สาววาย vs นายไอดอลส์

posted on 10 Feb 2008 21:14 by i-am-hima  in fan-fiction

[Golf-Mike fan-fiction]

* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *

 

ความในใจจากผู้แต่ง : เนื่องจากฟิคชั่นเรื่องนี้หิมะขอใช้อำนาจยึดตำแหน่งนางเอก จึงขอบรรยายภาพตัวเองให้สมศักดิ์ศรี... ขาว หมวย สวย ใส ไร้มารยา รูปร่างหน้าตาเทียบได้กับลีอาห์ ดิซอน โฮะๆๆๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วหิมะ... อ้วน ล่ำ ดำ ถึก แถมพิลึกอีกต่างหาก ฮ่าๆๆๆๆ (เล่นประจานตัวเองซะขนาดนี้ แล้วคนอ่านเขาจะอินกะแกมั้ย)


                เช้าอันแสนสดใส กอล์ฟ... ไอดอลหนุ่มขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วราชอาณาจักรสยามเดินมองสิ่งรอบข้างอย่างอารมณ์ดี... เพราะวันนี้เขามีเดท...
                เด็กหนุ่มแต่งองค์ทรงเครื่องอย่างเนี้ยบนิ้ง ไม่ลืมสวมหมวกและแว่นตาเลนส์ใหญ่สีชาพรางใบหน้า เขาฮัมเพลงเบาๆ ตามเสียงที่มาจากโทรศัพท์ซึ่งเล่น mp3 ได้
                เมื่อสัปดาห์ก่อน หลังจากอกหักจากสาวเพียงไม่กี่วัน เขาก็พบรักใหม่ทันทีในเวลาไล่เลี่ยกัน นับว่าพระเจ้ายังคงปรานีให้เขาไม่ต้องเศร้านาน แถมสาวคนใหม่ที่ว่าหน้าตาสวยจัดอย่างกับดารา เธอเป็นลูกครึ่งไทย – ญี่ปุ่น – อเมริกา หุ่นเพรียวลม ตัวเล็กน่าทะนุถนอม แม้เขาได้เห็นตัวเป็นๆ ของเธอเพียงครั้งเดียว แต่ก็จำทุกๆ รายละเอียดรูปพรรณสัณฐานของเธอได้แม่นยำยิ่งกว่าจำหน้าคนร้ายปล้นทอง
                หิมะ... ช่างเป็นชื่อที่บ่งบอกสีผิวขาวผ่อง แถมกิริยาอาการก็สงบเยือกเย็น เวลาอยู่ใกล้ๆ ช่างดับร้อนภายในใจได้ดีจริงๆ ...เด็กหนุ่มยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงสาวที่เขากำลังจะได้เจอในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
                ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งเธอมา... ขอบคุณน้ำฝนแฟนคนก่อนที่เพิ่งหักอกเขาไป... และขอบคุณไมค์... ที่ช่วยแย่งผู้หญิงเกือบทุกรายที่ย่างกรายเข้ามาในชีวิตเขาก่อนหน้านี้แทบทุกคน
                ใช่แล้ว... สาเหตุของการอกหักรอบที่ยี่สิบเจ็ดของเขาเหมือนกับยี่สิบห้าครั้งที่ผ่านมา ทุกคนต่างบอกเขาว่า... คนที่พวกหล่อนรักคือไมค์ น้องชายแท้ๆ ของเขา นี่ยังไม่รวมอีกหนึ่งครั้งในวัยเยาว์คราวที่เขาติดปิกาจู้จนลืมแฟน
                คิดแล้วมันเจ็บใจนัก เขามีอะไรสู้น้องชายไม่ได้งั้นหรือ? ทั้งที่เขาเอาใจเก่ง พูดคุยเก่งกว่าเจ้าเด็กบ้านั่นเป็นไหนๆ
                เพราะฉะนั้นรักครั้งนี้เขาจะเก็บรักษาเป็นอย่างดี ทำให้สาวน้อยคนนั้นหลงรักหัวปักหัวปำจนไม่มีใจไปให้ใคร ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นสิ่งที่สำคัญสุดๆ เลยก็คือ... ให้เจ้าเพลย์บอยตัวดีนั่นรู้ไม่ได้... เดี๋ยวมันจะโฉบสาวไปเหมือนรายก่อนๆ
                กอล์ฟสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินมุ่งไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ
                ก่อนหน้าที่เขาจะเจอสาวเจ้าในวันนี้ แม้จะมีงานถี่แต่เขาก็โทรหาเธอทุกวัน กลับถึงบ้านก็แช็ตกันยันดึก เขาจึงแน่ใจว่าเธอคงรู้สึกสนิทใจกับเขาพอสมควร
                นี่เป็นเดทแรก... ของเขากับหิมะ...
                สถานที่นัดพบเป็นร้านหนังสือแห่งหนึ่ง เนื่องจากเด็กสาวเป็นหนอนหนังสือตัวยง เธอใช้เวลาสุดสัปดาห์เกือบครึ่งวันหมกตัวอยู่ตามชั้นในร้านหนังสืออย่างไม่เบื่อหน่าย กอล์ฟเองก็รู้สึกสบายใจที่จะไปหาเธอที่นั่น เพราะอย่างน้อยคงไม่มีปาปารัซซี่คนไหนรู้ทัน ไปรอตามซอกหลืบชั้นวางหนังสือ
                ทุกอย่างมันช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้... ฤกษ์หาคู่คงดีเป็นพิเศษ
                เด็กหนุ่มเดินเข้าร้านอย่างสบายอารมณ์ พลางหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาสาว แต่แล้วก็ชะงัก
                ...อย่าเพิ่งดีกว่า ต้องปรากฏตัวให้ประทับใจกว่านี้หน่อย ตามหาเธอให้พบ แล้วก็รอจังหวะเธอหยิบหนังสือจากที่สูง เอื้อมมือไปช่วยหยิบจากด้านหลัง... โรแมนติกเสียนี่กระไร
                คิดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างครึ้มอกครึ้มใจ
                ทว่าไม่กี่วินาทีต่อมา เขาก็เห็นร่างเล็กบางอยู่ข้างหน้า
                ไม่ผิดแน่... แม้เธอสวมแว่นหนาเตอะพรางใบหน้า ก็ไม่อาจซ่อนความงามไว้หลังแว่นสายตาได้เลย
                ทว่า... ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเข้าไปหาเป้าหมายนั้นเอง...
                ร่างสูงโปร่งที่คุ้นตาก็เดินเข้ามาในร้านหนังสือ ทำเอากอล์ฟถึงกับต้องหยุดชะงัก
                ขณะเดียวกัน เด็กสาวก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือเดินออกมาจากซอกของหิ้งโดยไม่เงยหน้ามองทาง
                แล้วทั้งคู่ก็...
                ปึ่ก! พั่บ! พั่บ!
                ต่อหน้าต่อตากอล์ฟซึ่งยืนมองอยู่ในหลืบฝั่งตรงข้าม
                “ขอโทษครับ / ค่ะ” ทั้งคู่ก้มหัวพร้อมกัน
                แว่นกรอบหนาของเด็กสาวตกลงมาอยู่ที่ปลายจมูกตั้งแต่ตอนที่ชน เผยให้อีกฝ่ายเห็นดวงตากลมโตรูปเมล็ดอัลมอนด์ล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน นัยน์ตาสีฟ้าใสโดยไม่ต้องใส่คอนแท็กต์เลนส์
                เด็กหนุ่มร่างสูงคนนั้นถึงกับมองตาค้าง... ไม่ค้างเปล่า ยกมือขึ้นถอดแว่นกันแดดออกมาครึ่งหนึ่งเพียงเพื่อจะมองใบหน้าเด็กสาวให้ชัดขึ้น
                อาการนี้มัน... พูดได้คำเดียวว่า...
                ถูกสเป๊ก!
                กอล์ฟเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา เพราะทั้งคู่เล่นจ้องตากันเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่อย่างฝืดคอ
                ดูเหมือนสาวเจ้าจะรู้ตัวก่อน เธอก้มลงเก็บหนังสือที่ทำตก เมื่อเด็กหนุ่มเห็นดังนั้น ก็กุลีกุจอก้มลงช่วยเธอเก็บทันใด
                “นี่ครับ” พูดน้ำเสียงสุภาพอย่างจงใจพลางยื่นหนังสือให้
                “ขอบคุณค่ะ... เอ่อ... ไมค์ใช่มั้ยคะ?” เด็กสาวเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจ
                “ครับ... แล้วคุณล่ะ...”
                เด็กสาวเหมือนได้สติ ขยับแว่นตาให้กลับเข้าที่เหมือนเดิม
                “หิมะค่ะ... ชื่อหิมะ มากับกอล์ฟรึเปล่าคะ พอดีหิมะนัดกอล์ฟไว้”
                โอย... เห็นใบหน้าใสซื่อของเจ้าหล่อนแล้วอยากจะเป็นลม... แววอกหักเริ่มเห็นรำไร ทั้งที่เมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้โลกยังสดใสอยู่แท้ๆ
