รักวุ่นวายของนายกับฉัน [17] หนทางยาวไกล (จบสนิท)
posted on 09 Jan 2008 14:31 by i-am-hima in fiction* คำเตือน: fiction เรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งแนว Boy's Love หากไม่อยู่ในความสนใจของท่าน กรุณาอย่าอ่าน เพื่อสุขภาพจิตของทั้งท่านและเจ้าของบล๊อก ขอบคุณค่ะ *
งานเลี้ยงแต่งงานของซายากะจัดขึ้นในโรงแรมหรูสมฐานะ เจ้าสาวอยู่ในชุดกระโปรงทรงสุ่มยาวสีขาวบริสุทธิ์ เคียงข้างชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาดีดูสะสะอาดสะอ้านในชุดสูทสีงาช้าง
“อ๊ะ มาโกโตะซังกับมาโมรุซังมาแล้ว”
เธอดีใจออกนอกหน้าทันทีที่เห็นเด็กหนุ่มชุดขาวซึ่งมีเสื้อเชิ้ตสีดำและเน็คไทสีแดงสวมอยู่ภายใต้สูทเรียบหรู เสื้อสูทตัวนอกปักเลื่อมสีเทาเป็นลวดลายแนวโกธิคที่ปกและหน้าอกเสื้อข้างหนึ่ง ทั้งคู่เหมือนจงใจสวมมาให้เกือบเหมือนกัน จะต่างกันก็ตรงรายละเอียดของเครื่องประดับที่สวมเข้ากับชุด
“งานแต่งงานลูกสาวทั้งที ต่อให้ยุ่งยังไงก็ต้องมาครับ”
เด็กหนุ่มร่างสูงแซวแทนการเอ่ยทัก
หญิงสาวหน้าแดงระเรื่อ เธอฉีกยิ้มดวงตาเป็นประกายแล้วหันไปยังเจ้าบ่าวรูปหล่อของเธอ
“ริวจัง เพิ่งเคยเจอครั้งแรกสินะ นี่มาโกโตะซัง ส่วนนี่มาโมรุซัง เอ่อ... คุณแม่ที่ซายะเล่าให้ฟังไง”
“วันนี้มาพร้อมหน้าทั้งคุณพ่อคุณแม่ครับ”
มาโมรุทำหน้าทะเล้นพลางโอบเอวเด็กหนุ่มข้างๆ ให้เข้ามาใกล้ มาโกโตะหน้าร้อนฉ่าแอบหยิกมืออีกฝ่าย
“สวัสดีครับ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้มีโอกาสเจอมาโกโตะกับมาโมรุตัวจริง... แถมยังในงานแต่งงานของตัวเองอีก ขอบคุณจริงๆ ครับที่ให้เกียรติมา แล้วก็... ต้องขอโทษด้วย ที่การแต่งงานของพวกเราไปทำให้พวกคุณต้องเดือดร้อนก่อนหน้านี้...”
ชายหนุ่มทักอย่างเป็นมิตร
“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ... พวกเราต่างหาก ต้องขอบคุณพวกคุณทั้งคู่”
มาโมรุพูดตอบ ทำให้บ่าวสาวมองหน้ากันอย่างงงๆ แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ กลับหันไปส่งสายตาให้พี่ชายอย่างอ่อนหวานจนเจ้าของงานอดอิจฉาไม่ได้
ขอบคุณ... ที่ทำให้นายกลับมาอยู่เคียงข้างฉันอีกครั้งไงล่ะ...
เมื่อเห็นสายตาหยาดเยิ้มอย่างไม่ลดละ มาโกโตะก็เบ้ปากกลบเกลื่อน ทำเป็นไม่สนใจแล้วหันไปพูดกับหนุ่มสาวตรงหน้า
“ยินดีด้วยนะครับท่านซายากะ วันนี้คุณสวยสง่ามาก... ดูมีความสุขมาก...”
“ขอบคุณค่ะ”
“เอ้า... ถ่ายรูปหน่อยครับ แขกคนอื่นต่อคิวรอถ่ายรูปกันยาวเหยียดแล้ว”
เสียงช่างภาพขัดการสนทนาขึ้นมา เขาปล่อยให้คนทั้งสี่อยู่ในโลกส่วนตัวมาพักหนึ่งแล้ว
หลังจากเรียงแถวกันถ่ายรูปเสร็จ มาโมรุก็เข้าไปตบบ่าชายหนุ่มเจ้าของงาน
“ถึงผมจะไม่ใช่แม่ที่ดูแลท่านซายากะมา... แต่อย่างน้อยก็มีความผูกพันที่เหนียวแน่นมาตั้งแต่แรกเห็น...”
