล์ฟสินะ”
กอล์ฟผละกายออกจากอ้อมอก แล้วยื่นหน้าเข้าไปจ้องตาร่างสูง
“ดูสิ... ปานหายไปแล้ว... ฉันกลับมามองเห็นเหมือนเดิมแล้ว... ตอนนั้นฉันใช้พลังไปจนหมด”
ไมค์จ้องดวงตาใสแป๋วนั้นตอบ ทว่าเขาไม่ได้สนใจปานศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด ใบหน้าเขาค่อยๆ โน้มลงไปใกล้ จนรู้สึกถึงลมหายใจของกันและกัน
“เอ่อ... นายไม่เป็นไรแน่นะ... สลบไปหลายวัน”
ชายหนุ่มเบือนหน้าออกห่าง สองแก้มแดงระเรื่อขึ้นมา
แต่แล้วเหมือนนึกได้ ร่างสูงรีบถอยจากอีกฝ่าย ลุกหนีออกจากเตียง
“ไมค์...” แววตาที่มองมาดูเศร้าสร้อย
“ขอโทษ... พี่กอล์ฟ... ไมค์ขอโทษ... ไมค์แปดเปื้อนเกินไป ไมค์ไม่คู่ควรที่จะอยู่เคียงข้างอีกต่อไปแล้ว...”
“ไมค์...”
เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาหา เด็กหนุ่มก็ยิ่งขยับห่างไปทุกที
“ไมค์... มานี่สิ...” สองมือกางออกรับอ้อมกอดของคนตรงหน้าอย่างอบอุ่น
เด็กหนุ่มลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เมื่อเห็นแววตาเหงาๆ ที่ทอดลงมา เขาก็ยอมเข้าไปคุกเข่าอยู่ในอ้อมอกนั้นแต่โดยดี
“ฉันไม่สนใจหรอกว่านายเคยทำอะไรไว้... เพราะฉันรู้ว่าที่นายทำไปทุกอย่างเพื่อฉัน... ถ้าอย่างนั้นฉันขอให้นายทำเพื่อฉันอีกอย่างได้รึเปล่า...”
“จะอีกร้อยอย่าง พันอย่างก็บอกมาเถอะ ถ้านายมีความสุข ฉันจะทำทั้งนั้น”
กอล์ฟก้มลงจูบลงกลางกระหม่อม แล้วอมยิ้ม
“นายเป็นแสงสว่างในชีวิตของฉัน... เพราะฉะนั้น อย่าไปไหนอีกนะ เคียงข้างฉันตลอดไปได้รึเปล่า”
“แต่ว่า... ไมค์ฆ่าคนตาย...”
ชายหนุ่มยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“แสงในตอนนั้นคือแสงชำระบาป... ฉันให้อภัยทุกๆ การตัดสินใจในอดีตของนาย... เพราะฉะนั้น อย่าทำให้พลังที่ฉันทุ่มลงไปในตอนนั้นสูญค่า”
เด็กหนุ่มรู้สึกโล่งใจ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้
“...นายไปมีพลังแบบนั้นได้ยังไง?”
เมื่อถูกถาม กอล์ฟก็ถอนหายใจ
“ฉันเองก็ไม่รู้... มันอาจเป็นพลังที่แฝงมาก่อนที่ฉันจะเกิด แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอีกแล้ว ฉันมีแต่พลังใจจากนายเท่านั้น”
“แล้ว... หมอนั่น...”
“หายไปแล้ว... ดูเหมือนจะสูญสลายไปกับแสง”
ทั้งคู่จ้องหน้ากันเนิ่นนาน
“ฉันนึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เห็นหน้านายซะแล้ว...”
กอล์ฟประคองใบหน้าน้องชายเข้ามาพิศใกล้ๆ
“รู้รึเปล่าว่าฉันตกใจแค่ไหน... ตอนที่เห็นปีกสีดำบนตัวนายในตอนนั้น ทั้งๆ ที่ตลอดชีวิตนี้ ฉันเห็นแต่ปีกสีขาวขนาดใหญ่โอบล้อมคุ้มครองนายอยู่แท้ๆ”
ไมค์กระชับวงแขนรอบเอวพลางซบใบหน้าลงที่แผ่นอกพี่ชาย แล้วยิ้มอย่างสุขใจ
...กอล์ฟ... นายต่างหากคือเทวดาของฉัน... ถึงแม้ปีกของฉันต้องเปียกชุ่มไปด้วยเลือด แต่ฉันจะทำทุกอย่างให้นายมีความสุข... ตลอดไป...
The End
edit @ 17 Jan 2008 14:03:39 by ★ひまじん★
edit @ 17 Jan 2008 14:30:36 by ★ひまじん★

^^
มีฟิคมาให้อ่านทุกวันเลย ชอบ ๆ
ตอนแรกเห็น เบล ใจแป๋วเลย
เรื่องนี้มันจะไม่วาย เหรอ แต่ พออ่าน ๆ ไป
ไม่ได้วายไม่ได้แล้วดิ หุหุ
ว่าแต่ ลงมันจะ MG รึ GM ดี
แต่อะไรก้อได้ขอแค่เค้าคู่กัน
ช่ายม่ะ หุหุ
#1 By นายแม่ (125.27.88.123) on 2008-01-17 10:45