                หิมะจ๋า... ไปบอกมันทำม้ายยยยยย...
                ฉับพลันทันใดนั้น เหมือนเห็นสีหน้าไมค์เปลี่ยนไปพริบตาหนึ่ง
                “เปล่าครับ คือว่าไมค์มาเลือกหนังสือไปอ่านทำรายงาน แต่ว่า... หึ... ไม่เคยเข้าร้านหนังสือแบบนี้มาก่อนเลย ไม่คิดเลยว่าพี่กอล์ฟจะนัดแฟนที่ร้านหนังสือ”
                “เอ่อ... หิมะกับกอล์ฟยังไม่ได้เป็นแฟนกันค่ะ เพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียวเอง พอดีกอล์ฟบอกว่ามีร้านอร่อยแนะนำ เลยนัดเจอกันไปกินข้าวน่ะค่ะ ว่าแต่ไมค์หาหนังสืออะไรคะ หิมะช่วยมั้ย”
                ทั้งที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก แต่ไหงพูดคุยสนิทกันซะเนียนเชียว... เด็กหนุ่มซึ่งยังซุ่มมองอยู่เงียบๆ นึกหมั่นไส้
                “จะดีเหรอครับ เห็นหิมะจะจ่ายเงินแล้ว...”
                หนอย... ส่งตาหวานหยาดเยิ้มเชียวนะ ผู้หญิงคนนั้นของฉันโว้ยยยยยย... กอล์ฟตะโกนลั่นในใจ
                “ไม่ได้รีบขนาดนั้นหรอกค่ะ กอล์ฟก็ยังไม่มาด้วย...”
                “อะแฮ่ม!” เสียงกระแอมดังขึ้นขัดสองหนุ่มสาวในที่สุด
                “อ้าว กอล์ฟ... สวัสดีค่ะ” เด็กสาวทักเมื่อหันมา แววตาเป็นประกายดีอกดีใจ ทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
                “ขอโทษที่ทำให้รอนะ หิมะมานานรึยัง” กอล์ฟแกล้งทำเป็นทักโดยไม่สนใจน้องชายที่ยืนหัวโด่
                “ก็ซักพักแล้วล่ะค่ะ แต่อ่านหนังสือเพลินๆ ไม่เบื่อหรอก” เด็กสาวยิ้มแย้มแจ่มใส
                “เป็นผู้ชายแท้ๆ ปล่อยให้ผู้หญิงรอได้ไง” เด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ได้ทีกัด
                “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ จริงๆ หิมะนัดกอล์ฟไว้เวลานี้แหละ แต่ตัวเองมาที่นี่ตั้งแต่เช้าทุกอาทิตย์อยู่แล้ว ไม่ได้รอกอล์ฟนานเลย” หิมะรีบพูดแก้
                “งั้น... เราไปกันรึยังล่ะ หิมะ” กอล์ฟเร่ง เขาอยากพาเธอไปให้พ้นหน้าน้องชายขี้หลีนี่เต็มแก่แล้ว
                “ขอเวลาหิมะห้านาทีได้มั้ยคะ... เมื่อกี้ไมค์บอกว่าจะหาหนังสือ”
                โอ๊ย... ใจดีเกินไปแล้วหิมะ... ให้หมอนี่ถามพนักงานเอาเองก็ได้... กอล์ฟตีโพยตีพายอยู่ในใจ
                ไมค์ชำเลืองมองสีหน้าพี่ชายแล้วยิ้มที่มุมปาก
                “ขอบคุณครับ หิมะใจดีจัง แต่เดี๋ยวไมค์ถามพนักงานเอาก็ได้”
                กอล์ฟพยักหน้าหงึกๆ ในใจ... นั่น... มันต้องอย่างนั้น...
                “หนังสือที่ไมค์อยากได้มีแค่นี้เอง” พูดพลางหยิบกระดาษที่จดไว้ออกมาให้ดู
                หิมะขยับแว่น มองโพยตรงหน้าคร่าวๆ แล้วทำตาโตเป็นประกาย
                “อ๋อ... เล่มนี้ หิมะยืนอ่านบ่อยค่ะ อยู่ตรงชั้นด้านหลังนั่น ส่วนเล่มนี้ดูเหมือนจะหมดสต๊อกแล้วเพราะหิมะต้องใช้เหมือนกัน ที่ร้านบอกว่าจะเข้ามาวันที่สิบสอง แต่ถ้าจะจองก็ทิ้งชื่อกับเบอร์โทรไว้ แต่ถ้าไมค์ไม่รีบ รอของหิมะก็ได้ เพราะหิมะแค่จะเอาไปซีร็อกซ์บทเดียวเท่านั้น ส่วนเล่มนี้... อืม... ลองถามพนักงานดีกว่าค่ะ” เธอสาธยายเป็นชุดราวกับเป็นเจ้าของร้าน แล้วฉวยโพยในมือไปจัดการสอบถามให้อย่างกระตือรือร้น
                กอล์ฟมองค้อนน้องชายซึ่งยักไหล่อย่างกวนโทสะก่อนเดินตามหลังเล็กๆ ของเด็กสาวไปต้อยๆ แล้วเข้าไปยืนประชิดติดกายประหนึ่งว่ามาด้วยกันเต็มที่
                หึงโว้ยยยยย... แก... ไอ้น้องบ้า... ถอยออกมาจากผู้หญิงของฉันนะเฟ่ย เด็กหนุ่มโวยวายทางสายตา
                ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะไม่รู้ว่ามีใครอยู่ข้างหลัง เมื่อเธอได้คำตอบและกลับหลังหัน ก็เข้าไปอยู่ในอ้อมอกของร่างสูงใหญ่นั้นทันที
                “เอ่อ... รอแป๊บนะคะ พนักงานจะไปเอามาให้” เธอบอกแก้เขินทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเด็กหนุ่มได้ยินที่พนักงานบอก
                กอล์ฟรีบปราดมาขัดคนทั้งคู่
                “เอ่อ... หิมะ หนักรึเปล่า กอล์ฟช่วยถือนะ” พูดพลางยื่นมือคว้าหนังสือสองสามเล่มในมือของเด็กสาว
                “ขอบคุณค่ะ” หิมะหันมายิ้มหวาน ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับเคลิ้มจนหน้าบาน
                โอ้ววววว... มีแฟนสวยมันดีอย่างงี้นี่เอง...
                ขณะที่น้องชายหน้าหวานเหลือบมองอย่างหมั่นไส้
                เมื่อได้หนังสือที่ต้องการ ทั้งคู่ก็คิดเงินพร้อมกัน
                “พวกพี่กอล์ฟจะไปไหนกันต่อล่ะ” ไมค์ถามขึ้นขณะเดินออกจากร้าน
                กอล์ฟส่งสายตาอาฆาตอย่างรู้ทัน ...บอกให้โง่สิ... จะจู๋จี๋กับแฟน ฉันไม่ยอมให้นายมาเป็นก.ข.ค. หรอกเฟ่ย
                ทว่า...
                “ไปหาอะไรกินค่ะ กอล์ฟบอกว่ามีร้านพิซซ่าอร่อยอยู่แถวนี้ ไมค์ไปด้วยกันมั้ยคะ”
                เด็กหนุ่มแทบจะลมจับเมื่อได้ยินคำตอบด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
                ไมค์มองหน้าทั้งสองคนสลับไปมาเหมือนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
                “จะดีเหรอ... ไมค์ว่าพี่กอล์ฟจะอึดอัดล่ะมั้ง”
                หิมะหันมามองหน้าเด็กหนุ่มที่ยืนข้างๆ เขายักไหล่น้อยๆ เหมือนไม่ใส่ใจว่าน้องชายจะไปด้วยหรือไม่
                “หิมะว่าไปกันเยอะๆ สนุกดีออก แถมไม่เป็นข่าวด้วย เพราะไม่ได้อยู่กันสองต่อสอง”
                “แล้วหิมะไม่ชอบอยู่สองต่อสองกับกอล์ฟเหรอ” เด็กหนุ่มคนพี่รีบสวนน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ
                “เปล่านะ กอล์ฟอย่าเข้าใจหิมะผิดสิ แต่ถ้าหิมะเป็นข่าวกับกอล์ฟ เราก็อาจต้องเลิกกันทั้งที่ยังไม่ได้คบนะ” เด็กสาวรีบแก้
                ...แต่จะเลิกกันเร็วกว่าแน่ๆ ถ้าหมอนี่ไปด้วย... แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบพอกับเขา แต่จากประสบการณ์ทำให้เด็กหนุ่มไม่ไว้ใจจิตใจของผู้หญิงเลยให้ตายเถอะ
                “แต่ว่า...”
                นี่มันเดทแรกของเรานะหิมะ... เดทน่ะ... เข้าใจคำว่าเดทรึเปล่า... ฮ่วย!
                “เอ่อ... ไมค์นึกขึ้นได้ว่านัดเพื่อนไว้ จริงๆ อยากไปกินพิซซ่ากับหิมะนะ ไว้คราวหน้าแล้วกัน วันนี้ขอบคุณมาก ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”
                กอล์ฟถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินคำตอบของน้องชาย
                เอ้อ... รีบๆ ไปเลยไอ้เด็กบ้า แล้วอย่าเอาหน้าสวยๆ ของนายมาให้ฉันเห็นภายในหนึ่งวันนี้ก็แล้วกัน
                เด็กหนุ่มจับมืออ่อนนุ่มของคู่เดท แล้วพาเดินแยกจากร่างสูงใหญ่ออกไป