เขาพูดเสียงจริงจัง แต่ใบหน้าและสายตาเหมือนกำลังแอบขำตัวเองอยู่ที่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้ ในขณะที่คนที่ยืนข้างๆ คลี่ยิ้มเหมือนพยายามกลั้นหัวเราะอย่างเห็นได้ชัด
เด็กหนุ่มเหลือบตาค้อนพี่ชายราวกับจะพูดว่า...มีปัญหาอะไร มาโกะ... ทำหน้าตาแบบนั้น เดี๋ยวปั๊ดจับปล้ำกลางงานซะเลย...
มาโกโตะเห็นดังนั้นก็ยักไหล่แกล้งหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจ
“ดูแลท่านซายากะให้ดีด้วยนะครับ... แล้วก็ขอให้มีความสุขมากๆ”
“ขอบคุณครับ รับรองว่าผมจะไม่ทำให้ซายะจังเสียใจเลย... คุณแม่ยาย”
มาโกโตะหลุดหัวเราะดังพรืดเมื่อได้ยินคำสุดท้าย แต่แล้วต้องรีบปิดปากเมื่อรู้สึกถึงรังสีอำมหิตของน้องชาย
...หนอย... มาโกะ... ฝากไว้ก่อนเถอะ คืนนี้จะเอาคืนให้ไปถ่ายละครไม่ไหวเลย ฮึ่ม!!
สาเหตุที่มาโมรุค้อนพี่ชายจนตาแทบเหล่ก็เป็นเพราะตั้งแต่เรื่องราวคลี่คลาย เขาโดนพี่ชายจอมกวนประสาทล้อตลอด
เออ... ขอโทษที่ชาติที่แล้วฉันเกิดเป็นผู้หญิง จริงรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ช่างเถอะ ชาตินี้ฉันจับนายกดได้ก็แล้วกันน่า ฮ่าๆๆๆๆ ...เด็กหนุ่มปลอบตัวเองในใจ
“พวกเราก็ขอให้มาโกโตะซังและมาโมรุซังมีความสุขเช่นกันนะคะ”
ซายากะกล่าวอวยพรบ้าง พลางยกหมัดขึ้นมาทำท่าสู้ๆ
เด็กหนุ่มทั้งสองยิ้มให้เธอแทนคำขอบคุณ
“งั้นเชิญพวกคุณแม่ เอ๊ย... พวกคุณเข้าไปพักข้างในตามสบายค่ะ ถ้าอึดอัดหรือไม่สะดวกใจก็พักห้องประชุมข้างๆ ได้นะคะ มีพิธีบนเวทีเมื่อไหร่จะให้คนไปเรียก”
ที่เธอพูดเช่นนี้เพราะงานเลี้ยงคราวนี้ถือว่างานช้างทีเดียว แขกเหรื่อในวงสังคมและญาติพี่น้องในตระกูลมาร่วมกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ทุกคนต่างไม่รู้มาก่อนว่าจะมีนักร้องชื่อดังมาร่วมงานด้วย จึงเกรงว่าจะทำให้เกิดความไม่สะดวกใจกับเด็กหนุ่มทั้งสอง
“ขอบคุณครับ”
ทั้งคู่ยิ้มๆ แล้วเดินเข้าไปข้างใน
พิธีการเริ่มขึ้นบนเวที เด็กหนุ่มทั้งสองก็ได้รับเชิญให้มานั่งโต๊ะด้านหน้า มาโมรุแอบจับมือคนรักที่นั่งข้างๆ ตน เมื่ออีกฝ่ายหันมามอง เขาก็ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูว่า
“ขอโทษนะมาโกะ... เพราะฉัน นายเลยไม่มีโอกาสได้แต่งงานแบบนี้”
มาโกโตะแก้มแดงระเรื่อ เขาชำเลืองมองน้องชายตอบด้วยหางตา นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเป็นฝ่ายยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูอีกฝ่ายบ้าง
“นายจำไม่ได้เหรอ... งานแต่งของพวกเราไม่มีงานไหนเทียบได้หรอก เพราะนายทำอาหารให้ฉันกิน”
“นั่นสินะ... วันนั้นนายเป็นเจ้าสาวที่โชคดีที่สุดในโลกเลยรู้มั้ย”
มาโกโตะเบะปากด้วยความหมั่นไส้ ...คนอะไรหลงตัวเองชะมัด
“เจ้าสาวที่ไหน ฉันเป็นเจ้าบ่าวต่างหาก ช่างเหอะ... แต่ฉันก็โชคดีที่สุดในโลกจริงๆ แหละ ที่วันนั้นไม่ท้องเสีย”
ทั้งคู่หยุดการกระซิบกระซาบกันเมื่อเจ้าสาวแสนสวยมองมาและโบกมือให้ เด็กหนุ่มทั้งสองโบกตอบ แล้วมองภาพตรงหน้าอย่างเป็นสุข
“มาโกะ... นายจะว่าอะไรมั้ย... ฉันอยากร้องเพลงอวยพรให้ลูกสาวฉัน”
มาโกโตะหันมากระพริบตาปริบๆ
“ใครจะไปว่าอะไรนายล่ะ งั้นฉันร้องด้วยแล้วกัน”
มาโมรุเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอน แต่แล้วเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นร่างของพี่ชายกำลังนั่งพิงหมอนท่องบทละครอยู่บนเตียง
ร่างสูงคลี่ยิ้มแล้วนั่งลงตรงที่ว่างข้างๆ เขาหอมพวงแก้มใสฟอดใหญ่อย่างลิงโลด
“ไม่อยากเชื่อเลย ว่านายจะเป็นฝ่ายมาหา”
มาโกโตะวางบทลง แล้วเข้าไปซุกอกน้องชายอย่างอ้อนๆ
...หอมจัง... กลิ่นของมาโมรุหลังอาบน้ำเนี่ย...
ร่างสูงไม่ยอมเสียโอกาส แขนแข็งแกร่งรีบคว้าอีกฝ่ายเข้ามากอดเหมือนตุ๊กตาหมี
“เฮ่... พี่ชาย... นายรู้ใช่มั้ยว่าบทลงโทษของการทำตัวน่ารักแบบนี้คืออะไร”
เด็กหนุ่มฝังใบหน้าลงที่ซอกคอพลางกระซิบ ทว่าอีกฝ่ายไม่ตอบ แต่ถามกลับมาแทน
“นี่... มาโมรุ ถ้าฉันเป็นผู้หญิงก็คงดีสินะ”
เด็กหนุ่มแอบทำหน้าเซ็ง... หมอนี่ คิดมากอะไรอีกล่ะ
“ฉันก็ไม่ได้ชอบผู้ชายหรอกนะ... แต่ในเมื่อนายไม่ใช่ผู้หญิง มันก็ช่วยไม่ได้ ก็ฉันดันรักนายไปแล้วนี่นา”
ห้องเงียบไปครู่ใหญ่ แล้วจึงตามด้วยคำถามคล้ายๆ กัน
“นี่... มาโมรุ ถ้าฉันไม่ได้เป็นพี่น้องกับนายก็คงดีสินะ”
คนฟังทำหน้าเซ็งระลอกสอง... ยังไม่เลิกอีก เป็นอะไรมากป่าวเนี่ย
“ใครว่าล่ะ ฉันออกจะโชคดีที่มีพี่อย่างนาย ลองคิดดูสิ นายรักฉันทั้งแบบน้องชายและแบบคนรัก ฉันโชคดีขนาดไหนที่ได้รับความรักจากนายตั้งสองแบบ เหมือนได้ดับเบิลพอยต์เชียวนะ อีกอย่าง... ถ้านายไม่ใช่พี่ฉัน ฉันก็คงไม่ได้เจอและรักกับนายอย่างนี้”
“แต่คนอื่นๆ ในบ้านคงจะไม่มีความสุขใช่มั้ยล่ะ ถ้าพวกเราเห็นแก่ตัวรักกันแบบนี้”
...วกเข้าเรื่องเดิมอีกจนได้... มาโมรุเริ่มเดือดปุด
“มาโกะ... นายจะหาว่าฉันเลวก็ได้นะ แต่นายยังไม่เข้าใจอีกเหรอ... ต่อให้พวกเราไม่ได้รักกัน มนุษย์ทุกคนต่างก็ต้องมีความทุกข์อื่นๆ เข้ามาในชีวิตอยู่ดี สิ่งหนึ่งที่ฉันเชื่อที่สุดก็คือถ้าเรายังรักกันแบบนี้ตลอดไป และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเรามีความสุขกับความรักของเราได้ล่ะก็ ไม่นานทุกคนก็จะยอมรับ และไม่มีอะไรต้องกังวลอีก...”