                ขณะยืนมองหลังของคนทั้งสองอยู่นั้น เด็กหนุ่มคนน้องก็ผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมา
                ...ร้านพิซซ่างั้นรึ... แถวนี้ร้านที่นายกินประจำมีแค่ร้านเดียวเท่านั้นแหละ หึหึหึ...

                แม้จะอยู่ไม่ไกลจากร้านหนังสือ แต่กว่าจะถึงร้านอาหารอิตาเลียน ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการเดิน สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะแวะดูนั่นดูนี่ตลอดทาง โดยเฉพาะร้านเครื่องประดับมักหยุดนานเป็นพิเศษ และแน่นอนว่า... ได้ของติดไม้ติดมือมาเกือบทุกร้าน
                เสียงกระดิ่งที่ประตูดังกรุ๋งกริ๋งเมื่อหนุ่มสาวทั้งสองก้าวผ่านเข้ามา
                “กี่ที่คะ” บริกรสาวถามตามหน้าที่ ท่าทีของเธอเหมือนรู้อยู่แล้วว่าพวกเขากำลังจะมา
                “สองครับ” กอล์ฟตอบยิ้มๆ แล้วจูงมือเด็กสาวที่มาด้วยกันตามบริกรไป
                โต๊ะของทั้งคู่อยู่ที่มุมสงบด้านในสุด ขณะที่กำลังเดินไปยังที่นั่งนั้น
                “อ้าว... ไมค์”
                เสียงของเด็กสาวทำเอากอล์ฟถึงกับหน้าซีด เมื่อหันไปดูก็พบว่าน้องชายตัวดีของเขากำลังนั่งดูดน้ำอยู่ไม่ไกล
                ไมค์หันมามองตามเสียงทัก เขาทำหน้าเหวอเหมือนเป็นเรื่องบังเอิ๊ญบังเอิญที่ต้องมาเจอกันอีกจนได้
                หิมะเดินรี่เข้าไปหา ทำให้กอล์ฟถึงกับเบ้หน้า แล้วจำต้องเดินตามไป
                “โลกกลมจังเลยนะคะ นัดเพื่อนไว้ที่ร้านนี้เหรอ” สาวเจ้าถามน้ำเสียงตื่นเต้น
                ไมค์พยักหน้ายิ้มๆ “แต่เสียดาย... โดนเบี้ยวซะแล้วล่ะ โชคดีที่ยังไม่ได้สั่งอาหาร เดี๋ยวไมค์ก็จะกลับแล้ว”
                กอล์ฟจ้องน้องเขม็ง สายตาไม่ไว้ใจสุดฤทธิ์ ...คำพูดแบบนี้... เดี๋ยวหิมะจะต้อง...
                “ถ้าไม่มีธุระที่ไหนต่อ ไมค์จะมานั่งด้วยกันก็ได้นะคะ”
                นั่นไง... กะแล้วเชียว... เหมือนเพดานถล่มครืนลงมาทับ
                ไมค์ทำท่าอึกอักมองคนทั้งคู่อีกครั้ง
                “จะดีเหรอ... ไม่เอาดีกว่า ไมค์ไม่อยากเป็นก.ข.ค.”
                ใช่ๆ ถูกต้องไอ้น้องชาย นายมันซูเปอร์ก้างชิ้นใหญ่ติดตั้งแต่หลอดอาหารถึงลำไส้เลยแหละ
                เด็กสาวหัวเราะคิก “ก.ข.ค. อะไรกัน เรามากินข้าวกันธรรมดาๆ ถ้าไมค์มานั่งด้วย เป็นกำไรของหิมะเลยนะเนี่ย ได้ร่วมโต๊ะกับทั้งกอล์ฟทั้งไมค์”
                “แต่ว่าพี่กอล์ฟ...”
                “หืม?”
                เมื่อเด็กสาวหันไปหาเพื่อนชาย อีกฝ่ายก็รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
                “ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย ถ้าหิมะไม่รังเกียจ นายจะมานั่งด้วยกันก็ได้”
                แต่ฉันรังเกียจโว้ยยยยยย... แม้จะพูดยิ้มๆ แต่ในใจกลับร้องครวญครางเช่นนั้น
                ไมค์ฉีกยิ้มเหมือนเด็กเล็กๆ “งั้นมื้อนี้ขอรบกวนด้วยแล้วกันนะ”
 
                กอล์ฟเลื่อนเก้าอี้ให้เด็กสาว ก่อนตัวเองจะนั่งประชิดฝั่งเดียวกัน ปล่อยให้น้องชายนั่งฝั่งตรงข้าม
                หลังจากสั่งอาหารไปไม่กี่นาที พิซซ่า พาสต้า ลาซานญ่าก็ถูกนำมาวางเรียงตรงหน้าคนทั้งสาม
                “คาร์โบนาร่าครับหิมะ” กอล์ฟพูดพลางตักพาสต้าในจานใหญ่แบ่งให้คนข้างๆ ส่วนตัวเองหยิบพิซซ่ามาใส่จานหนึ่งชิ้น
                ไมค์มองพาสต้าตาละห้อย
                เด็กสาวซึ่งนั่งฝั่งตรงข้ามสังเกตเห็น
                “ตักไม่สะดวกเหรอคะ งั้นหิมะตักให้มั้ย”
                กอล์ฟหูผึ่งทันทีที่ได้ยินดังนั้น เขาชิงตักเส้นจากจานใหญ่ใส่จานน้องชายทันใด
                “หิมะทานให้อร่อยเถอะครับ ไม่ต้องสนใจหมอนี่หรอก มันแขนยาว ตักเองได้”
                แต่ตัวเองเพิ่งตัดหน้าตักให้น้องชายไปหมาดๆ
                กอล์ฟชวนหิมะคุยนั่นคุยนี่ เหมือนโลกนี้มีเพียงพวกเขาเท่านั้น ในขณะที่ไมค์นั่งจัดการของในจานอย่างสงบเสงี่ยม
                เด็กหนุ่มลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก... โชคดีที่หมอนี่ไม่แสดงอิทธิฤทธิ์พิชิตใจสาวออกมาให้เห็น
                หิมะตักพิซซ่าชิ้นสุดท้ายใส่จานเพื่อนชาย
                “เอ้า... พูดจนเหนื่อย โดนหิมะกับไมค์แย่งกินหมดแล้ว” น้ำเสียงระคนเอ็นดู
                กอล์ฟถึงกับหลุดเขินออกมา ไม่คิดว่าเด็กสาวจะเป็นฝ่ายเอาใจเขาเช่นกัน แต่รอยยิ้มนั้นสร้างความหมั่นไส้ให้เด็กหนุ่มที่นั่งตรงข้ามขึ้นมานิดๆ
                “นายพูดจนหิมะเขารำคาญ เลยเอาอาหารอุดปาก”
                เด็กหนุ่มถึงกับหน้าตึงเมื่อได้ยินเสียงแซว แต่แล้วก็รีบปรับสีหน้ามาเป็นปกติ
                “รำคาญรึเปล่า หิมะ?”
                เด็กสาวหัวเราะคิก “ไม่หรอก สนุกดี ปกติหิมะไม่ค่อยพูดเท่าไหร่ ชอบฟัง กลัวกอล์ฟจะเบื่อมากกว่า”
                เด็กหนุ่มชำเลืองมองน้องชายแล้วยักคิ้วใส่อย่างเหนือกว่า
                ด้วยความหมั่นไส้ ไมค์จึงคว้าข้อมือพี่ชายที่ถือพิซซ่าเข้ามากัดของที่อยู่ในมือหน้าตาเฉย
                “เฮ้ย... พิซซ่าฉัน!” กอล์ฟได้แต่โวยวาย แต่ไม่กล้าชักมือกลับเพราะกลัวเลอะ ในขณะที่มือใหญ่ยังคงจับไว้อย่างแน่นหนา
                เด็กหนุ่มเคี้ยวพิซซ่าชิ้นสุดท้ายตุ้ยๆ อย่างสบายอุรา แล้วหันไปหมายจะขอโทษเด็กสาวที่แย่งของที่เธอตักให้พี่ชาย ทว่า...
                หิมะมองภาพตรงหน้าตาค้าง เพียงไม่นานเธอก็หลุดรอยยิ้มที่มุมปาก ใบหน้าแดงซ่าน แล้วสีหน้าเธอก็กลับเข้าสู่ปกติ
                “เล่นอะไรบ้าๆ ดูสิ หิมะอึ้งไปเลย” เด็กหนุ่มดุน้อง แล้วค่อยๆ ดึงแขนตัวเองออก
                ทว่าคนถูกดุกลับหรี่ตามองหน้าเด็กสาวอย่างมีเลศนัย
                “พี่กอล์ฟ... ซอสติดแก้มน่ะ” จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมา พลางใช้นิ้วแตะแก้มตัวเอง
                “หือ... ตรงไหน” คนโดนทักใช้ทิชชูเช็ดตามที่เข้าใจ
                “ไม่ใช่... ตรงนี้...” พูดพลางชี้อีกที่หนึ่งใกล้ๆ กัน
                กอล์ฟเช็ดตามอย่างว่าง่าย แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ตรงที่เลอะเสียที จริงๆ เขาอยากอ้อนให้หิมะเช็ดให้ แต่กลัวถ้าหันไปทั้งที่หน้าเลอะจะหมดหล่อในสายตาอีกฝ่าย
                ไมค์มองพี่ชายอย่างรำคาญ แล้วหยิบทิชชู เชยคางมน ยื่นหน้าเข้าไปใกล้บรรจงเช็ดให้อย่างเอาใจ
                ที่จริงตรงแก้มนั้นไม่มีซอสแม้แต่น้อย เขาแค่อยากเห็นปฏิกิริยาของสาวเจ้าต่างหาก
                และดังคาด... เด็กสาวกำมือสองข้างแน่นยกขึ้นมาใต้คาง ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ หลุดรอยยิ้มที่เหมือนพยายามจะกลั้นไว้ ไหนจะดวงตาที่เปล่งประกายอย่างออกนอกหน้าอีก
                เด็กหนุ่มเอนหลังพิงพนักอย่างเก่า พลางยิ้มอย่างพึงพอใจ
                ...ชักสนุกขึ้นมาแล้วสิ... พี่กอล์ฟไปเจอแม่สาวน่าสนคนนี้ได้ยังไงกันนะ... หึหึหึ...

                ยามเย็นของอีกสองวันถัดมา...
                วันนี้สองหนุ่มเลิกงานเร็วกว่าปกติ ทั้งคู่บอกคนขับรถให้แวะย่านร้านค้าในตัวเมืองก่อนกลับบ้าน
                “ไมค์ ฝากซื้อบัตรเติมเงินด้วยสิ” คนพี่หันมายื่นเงินให้หน้าตาเฉย
                “ลงไปซื้อเองสิ ฉันก็จะไปซื้อของของฉันเหมือนกัน” เด็กหนุ่มหันมาเถียงขณะกำลังจะลงจากรถ
                “น่า... ไหนๆ ก็จะลงไปแล้ว ฉันไม่อยากให้แฟนเพลงเห็นนี่”
                ไมค์เบ้หน้า “แล้วทีฉันล่ะ โดนเห็นก็ไม่เป็นไรสินะ”
                “โธ่... ฉันรู้ว่านายเอาตัวรอดได้ นะ นะ นะ... ซื้อบัตรเติมเงินให้หน่อย ป่านนี้หิมะรอโทรศัพท์ฉันแงกแล้ว”
                “ชิ... คำก็หิมะ สองคำก็หิมะ... เออ รู้แล้วๆ สรุปไม่ว่ายังไงนายก็จะนั่งเป็นคุณชายรออยู่ในรถสินะ”
                กอล์ฟชี้นิ้วไปที่หน้าน้องชาย
                “ถะ... ถูกต้องนะคร้าบ”
                ไมค์คว้าเงินในมือพี่ชายมาอย่างฉุนๆ แล้วลงจากรถ
                เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในร้านการ์ตูนซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก เขาก้มหน้าก้มตาพยายามไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่ว่าใครจะทัก ใครจะชน หรือใครจะมอง เด็กหนุ่มก็ปั้นสีหน้าเรียบเฉย
                เขากวาดตามองตามหิ้งหนังสือ... ดูเหมือนการ์ตูนในร้านจะตำแหน่งผิดไปจากเดิม...
                และขณะที่กำลังหาเล่มที่ต้องการอยู่นั้นเอง
                ปึ่ก!
                ลำตัวด้านข้างของเขาก็ชนกับไหล่บางของลูกค้าที่กำลังเงยหน้าหาหนังสือบนชั้น
                “ขอโทษค่ะ” เสียงเด็กสาวคนนั้นคุ้นหูยังไงพิกล
                “อ้าว... หิมะ” เขาเอ่ยทักเสียงเบา แต่สีหน้าประหลาดใจที่มาเจอเธอที่นี่
                “อ้าว ไมค์... มาซื้อการ์ตูนเหรอคะ” เธอทักตอบ ดวงตาฉายแววดีใจ ทว่าสีหน้าดูลุกลี้ลุกลนอย่างบอกไม่ถูก
               “อื้ม แต่ว่าหาหนังสือไม่เจออีกแล้ว สงสัยต้องถามคนขาย”
               อุตส่าห์คิดว่าใช้มุกเดิมจะได้ผล แต่ที่ไหนได้...
               “นั่นสิคะ สงสัยเขาจัดร้านใหม่ หิมะเองก็งงๆ เหมือนกัน แต่ตอนนี้ได้เล่มที่ต้องการแล้ว หิมะนัดคนไว้ ไปก่อนนะคะ”
                ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้เอ่ยลา สาวน้อยตรงหน้าก็ตรงดิ่งไปยังเคาเตอร์จ่ายเงินทันที
                ...ท่าจะรีบจริงๆ แฮะ... ไมค์คิดอย่างไม่ทันใส่ใจอะไร แล้วหันกลับไปมองหนังสือบนหิ้ง
                ...เอ๊ะ... นี่มัน...