...จริงสิ... ที่พ่อกับแม่เป็นห่วงและพยายามจะขัดขวางพวกเขาก็เพราะกลัวว่าสักวันถ้าความรักสูญสลาย ความเป็นพี่เป็นน้องและสายใยรักในครอบครัวจะขาดสะบั้นลงไปด้วยต่างหาก ต่อให้พวกเขารักผู้ชายด้วยกันแบบนี้ แต่ความรักของคนในครอบครัวก็จะยังเหมือนเดิม เพียงแต่ที่พ่อแม่รับไม่ได้คงเพราะดันเป็นพี่น้องกันเท่านั้น
ถ้าพ่อแม่รังเกียจที่พวกเขาเป็นอย่างนี้จริง ป่านนี้คงไล่พวกเขาออกจากบ้านไปนานแล้ว ไม่ก็พาไปหาจิตแพทย์อย่างที่พ่อแม่คนอื่นๆ เขาทำกัน คงไม่ปล่อยให้พวกเขาใช้ชีวิตประจำวันกันอย่างปกติหน้าตาเฉยเช่นทุกวันนี้หรอก
“แต่... นายจะเอาอะไรมาประกันได้ล่ะว่าพวกเราจะรักกันตลอดไป”
“พูดงี้แปลว่าซักวันนายจะเปลี่ยนใจงั้นสิ”
มาโมรุเสียงแข็งขึ้นมาทันที
“จะบ้าเหรอ... ฉันแอบรักนายมาตลอด... กว่าพวกเราจะใจตรงกันแบบนี้ต้องผ่านอะไรต่อมิอะไรมาตั้งเยอะ จะเปลี่ยนใจง่ายๆ ได้ยังไง... ฉันไม่ยอมหรอก”
“ฉันก็ด้วย... ฉันรักนายมาเกือบทั้งชีวิตแล้ว กะอีแค่รักนายต่อไปเรื่อยๆ ทุกวันอย่างที่เป็นมาทำไมจะทำไม่ได้ ให้เปลี่ยนไปรักคนอื่นยังยากซะกว่า”
พูดจบก็จูบริมฝีปากอิ่มตรงหน้าเบาๆ
“แต่... ฉันก็ยังรู้สึกว่าหลายๆ อย่างมันคงไม่ง่ายขนาดนั้น... เรื่องคุณหนูโซเฟียนั่นก็ยังไม่จบ ดูท่าทางแม่กับมามิจังก็ยังไม่ละความพยายาม หาคนอื่นมาหมั้นกับฉันแทนท่านซายากะ ไหนจะพ่อก็ยังไม่หายโกรธ... ถึงกับเทียวไปเทียวมาด้วยความเป็นห่วง เปลืองค่าเครื่องบิน แล้วแถมยังไม่ค่อยได้พักผ่อนอีก”
“พอทีเถอะมาโกะ... นายไม่ต้องคิดในส่วนของคนอื่นหรอก นายแค่หนักแน่นในความรักของพวกเราก็พอ เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญเลยซักนิด สำหรับฉัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ... ขอแค่นายอยู่เคียงข้าง ขอแค่นายยังรักฉัน เท่านั้นก็พอแล้ว”
มาโกโตะมองหน้าน้องชายอย่างพินิจ... ทำไมเวลาหมอนี่พูดอะไรแบบนี้ ถึงได้ดูเป็นผู้ใหญ่นักนะ... เจ้าเด็กแก่แดดเอ๊ย...