                ทันทีที่ไมค์กลับขึ้นรถ เขาก็ยื่นบัตรเติมเงินให้พี่ชาย แล้วฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
                กอล์ฟขูดบัตรแล้วกดเติมเงินอย่างเชี่ยวชาญ ก่อนต่อสายหาแฟนสาวราวกับคนลงแดง
                “เมื่อกี้เจอหิมะด้วยล่ะ” เด็กหนุ่มเปรยขณะพี่ชายกำลังรอปลายทางรับสาย
                อีกฝ่ายถึงกับหูผึ่งเมื่อได้ยินดังนั้น เขากดตัดเมื่อเห็นว่าไม่มีคนรับ แล้วหันมามองอย่างสนออกสนใจ
                “เหรอ เจอที่ไหน แล้วมากับใคร”
                ไมค์ยิ้มเหมือนถือไพ่เหนือกว่า ดูจากสายตาพี่ชายแล้ว คงกำลังระแวงเขาเต็มที่
                “ไม่ต้องห่วงหรอก ท่าทางรีบเลยไม่ทันได้ขอเบอร์”
                หนอย... ถ้าไม่รีบคงจะแอบขอเบอร์ผู้หญิงไว้สินะ... กอล์ฟเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ
                “แล้วไง อย่าบอกนะว่าเจอในร้านการ์ตูน”
                “ใช่ มาคนเดียวด้วย ดูเหมือนหิมะกับไมค์จะดวงสมพงศ์กันน่าดู เจอกันโดยบังเอิญอยู่เรื่อย” เด็กหนุ่มแกล้งพูดยั่ว
                โธ่เว้ย... เจ็บใจนัก เมื่อกี้ลงไปด้วยก็ดี... เด็กหนุ่มตาลุกเป็นไฟ
                “ชิ... ก็แค่บังเอิญเจอล่ะว้า...” ปลอบใจตัวเองพลางพยายามต่อโทรศัพท์หานางในดวงใจต่อ
                ไมค์ยักไหล่ มองพี่ชายยิ้มๆ
                ชักสนุกแล้วล่ะสิ... ตั้งแต่แย่งผู้หญิงของพี่ชายมา ดูเหมือนรายนี้จะน่าสนใจที่สุด...
                เขานึกถึงหนังสือที่เจ้าหล่อนซื้อ แล้วแอบหัวเราะหึเบาๆ จนกอล์ฟหันมามองด้วยสายตาสงสัยระคนหวาดกลัว

................................................
.....................................
.......................
........
.

                “นี่ไมค์... หิมะซื้อการ์ตูนเรื่องอะไรงั้นเหรอ” กอล์ฟหันไปถามน้องหลังจากเลิกล้มที่จะต่อโทรศัพท์หาสาว
                “อยากรู้จริงอ่ะ” ไมค์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง “ทำไมไม่ถามเจ้าตัวเองล่ะ”
                “ถามแล้ว ส่วนใหญ่เธออ่านแต่หนังสือมีสาระ เลยไม่คิดว่าจะอ่านการ์ตูนนี่นา”
                ไมค์หัวเราะหึในลำคอ ทำเอาพี่ชายหันมาค้อนขวับ
                “นายรู้อะไร บอกมาเดี๋ยวนี้นะ เธออ่านการ์ตูนเรื่องอะไร”
                “เปล่า... ไม่ได้รู้อะไร บอกให้ก็ได้... ชื่อของการ์ตูนที่เธอซื้อไป...”
                ไมค์กระดิกนิ้ว กอล์ฟรีบเอียงหูเข้าไปหา
                ...ว่าแต่อยู่กันแค่สองคน... ไม่สิ มีคุณลุงคนขับรถอีกคน ทำไมต้องกระซิบด้วยวุ้ย จักจี้หูเป็นบ้า
                ทว่าทันทีที่ได้ยินชื่อหนังสือ ก็มีโทรศัพท์เข้ามา ทำให้เด็กหนุ่มไม่ทันได้คิดอะไร
                “ฮัลโหล หิมะ... เมื่อกี้กอล์ฟต่อตั้งนาน นึกว่าไม่อยากคุยกับกอล์ฟซะแล้ว” เขาหันไปทำเสียงออดอ้อนใส่โทรศัพท์ จนน้องชายทำหน้าเหมือนเลี่ยนเต็มทน


                ทันทีที่ถึงบ้าน เด็กหนุ่มคนพี่ก็ตรงรี่เข้าหาคอมพิวเตอร์
                เขาจัดแจงพิมพ์ชื่อการ์ตูน แล้วคลิกหาในเซิร์ชเอ็นจิน
                แต่แล้วก็ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นผลที่ออกมา
                “ยะ... ยะโอย...”
                คีย์เวิร์ดโหลๆ พรรค์นี้ สาวกไอทีอย่างเขาทำไมจะไม่รู้
                เด็กหนุ่มหน้าซีดเล็กน้อย แต่แล้วก็ปรับอารมณ์กลับมาสดใสอย่างเก่า
                “ซื้อไปไม่ได้หมายความว่าอ่าน บางทีเพื่อนอาจฝากมาซื้อก็ได้”
                จริงสิ ตอนที่หิมะโทรกลับมาเธอบอกว่าลงจากรถมาซื้อหนังสือให้เพื่อน คิดแล้วก็น่าเจ็บใจ... เพื่อนคนไหนกันนะ ช่างใจร้าย ให้สาวสวยอย่างเธอตากหน้าซื้อการ์ตูนแบบนั้น


                สัปดาห์ต่อมา...
                “คนเขาจะเดทกัน นายตามมาเจ๋อทำไม” กอล์ฟเค้นเสียงโวยน้องชายเงียบๆ ขณะรอเด็กสาวเลือกของ
                ไมค์ยักไหล่ แล้วทำหน้าเหมือนไม่ใส่ใจ
                “ฉันไม่ได้ตาม หิมะเป็นคนชวน ขืนปฏิเสธเธอก็หน้าแตกน่ะสิ น่าสงสารออก อีกอย่างหิมะไม่ได้บอกฉันนี่นาว่ามาเดทกับนาย”
                หนอย... ต่อให้เป็นแฟนพี่ชวนก็มาด้วยกันได้อย่างหน้าตาเฉยสินะ
                “แล้วหิมะชวนนายได้ยังไง”
                “ไม่เห็นยาก นายแอด hi5 หิมะ ฉันก็ตามเข้าไปเมนต์ให้เท่านั้นเอง แล้วเธอก็ส่งข้อความตอบกลับมา เลยขออีเมลแช็ตกัน” 
                กอล์ฟตัวสั่นระริก... ไม่ยากจริงๆ ด้วย เพราะคนในลิสต์ hi5 ของเขามีอยู่ไม่เท่าไหร่ เปิดๆ ไปเดี๋ยวก็เจอ
                “หิมะไม่ได้บอกรึไง ว่ามากับฉัน”
                “บอก... เธอบอกว่าเพราะมากับนาย เลยอยากให้ฉันมาด้วย กลัวแฟนคลับนายมาเจอแล้วหึง”
                ร้อยวันพันปีไม่เคยอยากออกมากับพี่ แต่พอสาวชวนเข้าหน่อยต่อมขี้หลีแตกเชียวนะ...  เด็กหนุ่มค้อนอย่างหมั่นไส้
                “ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ” เสียงใสๆ ดังขัดขึ้น
                กอล์ฟรีบกุลีกุจอคว้าถุงกระดาษในมือเธอมาถือ
                “อ๊ะ... จะดีเหรอกอล์ฟ รุงรังออก”
                “เพราะรุงรังน่ะสิ จะปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ถือได้ยังไง” เด็กหนุ่มเถียงพลางโปรยยิ้มใจดีให้
                ไม่ได้ๆ ต้องรีบทำคะแนน
                “งั้น... ขอบคุณมากเลยนะ แต่ถ้าเมื่อยก็ไม่ต้องเกรงใจ หิมะถือเองได้” สีหน้าเธอลำบากใจที่ใช้งานขวัญใจสาวๆ ทั่วประเทศ
                ทันใดนั้นแขนยาวๆ ของไมค์ก็โอบไหล่เล็กบาง
                “หิมะ เดี๋ยวไมค์ขอแวะร้านนั้นหน่อยนะ” พูดพลางประคองเธอพาเดินลิ่วไปล่วงหน้า
                “เอ่อ... จ้ะ จ้ะ... ได้สิ” เด็กสาวอึกอักพลางหันมามองเพื่อนชาย
                กอล์ฟจำต้องยิ้มค้างซ่อนความไม่พอใจเอาไว้ ทว่าภายในคุกรุ่นไปด้วยความขุ่นเคือง
                ...หนอย... ทำแบบนี้ก็เหมือนหิมะมาเดทกับหมอนี่แล้วเราเป็นคนถือของน่ะสิ เอาหนวดปลาหมึกของนายออกไปจากไหล่ของหิมะเดี๋ยวนี้!!!
               เด็กหนุ่มคนน้องเลือกของพลางหันมาถามความชอบของเด็กสาวราวกับเป็นแฟนกัน กอล์ฟมองภาพตรงหน้าด้วยอาการอิจฉาระคนหมั่นไส้ ...ขี้หลีซะเนียนเชียวนะไอ้น้องชาย...
                แต่แล้วเหมือนสวรรค์เป็นใจ
                “อ๊ะ... หมวกนั่นเหมาะกับกอล์ฟจังเลย”
                หิมะเดินเข้าไปหยิบหมวกหัวกระต่ายสีขาวแล้วสวมให้เพื่อนชายซึ่งสองมือถือถุงพะรุงพะรังของเธอ
                “ถ้าหิมะว่าเหมาะ เดี๋ยวกอล์ฟจะซื้อไปใส่” เขาพูดเอาใจ พลางเอียงคอมองกระจก
                ไมค์ไม่ยอมน้อยหน้า เขาหยิบหมวกหัวกระต่ายสีดำมาใส่แล้วยืนเคียงพี่ชาย
                หิมะออกอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จากนั้นเธอก็ฉีกยิ้มไม่หุบเมื่อเด็กหนุ่มตัวสูงกว่าก้มหน้าเข้าไปหาเด็กหนุ่มร่างเล็กจนหน้าผากทั้งคู่ชนกัน
                “จุ๊บ” เขาส่งเสียงพลางมองตาอีกฝ่ายซึ่งกระถดกายถอยห่างออกมาเมื่อน้องชายส่งรังสีหวานแหววแบบแปลกๆ
                เสียงเด็กสาวหัวเราะคิกคัก
                “ถอยทำไม... กระต่ายจะจูบกัน” ไมค์กระซิบพลางชี้หมวก “หรือว่าพี่กอล์ฟคิดว่าไมค์จะจูบ...”
                เจ้าของสายตายียวนยิ่งยื่นหน้าเข้าไปอีกจนเกือบชิด ทั้งคู่จ้องตากันอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นอีกฝ่ายอึ้งร่างสูงใหญ่ก็ถอยออกมาแล้วหัวเราะร่า ก่อนถอดหมวกออกแล้วเก็บที่เดิม
                กอล์ฟถอนหายใจ...โอย... ค่อยยังชั่ว นึกว่าจะโดนเจ้าตัวร้ายจูบต่อหน้าสาวซะแล้ว...
                ขณะที่สาวเจ้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่... กรี๊ดดดด ไม่ไหวแล้ว... โมเอเหลือเกินนนนน
 

                “นายคิดจะทำอะไรของนาย” เด็กหนุ่มเริ่มโวยวายในร้านอาหาร ขณะที่หิมะขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
                “ไมค์ทำอะไรเหรอ?” เด็กหนุ่มคนน้องถามกลับหน้าซื่อ
                “ยังจะมาถามอีก วันนี้นายก่อกวนพวกเราตลอดเลยนะ”
                แล้วแต่ละอย่างก็ยัง...
                “ฉันก่อกวนอะไร? ไม่เห็นหิมะเขาจะโกรธ แถมยังยิ้มหน้าบานทั้งวันอีกต่างหาก”
                กอล์ฟกัดฟันตัวสั่นระริก
                “ถึงเขาโกรธก็ไม่แสดงออกมาหรอกเฟ่ย นายกำลังจะทำให้เขาเข้าใจผิดนะ”
                ไอ้ท่าทีขี้หลีเมื่อเช้ายังไม่ค่อยแปลก แต่พอเที่ยงบ่ายน้องชายตัวแสบกลับมาก้อร่อก้อติกเขาแทน นี่คงกลัวแย่งแฟนไม่สำเร็จ เลยเปลี่ยนแผนคิดจะให้สาวเจ้าเดาว่าเขาเป็นตุ๊ดแล้วเลิกราไปเองงั้นสิ!?
                “เข้าใจผิด? ใครว่าล่ะ ฉันว่าหิมะเข้าใจทุกอย่างดีกว่านายด้วยซ้ำ”
                “หมายความว่าไง?”
                ยังไม่ทันที่เจ้าตัวใหญ่จะได้ตอบ สตรอเบอร์รีพาเฟต์ไซส์จัมโบ้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ
                ใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของกอล์ฟเปลี่ยนมาเป็นตาเบิกกว้างทอประกายอย่างมีความสุขทันใด
                “กินล่ะนะ” ไม่รอคำตอบ มือเล็กฉวยช้อนยาวที่วางอยู่บนโต๊ะ ตักไอศกรีมในถ้วยเข้าปากแล้วทำหน้าเคลิ้มจนคนมองแทบจะจินตนาการความอร่อยนั่นได้
                ไมค์ยิ้มพลางจ้องหน้าพี่ชายซึ่งเคี้ยวเวเฟอร์และผลสตรอเบอร์รี่
                เฮ้อ... ให้มันได้อย่างนี้สิ เขาว่าเหล้าเปลี่ยนนิสัย แต่ท่าทางพาร์เฟต์ถ้วยใหญ่จะเปลี่ยนอารมณ์พี่ชายของเขาได้ในพริบตา
                “กินไม่แบ่ง ระวังจู๊ดๆ” เขาแกล้งแซว
                “ช่วยไม่ได้ นายไม่สั่งเอง” พูดทั้งที่ไอศกรีมละลายอยู่ในปาก
                ไมค์หรี่ตามองท่วงท่าในการกินสุดหรรษา แล้วคว้าข้อมือพี่ชายซึ่งกำลังตักไอศกรีม คราวนี้นั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน จึงคว้าได้ง่ายกว่า กอล์ฟขืนข้อมือโดยสัญชาตญาณ
                “ทำไมนายชอบแย่งของฉันตลอดเลย” เด็กหนุ่มชักโมโห
                ...หลายเรื่องแล้วนะ ทั้งของกิน ทั้งผู้หญิง จะจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหน...
                “ฉันไม่ได้แย่ง แค่อยากลองชิม”
                “งั้นก็ขอดีๆ สิ ไม่ก็สั่งใหม่”
                “ไม่เอา จะเอาคำนี้”
                จริงๆ แล้วกะอีแค่ไอศกรีมคำเดียวเด็กหนุ่มจะให้ก็ได้ แต่ด้วยความหมั่นไส้จึงเกิดการยื้อแย่งกัน
                “รอเดี๋ยวสิ... เดี๋ยวมันหกเลอะ” กอล์ฟปราม พลางอ้าปากพร้อมงับช้อนที่พยายามดึงเข้ามา
                “นายก็ยอมฉันดีๆ สิ จะได้ไม่เลอะ” ไมค์เองก็เถียงในสภาพเดียวกัน
                “ไม่ เชิญรอคำต่อไปเถอะ”
                ดูเหมือนทั้งคู่จะลืมไปแล้วว่าไม่ได้อยู่กันแค่สองคน และสาวน้อยที่มาด้วยก็เดินกลับมาที่โต๊ะ มองสงครามชิงพาร์เฟต์อย่างอึ้งๆ
                ไมค์รู้สึกตัวก่อน เขาผ่อนแรงจากมือที่กำลังยื้อ ทำให้ไอศกรีมเด้งเข้าปากพี่ชายโดยแรง
                “อุ่ก”
                แม้จะไม่เจ็บ แต่แรงดึงก็ทำให้พลาดเป้าหมาย ไอศกรีมเข้าปากไปเพียงครึ่ง ส่วนอีกส่วนหนึ่ง...
                “อ๋า... เลอะหมดเลย” ไอ้ตัวแสบพูดหน้าตาเฉยเหมือนพากย์หนัง
                หนอย... ยังมีหน้ามาเยาะเย้ยอีก... ต่อหน้าหิมะด้วย
                กอล์ฟรีบคว้าทิชชู แต่ดูเหมือนจะช้ากว่ามือใหญ่ที่ดึงใบหน้าของเขาเข้าไปหาแล้วก็...
                ...เลียบนริมฝีปากที่เลอะครีมเบาๆ
                กอล์ฟมัวแต่อึ้งจนลืมนึกถึงสาวเจ้าที่มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่หนุ่มๆ ทั่วไปคงไม่อาจเข้าใจได้
                เธอกำลังผลิรอยยิ้มเหมือนคนจั๊กจี้ที่หัวใจ มองภาพตรงหน้าตาเป็นประกาย นี่ถ้ากรีดร้องออกมาดังๆ ได้ เธอคงกรี๊ดลั่นร้านไปแล้ว
                เมื่อจบกระบวนการประมวลความคิด เด็กหนุ่มก็รีบดันตัวน้องชายออกห่าง
                “เล่นบ้าๆ อะไรของนาย... คนมองกันใหญ่แล้ว”
                ด้วยตำแหน่งที่นั่งอย่างระวังปาปารัซซี่ของพวกเขา ไม่มีใครในร้านมองเห็นเลย... นอกจากเด็กสาวที่จ้องเอาจ้องเอาอย่างตกตะลึงจนลืมนั่ง
                ไมค์เลียรอบริมฝีปากตัวเองอย่างเอร็ดอร่อย
                “โอเค... แฟร์ แบ่งกันคนละครึ่ง”
                “เอ่อ... หิมะ... ลืมกระเป๋าไว้ในห้องน้ำ...” เธอหน้าแดงระเรื่อ พูดกึ่งติดอ่าง แล้วรีบเผ่นแน่บออกไปอีกรอบทั้งที่กระเป๋าดังกล่าวคล้องแขนเธออยู่ชัดๆ
                สงสัยจะขอหลบไปสงบสติอารมณ์
                “นายทำอะไรลงไป หิมะเข้าใจผิดใหญ่แล้ว” เด็กหนุ่มโวยลั่นอีกระลอก
                “นายนั่นแหละ เข้าใจผิด... ไม่เห็นเหรอ เมื่อกี้หิมะยิ้มซะแก้มปริ”
                กอล์ฟกระพริบตาปริบๆ “หมายความว่าไง”
                ฉับพลันทันใดนั้นใบหน้ายียวนกวนประสาทของน้องชายก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง
                “นายรักหิมะใช่มั้ย”
                กอล์ฟเหงื่อแตกเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ หมอนี่จะมาไม้ไหนอีกล่ะ
                “กะ...ก็ใช่...”
                ไม่น่าถาม...
                “นายอยากเห็นเธอยิ้มบ่อยๆ รึเปล่า”
                กอล์ฟพยักหน้าหงึกอย่างหวาดระแวง เมื่อเห็นดังนั้น ไมค์ก็ยิ้มพึงพอใจ
                “ตลอดทั้งวันนี้ นายก็เห็นใช่มั้ย ว่าหิมะมีความสุขสุดๆ”
                เด็กหนุ่มนึกย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่เช้าจนถึงปัจจุบัน... จะว่าไปก็จริงแฮะ... เวลาหิมะเห็นหมอนี่เข้ามาคลอเคลียเขาทีไร ตาคู่สวยของเธอเป็นประกายทุกที แถมยังทำท่าอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ เหมือนอยู่ในคอนเสิร์ตอีกด้วย
                “งั้นก็ช่วยไม่ได้... ยังไงรักนี้ของนายก็จำเป็นต้องมีฉัน” ไมค์ถอนหายใจเบาๆ เหมือนไม่ย้ากกกก ไม่อยากจะเข้ามายุ่ง แต่ที่ทำอยู่ตอนนี้เพราะไม่มีทางเลือกหรอกน่า
                กอล์ฟเห็นท่าทางอีกฝ่ายแล้วรู้สึกฉุนเป็นบ้า
                “แสดงว่ายังไงนายก็จะแย่งหิมะไปจากฉันอีกสินะ”
                ถ้าแย่งไปอีกก็รายที่ยี่สิบเจ็ดจากการอกหักรอบที่ยี่สิบแปดสินะ... ฮึ่ม
                ไมค์ยักไหล่... ใครแย่งใครเดี๋ยวก็รู้
                “นายซีเรียสเกินไปรึเปล่า ฉันก็เห็นว่าหิมะชอบแบบนี้ ก็เลยทำบ่อยๆ และดูเหมือนจะได้ผล... หิมะเขาสนใจฉันมากขึ้น นายว่ามั้ย”
                หนอย... หมายความว่าถ้าจะเอาชนะใจหิมะต้องใช้วิธีนี้งั้นสิ
                ก็ได้... ไอ้น้องชาย... ต่อไปนี้นายกับฉันจะได้เห็นดีกัน แล้วอย่าหาว่าไม่เตือน!!!