“ยิ้มอะไร”
ร่างสูงมองตอบอย่างกวนๆ
“เปล่า แค่คิดว่านายเข้มแข็งจัง”
“ฉันเข้มแข็งเพราะมีนาย ถ้านายไม่รักฉัน ฉันจะอ่อนแอมาก จำเอาไว้”
“ดีจังน้า... เป็นมาโมรุเนี่ย”
“ต้องบอกว่า ดีจังน้า... เกิดมาเป็นคนที่มาโกะรักเนี่ย... ฉันนี่มันโชคดีจริงๆ”
เขาจดหน้าผากตัวเองกับโป้งเหน่งของอีกฝ่าย พอทำแบบนี้แล้วปลายจมูกของทั้งคู่ก็ชนกัน รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ริมฝีปาก
“มนุษย์เราเกิดมาไม่รู้จะตายเมื่อไหร่ ถ้าวันนี้ฉันต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมานเพราะไม่ได้รักนาย ฉันคงเสียดายชีวิตตัวเอง นายเข้าใจใช่มั้ยมาโกะ”
“อื้ม ฉันเข้าใจ... ฉันเองก็เหมือนกัน ต่อไปนี้ฉันจะอยู่ข้างนาย จะไม่ไปไหนแล้ว... ฉันจะทำให้ทุกคนเห็นว่าพวกเรามีความสุขได้”
“งั้น...”
ทันทีที่ดวงตาสีดำสนิทฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ประกบกันอย่างแนบแน่น ไม่มีเสียงพูดใดๆ หลุดรอดออกมาอยู่ครู่ใหญ่
มาโมรุพลิกกายขึ้นทาบทับพี่ชาย มืออบอุ่นลูบไล้อีกฝ่ายไม่ห่าง
“ตอนนี้ขอฉันเติมความสุขให้เต็มที่ก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้จะได้มีแรงไปพิสูจน์ความรักให้ทุกคนเห็น”
มาโกโตะหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่ใบหน้าและลำคออย่างเคลิบเคลิ้ม
“ฉันรักนายจังเลย... มาโมรุ”
เด็กหนุ่มเบื้องบนหัวเราะคิกใส่ใบหูของพี่ชาย
“ฉันเปลี่ยนใจแล้วดีกว่า... งั้นฉันของตักตวงความสุขให้เต็มที่จนพรุ่งนี้นายหมดแรงเลยแล้วกัน”
“ไอ้บ้า... ไม่ได้นะเฟ่ย พรุ่งนี้ฉันมีถ่ายละคร”
“ช่วยไม่ได้ ก็นายน่ารักเองนี่นา”
“กะอีแค่บอกรักนายเนี่ยนะ”
“อื้อ... แต่จะว่าไป นายก็น่ารักของนายอยู่แล้ว”
หนอย... เด็กปากหวาน... มันเขินนะ
“อย่างฉันต้องเรียกว่าหล่อต่างหาก...อุ๊บ”
มาโมรุผนึกปากที่กำลังเถียง ...จะหล่อหรือน่ารักก็เป็นเหตุผลพอที่ฉันจะจับนายกดทั้งนั้นแหละครับ... คุณพี่...
ค่ำคืนนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้า... พวกเขาไม่อยากคิดอีกต่อไปแล้วว่าพรุ่งนี้จะต้องรับมือกับอะไรบ้าง แต่ช่างเถอะ มันก็เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ มาถึงเมื่อไหร่ก็แก้ไขกันไป ขอแค่มั่นใจว่าจะไม่ทิ้งกัน... เท่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ต่อสู้บนหนทางแสนยาวไกลนี้ได้แล้ว
“มาโมรุ... ฉันสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างนายตลอดไป”
เด็กหนุ่มกระซิบแผ่วเมื่อร่างของทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
“มาโกะ... นายบังคับให้ฉัน...”
ริมฝีปากอุ่นกระซิบตอบจนจบประโยค ทำเอาอีกฝ่ายหน้าร้อนฉ่าขึ้นมา
“ไอ้เด็กบ้า... พรุ่งนี้ฉันมีถ่ายละครนะ หัดควบคุมอารมณ์ตัวเองซะมั่งสิ”
“ใครเป็นผม... เจออย่างคุณพี่ก็คุมไม่อยู่หรอกคร้าบ... นายนั่นแหละ หัดน่ารักให้น้อยกว่านี้ซะบ้าง จะทำให้ฉันหลงรักจนแทบคลั่งไปถึงไหน”
มาโกโตะก้มหน้างุดด้วยความอาย
...คิดถูกรึเปล่าเนี่ย ที่มารักหมอนี่...
แต่ก็ช่างเถอะ มันรักไปแล้วนี่
ทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว นอกจากรักต่อไปเท่านั้น... ไม่ว่ารักมันจะวุ่นวายซักแค่ไหนก็ตาม แต่ก็จะรักให้ดีที่สุด
...รักที่สุด...
The End
edit @ 21 Jan 2008 23:58:28 by ★ひまじん★