                “กอล์ฟ... เลิกกันเถอะ...”
                คำพูดสั้นๆ เพียงทำเดียวของสาวน้อยหน้าตาหมดจดที่ยืนตรงหน้าเขา ทำเอากอล์ฟถึงกับตื้อ เขาไม่คิดว่ามันจะรวดเร็วขนาดนี้... ใช่ เร็วเกินไป เขายังไม่ทันได้หาโอกาสทำคะแนนเท่าไหร่เลย
                “ทำไม...” เสียงแผ่วเบาที่หลุดปากออกมาทั้งที่สมองไม่ได้สั่ง
                ถึงจะถามออกมาอย่างนั้น แต่เขากลับไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว
                ไม่สิ... จริงๆ ไม่จำเป็นต้องรับรู้ก็สามารถเข้าใจได้ เหตุผลเดิมๆ... อะไรก็ไมค์ๆๆ ทุกเหตุผล ไม่ว่าของใครต้องมีชื่อไมค์หลุดออกมา คนนี้ก็คงเหมือนกันสินะ
                “..................” เหตุผลยาวเหยียดด้วยเสียงใสๆ เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
                เธอพูดว่าอะไรกันนะ...
                พูดว่าอะไร...
 
                เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมา
                ...ฝันบอกเหตุ...
                ก่อนถูกสลัดรัก เขามักจะฝันเช่นนี้เป็นประจำ
                โธ่เว้ย! แล้วทำไมต้องมาฝันเอาวันนี้ด้วย
                ก็วันนี้เป็นวันที่เขาจะได้เดทสองต่อสองกับหิมะ... สาวคนใหม่ที่เพิ่งจีบไปได้ไม่นาน ทั้งที่รอคอยโอกาสนี้มาตลอดสัปดาห์แท้ๆ ฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่ก่อนตื่นเลยแฮะ
                แต่บางที... เขาอาจจะคิดมากไปจนเก็บไปฝันแน่ๆ ใช่แล้ว มันต้องเป็นอย่างนั้น ก็หิมะไม่มีท่าทีว่าจะมีใจให้น้องชายคนนั้นเป็นพิเศษเลยนี่
                ใช่แล้ว เขาต้องกังวลมากเกินไปแน่ๆ เหตุการณ์คงไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอก

                และแล้วก็ถึงเวลานัด... กอล์ฟรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องที่วันนี้หน่วยขวางทางรักไม่ได้ตามมาด้วย หมอนั่นดูเหมือนนัดเพื่อนอีกกลุ่มไว้ก่อนแล้ว วันนี้เส้นทางของเขาปลอดโปร่งกว่าทุกครั้งจนเขาลืมไปเลยว่าเมื่อเช้าเพิ่งเครียดกับความฝันไปหยกๆ
                ทันทีที่เขามาถึง เด็กสาวก็มองไปรอบๆ
                “อ้าว ไมค์ไม่มาด้วยเหรอ” คำแรกที่เธอทักทายทำเอากอล์ฟถึงกับแอบทำหน้าหน่าย
                ...เหมือนเป็นลางร้ายอย่างบอกไม่ถูก...
                “หิมะไม่อยากอยู่กับกอล์ฟสองต่อสองสินะ...” เด็กหนุ่มทำหน้าเศร้าเรียกคะแนนสงสารสุดๆ
                “เปล่านะ หิมะชอบอยู่กับกอล์ฟมากเลย แต่หิมะชอบเวลากอล์ฟอยู่กับไมค์มากกว่า”
                กอล์ฟรู้สึกโล่งใจกับคำปฏิเสธ แต่ก็อดรู้สึกแปลกๆ กับประโยคหลังไม่ได้
                “หิมะ... กอล์ฟถามอะไรหน่อยสิ” เขาทำหน้าเครียดขึ้นมา แม้จะกลัวกับคำตอบที่จะได้รับ แต่เขาคงอึดอัดใจถ้าไม่ได้ถาม
                “หือ?” เด็กสาวเบิกตากลมโต พลางเอียงคอมองอย่างสงสัย
                “พวกเรา... กำลังคบกันแบบไหนอยู่งั้นเหรอ”
                “.............???”
                เมื่อเห็นเธออึ้งไป เด็กหนุ่มก็รีบระล่ำระลัก
                “เอ่อ กอล์ฟไม่ได้เร่งรัดอะไรนะ เพียงแต่กอล์ฟอยากรู้ว่าหิมะมีใจให้กอล์ฟบ้างรึเปล่า หิมะเห็นกอล์ฟเป็นอะไร กอล์ฟจะได้วางตัวถูก...”
                ใครว่าล่ะ... จะได้หาแผนรุกบุกหัวใจถูกต่างหาก
                เด็กสาวทำหน้าโล่งใจ เธอยิ้มบางๆ แล้วตอบด้วยดวงตาเป็นประกายสุดๆ
                “เพื่อนผู้หญิง”
                เด็กหนุ่มอยากจะขุดพื้นคอนกรีตแล้วเอาหัวมุดให้จมดินซะตรงนั้น
                ...เพื่อนผู้หญิง? ... เพื่อนผู้หญิงเนี่ยนะ?... ถ้าบอกว่าเพื่อนเฉยๆ ยังพอทำใจได้ แต่ทำไมต้องมีคำว่าผู้หญิงต่อท้าย... หิมะทำร้ายจิตใจกอล์ฟมากเกินไปแล้ว...
                เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าสุดช็อค หิมะก็รีบแก้ตัว
                “เดี๋ยวสิ กอล์ฟ หิมะอธิบายได้... คือหิมะไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชาย เลยไม่ชิน... ปกติหิมะจะไม่เข้าใกล้ผู้ชายที่ไหนเลยนะ หิมะกลัว แต่พอเจอกอล์ฟ หิมะรู้สึกวางใจอย่างบอกไม่ถูก นี่ไง...”
                เธอคว้ามืออีกฝ่ายแล้วจูงเดิน
                “เห็นมั้ย หิมะจับมือกอล์ฟได้ ไม่ตะขิดตะขวงใจเลย”
                ...ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่... แต่เอาเถอะ เห็นแก่มือนุ่มนิ่มของหิมะ... เพื่อนผู้หญิงก็ยังดี แต่ถ้าคิดอีกที แบบนี้เธอคงไม่มีวันมองเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งแหงๆ
                แล้วทั้งคู่ก็เดินจูงมือกันไป
                กอล์ฟมองหนุ่มสาวคู่อื่นบนท้องถนน หลายคนเดินจูงมือกันเหมือนพวกเขา ทว่าเมื่อก้มมองมือตัวเองที่ประสานกับมือเด็กสาว... ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้สึกเหมือนเป็นคู่รักอย่างคนอื่นบ้างล่ะเนี่ย
               เขาชักจะรู้ซึ้งถึงคำว่า “เพื่อนผู้หญิง” ยังไงไม่รู้

                วันอาทิตย์อันแสนสดใสไร้งานและคนในบ้านมารบกวน
                วันนี้กอล์ฟระริกระรี้เป็นพิเศษ เพราะเขานัดสาวมาที่บ้าน แถมทุกอย่างดูเหมือนจะปลอดโปร่งและเป็นใจให้เขาสร้างบรรยากาศโรแมนติกกับสาวเจ้าได้ไม่ยาก
                ...ทุกคนเล่นพร้อมใจกันออกไปธุระนี่นา...
                เขายืดอกสูดหายใจเข้าลึกๆ ...วันนี้แหละ... สถานที่เงียบๆ ดีวีดีหนังรักโรแมนติก เพลงเพราะๆ เค้กอร่อยๆ ที่แอบสั่งไว้ เขาจะทำให้หิมะเปลี่ยนใจหันมามองเขาในฐานะผู้ชายคนหนึ่งให้ได้!
                กอล์ฟจัดที่ทางในห้องรับแขกจนพอใจ แล้วใส่แผ่นดีวีดีในเครื่องเล่นเตรียมไว้
                ทว่า...
                “พยายามไปก็ไม่สำเร็จหรอก” เสียงทุ้มดังขึ้นจากข้างหลังทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือก
                “ไมค์... ไหนนายบอกว่ามีนัดกับเพื่อนไง...”
                กอล์ฟถึงกับหน้าซีด... เวรแล้วมั้ยล่ะ อีกไม่กี่นาทีหิมะก็จะมาถึงบ้าน ขืนไม่รีบกำจัดก้าง ไม่สิ กระดูกชิ้นยักษ์นี่ล่ะก็ สงสัยจะไม่ใช่ติดคอธรรมดา แต่อาจจุกอกตายไปเลยก็ได้
                ไมค์ยักไหล่ “ไม่ไปแล้ว วันนี้หิมะจะมานี่ ฉันอยู่บ้านดีกว่า”
                “นายรู้ได้ไงว่าหิมะจะมา”
                ร่างสูงโปร่งไม่ตอบ เขาผิวปากพลางเดินไปนั่งบนโซฟาข้างพี่ชาย แล้วฉวยรีโมตจากมืออีกฝ่ายมากดเปิด
                “ทำไมนายชอบแย่งผู้หญิงของฉันอยู่เรื่อย” กอล์ฟชักสีหน้าถาม แล้วดึงรีโมตคืน
                ไมค์ยักไหล่อีกครั้ง “สนุกดี นายปิ๊งแต่คนสวยๆ นี่นา ดีออก ฉันไม่ต้องไปหาเอง”
                คำพูดและน้ำเสียงกวนโทสะทำกอล์ฟสั่นระริกด้วยความโมโห เขากระชากคอเสื้อน้องชายเข้ามาจนหน้าชิด
                “นายไม่มีปัญญาหาเองรึไง ทำไมต้องคอยรังควานกันอยู่เรื่อย”
                เด็กหนุ่มตรงหน้ายิ้มอย่างใจเย็น
                “ปัญญาน่ะ มีอยู่หรอก... แต่เวลาเห็นแฟนนายแต่ละคนทีไร... มันห้ามใจตัวเองไม่ไหวซักที”
               แค่คำพูดสั้นๆ แต่กอล์ฟถึงกับฟิวส์ขาด เขากำหมัดแล้วเงื้อขึ้นเตรียมชกริมฝีปากอิ่มของคนตรงหน้า ทว่ามือใหญ่คว้าไว้ได้เร็วกว่า เขาผลักพี่ชายล้มลงนอนบนโซฟา แล้วกดไหล่บางไว้
                “เนี่ยเหรอ... พี่ชายที่แสนดี คิดจะใช้กำลังกับน้องรึไง”
                “หนอย... น้องอย่างนาย แค่ชกมันยังน้อยไป”
                ไมค์ยิ้มที่มุมปาก “เอาเหอะ... น้องอย่างฉันก็ไม่ได้อยากให้นายเป็นพี่ชายที่แสนดีซักเท่าไหร่หรอก... เพราะถ้าดีเกินไป ฉันคงรู้สึกผิดมาก... เวลาทำแบบนี้...”
                “ทำแบบนี้?”
                แย่งผู้หญิงของพี่ชายน่ะเรอะ?... ยังไม่ทันสิ้นความสงสัย ริมฝีปากอุ่นเบื้องบนก็โน้มลงมาประกบริมฝีปากที่กำลังอ้าปากถาม
                “อื้อ... อื้อ... ฮึก...”
                มันต่างจากวันที่เลียไอศกรีมโดยสิ้นเชิง สัมผัสนุ่มที่แนบแน่นไม่ยอมปล่อยช่องว่างแม้ให้หายใจ ลิ้นที่สอดแทรกเข้ามาโลมเลียถึงภายในไม่ใช่เพื่อฉกฉวยของหวาน แต่กลับรู้สึกถึงความหอมหวานที่เกิดขึ้นอย่างประหลาด เด็กหนุ่มร่างกายอ่อนยวบเมื่อถูกดูดเบาๆ ที่ริมฝีปากล่าง เขาเริ่มสนองตอบปลายลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดอยู่ภายใน
                มือใหญ่เริ่มซุกซนล้วงลึกเข้าไปภายใต้เสื้อ
                “อือ...” เด็กหนุ่มครางเครือ พลางหลับตาพริ้ม ปล่อยให้ริมฝีปากอิ่มโลมไล้ไปบนพวงแก้มและเรื่อยไปตามซอกคอ
                และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็ต้องถึงกับเบิกตาโพลง
                ร่างโปร่งบางในชุดวันพีซสีฟ้ายา